ชุดคลุมปริศนา

ฝนยังตกหนักอย่างต่อเนื่องเป็นชั่วโมง



เต่าทมิฬเองก็เข้าใกล้ฐานของพวกโจรเคราโลหิตมากขึ้น



ฝนตกจนถึงตอนเย็น และเมื่อฝนหยุดลงบรรยากาศทั้งหมดก็ดูเงียบขึ้นมาทันที



มู่เหลียงใส่ชุดพรางของเขา และเอามีดพกคาดเอวเอาไว้ พร้อมกับสะพายกระเป๋าเดินทาง



เขามองไปยังนัยน์ตาที่กลมโตของมินโฮ ก่อนที่จะยิ้มออกมา



“พอฉันออกไปแล้ว ไม่ว่าใครจะมา หรือได้ยินเสียงใครที่นอกประตูห้ามเปิดเด็ดขาด!!”



“แล้ว..มู่เหลียงจะไม่ส่งเสี่ยวไกกลับมางั้นหรอ?”



มินโฮถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา



เด็กสาวนั้นนึกถึงตอนที่เสี่ยวไกขนของมาตอนที่อยู่ในค่าย



มุมปากมู่เหลียงถึงกับกระตุกทันที เขาคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้น



“หากเป็นสัญญาณเคาะแล้วนิ่งยาวหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะเคาะสั้นๆ สองครั้ง ถือว่านั้นคือสัญญาณปลอดภัยให้เปิดประตูได้”



ปัง………..ปัง…ปัง



แล้วมู่เหลียงก็เคาะโต๊ะเป็นตัวอย่างให้มินโฮดู



“มันจะเป็นประมาณนี้ เข้าใจนะ”



“เข้าใจแล้ว”



มินโฮตอบพร้อมกับพยักหัว และพยายามที่จะจดจำรหัสลับนี้



“และไม่ต้องกังวลไปนะ ฉันอาจจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อฉันเห็นว่าสมควร”



มู่เหลียงลูบหูกระต่ายของมินโฮเบาๆ และพูดพร้อมกับรอยยิ้ม



“ถ้ามินโฮง่วงก็ไปนอน ไม่ต้องรอนะ”



“ฉันจะรอนายกลับมา…”



มินโฮหน้าเริ่มแดงขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา



“...ไม่งั้นฉันคงนอนไม่หลับ”



ที่จริงเธอเองก็กลัวว่าพวกโจรจะปีนขึ้นมาบนหลังเต่าทมิฬ และเข้ามาขโมยของในบ้านไป



“งั้น..ฉันไปล่ะ”



มู่เหลียงได้ยินเพียงแค่ประโยคแรก ส่วนประโยคหลังนั้นเขาฟังไม่ชัด



หากว่าเขาได้ยินทั้งหมดเขาคงแปลกใจไม่น้อย



“ระวังตัวด้วย!!”



มินโฮตะโกนไล่หลังมา ก่อนที่มู่เหลียงจะลงไปจากหลังเต่า



“เดียวฉันเก็บของมาฝาก”



มู่เหลียงโบกมือให้กับมินโฮ ภายใต้สายตาที่ไม่เต็มใจของเด็กสาว ก่อนที่เขาจะลงไปจากหลังของเต่าทมิฬ



มีจุดสว่างเล็กๆ ที่ไกลออกไป ตรงนั้นคือฐานของพวกโจรเคราโลหิต



“เดินจากตรงนี้ไป กว่าจะถึงฟ้าคงมืดพอดี”



มู่เหลียงเงยหน้ามองท้องฟ้า ฟ้าหลังฝนนั้นดูปอดโปร่งมาก



แมงมุมผีแดงนั้นได้นำหน้ามู่เหลียงไปก่อน เพื่อสำรวจทางว่ามีใครอยู่หรือไม่



การเดินในพื้นที่เต็มไปด้วยทรายและหินนั้นเป็นอะไรที่ไม่น่าอภิรมสักเท่าไรสำหรับมู่เหลียง



พื้นดินเองก็ยังเปียกจากฝนอยู่ ทำให้ทุกครั้งที่ย่ำลงไปจะรู้สึกเหนอะหนะทุกครั้ง



แล้วเวลาก็ผ่านไป จนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำ



มู่เหลียงเองก็มาถึงบริเวณฐานของโจรเคราโลหิตแล้ว มันใกล้มากจนเห็นคนถือคบไฟเดินไปมา



ตุบ….



