เขารอดมาได้
“ฮึ่ม”
“อ๊าก”
แบรนน็อครู้สึกเจ็บปวด นี่เป็นเอเลี่ยนชนิดหนึ่ง ที่จะยึดร่างและควบคุมจิตใจ พลันเขาก็เหลือบไปเห็นยาปรับปรุงพันธุกรรมที่อยู่ใกล้ตัวใกล้มือ
ยาปรับปรุงพันธุกรรมนี้ เขาเคยเห็นเอเลี่ยนพวกนี้ทดลองกับตัวเขา มันเป็นยีนส์ ที่ทำให้ยีนส์กลายพันธุ์ ที่เอเลี่ยนสกัดยีนส์ออกมาจากเอเลี่ยนอีกพวกหนึ่ง กลายเป็นยายีนส์ เรียกว่ายายีนส์ระดับห้า
“ฉึก”
แบรนน็อคฉีดเข้าตัวเองโดยไม่ลังเล
“อ๊ากก”
“ฮึ่ม”
ไม่มีเวลาให้คร่ำครวญและลังเลอีกต่อไป เขาพยายามคืบคลานกลับเข้าไปหาร่างเมชาชีวจักรกลอีกร่าง ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก สูงใหญ่เพียงสิบเมตรเท่านั้น
ร่างสัตว์ประหลาดพวกนี้ ล้วนเป็นเอเลี่ยนระดับสี่ หรือห้าขึ้นไป บางครั้งตัวเล็ก ใช่ว่าจะอ่อนแอ หากถึงช่วงเวลาจำเป็น พวกมันยังสามารถแปลงร่างใหญ่เป็นสิบเท่าหรือร้อยเท่าของร่างจริงได้
พวกมันเป็นเอเลี่ยน ที่มีชีวิตอยู่มายาวนานจนนับปีไม่ถ้วน แล้วตกตายลงไป ในสงคราม ไม่เพียงแต่เผ่ามนุษย์เท่านั้น แต่ลูกหลานเอเลี่ยนของพวกมัน ก็นำร่างหรือศพมาทดลองทำเป็นหุ่นยนต์รบชีวะจักรกล แล้วให้คนเข้าไปในห้องควบคุม คอยควบคุมซากร่างของมัน เพราะไม่เพียงแต่ซากร่างระดับห้า จะทรงพลังเท่านั้น ร่างกายหรือโครงกระดูกก็แข็งแกร่งมากด้วย หากโชคดี เข้าคู่กันได้ คนที่ขับเมชาชีวะจักรกลก็ยังสามารถ ใช้พลังวิเศษของเจ้าของร่างเดิมได้ด้วย
“ฮึ่ม”
ไม่คาดคิด คราวนี้ แบรนน็อค สามารถควบคุมร่างเอเลี่ยนตนนี้ได้ และแม้ความเจ็บปวดจะยังไม่หายไป เขาก็นำเอเลี่ยนตัวนี้ ออกมาจากจุดปะทะ
“ตูม”
แต่ในตอนนั้นเอง ก็เกิดระเบิดแสงสีขาวเจิดจ้า แม้จะอยู่ในเมชาก็ตาม เขาก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังจะตาย ด้วยแรงกดอากาศ และแรงสะท้อนของระเบิด หลังจากนั้น ก็เกิดระเบิดอีกหลายครั้ง น่าจะเป็นเมชาระดับห้าตัวหนึ่งตัวใดระเบิดตัวเอง หรือถูกทำลาย และมันก็เกิดแรงกระแทกมาถึงที่แบรนน็อคอยู่ โชคดีที่เขาอยู่ในห้องควบคุมของเมชาชีวะจักรกลระดับห้า จึงสามารถทนแรงระเบิดได้ แต่แรงกระแทกของระเบิดนั้นมันก็ไม่ง่ายเลย
แบรนน็อค พยายามลุกขึ้นจากซากปรักหักพัง ด้วยสภาพทุลักทุเล
ยังดีที่เมชาแข็งแรงมาก และตัวยานคุกก็แข็งแกร่งมาก มันไม่ได้พังทลายอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าคลังแสงจะระเบิดก็ตาม
“ต้องรีบหนี” แบรนน็อค บอกตัวเอง
อย่างไรก็ดี ก็มีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
“บึม”
ยานถูกเจาะ เป็นรูใหญ่ และตัวเมชาที่แบรนน็อคอยู่ ก็ถูกดูดออกไป
“วูม”
เมื่อเขาออกจากคุกหัวใจทมิฬ ก็ล่องลอยในอวกาศ
ยังดีที่ระบบป้องกันยานคุกหัวใจทมิฬ ถูกแฮก ไม่เช่นนั้น หากเป็นยามปกติ ถึงแม้เขาจะออกมาได้ เขาก็จะถูกยิงเป็นรูพรุนเป็นแน่
