107 – พักฟื้น
เย่เสี่ยวลอยไปตามแม่น้ำ ไม่มีสิ่งใดที่เขาทำได้ เนื่องจากเขาได้หมดสติไปแล้ว น้ำในแม่น้ำกำลังไหลไปยังทิศทางที่ไม่รู้จัก ชั่วขณะหนึ่ง เสียงสะท้อนในแม่น้ำก็ดังขึ้น สายน้ำเริ่มพัดพาร่างของเย่สี่ยวไปยังสถานที่ที่ไม่รู้จัก
เช่นเดียวกับเวลาผ่านไปช้าๆ ร่างของเย่เสี่ยวยังคงลอยอยู่ในแม่น้ำ
1 วัน
2 วัน
5 วัน
เป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้ว ตั้งแต่ที่เย่เสี่ยวลอยอยู่ในแม่น้ำ ในเวลานี้ พลังงานสีขาวแปลกประหลาดปกคลุมไปยังมือของเขา แท้จริงแล้วมันคือพลังานจากแก่นรูปร่างมังกร ซึ่งก่อตัวจากพลังงาน 3 ชนิดรวมกัน
เมื่อเย่เสี่ยวหมดสติและตกลงไปยังแม่น้ำ พลังงานนี้ออกมาจากตันเถียนของเขาและเริ่มไหลเวียนไปยังมือของเย่เสี่ยว ด้วยเหตุนี้ มือของเขาที่สูญเสียผิวหนังและเนื้อเกือบครึ่ง จึงหยุดการสลายทันที
หนังจากผ่านไป 1 สัปดาห์เย่เสี่ยวก็ถูกน้ำพัดเข้าฝั่งในที่สุด
บังเอิญมีชายหนุ่มหญิงสาว 4 คนผ่านมา หญิงสาวคนหนึ่งที่มีสายตาเฉียบคมจึงเห็นเย่เสี่ยทันที
ทั้ง 4 คนเป็นศิษย์สายนอกของนิกายหนึ่ง ที่เป็นที่รู้จักกันในนามนิกายเมฆาอัสนี หญิงสาวที่มีชื่อว่าลู่เสี่ยวหรานและชายหนุ่มทั้ง 2 กับหญิงสาวอีกคนที่อยู่ข้างๆ นางคือลู่ชิงศิษย์พี่ใหญ่ ลู่เฟิงศิษย์พี่รองและลู่หรันศิษย์พี่ 3
“ศิษย์พี่ มีคนนอนอยู่ที่นั่น?”
ลู่เสี่ยวหรานชี้ไปที่เย่เสี่ยว
ลู่ชิงและลู่เฟิงมองหน้ากันและค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เย่เสี่ยวอย่างระวังและพูดขึ้น
“เอ๊ะ คนคนนี้ดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บสาหัส”
หลังจากที่พบว่าเย่เสี่ยวได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก พวกเขาก็เริ่มคนตัวเย่เสี่ยว
ลู่เสี่ยวหรันเห็นเช่นนี้ นางจึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทื่อๆ ว่า “เกิดอะไรขึ้น? พี่ใหญ่ พี่รอง นี่มันดีแล้วเหรอ?”