อยู่ๆ ก็มีอะไรสักอย่างมาตกข้างเท้าของมู่เหลียง



ตุบ…



มู่เหลียงมองไปรอบๆ แต่สัญชาตญาณของเขากลับไม่สัมผัสได้ถึงอันตรายใดๆ เขาจึงมองไปรอบๆ เพื่อหาเจ้าของหินพวกนี้



“.....”



ตุบ….



มู่เหลียงเห็นแล้วว่าหินถูกปา มาจากทางไหน เขาจึงเดินตรงดิ่งเข้าไปหาทันที



แล้วเขาก็เห็นคนใส่เสื้อคลุมปิดบังใบหน้าเดินสวนออกมา



“โทษที ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้โกรธหรือกวนประสาทหรอกนะ”



คนในชุดคลุมพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา



“แต่แค่อยากมาเตือนเฉยๆ”



“แล้วแกเป็นใคร ต้องการอะไร?”



มู่เหลียงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองไปยังแมงมุมผีแดงที่ซ่อนตัวอยู่หลังคนในชุดคลุม



หากว่าคนผู้นี้มีการเคลื่อนไหวดูอันตราย แมงมุมจะพ่นใยรัดตัวไว้ทันที



คนในชุดคลุมกลับถามกลับมาแทน



“นายเองก็เป็นนักล่าค่าหัวใช่ไหม?? และคงรับงานนี้มาจากกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์หล่ะสิ”



“ไม่จำเป็นต้องตอบ”



มู่เหลียงมองอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไป และเตรียมตัวเข้าไปในฐานของพวกโจร



“สนใจร่วมมือกันไหม?”



คนในชุดคลุมพูดขึ้น และน้ำเสียงนั้นดูไม่มั่นใจเท่าไร



แต่ก็ถูกมู่เหลียงปฏิเสธอย่างไม่แยแส



“ฉันไม่มีทางร่วมมือกับคนที่ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดเผยตัวตนหรอกนะ”



“แต่ฉันมีแผนผังฐานของพวกโจร”



คนในชุดคลุมสวนกลับมาทันที ก่อนที่จะก้าวไปหามู่เหลียง



“แล้วทำไมฉันต้องร่วมมือกับแกด้วย”



มู่เหลียงชะงักไป และหันไปถามคนผู้นี้ เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมคนคนนี้ถึงอยากร่วมมือกับเขา



“แค่มองดูก็รู้แล้วว่านายแข็งแกร่ง”



คนในชุดคลุมตอบกลับมา



“ฉันไม่รู้จักแก..”



มู่เหลียงมองด้วยแววตาที่เกรี้ยวกราด



“แล้วแกเอาอะไรมาพูดว่าฉันแข็งแกร่ง บางทีฉันอาจเป็นพวกเดียวกับโจรก็ได้”



“นายไม่ใช่พวกโจรแน่นอน”



คนในชุดคลุมพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ ก่อนที่จะพูดต่อ



“พวกโจรไม่มีทางเนื้อตัวสะอาดแบบนี้”



มู่เหลียงเข้าใจได้ในทันที อีกฝ่ายไม่ธรรมดาและไม่ได้ตัดสินว่าใครแข็งแกร่งจากรูปร่างหน้าตา



มู่เหลียงจึงตอบอย่างเย็นชา



“วันนี้ฝนตก…”



คนในชุดคลุมกับพูดเบาๆ อย่างพอใจ



“ในวันที่ฝนตก ไม่มีใครกล้าที่จะเอามันมาอาบเด็ดขาด ทั่วดินแดนแห่งนี้เขารู้กัน คนที่กล้าจะอาบน้ำฝนพวกนี้มีแต่พวกแข็งแกร่งเท่านั้น”



“......”



มู่เหลียงรู้สึกว่าคำพูดของคนคนนี้ดูไม่สมเหตุสมผลเลย



แต่มู่เหลียงรู้สึกว่าคำพูดของคนคนนี้แฝงอะไรไว้บางอย่าง



“ถึงเซียฮูจะออกไปจากฐานแล้วก็ตาม แต่การจะบุกเข้าไปก็ยังยากลำบากอยู่”



คนในชุดคลุมพูดก่อนที่จะมองไปยังฐานของกลุ่มเคราโลหิต



“หากว่าเราสองคนร่วมมือกัน ฉันสัญญาเลยว่านายจะได้ปลาอัญมณีกลับไป”



“ปลาอัญมณีคืออะไร?”



มู่เหลียงถามทันทีด้วยความสงสัย



“เอา….นี้นาย…ไม่ใช่นักล่าจากกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์จริงๆ งั้นหรอ?! ถึงไม่รู้จักปลาอัญมณี”



คนในชุดคลุมพูดด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจและดังขึ้น



“งั้นนายมาที่นี่เพื่อหวังสมบัติของพวกเคราโลหิตงั้นหรอ?”



“ก็เป็นอย่างที่แกคิดนั้นแหละ”



มู่เหลียงผายมือออก



“แล้วเป้าหมายของแกคืออะไร?”



มู่เหลียงถามกลับ ในขณะเดียวกันคนในชุดคลุมก็ดูระวังตัวมากขึ้น และกระชับผ้าคลุม



“บอกจุดมุ่งหมายของแกมา”



มู่เหลียงถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ข่มขู่



แต่การได้คุยกับคนคนนี้ทำให้มู่เหลียงรู้อะไรเพิ่มเติม และรู้ว่าภายในฐานแห่งนี้มีคลังสมบัติอยู่



ตอนนี้กลายเป็นว่าไม่ใช่มีเขาคนเดียวที่สนใจกลุ่มเคราโลหิต



“เป็นคนไหวพริบดีเหมือนกันนะ”



คนในชุดคลุมตอบกลับมา



ตั้งแต่เริ่มสังเกตคนคนนี้มู่เหลียงแทบไม่รู้อะไรเลย



“ถ้าแกต้องการอะไร อย่างน้อยก็ควรจะแสดงความจริงใจมากกว่านี้”



มู่เหลียงมองไปที่เสื้อคลุมบนร่างของคนคนนี้



“เกรงว่านายจะตกใจหากได้เห็น”



คนในชุดคลุมพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ



“งั้นก็ลาละ หวังว่าจะได้เจอกัน”



มู่เหลียงพูดขึ้นก่อนจะทำท่าเดินออกไป



“ฐานแห่งนี้เป็นหุบเขาที่มีรูปร่างเป็นพระจันทร์เสี้ยว ครึ่งหนึ่งของเสี้ยวพระจันทร์เป็นเนินเขาสามลูก”



อยู่ๆ คนในชุดคลุมก็พูดขึ้น และอธิบายรูปแบบของฐานของโจรเคราโลหิต



“เนินเขาตรงกลางจะสูงที่สุด สูงประมาณ 150 เมตร”



“แล้วแกจะบอกฉันไปทำไม?”



มู่เหลี่ยงขมวดคิ้วก่อนจะพูดออกไป



“ข้อมูลพวกนี้เป็นสิ่งที่เรารู้เมื่อสำรวจฐานแห่งนี้ตอนเช้า ถือว่าแทนคำขอโทษที่ทำให้เสียเวลาแล้วกัน”



เมื่อคนในชุดคลุมพูดจบก็เดินจากไป



“ใบหน้าใต้เสื้อคลุมนั้น…..น่ากลัวขนาดนั้นเลยงั้นหรอ”



มู่เหลียงพูดขึ้นเบาๆ และมองดูคนในชุดคลุมเดินจากไป



เอาเป็นว่าคนคนนี้แม้จะดูลึกลับแต่ก็เป็นคนมีน้ำใจ



มู่เหลียงคาดการเขาคงได้เจอคนคนนี้อีกในฐานของพวกโจร อาจจะก่อนหรือหลังที่เขาก่อเรื่องแล้ว



“ไม่รู้ว่าแกอยากได้อะไรในฐาน แต่คงต้องผิดหวังเพราะฉันจะเอาไปหมด”



มู่เหลียงส่ายหัวพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไป



ทางฝั่งคนชุดคลุมเองก็พูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ



“อะไรกัน…ทำไมอยู่ๆ เขาถึงหายตัวไปแบบนั้นได้?”



เช่นเดียวกันคนคนนี้ก็คิดว่าไม่ช้าก็คงเจอมู่เหลียงในฐานของพวกโจร



“แล้วเจอกัน….”



คนในชุดคลุมพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แต่แฝงไปด้วยความวิตกเล็กน้อย



“บางทีชายคนนี้อาจจะเข้าไปถึงคลังสมบัติของพวกโจรได้”



ก่อนที่คนในชุดคลุมจะเดินมุ่งหน้าไปยังฐานของโจรเคราโลหิต





ตอนก่อน

จบบทที่ ชุดคลุมปริศนา

ตอนถัดไป