“ระบบพยุงชีพเปิดใช้งาน”
แม้จะอยู่ในเมชา แต่เขาก็สามารถนำเมชาหลบหนีได้ มันสามารถบินในอวกาศอยู่ได้ตลอด ยิ่งเป็นเมชาชีวะจักรกล พวกมันสามารถดูดซับพลังมืดในห้วงอวกาศเป็นพลังงานของมันได้
“เพี้ยว”
แบรนน็อคนำเมชาบินหลบหนี อย่างสุดชีวิต
เขารอดมาได้
เพียงแต่มันก็ยังมีปัญหาอยู่
แบรนน็อคต่อระบบดำรงชีพให้กับตัวเองใหม่ เชื่อมร่างกับเมชาชีวะจักรกล เพื่อดูดซับพลังจากเมชาชีวะจักรกล ใครจะรู้ว่า หลังจากนี้ เขาจะต้องเจอกับอะไร ในห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง นี้
…
หลายปีผ่านไป
คล้ายยาวนานชั่วชีวิต
ยังคงเป็นจักรวาลอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่
และความมืดมิดไร้ขอบเขต และแสงริบหรี่ของดวงดาวอยู่ไกลๆ ความงดงามของห้วงจักรวาล ไม่ได้ทำให้แบรนน็อครู้สึกดีเลย แต่เขาเต็มไปด้วยความเศร้า ความเหงา ความโดดเดี่ยว และอารมณ์ด้านลบ กำลังเกาะกินเขา
แบรนน็อคคล้ายถูกขังอยู่ในกรงเล็กๆในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาล
การขับเมชาที่เป็นชีวะจักรกลนานๆ จะถูกมลพิษทางจิตใจ กลืนกิน ตอนนี้ เขาดูเหมือนจะกลายเป็นเอเลี่ยนไปแล้วครึ่งหนึ่ง เขาเป็นส่วนหนึ่งของมันและมันก็เป็นส่วนหนึ่งของเขา กลืนกินกันและกัน เป็นมนุษย์ กึ่งเอเลี่ยน กึ่งชีวะจักรกล แต่เขาจะทำยังไงได้ ก็ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไป ขอแค่เขามีชีวิตอยู่ก็พอ
“ฮึ่ม”
เหมือนว่าเขาจะรู้สึกถึงอันตรายบางอย่างคืบคลานเข้ามา เมื่อมองออกไปไม่ไกล ยังไม่ทันที่เขาจะตะโกนในช่องสื่อสาร เขาก็ถูกยิงจากยานที่ไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าเป็นยานเอเลี่ยน หรือยานของมนุษย์ที่คิดว่าเขาเป็นเอเลี่ยนก็ไม่อาจทราบได้ แต่น่าจะไม่ใช่พวกเดียวกัน และไม่มีท่าทีเป็นมิตร
แบรนน็อค บังคับเมชาเอเลี่ยนให้บินหลบหลีกด้วยความเร็วสูง หลบกระสุนโปรตรอนที่ยิงออกมา ไม่คาดคิด เมชาตัวนี้จะหลบด้วยความเร็วแสง และหากบินด้วยความเร็วสูงสุด ก็สามารถบินด้วยความเร็วแสงได้ ยังดีที่เมชาชีวะจักรกลตัวนี้ เป็นเอเลี่ยนระดับห้ามาก่อน
…
ในห้วงอวกาศ
แบรนน็อคบินหนีด้วยความเร็วแสง มานานนับปีแสง ถึงได้หลบหนีจากยานลาดตะเวณลำนั้นได้ ที่ติดตามอย่างไม่ลดละ เหมือนว่ามันจะสนุกที่ได้ไล่ต้อนเขามาตลอดทาง แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้มาก เพราะกลัวจะเป็นกับดัก และเมชาชีวะจักรกลเอเลี่ยนระดับห้านี้ ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ พวกมันจึงกัดไม่ยอมปล่อย ต้องการยึดเป็นของพวกมัน
แต่ในตอนนั้นเอง
“คงไม่ซวยขนาดนั้นมั้ง”
“คำเตือน ตรวจพบค่าปฏิกิริยาความผันผวนพลังงานสูง”