“มีอะไรไม่ดีงั้นรึ? อย่างไรก็ตาม เขาบาดเจ็บหนักและกำลังจะตายเร็วๆ นี้ สิ่งที่เหลืออยู่บนตัวเขา มันดีกว่าที่จะให้กับเราไว้ใช้งาน เจ้าไม่เห็นสถานการณ์ในนิกายเมฆาอัสนีตอนนี้งั้นรึ? ในอนาคตมันจะต้องรุนแรงและรุนแรงยิ่งขึ้น ทรัพยากรในการบ่มเพาะของพวกเราเหล่าศิษย์น้อยลงเรื่อยๆ ดังนั้นพวกเราจึงต้องมีแผนของพวกเราเอง ลู่เสี่ยวหรัน ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนเช่นนั้น แต่ทว่าความใจดีของเจ้ามันจะกลายเป็นจุดอ่อนในอนาคต”
ลู่ชิงพูด
ลู่เสี่ยวหรันขมวดคิ้วเมื่อนางได้ยิน นางเงียบไปเพราะสิ่งที่พี่ใหญ่พูดนั้นเป็นความจริง
“ไอ้ยาจก ไม่มีของมีค่าแม้แต่น้อย” ลู่เฟิงสบถออกมาด้วยความโกรธ ลู่ชิงและลู่เสี่ยวหรันก็ไม่พบสิ่งใดบนตัวเย่เสี่ยวเช่นกัน
ทันใดนั้น ลู่เสี่ยวหรันมองไปยังนิ้วมือของเย่เสี่ยว นางเห็นแหวนวงหนึ่งกำลังส่องแสง
“แหวนมิติ”
ลู่เสี่ยวหรันรู้ทันทีว่ามันเป็นแหวนมิติของจริง แต่นางยังคงไม่เคลื่อนไหวเพื่อนำแหวนมิติออกมา นางพยามเบี่ยงเบนความสนใจของพี่ชายทั้ง 2 และพี่สาว
“ท่านพี่ พวกเราไปจากที่นี่กันเถอะ ในเมื่อคนคนนี้ไม่มีของมีค่าใดบนตัว มันจะอันตรายสำหรับพวกเรา หากอยู่ที่นี่นานเกินไป”
หลังจากที่ได้ยินนาง คนอื่นๆ ก็เห็นด้วยกับความคิดของลู่เสี่ยวหรัน ดังนั้นพวกเขาจึงตกลงไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไปและจากไป
ลู่เสี่ยวหรันก็หันหลังและจากไปพร้อมกับพี่ชายพี่สาว แต่ก่อนจะจากไป นางได้ดีดนิ้ว เม็ดยาปริศนาถูกยิงออกไปและพุ่งเข้าปากของเขา
ทั้ง 4 คนจากไป
หลังจากนั้นไม่นานเย่เสี่ยวก็ตื่นขึ้น เมื่อพวกเขาทั้ง 4 มาที่นี่และพูดคุยกัน ว่าจะค้นหาของมีค่าบนร่างของเขา ตอนนั้นเขารู้สึกตัวเล็กน้อย เมื่อเม็ดยาปริศนาพุ่งเข้าปาก เขากลืนมันอย่างยากลำบาก ขณะที่เขารู้สึกตัวเพียงบางส่วน
หลังจากที่เขากินเม็ดยานั้น เขารู้สึกได้ทันทีว่าพลังได้รับการฟื้นคืนกลับมา สติของเขาเริ่มชัดเจนมากขึ้น ท้ายที่สุดเขาก็ตื่นขึ้น
“ลู่เสี่ยวหรัน”
“นิกายเมฆาอัสนี”
เย่เสี่ยวพูดชื่อทั้ง 2 นี้ เมื่อเขาฟื้นคืนสติได้บางส่วน เขาได้ยินชื่อทั้ง 2 นี้ เขาได้ยินการสนทนาของกลุ่มคนก่อนหน้านี้ชัดเจนนัก แต่เขาได้ยินชื่อทั้ง 2 นี้ อย่างชัดเจน
เขายังคาดเดาได้อีกว่าลูเสี่ยวหรันจะต้องเป็นคนที่ช่วยเขาเอาไว้
“ข้าจะจำความเมตตาของเจ้าไว้ ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างดีในอนาคต หากเราได้เจอกัน” เย่เสี่ยวกล่าวคำสัญญาไว้ในใจ
“ฟึ่บ”
เสียงที่ดังขึ้น ทำให้เขาหายไปในทันที
- ในโลกของไข่มุกสวรรค์ -
ตรงกลางของทุ่งหญ้า บนทางเดินที่ปูด้วยหยกแยกออกไปทั้ง 4 ทิศ ร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้น มือของร่างนี้เสียหายและดูน่ากลัวยิ่ง
จะเป็นใครไปได้ หากไม่ใช่เย่เสี่ยว
เขาเข้ามาในโลกของไข่มุกสวรรค์อีกครั้งและเดินไปหาบัวหยกทันที จากนั้นจึงดึงมันออกมา 1 ดอก เขาไม่เสียเวลาอีกต่อไป กัดมันและกินลงไปทันที
ทันทีที่เขากินดอกบัวหยกลงไป พลังงานอบอุ่นสายหนึ่ง พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขา อาการบาดเจ็บทางกาย อาการบาดเจ็บทางจิตวิญญาณหรืออาการบาดเจ็บซ่อนเร้น เริ่มฟื้นฟูทุกๆ อาการบาดเจ็บบนร่างกายของเขา
