108 - ภัตตาคารหงส์เพลิง
เย่เสี่ยวหิวอย่างมาก เวลานี้เขาไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากกินบางอย่าง
ด้วยเหตุนี้ เมื่อถึงคราวที่เขาเข้าเมือง เขาจึงรีบผ่านประตูใหญ่เข้าไปในเมืองทันที
“หยุดอยู่ตรงนั้น”
ขณะที่เขากำลังจะผ่านประตูเมือง เขาจึงได้ยินเสี่ยงเย็นชาจากทางซ้ายของเขา
เขาหยุดและหันไปทางซ้ายและเห็นว่ามีผู้คุ้มกัน 2 คน กำลังมองเขาด้วยสีหน้าเย็นชา
“1,000 เหรียญทอง” 1 ในผู้คุ้มกันพูดขึ้น
“อะไรนะ?” เย่เสี่ยวยังคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขามองไปรอบๆ และเห็นผู้คนต่างมองเขาด้วยสีหน้าแปลกๆ
“หากเจ้าต้องการเข้าไปในเมืองเฉาซื่อหวู่เต๋อ เจ้าจะต้องจ่าย 1,000 เหรียญทอง เจ้าไม่รู้กฎของเมืองนี้งั้นรึ รีบจ่ายมาหากเจ้ายังต้องการเข้ามาในเมือง ไม่เช่นนั้นก็ถอยไปซะ” ผู้คุ้มกันเย้ยหยันเขา
เย่เสี่ยวมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่ต้องการสร้างปัญหาขึ้นที่นี่ ดังนั้จึงพูดขึ้น "นี่เป็นครั้งแรกที่ข้ามาที่นี่ จึงไม่รู้เรื่องกฎ โปรดรับไว้"
หลังจากพูดออกไป เย่เสี่ยวนำหินวิญญาณระดับต่ำ 100 ก้อนออกมาและมอบมันให้กับผู้คุ้มกันทั้ง 2
“หินวิญญาณ”
ไม่เพียงแค่ผู้คุ้มกัน แต่ผู้คนที่นี่ที่รู้จักินวิญญาณต่างตะโกนเสียงดังด้วยความตกใจ
ผู้คุ้มกันคนหนึ่งรีบหยิบหินวิญญาณระดับต่ำทั้ง 100 ก้อนด้วยรอยยิ้ม “ฮ่าฮ่า ตอนนี้เจ้าไปได้แล้ว”
เย่เสี่ยวพยักหน้า แต่แทนที่จะเข้าไปในเมืองทันที เขากลับถามขึ้น “พี่ชาย เจ้ารู้จักโรงเตี๊ยมหรือภัตตาคารที่ข้าสามารถเข้าไปกินเพื่อคลายความหิวได้หรือไม่?”
ทุกคนที่อยู่ที่นี่เริ่มมองเขาด้วยสีหน้าแปลกๆ
ผู้คุ้มกันที่รับหินวิญญาณไปจากเขาเงียบไปครู่หนึ่งและพูดว่า “หากเจ้าต้องการหาอะไรกินที่มันดีๆ เช่นนั้นเจ้าจงไปยังภัตตาคารหงส์เพลิง ที่นั่นเจ้าจะได้กินอาหารอย่างดี”
“ขอบคุณพี่ชาย” หลังจากที่เย่เสี่ยวขอบคุณผู้คุ้มกัน เขาหันกลับ กำลังจะจากไป แต่ขณะที่เขากำลังจะไป เขาได้ยินเสียงเดิมอีกครั้ง
“รอเดี๋ยว”
“มีอะไรอย่างงั้นรึ?”
เย่เสี่ยวหยุดและเริ่มขมวดคิ้ว เขาหันกลับไปมองผู้คุ้มกันคนนั้นและถามอีกครั้ง
ผู้คุ้มกันคนนั้นรู้สึกเย็นวาบที่หลัง เมื่อเย่เสี่ยวมองไปที่ตาของเขา บนหน้าผากปรากฎเม็ดเหงื่อออกมาทันที
หลังจากผ่านไป 2-3 ลมหายใจ ผู้คุ้มก็สงบลงและยิ้มให้เย่เสี่ยว “ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งใด เพียงแต่ราคาของอาหารในที่แห่งนั้นสูงยิ่ง แต่หากเจ้าต้องการส่วนลด ข้าสามารถช่วยเจ้าได้”
เมื่อเย่เสี่ยวได้ฟัง เขาเข้าใจได้ทันทีว่าผู้คุ้มกันคนนี้ต้องการทำกำไรจากเขา
และมันก็เป็นความจริง เมื่อผู้คุ้มกันไได้เห็นเย่เสี่ยวนำหินวิญญาณระดับต่ำออกมา 100 ก้อน เพื่อจ่ายเป็นค่าเข้าเมือง อย่างไม่กระพริบตา เขาจึงเกิดความโลภขึ้นนมาทันที เขาคิดว่าเย่เสี่ยวจะต้องมีหินวิญญาณระดับต่ำมากกว่านี้อย่างแน่นอน
คิดได้เช่นนี้ ใจของผู้คุ้มกันก็เกิดโลภขึ้นมา เมื่อเย่เสี่ยวถามเขาว่ามีที่ไหนที่เขาพอจะหาอะไรกินได้ เขาก็มีความคิดที่จะหาประโชน์จากเย่เสี่ยวทันที
แต่เขาก็ต้องผิดหวัง เย่เสี่ยวปฏิเสธเขา
“ราคาไม่ใช่ปัญหาสำหรับข้า”
หลังจากที่กล่าวประโยคนี้ออกไป เย่เสี่ยวหันหลังกลับและจากไปทันที
ผู้คุ้มกันทั้ง 2 ตาเป็นประกายทันที หลังจากที่ได้ยินเย่เสี่ยวพูดว่าราคาไม่ใช่ปัญหา ในสายตาของพวกเขา พวกเขาเดาถูก เย่เสี่ยวมีเงินมากกว่าเขา
พวกเขาทั้ง 2 ต่างมองหน้ากัน ราวกับกำลังทำความเข้าใจกันว่าผู้คุ้มกันอีกคนต้องการบอกอะไร ทั้งคู่พยักหน้าและ 1 ในนั้นจากไปทันที
บางคนที่อยู่ด้านหน้า และเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น พวกเขาเข้าใจได้ว่าเย่เสี่ยวจะต้องพบกับปัญหา พวกเขาต่างพากันส่ายหน้าน้อยๆ และเริ่มทำธุระของตนต่อ
เย่เสี่ยวไม่มีความเกี่ยวข้องกับพวกเขา และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าเย่เสี่ยวเป็นใคร ดังนั้นพวกเขาจึทำได้เพียงสงสารกับชะตากรรมของเย่เสี่ยว
………
เย่เสี่ยวมาถึงด้านหน้าภัตตาคารหงส์เพลิง หลังจากที่ไถ่ถามเส้นทางมาที่นี่จากชายคนอื่น
มันเป็นสิ่งก่อสร้างทรง 3 เหลี่ยม มี 3 ชั้น
ประตูยาม 3 เมตร และกว่างราว 2 เมตร เหนือประตูมีคำ 2 คำส่องประกายสีแดงถูกเขียนไว้
คำทั้ง 2 คือ ภัตตาคารหงส์เพลิง
มีผู้คุ้มกัน 2 คนยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าภัตตาคาร แต่ผู้คุ้มกันทั้ง 2 คนนี้ไม่เหมือนกับผู้คุ้มกันที่หน้าประตูเมือง ผู้คุ้มกันทั้ง 2 นี้มีเพื่อต้อนรับลูกค้า
“ยินดีต้อนรับสู่ภัตตาคารหงส์เพลิง”
ขณะที่เย่เสี่ยวกำลังจะเข้าสู่ภัตตาคาร ผู้คุ้มกันทั้ง 2 ได้โค้งคำนับและต้อนรับเขา
เย่เสี่ยวยิ้มและพยักหน้า
1 ในผู้คุ้มกันพูดขึ้น “เรียนท่านลูกค้า ท่านสามารถกินที่ชั้น 1 ได้ หากความแข็งแกร่งของท่านไม่ถึงเขตแดนกษัตริย์ยุทธ มีเพียงเขตแดนกษัตริย์ยุทธหรือสูงกว่านั้น จึงจะมีสิทธิ์นั่งที่ชั้น 2”
เย่เสี่ยวตกใจมาก เมื่อเขาได้ยินเช่นนี้ เขาไม่เคยคิดว่าจะมีเงื่อนไขสำหรับการกินอาหารในแต่ละชั้นต่างกันเช่นนี้
เขาพยักหน้า จากนั้นจึงถามต่อ “แล้วชั้น 3 ล่ะ?”
“ชั้น 3 สหรับแขกพิเศษอย่างเจ้าเมืองหรือผู้นำตระกูลใหญ่ ไม่ใช่สำหรับคนธรรมดาหรือชาวเมือง” หนึ่งในผู้คุ้มกันตอบอย่างสุภาพ
เย่เสี่ยวไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เขาหิวเป็นอย่างยิ่ง จนแทบไม่อยากจะเสียเวลาอีกต่อไป เขาพยักหน้าด้วยรอยยิ้มให้กับผู้คุ้มกันและเดินเข้าไปข้างใน
เวลานี้เขาต้องการเพียงกินอาหาร ดังนั้นเมื่อเขาเจอโต๊ะว่างจึงนั่งลง ครู่ต่อมาพนักงานจึงนำเมนูของภภัตตาคารมาให้เขา
เย่เสี่ยวไม่มีความตั้งใจที่จะรับเมนูมาดู เขาเพียงพูดว่า “ขออาหารที่ดีที่สุดและเหล้า 1 ไห”
พนักงานมองสีหน้าที่จริงจังของเย่เสี่ยว เขาพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรและไปนำอาหารมาให้เย่เสี่ยว
หลังจากผ่านไปราว 1 ก้านธูป พนักงานกลับมาพร้อมอาหารของเขาและเหล้า 1 ไห
“นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชั้นที่ 1 และเหล้าธรรมดา 1 ไห” พนักงานกล่าวอย่างเคารพและหันหลังจากไป
“รอเดี๋ยว”
เย่เสี่ยวหยุดพนักงานไว้และพูดขึ้น “เจ้าหมายความว่าไง? ที่บอกว่าเหล้าธรรมดา 1 ไห หากที่นี่มีเหล้าดีๆ เช่นนั้นจงนำมันมาให้ข้า”
“นายท่านขอรับ แน่นอนว่าที่นี่มีเหล้าที่ดีกว่านี้ แต่นั่นเป็นเหล้าสำหรับลูกค้าชั้นที่ 2 สำหรับลูกค้าชั้นที่ 1 สามารถดื่มได้เพียงเหล้าธรรมดา” พนักงานยิ้มและตอบกลับอย่างสุภาพ
“โอ้ และเพื่อที่จะขึ้นไปยังชั้นที่ 2 ได้ ข้าจำต้องมีแข็งแกร่งอย่างน้อยเขตแดนกษัตริย์ยุทธ ใช่รึไม่” เย่เสี่ยวทำความเข้าใจกับสิ่งที่พนักงานพูด
“ขอรับ”
“หากข้าไม่ได้อยู่ในเขตแดนกษัตริย์ยุทธ และต้องการขึ้นไปกินที่ชั้น 2 มีวิธีหรือไม่?” เย่เสี่ยวถามอีกครั้งขณะที่เขากำลังยกอาหารเข้าปาก เขาหิวมาก เมื่อพนักงานนำอาหารมาวาง เขาก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มกิน
พนักงานยกอาหารมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ ขณะที่เย่เสี่ยวกินไปคุยไป เมื่อเห็นเย่เสี่ยวทำเช่นนี้ เขาถึงกับลืมแม้กระทั่งตอบคำถามของเย่เสี่ยว
เมื่อเย่เสี่ยวไม่ได้ยินคำตอบ เขาเงยหน้าขึ้นและเห็นสายตาแปลกๆ ของพนักงาน เขารู้ทันทีว่าเกิดสิ่งใดขึ้นและรู้สึกอายเล็กน้อย
“แค่กแค่ก”
เย่เสี่ยวไอ 2 ครั้งเพื่อนกลบเกลื่อนความอาย เมื่อพนักงานได้ยินก็รู้สึกตัวและยิ้มอย่างสุภาพพร้อมกับพูดขึ้น “หากนายท่านต้องการขึ้นไปชั้นที่ 2 แน่นอนว่าย่อมมีหนทางอื่นอยู่”
“ท่านสามารถเข้ามากับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนกษัตริย์ยุทธ หากท่านมาด้วยกัน ท่านย่อมได้รับการยกเว้นให้ขึ้นไปชั้นที่ 2 ได้ ไม่เช่นนั้น ท่านจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของภัตตาคารหงส์เพลิงเป็นพิเศษหรือจากผู้จัดการของพวกข้า ท่านจึงจะสามารถขึ้นไปเพลิดเพลินกับอาหารชั้นเลิศที่ชั้น 2 ได้”
เย่เสี่ยวเพียงพยักหน้า หลังจากที่ได้ยินคำตอบจากพนักงาน เขาจึงดีดนิ้ว หินวิญญาณระดับต่ำก้อนหนึ่งก็พุ่งไปยังพนักงานทันที
พนักงานคนนั้นเห็นประกายแสงพุ่งมาที่เขา จึงยกมือขึ้นจับอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเขาแบมือออกมาก็เห็นหินคริสตัลสีฟ้าอ่อนที่กำลังส่องประกายบนฝ่ามือของเขา
“หินวิญญาณ”
พนักงานคนนั้นสูดหายใจเข้าลึกๆ และมองที่เย่เสี่ยวด้วยความขอบคุณ