ถูกระบบหักหลัง
“คุณคะ” พิธีกรรายการที่ผันตัวเป็นนักแสดงกล่าวออกมาด้วยดวงตาเป็นประกาย “คุณได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการนับล้านทั่วโลก เริ่มต้นโดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว วันนี้คุณได้กลายเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกไปแล้ว แถมยังเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลกอีกด้วย คุณรู้สึกอย่างไรที่ได้ก้าวไปสู่จุดสูงสุดของความสำเร็จด้วยวัย 35 ปีเหรอคะ?”
“ฮ่าฮ่า มันเป็นคำถามที่ดีเลยล่ะครับ” ที่นั่งตรงข้ามกับเธอคือชายหนุ่มคนหนึ่ง ดูราวกับว่าเขามีอายุยี่สิบต้นๆ จากรูปร่างหน้าตาเพียงอย่างเดียว เขามีสายตาที่ดูเหินห่าง พร้อมกับท่าทางถ่อมตน ทุกคำพูดที่เขาเปล่งออกมาล้วนมีน้ำหนักชัดเจน “สำหรับคนอื่น ชีวิตของผมอาจดูเหมือนเรื่องราวแห่งความสำเร็จที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ แต่ผมเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งซึ่งมีความต้องการ ความอยากได้อยากมี และความกลัวเฉกเช่นมนุษย์ทั่วไป เนื่องจากตารางงานที่ยุ่งของผม ผมจึงไม่สามารถแม้แต่การทานข้าวสามมื้อต่อวันได้ด้วยซ้ำ”
เมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดเล็กน้อยของเขา พิธีกรสาวก็แสดงความเศร้าใจออกมา “การที่เราได้รับรู้ว่าแม้แต่บุคคลซึ่งร่ำรวยที่สุดในโลกก็มีความรู้สึกเหมือนกันกับบุคคลทั่วไปนั้น ฉันก็ไม่รู้จะบรนยายความรู้สึกในตอนนี้ยังไงเลยล่ะค่ะ”
“แม้จะมีทรัพย์สินเงินทองมากมายก่ายกอง แต่ผมยังคงเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งอยู่ดี” ชายคนนั้นยิ้มจางๆ ออกมา
“ผมยังคงเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง…” พิธีกรสาวพึมพำด้วยแววตาที่สดใส ก่อนที่จะประกาศด้วยเสียงอันดังต่อผู้ชมว่า “ท่านผู้ชมที่เคารพ! ขอเสียงปรบมือให้กับแขกผู้มีเกียรติของเรา คัมพัส คาร์บิวเรทเทอร์!”
ผู้ชมที่นั่งส่งเสียงโห่ร้องอย่างกึกก้องในขณะที่เสียงตบมือดังสนั่นไปทั่วทั้งสตูดิโอ บทสัมภาษณ์ถูกถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์หลักทุกช่องทาง มันเข้าถึงหูและตาผู้คนกว่าพันล้านคน
แขกผู้มีเกียรติอย่าง คัมพัส คาร์บิวเรทเทอร์ พยักหน้าอย่างสุภาพให้แก่พิธีกรสาว จากนั้นเขาจึงลุกขึ้นจากที่นั่ง และก้าวออกจากสถานที่ไปพร้อมกับบอดี้การ์ดสองสามคน
เมื่อเห็นร่างของเขาจากไปอย่างรวดเร็ว พิธีกรสาวก็ถอนหายใจด้วยความผิดหวัง “อ๊า ฉันอยากได้เบอร์ของเขาจังเลย”
เมื่อออกจากสตูดิโอ คัมพัสก็ขึ้นรถกันกระสุนและระเบิดได้ มุ่งหน้าไปยังสนามบิน เข้าสู่เส้นทางที่ถูกเตรียมไว้สำหรับเขาโดยเฉพาะ จากนั้นเขาก็ขึ้นเครื่องบินส่วนตัว ดูเครื่องบินลอยตัวขึ้นจากทางหน้าต่าง
“ท่านรับเครื่องดื่มไหมคะ?” แอร์โฮสเตสยื่นถาดออกมาโดยมีคอลเลคชันไวน์ที่แพงที่สุดในโลกรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น
“แน่นอน” คัมพัสพยักหน้า มองด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่แอร์โฮสเตสรินใส่แก้วให้เขาแล้วเสร็จจึงจากไป โดยรู้ดีว่าเขาดื่มแค่หนึ่งแก้วต่อวัน
เมื่อแอร์โฮสเตสออกไป จึงเหลือเพียงเขาอยู่ในห้องโดยสาร เมื่อมองผ่านหน้าต่าง เขาก็เห็นทะเลเมฆ เขายกแก้วขึ้นขณะที่เขาพูดว่า “วันดีๆ เช่นนี้ต้องคู่กับไวน์”
จากนั้นเขาก็นำมันมาใกล้จมูก สูดดมหนึ่งครั้งเพื่อสูดกลิ่นหอมของมัน “บริสุทธิ์ สง่างาม มันคือความมหัศจรรย์ของอารยธรรมมนุษย์”
[ติ้ง!]
[สถานะโฮสต์: มึนเมา]
[ติ้ง!]
[กำจัดความมึนเมาจากแอลกอฮอล์]
“…”
จากนั้นเขาก็ยกแก้วไวน์เข้ามาใกล้ปาก ตั้งใจจะจิบเมื่อเขาสูดเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจ กลิ่นหอมของไวน์ก็พุ่งขึ้นมา “บริสุทธิ์ หรูหรา สง่างาม…”
[ติ้ง!]
[สถานะโฮสต์: มึนเมา]
[ดิง!]
[กำจัดความมึนเมาจากแอลกอฮอล์]
“…”
จากนั้นเขาก็บีบจมูก ยิ้มเยาะขณะที่เขายกแก้วเข้ามาใกล้ และจิบมัน “บริสุทธิ์”
[ติ้ง!]
[สถานะโฮสต์: มึนเมา]
[ติ้ง!]
[กำจัดความมึนเมาจากแอลกอฮอล์]
“…ยอมแพ้แล้ว!” เขาส่งเสียงฮึดฮัด วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะใกล้ๆ พลางถอนหายใจออกมา “ทำไมความทนทานต่อแอลกอฮอล์ถึงไม่เคยดีขึ้นเลยล่ะ?”
[ติ้ง!]
[การตอบกลับโฮสต์: มันเป็นเพราะร่างกายของคุณ คุณสามารถปรับปรุงความทนทานต่อแอลกอฮอล์ได้โดยการเอาคะแนนการจัดการร่างกายบางส่วนจากหมวดความงามไปวางไว้ที่หมวดความทนทานต่อแอลกอฮอล์ได้]
[ติ้ง!]
[คุณไม่มีคะแนนการจัดการร่างกายฟรี]
“ไม่เป็นไร” คัมพัสถอนหายใจออกมา “ร่างกายที่สุขภาพดี แข็งแรง และหล่อเหลาดีกว่าร่างกายซึ่งทำได้เพียงทนทานต่อแอลกอฮอล์อยู่แล้ว”
[ติ้ง!]
[เป็นอย่างที่โฮสต์พูด]
“ดึงอินเตอร์เฟซระบบขึ้นมา” ตามคำสั่งของเขา หน้าจอก็กระพริบต่อหน้าเขา แสดงทุกสิ่งที่เขาได้รับมาจนถึงปัจจุบัน
[ติ้ง!]
[ระบบทำเงิน: ระดับ 6]
[พิธีกร: คาร์บูเรเตอร์เข็มทิศ]
[เผ่าพันธุ์: มนุษย์]
[ร่างกาย: สุขภาพ (ระดับ 10), ความแข็งแกร่ง (ระดับ 10), ความคล่องแคล่ว (ระดับ 8), ความอึด (ระดับ 7), ความฉลาด (ระดับ 7), ความรู้ความเข้าใจ (ระดับ 9), การฟื้นฟูตามธรรมชาติ (ระดับ 6), ประสาทสัมผัสทั้งห้า (ระดับ 10), การพักผ่อน (ระดับ 10)]
[ทักษะ: ตรรกะ (ระดับ 10), การต่อรองราคา (ระดับ 10), ความรู้เรื่องการเงิน (ระดับ 10), การแสวงหาผลกำไร (ระดับ 10), ความเป็นผู้นำ (ระดับ 8), การต่อรองขั้นสูง (ระดับ 4), พ่อค้า (ระดับ 8)]
เมื่อเห็นขอบเขตการเติบโตของเขา คัมพัสก็รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย “ฉันมีพลังมากขึ้นและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในทุกๆ วันจริงๆ”
เมื่อนึกถึงรูปร่างหน้าตาของเขาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน มาถึงตัวตนที่หล่อเหลาจนไม่มีใครเทียบได้ในปัจจุบัน แทบไม่มีความคล้ายคลึงกันเลยจริงๆ และลักษณะนิสัยของพวกเขาก็ต่างกันราวกับท้องฟ้าและหุบเหว “จากนักเรียนห่วยๆ ไร้ค่า ไม่มีผลงานใดๆ สู่เจ้าของกลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก ฉันมาไกลมากแล้ว”
“ทุกอย่างต้องขอบคุณระบบทำเงินล่ะนะ” เขายิ้ม ทอดสายตามองการเคลื่อนตัวของเมฆจากหน้าต่าง
“ระบบ เริ่มการอัพเกรด” เขาออกคำสั่ง
[ติ้ง!]
[การตอบกลับโฮสต์: การอัพเกรดระบบจากระดับ 6 เป็นระดับ 7 ต้องใช้เวลาเจ็ดชั่วโมง คุณต้องการทำต่อหรือไม่?]
“ใช่ เริ่มการอัพเกรด!” คัมพัสพยักหน้า ได้ยินเสียงบี๊บ บางสิ่งในตัวเขาดูเหมือนจะถูกปิดตัวลง เมื่อเขาได้รับระบบทำเงินครั้งแรก ทุกๆ 'สิ่ง' นั้นน่ารำคาญ แต่ตอนนี้ มันคือ ASMR ของเขา
เหตุผลที่เขาได้รับการแจ้งเตือนจากระบบก็คือ เมื่อมีการอัพเกรด ทักษะทั้งหมดของเขาจะไม่ทำงาน มันหมายความว่าเขาจะไม่มีความสามารถใดๆ ตามปกติที่เขาใช้ผ่านระบบนั่นเอง
สิ่งนี้ถือว่าเป็นอันตรายหากเขามีส่วนร่วมในข้อตกลง หรือพูดคุยกับลูกค้าในช่วงเวลานี้ หากปราศจากทักษะใดๆ เขาแทบจะไร้ประโยชน์ในการต่อสู้กับคนฉลาดแกมโกงที่เขาต้องเผชิญหน้าในแต่ละวัน ดังนั้น เมื่อเขามีเวลาพักผ่อนเพียงพอเท่านั้น การอัพเกรดระบบจึงเป็นไปได้
และเนื่องจากเขาติดต่อกับลูกค้าจากทั่วโลก เขาจึงไม่มีกำหนดเวลานอนที่แน่นอน นั่นคือเหตุผลที่เขาอัพเกรดการพักผ่อนเป็นระดับ 10 ซึ่งเป็นขีดจำกัดสูงสุดจากระบบทำเงินระดับ 6 ในปัจจุบันแล้ว ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถคงความสดชื่นได้ด้วยการนอนเพียงเล็กน้อย
ที่ระดับ 10 เขาต้องการนอนเพียง 3 ชั่วโมงต่อวันเพื่อให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นตลอดวัน
“เมื่อระบบอัพเกรดเป็นระดับ 7 ฉันจะปลดล็อกความสามารถที่เกี่ยวข้องกับอาหารเพื่ออัพเกรดร่างกายของฉันต่อไป” เขาพึมพำกับตัวเอง เฝ้าดูเครื่องบินพุ่งออกจากชั้นเมฆขณะที่มีผืนดินกว้างใหญ่อยู่เบื้องล่าง
มันเป็นเกาะส่วนตัวที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ผืนดินมีรัศมี 30 กิโลเมตร และนี่คือทรัพย์สินส่วนตัวของเขา สถานที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงาน สำนักงาน ฯลฯ
เนื่องจากทุกอย่างรวมอยู่ในที่เดียว และเนื่องจากตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก เขาจึงไม่เคยมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยเลยสักครั้ง และเนื่องจากเกาะแห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน พนักงานทั้งหมดของเขาจึงอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้จนกลายเป็นเมืองใหญ่ที่พลุกพล่านไปแล้ว
เนื่องจากมันเป็นเกาะเทียม จึงติดตั้งเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้สถานที่แห่งนี้ปราศจากมลพิษ
เกาะคาร์บิวเรทเทอร์!
ตั้งชื่อตามนามสกุลของเขา มันเป็นบ้านของเขา เมื่อเครื่องบินส่วนตัวลงจอดที่สนามบิน ทีมของเขาก็พาเขาไปที่บ้าน จนถึงตอนนี้เขายิ้มและหัวเราะคิกคักตลอดทาง แต่เมื่อเขาเข้าไปในบ้าน เขาก็สังเกตเห็นบรรยากาศที่ไร้ชีวิตชีวาภายใน ใบหน้าของเขาจึงเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งทันที จากนั้นเขาจึงถามผู้ช่วยของเขาว่า “สเตลเซิ้ลอยู่ไหน”
“เธอยังอยู่ในโรงเรียนครับท่าน ใช้เวลาอีกสี่ชั่วโมงกว่าเธอจะกลับบ้าน” ผู้ช่วยของเขาตอบกลับ
“เข้าใจแล้ว” เขาถอนหายใจออกมา และเดินไปทางโซฟาขณะที่เขานั่งบนโซฟา จึงหันไปมองกรอบรูปที่อยู่ใกล้ๆ มันเป็นภาพถ่ายครอบครัว ซึ่งประกอบไปด้วยพ่อแม่ ภรรยา และลูกสาวของเขา สเตลเซิ้ล
โชคไม่ดีสำหรับเขา เมื่อห้าปีก่อน เมื่อบริษัทของเขาเกิดความขัดแย้งซึ่งเป็นอันตรายกับบริษัทอื่นที่ดำเนินธุรกิจในสายงานเดียวกัน พวกเขาได้ปะทะกัน และศัตรูของเขามุ่งเป้าไปที่ครอบครัวของเขาในยามที่ไปเที่ยวพักผ่อน
ลูกสาวของเขาเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว แต่เธอสูญเสียแขนขวาไปในช่วงเวลานี้ แม้ว่าเขาจะลงทุนมหาศาลกับเทคโนโลยีแขนไบโอนิคเพื่อให้พอดีกับมือของเธอที่เกือบจะเท่าเดิม แต่รอยแผลเป็นจากเหตุการณ์นั้นก็ไม่เคยหายไป
แม้ว่าเขาจะทำให้บริษัทคู่แข่งของเขาล้มละลาย และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการตายของครอบครัวเขาต้องโทษจำคุกไปแล้ว แต่หัวใจของเชาก็ว่างเปล่า แม้ว่าการแก้แค้นของเขาจะประสบความสำเร็จ แต่ครอบครัวของเขาก็ไม่สามารถกลับมาได้
เขาหวังว่าสักวันหนึ่งการอัพเกรดระบบของเขาจะช่วยให้เขาฟื้นคืนชีพภรรยาและพ่อแม่ของเขาได้ นั่นคือความหวังเดียวของเขา ตอนนี้ สเตลเซิ้ลเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของเขา ซึ่งเป็นแรงผลักดันเพียงหนึ่งเดียวของเขาแล้ว มันทำให้เขาตระหนักว่าเงินและอำนาจเป็นเพียงหนทางไปสู่จุดจบ ไม่ใช่ความต้องการหลักของการเป็นมนุษย์ ความรู้สึก ความผูกพันในครอบครัวเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขายังคงเป็นมนุษย์
“ฉันทำงานให้เสร็จดีกว่า จะได้ใช้เวลากับสเตลเซิ้ลเมื่อเธอกลับมา” คัมพัสไปกับผู้ช่วยของเขา มุ่งหน้าไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งหนึ่งของเขา นี่คือที่ที่การวิจัยกำลังดำเนินการเกี่ยวกับเทคโนโลยีอาวุธที่ก้าวล้ำสมัย
ตึกระฟ้าได้ทุ่มเทให้กับการสร้างอาวุธเหล่านี้อย่างเต็มที่ มากกว่าครึ่งของแต่ละชั้นมีการติดตั้งซูเปอร์คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบที่จำเป็นเพื่อให้มันใช้งานได้ เมื่อมาถึงชั้นใต้ดิน คัมพัสก็มองไปทางสนามยิงปืนที่ทีมนักวิทยาศาสตร์จับกลุ่มกันอยู่ ซึ่งกำลังปรับเทียบบางอย่างในหน้าจอขนาดใหญ่
เมื่อเห็นเขามาเยือน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ก็ยิ้ม “เราเกือบจะเสร็จแล้ว ปืนสีเขียวกระบอกแรกของโลก”
“แสดงให้ผมดู” คัมพัสเดินเข้ามาใกล้โต๊ะซึ่งมีเครื่องจักรจำนวนมากกำลังสแกนปืนที่ดูประณีต รูปร่างหน้าตาของทันดูล้ำสมัย แต่เรียบง่าย ลำกล้องและกริปกลายเป็นตัว 'L' ที่สมบูรณ์แบบ มีทริกเกอร์ติดอยู่ โดยรวมแล้ว มันไม่ได้มีลักษณะที่เท่หรือน่าทึ่งใดๆ
มันมีรูปลักษณ์เป็นสีงาช้าง ดีไซน์โฉบเฉี่ยว เมื่อลองสัมผัสมัน คัมพัสก็แสดงความพึงพอใจออกมา “มันมีคุณสมบัติตรงตามที่ผมระบุหรือไม่”
“ตรงครับ” หัวหน้านักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า “แบบจำลองทั้งหมดทำมาจากคาร์บอน มันใช้พลังงานแสงอาทิตย์และใช้เวลาประมาณหนึ่งวันในการชาร์จจนเต็ม หลังจากชาร์จแล้ว มีพลังมากพอที่จะยิงกระสุนได้ 24 นัด กระสุนถูกยิงโดยใช้หลักการของปืนรางไฟฟ้า”
จากนั้นเขาก็ยิ้มและอธิบายต่อว่า “หัวฉีดสามารถดูดอากาศ โดยกรองเฉพาะคาร์บอน และผลิตภัณฑ์จากคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ มันจะประมวลผลภายในเพื่อสร้างกระสุนปืนซึ่งทุกอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติ ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการสร้างกระสุน พวกมันมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีขอบที่แหลมคม หนึ่งนาทีหลังจากถูกยิงออกไป กระสุนจะระเหิดไปในอากาศโดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้เบื้องหลัง แม็กกาซีนบรรจุกระสุนได้ทั้งหมดหกนัด”
ลำกล้องมีความยาวเพียง 20 เซนติเมตรเท่านั้น โดยรวมแล้วมันเป็นปืนพกขนาดเล็ก
หัวหน้านักวิทยาศาสตร์หัวเราะขณะที่เขาพูดต่อว่า “ปืนหนัก 250 กรัม เมื่อเราทดสอบการกระแทก มันแทบจะไม่เกิดรอยขีดข่วนหลังจากที่เราทิ้งเหล็กตันจากที่สูงหนึ่งเมตรตกลงบนตัวปืน กระสุนถูกยิงด้วยความเร็วต่ำกว่าความเร็วเสียงเท่านั้น และระยะความแม่นยำที่สมบูรณ์แบบคือ 50 เมตร ยิ่งไปกว่านั้น ความแม่นยำจะลดลงหนึ่งเซนติเมตรต่อความยาวทุกๆ เมตร ยังมีระบบหมุนเวียนอากาศภายในที่ดูดซับแรงกระแทกจากการยิงได้ เมื่อยิงหมดแม็กกาซีน มันจะไล่อากาศที่ดูดซับแรงกระแทกทั้งหมดออกไป”
“โดยรวมแล้ว นี่คือปืนที่สมบูรณ์แบบ บรรจุกระสุนได้เอง ไม่ต้องการการบำรุงรักษาหรือความเชี่ยวชาญใดๆ แม้แต่เด็กก็สามารถยิงได้โดยไม่รู้สึกเจ็บข้อมือ/แขน ในอนาคตสิ่งนี้จะเปลี่ยนกระแสของสงครามอย่างแท้จริง” หัวหน้านักวิทยาศาสตร์พูดพร้อมกับมองไปทางคัมพัส “โปรดให้เกียรติในการตั้งชื่อมันด้วยครับท่าน”
“แอนโธซัว!” คัมพัสกล่าวออกมาหลังจากจ้องมันสักพัก “ผมรู้สึกว่าชื่อนี้เหมาะกับอาวุธขนาดดังกล่าวแล้ว”
จากนั้นเขาก็คว้าปืน เดินไปทางสนามยิงปืน และลองยิงสองสามนัด จากนั้นจึงพยักหน้าด้วยความชื่นชม “ช่างน่าเหลือเชื่อ! ไร้คู่แข่งแน่ๆ มันคือความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่!"
จากนั้นเขาก็นำปืนกลับไปที่บ้านของเขา แม้ว่าหัวหน้านักวิทยาศาสตร์อยากจะหยุดเขา แต่ชายคนนั้นก็ไม่มีความกล้าที่จะทำเช่นนั้น จึงทำได้เพียงเฝ้าดูคัมพัสเล่นกับปืนในขณะที่เขานำมันกลับบ้าน
เขาใส่มันลงในซองหนังที่เหน็บไว้กับสะโพก มองดูรูปร่างตัวเองในกระจกขณะที่เขาหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงกริ่งดังขึ้น เขาจึงดูเวลา รอยยิ้มแย้มแจ่มใสปรากฏขึ้นเมื่อลูกสาวของเขามาถึง
เขาโบกมือให้กับผู้ช่วย บอกเธอให้อยู่ในที่เดิม ขณะที่เขากระโดดไปรอบๆ ด้วยความดีใจ และเปิดประตูทักทายลูกสาวของเขา “โอ้ เจ้าตัวน้อยผู้น่ารักของพ่อ!”
แต่เมื่อเขากำลังจะโผกอดเธอ โลกก็กลายเป็นสีดำและสีขาวราวกับเวลาหยุดเดิน มีเสียงแจ้งเตือนดีงขึ้น แต่บางอย่างดูแตกต่างออกไปเมื่อเขาได้ยินการแจ้งเตือนจากระบบของเขา
[ติ้ง!]
[ระบบทำเงินอัพเกรดเป็นระดับ 7 สำเร็จแล้ว]
[กลับสู่โลกของระบบทันที]
*ASMR ย่อมาจาก Autonomous sensory meridian response เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อประสาทรับความรู้สึกอัตโนมัติ จนเกิดเป็นความรู้สึกผ่อนคลายขึ้น