023 - รูปปั้นหิน
เย่เสี่ยวระมัดระวังทุกฝีก้าวเมื่อเขาเข้าไปยังสุสานโบราณ เขาจึงสามารถสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างจากรูปปั้น นอกจากนี้ เขายังไม่เชื่อใจเจ้าของสุสานโบราณ ที่ครั้งหนึ่งเคยมาถึงเขตแดนจักรพรรดิยุทธและสามารถทำลายอาณาจักรชิงหลงได้ด้วยพลังของเขา ว่าจะมีการป้องกันเพียงม่านพลังที่แข็งแกร่งที่ด้านนอกของสุสานเท่านั้น
ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีการป้องกันในรูปแบบต่างๆ อีกมาก นั่นทำให้สุสานโบราณแห่งนี้มีอันตรายอย่างยิ่ง ไม่สามารถประมาทได้แม้แต่น้อย
เย่เสี่ยวเดินตามทางไปเรื่อยๆ จนไปถึงผนังที่คล้ายเป็นประตูเหล็ก มีเพียงคนเดียวที่ยังอยู่ที่นี่และกำลังพยามเปิดประตู คนคนนั้นเป็นหญิงสาวสวมชุดสีเขียวและงดงามราวเทพธิดา
นางคือจ้าวยู่เฟย เมื่อนางได้ยินเสียงฝีเท้าจึงหันกลับไปมองและพบกับรูปลักษณ์ที่คุ้นเคยกำลังมุ่งหน้ามาหานาง
“อ๊ะ เจ้านี่เอง เราเจอกันอีกแล้ว” เจ้ายู่เฟยยิ้ม
เย่เสี่ยวพยักหน้ายิ้มตอบและถามขึ้น “ประตูถูกปิดอยู่งั้นรึ?”
“ใช่ ประตูถูกปิด ข้าพยามลองเปิดมาสักพักแล้วแต่ยังไม่สามารถเปิดได้” จ้าวยู่เฟยกล่าวด้วยความผิดหวัง
เมื่อมองไปที่ประตู เขาพบว่ามีลวดลายต่างๆ และตรงกลางมีรูขนาดเท่าเม็ดถั่ว
“ข้าคิดว่าจำเป็นต้องใช้กุญแจในการเปิดประตู” เย่เสี่ยวกล่าวขณะมองไปยังรูตรงกลางประตู
“ข้าก็คิดเช่นนั้น ไปหากุญแจกันก่อนเถอะ” จ้าวยู่เฟยกล่าวและเริ่มค้นหากุญแจ เย่เสี่ยวพยักหน้าและเริ่มค้นหากุญแจเช่นกัน
หลังจากค้นหาอยู่ 2 ชั่วโมง พวกเขายังคงไม่พบอะไร
น่าผิดหวัง พวกเขามายังหน้าประตูเหล็กอีกครั้ง เย่เสี่ยวจ้องมองไปยังรูปปั้นที่อยู่ทางขวาของประตูอย่างกะทันหัน
“ข้าคิดว่า ข้าเจอกุญแจแล้ว” เย่เสี่ยวยิ้มอย่างกังวล
จ้าวยู่เฟยรีบพุ่งเข้ามาหาเขาและถามขึ้น “กุญแจอยู่ที่ไหนงั้นรึ?”
เย่เสี่ยวชี้ไปยังหูซ้ายของรูปปั้น มันมีกุญญแจเหล็กขนาดเล็กแขวนอยู่บนหูรูปปั้นราวกับตุ้มหู
“เดี๋ยว!”
“มีอะไรงั้นรึ?”
“ไม่มีอะไร เพียงแต่ข้ารู้สึกว่ารูปปั้นหินนี้ไม่ธรรมดา หากเจ้าตรวจสอบอย่างระวัง เจ้าจะสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณเล็กน้อยจากรูปปั้น รูปปั้นตัวอื่นๆ เองก็เช่นกัน” เย่เสี่ยวกล่าวอย่างจริงจัง
ได้ยินเย่เสี่ยวพูดเช่นนั้น จ้าวยู่เฟยเริ่มจับสัมผัสพลังวิญญาณจากรูปปั้นอย่างระวัง และนางก็รับรู้ถึงมันได้จริงๆ
“ถ้างั้นเราจะทำยังไงกันดี หากข้าคาดไม่ผิด เมื่อไหร่ที่เราเอากุญแจมา รูปปั้นพวกนี้จะต้องทำการโจมตีเราเป็นแน่” จ้าวยู่เฟยกล่าวอย่างกังวล
“เช่นนั้นเอาแบบนี้ เจ้าหลบไปก่อน ข้าจะไปเอากุญแจจากหูของรูปปั้น”
“แต่....”