มือของเขาเริ่มฟื้นฟูเช่นกัน เนื้อหนังของเขาเริ่มงอกออกมาทั้ง 2 มือ
ขั้นตอนนี้เป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่ถึงอย่างงั้น มือที่คล้ายมือของโครงกระดูก กลับเริ่มมีการผลัดเปลี่ยนเนื้อหนัง
เย่เสี่ยวกินดอกบัวหยกอีกครั้ง ด้วยความช่วยเหลือของดอกบัวหยกที่เพิ่มขึ้นมา ทันใดนั้น การฟื้นฟูของเขาก็เพิ่มขึ้นทันที
หลังจากนั้นไม่นาน มือทั้ง 2 ข้างของเขาก็ฟื้นฟูกลับมาจนสมบูรณ์
เย่เสี่ยวยกมือของเขาขึ้นมาที่ด้านหน้าและลองขยับดู เมื่อเห็นว่าไม่มีอาการบาดเจ็บหลงเหลืออยู่และทุกสิ่งกลับมาเหมือนก่อนหน้านี้ เขาจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ
“เจ้ากระทิงคลั่งบัดซบ สักวันข้าจะกลับไปและทำให้เจ้ากลายเป็นอาหารของเสี่ยวฮวางซะ” เย่เสี่ยวก่นด่าสาปแช่งราชากระทิงคลั่งอยู่ในใจ
เมื่อเขาคิดเรื่องของราชากระทิงคลั่ง ในใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นในเวลานี้ เขาไม่ต้องการสิ่งใดมากไปกว่าการเพิ่มความแข็งแกร่ง และกลับไปแก้แค้นราชากระทิงคลั่ง
“โคร่กกก”
ทันใดนั้นท้องของเย่เสี่ยวก็ส่งเสียงออกมา เขาไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน เขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที
เย่เสี่ยวปรากฎตัวอีกครั้งที่โลกภายนอก ขณะที่เขากำลังรู้สึกหิวและมันไม่มีสิ่งใดให้เขากินภายในไข่มุกสวรรค์
“ในภายภาคหน้า ข้าจะนำสัตว์วิเศษจำนวนหนึ่งไปไว้ในป่าภายในไข่มุกสวรรค์ หากข้าหิวอีก ข้าจะกินพวกมัน หึหึ” เย่เสี่ยวคิดและเริ่มยิ้มออกมา
เมื่อเย่เสี่ยวออกมายังโลกภายนอก เขาก็ต้องตกใจที่ไม่มีป่าอยู่ที่นี่
เขายังจำได้ว่าเขากำลังหนีจากราชากระทิงคลั่ง เมื่อราชากระทิงคลั่งโจมตี เขาใช้หมัดทลายภูผาร่วมกับเพลิงอสูร แต่หลังจากนั้นเขาไม่สามารถช่วยได้แม้กระทั่งตัวเองและหมดสติลงหลังจากต้านรับการโจมตีของราชากระทิงคลั่ง
เขาจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากหมดสติ เมื่อตื่นขึ้น เขาพบว่าตนเองได้อยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จักแล้ว
ในเมื่อข้าอยู่ที่นี่แล้ว ข้าควรจะหาสถานที่ที่สามารถหาอะไรกินปะทังความหิวได้
หลังจากคิดเช่นนี้ เย่เสี่ยวเริ่มเดินตรงไป เขาเดินไปไม่นานก็เห็นกำแพงเมืองหากออกไประยะหนึ่ง
“ดูเหมือนว่าจะมีเมืองอยู่ที่นั่น” เย่เสี่ยวพึมพำและวิ่งตรงไปยังกำแพงเมือง
เมื่อเขาไปถึงที่นั่น เขาเห็นประตูเข้าเมืองขนาดใหญ่ เขาเดินไปที่ประตูและยืนเข้าแถว ที่มีคนอยู่จำนวนมากกำลังเข้าแถวเพื่อต้องการเข้าเมือง
เย่เสี่ยวหิวจริงๆ เวลานี้เขาต้องการกินอะไรก็ได้เพื่อคลายความหิวลง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่ได้คิดแม้กระทั่งถามชื่อเมืองนี้ เขาเพียงเข้าแถว ไม่นานก็ถึงรอบของเขา
“หยุดอยู่ตรงนั้น”
ขณะที่เขากำลังเข้าเมือง เขาได้ยินเสียงเย็นชามาจากทางด้านซ้าย
เขาหยุดลงและหันไปด้านซ้าย เขาเห็นผู้คุ้มกัน 2 คน กำลังมองมาที่เขาอย่างเย็นชา
“1,000 เหรียญทอง” 1 ในผู้คุ้มกันพูดขึ้น
“อะไรนะ?” เย่เสี่ยวยังคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขามองไปรอบๆ และเห็นทุกคนต่างมองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกๆ