สปายดราก้อน
ทุกสิ่งที่แคร์เรียลและคัลลูโต้สนทนากันนั้น คัมพัสเห็นและได้ยินผ่านหุ่นเชิดของเขาทั้งหมด มันเป็นวัตถุประเภทงูที่มีลำตัวเป็นปล้องเหมือนตะขาบ บนหน้าผากของมันคือวัตถุครึ่งวงกลมที่ทำหน้าที่เป็นเลนส์
เลนส์นี้จับภาพทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในมุมเกือบ 360 องศา แต่ในทางตรงข้าม ระยะชัดลึกที่มันสามารถรับรู้ได้ไม่ไกลเกินไป แต่สำหรับการสอดแนมในพื้นที่ปิด มันสมบูรณ์แบบมากพอแล้ว มันมีสองโหมดให้ใช้ในการเดินทาง
รูปแบบแรกคือ รูปแบบคดเคี้ยวซึ่งใช้ส่วนต่างๆ เลื้อยไปมาอย่างลื่นไหลเหมือนงูจริงๆ ดังนั้นมันจึงสามารถเล็ดลอดผ่านช่องว่างเล็กๆ อย่างเงียบงัน และซ่อนตัวอยู่ในช่องว่างเล็กๆ ได้
รูปแบบที่สองคือ รูปแบบการบิน ในรูปแบบนี้ ทุกส่วนจะหดกลับไป ทำให้ความยาวโดยรวมเหลือเพียง 5 เซนติเมตร เมื่อเทียบกับ 20 เซนติเมตรในรูปแบบคดเคี้ยว ตอนนี้มันเป็นวัตถุแข็งกระด้าง และสยายปีกคู่หนึ่งที่สร้างโดยดาร์ลัคออกมา
โดยปกติแล้วดาบพลังงานที่สร้างขึ้นโดยใช้ดาร์ลัคนั้นจะไม่ยืดหยุ่น พวกมันแข็งกระด้างไม่ขยับเขยื้อนใดๆ ดังนั้น คัมพัสจึงคิดค้นเจ้าสิ่งนี้เพื่อสร้างยุทธภัณฑ์ขนาดเล็กเป็นปีกกระดูก ดังนั้น เมื่อเปิดใช้งาน พวกมันจึงควบแน่นเป็นปีกคู่หนึ่ง
และเนื่องจากติดอยู่กับปีกกระดูกยุทธภัณฑ์ขนาดเล็ก มีเชื่อมต่อโครงสร้างกลไกขนาดเล็กเข้ากับลูกรอก พวกมันจึงสามารถเลื่อนขึ้นและลงได้ สำหรับกลไกของโครงสร้างและลูกรอกนั้น พวกมันถูกติดเข้ากับยุทธภัณฑ์ขนาดเล็กจำนวนมากที่เปิดใช้งานและปิดใช้งานตามลำดับ เช่นเดียวกับดาบพลังงานที่ควบแน่นจากยุทธภัณฑ์
โดยพื้นฐานแล้ว สิ่งที่เขาติดตั้งเพื่อขับเคลื่อนพวกมันนั้นมันเหมือนกับเครื่องยนต์ลูกสูบที่ใช้ในยานพาหนะบนโลก ขณะที่ยุทธภัณฑ์ของที่นี่ควบแน่นดาบพลังงานออกมา และใช้พวกมันขับเคลื่อนทำให้หุ่นเชิดเคลื่อนไหวได้
กลไกในการเคลื่อนไหวของหุ่นเชิดตัวอื่นๆ นั้นเหมือนกันไม่มากก็น้อย พวกเขาใช้ความสามารถของดาบพลังงานเพื่อขยายจากศูนย์ไปสู่ขนาดสูงสุดในทันที และสร้างแรงขับเคลื่อนในขณะทำเช่นนั้น นอกเหนือจากนั้นเป็นเพียงกลไกเกียร์
และวงจรดาร์เบิ้ลที่ติดตั้งลงในหุ่นก็ทำงานคล้ายกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์แต่ซับซ้อนน้อยกว่า ในที่สุดมันก็บรรลุตามที่เขาคิดไว้ได้ ในการเดินทางไกล หุ่นเชิดจะใช้ปีกบินด้วยความเร็วอย่างมหาศาล
และสำหรับภารกิจในขณะที่สืบสวนและสอดแนมผู้คน จะใช้รูปแบบคดเคี้ยว มันเป็นสปายที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้น คัมพัสจึงตั้งชื่อว่า
สปายดราก้อน!