“ไม่มีคำว่าแต่! ไม่ต้องห่วง ข้ามีวิธีหลบออกมาได้ เมื่อข้านำกุญแจจากหูรูปปั้นออกมา รูปปั้นเหล่านี้จะต้องไล่ล่าเอากุญแจคืนจากข้าและออกห่างจากประตูเหล็กอย่างแน่นอน ในเวลานั้น ให้เจ้าเข้าไปใกล้ประตูเหล็ก ข้าจะโยนกุญแจให้เจ้าเพื่อใช้เปิดประตู เมื่อนั้นเราจะเข้าไปด้านในพร้อมกัน” เย่เสี่ยวกล่าวกับจ้าวยู่เฟย
“ไม่ มันอันตรยเกินไป จะเกิดอะไรขึ้นหากเจ้าหนีจากรูปปั้นเหล่านั้นไม่ได้” จ้าวยู่เฟยกล่าวอย่างจริงจัง แม้แต่นางเองยังไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไปนางต้องเป็นห่วงชายคนหนึ่งที่นางยังไม่ได้รู้จักดีด้วยซ้ำ
“หืม อย่าบอกนะว่าเจ้ากำลังเป็นห่วงข้า” เย่เสี่ยวยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“เจ้า...ใครเป็นห่วงเจ้ากัน เจ้าวายร้าย” แก้มของจ้าวยู่เฟยกลายเป็นสีแดงจางๆ ขณะที่นางปฏิเสธออกไป
“ฮิฮิ ก็ได้ก็ได้ ข้าล้อเจ้าเล่น เริ่มงานกันเถอะ เจ้าไปหลบที่เสาต้นนั้นก่อน ข้าจะนำกุญแจออกมาหลังจากนั้น” เย่เสี่ยวชี้ไปยังเสาและกล่าวอย่างจริงจัง
จ้าวยู่เฟยพยักหน้า นางไปหลบด้านหลังเสาต้นนั้นที่อยู่ข้างซ้ายของประตูเหล็ก
เมื่อเย่เสี่ยวเห็นว่าจ้าวยู่เฟยซ่อนตัวเรียบร้อยแล้ว เขาก้าวไปข้างหน้า ยกมือขึ้นหยิบกุญแจจากหูของรูปปั้นตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
ขณะที่เขาหยิบกุญญแจแกจากหูของรูปปั้นหิน คลื่นพลังงานแผ่กระจายออกมาทุกทิศทาง รูปปั้นหินในห้องโถงมองไปยังเย่เสี่ยวและเริ่มพุ่งเข้าหาเขา
เป็นโชคดีของคนอื่นๆ ที่เข้ามายังสุสานโบราณของยอดฝีมือเขตแดนจักรพรรดิยุทธไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกเขาต่างออกไปจากห้องโถงนี้และเข้าไปยังส่วนลึกของสุสานโบราณ ไม่เช่นนั้นพวกเขาย่อมต้องพบเจอกับการทำลายล้างอย่างแน่นอน
“ปีกมังกร”
เขาเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า ขณะที่เขาหยิบกุญแจจากหูของรูปปั้น เขาใช้ความสามารถในการบินที่ได้รับจากมังกรเทวะกลืนสวรรค์ทันที
ปีกอันงดงามสีดำคู่หนึ่งที่มีลวดลายสีทองสลักไว้ปรากฎออกมาที่หลังของเย่เสี่ยว
มันคือปีกของมังกรเทวะกลืนสวรรค์
เมื่อปีกปรากฎขึ้น เย่เสี่ยวรีบกางมันและบินขึ้นไปยังบนฟ้ามุ่งหน้าไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับที่จ้าวยู่เฟยกำลังหลบซ่อนตัวอยู่
เย่เสี่ยวลอยอยู่ในอากาศ รูปปั้นหินต่างไล่ล่าเขาจากบนพื้น พวกมันไม่สามารถทำอะไรขณะที่เขาอยู่ในอากาศได้ พวกมันบินไม่ได้ ทำได้เพียงไล่ล่าจากบนพื้นเท่านั้น
รูปปั้นหินเหล่านั้นฉลาดและแข็งแกร่งมาก มันรู้ว่าต้องโจมตีเช่นไร พวกมันทั้งหมดยังคงโจมตีเย่เสี่ยวต่อด้วยการกระโดดจากพื้น โชคดีอย่างยิ่งที่ห้องโถงนี้ใหญ่มากและรูปปั้นหินบินไม่ได้ จึงมีพื้นที่พอให้เขาหลบการโจมตีจากรูปปั้นหินได้
จากบนนั้น แม้ว่าการโจมตีของรูปปั้นหินน่ากลัวมาก มันยังต้องใช้เวลาก่อนทำการโจมต่อ นั่นทำให้เย่เสี่ยวมีเวลาพอที่จะหลบเลี่ยงได้อย่างง่ายดาย