เมื่อเขาถามอิเฟเมลล่าเกี่ยวกับประเภทของหุ่นเชิดที่พวกเขาใช้ในการสอดแนม เธอก็แสดงหุ่นคล้ายมนุษย์ขนาดจิ๋วให้ มีเหตุผลที่นักเชิดหุ่นใช้หุ่นมนุษย์เพื่อควบคุม เป็นเพราะพวกมันง่ายกว่า
และเพื่อควบคุมหุ่นเชิดมนุษย์ นักเชิดหุ่นต้องคิดถึงการเคลื่อนไหวร่างกายของเขาตามนั้น ดังนั้นมันจึงเป็นหุ่นเชิดที่สมบูรณ์แบบ ท้ายที่สุดแล้ว มันก็ไม่ใช่ว่านักเชิดหุ่นจะสามารถนั่งเพียงอย่างเดียว และจดจ่อกับการควบคุมหุ่นเชิดทั้งหมดได้
ถ้าสมมุติว่าพวกเขาต้องเคลื่อนไหว การควบคุมหุ่นรูปแบบอื่นจะทำให้การตัดสินใจของพวกเขาผิดพลาดไป ร่างกายของพวกเขาและร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ นั้นแตกต่างกัน ดังนั้น การให้คำสั่งที่ซับซ้อนกับโครงสร้างร่างกายที่แตกต่างกันไปพร้อมๆ กันจึงเป็นไปไม่ได้
มันง่ายที่จะเกิดความผิดพลาดแม้จะมีสมาธิมากที่สุดก็ตาม ดังนั้น หุ่นทุกตัวจึงมีการออกแบบในลักษณะเหมือนมนุษย์ มันเป็นมาตรฐานของโลก แต่คัมพัสแตกต่างออกไป เขาไม่ได้วางแผนที่จะใช้หุ่นเชิดในการต่อสู้
ท้ายที่สุดแล้ว ความเชื่อมโยงของเขากับทักษะในแต่ละสายก็ไม่สูงนัก เมื่อเขาจัดการกับหุ่นเชิดทั่วไป การเผาผลาญของดาร์ลัคก็ไม่คุ้มค่า ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะใช้สปายดราก้อนเพื่อสอดแนมเรกริเอลเท่านั้น นั่นเป็นงานเดียวที่เขาวางแผนจะใช้หุ่นเชิดแล้ว
ดังนั้นเขาจึงออกแบบมัน ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเขาสอดแนม เขามักจะสงบนิ่งโดยหลับตาลงมันจึงง่ายขึ้นมาก แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยากที่จะควบคุมสปายดราก้อนอยู่ดีเพราะเขามีเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ในการฝึกใช้งานมัน
และครั้งนี้เป็นเวลาสั้นสำหรับเขาด้วยซ้ำ เนื่องจากสปายดราก้อนนั้นแตกต่างจากร่างกายมนุษย์มากเกินไป เขาจึงทำได้เพียงควบคุมมันให้เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ แต่เมื่อเขาเพิ่มความเร็ว เขาก็ทำผิดพลาดมากเกินไป ทำให้สปายดราก้อนหยุดอยู่กับที่อยู่หลายครั้ง
นั่นเป็นเหตุผลที่เขาทิ้งมันไว้บนเก้าอี้ในโรงแรมขณะที่คุยกับแคร์เรียล และเมื่อแคร์เรียลเริ่มเดินออกไป เขาจึงค่อยๆ ขยับสปายดราก้อนให้มันตามเธอไป มันยากอยู่บ้าง แต่ด้วยสมาธิที่เพียงพอ เขาก็สามารถควบคุมมันได้
และเมื่อได้ตำแหน่งที่ซ่อนอันน่าพอใจแล้ว เขาจึงเริ่มเดินท่องราตรีกลับไปยังที่ซ่อนของเขา ตอนนี้เมื่อได้ยินทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างคู่แม่ลูก คัมพัสก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา พลางรู้สึกผิดและเขาก็ยืนยันกับตัวเองว่า ‘เป้าหมายของฉันคือเรกริเอล และเป็นเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น แม้ว่าฉันจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากให้คนอื่นๆ รอบตัวเขามีส่วนร่วม ฉันก็จะป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อพวกเขาอย่างแน่นอน’
จากนั้นเขาก็หันไปมองกระจก ดูรูปร่างหน้าตาของเขาจากการตกแต่งใหม่ที่ดูเหมือนขอทานไปแล้ว ตอนนี้เขาดูเหมือนคนที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากนั้นเฟลต้าก็หยิบขวดน้ำหอมขึ้นมา พลางเอ่ยปาดขณะบีบจมูกของเธอ “สิ่งนี้จะทำให้ท่านมีกลิ่นไม่ต่างจากขอทาน”
“ขอบคุณ” คัมพัสพยักหน้าด้วยความขอบคุณ เขาดีใจที่มีคนที่มีความสามารถพิเศษคอยสนับสนุน คนรับใช้สองคนทำงานอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา พวกเธอเตรียมทุกอย่างที่เขาต้องการในขณะที่เขาดำเนินการขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติ
‘ตอนนี้ ฉันเดาว่าถึงเวลาที่จะต้องติดต่อกับโฮสต์ของระบบอย่างเรริเอลได้แล้ว’ คัมพัสตรวจสอบรูปร่างหน้าตาของเขา เขาไม่พบข้อบกพร่องใดๆ แม้แต่ลงลึกถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พลางขมวดคิ้วกับกลิ่นเหม็นของเขา แต่ก็ควบคุมตัวเองได้ ไม่นานเขาก็กลายเป็นขอทานคนหนึ่งที่สูญเสียทุกอย่างที่เขามี และตอนนี้หันไปดื่มเหล้าให้ดูสมจริง
มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับขั้นตอนต่อไปในแผนของเขา ซึ่งเขาต้องหาวิธีให้ได้รับชิ้นส่วนระบบมาปรับแต่งก่อน นั่นจะเป็นปัจจัยกำหนดที่จะตัดสินแผนการต่อไปของเขา
คัมพัสโบกมือของเขา จากนั้นจึงก้าวออกมาจากที่ซ่อน ในขณะที่เขาเริ่มเดินไปตามถนนหนทาง ในบางครั้งเขาจะกลิ้งไปบนถนนสองสามครั้งเพื่อปลูกฝังบุคลิกติดดินที่แสดงออกมาในรูปแบบของขอทานจริงๆ บางครั้งเขาก็เดินเซจนล้มลงข้างทาง หรือแม้แต่คลานไปตามถนน หลบหนีพวกอันธพาลที่เดินด้อมๆ มองๆ ราวกับชีวิตของเขาขึ้นอยู่กับมัน
ภายในหนึ่งชั่วโมง เขาก็กลายเป็นตัวละครนี้โดยสมบูรณ์ ตอนนี้เขากำลังมุ่งหน้าไปยังทางออกของเมือง ถูกเจ้าหน้าที่เตะสองสามครั้งจากพฤติกรรมของเขา เนื่องจากโดยพื้นฐานแล้วเขากำลังเป็นขอทาน เขาจึงแกล้งกระอักเลือดออกมาที่พื้น ไม่นานก็มุ่งตรงไปยังป่าใกล้ๆ ในขณะที่จดจ่ออยู่กับฉากที่สปายดราก้อนพบเห็น เขาเฝ้าดูภาพของคัลลูโต้โห่ร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อเรกริเอล และนายพลอาร์ติก้ากลับมาจากการล่าของพวกเขา
‘บ้าไปแล้ว นี่คือเจ้าอ้วนบ้ากามคนนั้นจริงๆ เหรอ? ด้วยรูปลักษณ์นี้ เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบของเขาเพื่อหลอกลวงหญิงสาวให้ทำตามคำสั่งของเขาแล้วด้วยซ้ำ’ คัมพัสรู้สึกปวดหัว และมาถึงทางเข้าเส้นทางหนึ่ง ซึ่งมีบ้านอยู่ข้างๆ ในขณะที่เขาหยิบขวดเหล้าเจือจางด้วยน้ำราคาถูกออกมา แต่มันยังมีกลิ่นเล็กน้อยซึ่งทำให้เขาเมาแบบกึ่มๆ กำลังได้ที่.