คอมพิวเตอร์ของเมชาก็แจ้งเตือนออกมา
ใครจะคิดเล่าว่า เขาอุตส่าห์หนีออกมาจากคุกหัวใจทมิฬ จะมาเจอหลุมดำเข้าซะได้ และระยะของหลุมดำนี้ก็กว้างใหญ่ไพศาลจนตัวเขาเหมือนมด แล้วถูกดูดเข้าไป โดยไม่สามารถทำอะไรได้ แม้แต่ยานพิฆาตดวงดาวก็ไม่สามารถทำอะไรได้ อย่าว่าแต่เมชาตัวเล็กๆ ที่เขาขับอยู่เลย
“อ๊าก”
“คำเตือน ตรวจพบความผันผวนอุณหภูมิสูง อุณหภูมิต่ำ”
“เปิดเกราะพลังงาน”
“เปิดระบบยังชีพขั้นสูง”
“เปิดระบบหลอมรวม” แบรนน็อคตะโกน
ในหลุมดำนั้น มีอุณหภูมิความเย็นศูนย์สมบูรณ์ เมชากลายเป็นน้ำแข็งก้อนทันที และหลังจากนั้นก็เกิดความร้อนสุดร้อนแรง ละลายก้อนน้ำแข็งเมชานั้นกลายเป็นไอ หลังจากนั้นจากไอ ก็กลายเป็นสสาร และรวมตัวกันเป็นร่างอีกครั้งและถูกทำซ้ำเดิมหลายครั้ง แม้ว่าเขาจะเปิดเกราะพลังงานทันเวลา แต่ระบบภายในส่วนใหญ่ของเมชาทนไม่ไหว เขาถึงต้องเปิดระบบยังชีพและระบบหลอมรวม เขาต้องดึงเอาพลังของเมชาเพื่อป้องกันตัวเอง แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดี ด้วยความผันผวนของพลังงานและอุณหภูมิสูงอุณหภูมิต่ำ เขาก็ได้ปลุกความสามารถเพิ่มเติม อีกทั้งเอเลี่ยนตัวใหญ่ที่เป็นเมชาก็ถูกแบรนน็อค กลืนกินไปส่วนหนึ่ง และเอเลี่ยนตัวเล็กระดับเซลล์ที่ต้องการกลืนกินร่างแบรนน็อค ก็ถูกเขากลืนกินแทนอย่างสมบูรณ์
…
ในอีกจักรวาล ที่เงียบสงบมาเนิ่นนาน ก็เกิดรูหนอนขึ้นบนอวกาศ แล้วมีอะไรโผล่ออกมาตกลงมาบนโลก เหมือนดาวตก ที่ตกลงมาบนโลก
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน กว่าแบรนน็อคจะตื่นขึ้นอีกครั้ง เขาก็พบว่า เมชาและตัวเขานั้นตกลงบนทะเลสาบแห่งหนึ่ง ในโลกแห่งใหม่ที่เขาไม่รู้จัก
และยังดีที่มันเป็นทะเลสาบ และเป็นตอนกลางคืน จึงไม่มีใครพบเห็น เมื่อเขาฟื้นคืนสติอีกครั้ง ก็พบว่า ตัวเขาไม่ได้อยู่ในเมชา ไม่รู้ว่าเมชาถูกทำลายไปแล้ว หรือมันหนีไปไหนแล้ว หรือหลอมรวมกับตัวเขาไปแล้ว ก็ไม่อาจทราบได้ เขาพบว่าตัวเองเปลือยกายล่อนจ้อน อยู่ใต้น้ำ ทุกสิ่งอย่างล้วนถูกทำลายไปหมดสิ้น แต่เขาสามารถหายใจอยู่ได้ เขาพบว่ามันมีม่านพลังป้องกันบางๆปกป้องเขาอยู่
เมื่อเขาคิดอีกสองครั้ง เอเลี่ยนเกราะก็แปลงกายเป็นกำไลข้อมือสีดำ ปรากฏบนข้อมือซ้ายของเขา
“นี่มันเทคโนโลยีโปรตอส”
แบรนน็อครู้แล้วว่าทำไมเขายังรอด ด้วยตำแหน่งหน้าที่ของเขา เขาจึงมีความรู้รอบตัวในจักรวาลพอสมควร
เผ่าโปรตอส หรือเผ่าเทพ มีเทคโนโลยีชีวะภาพ ขั้นสูง ที่เมื่อผสานรวมกับร่างโฮสต์แล้ว มันจะกลายเป็นอะไรก็ได้ ทั้งเสริมพลัง อาวุธ และความแข็งแกร่ง และเทคโนโลยีเหล่านี้ ก็ยังเป็นศัตรูตัวฉกาจให้กับเผ่าเซียน ที่ใช้พลังวิญญาณ และอาวุธวิญญาณ ดังนั้น ทั้งเผ่าเอเลี่ยน และเผ่ามนุษย์ ก็พยายามที่จะยึดเทคโนโลยีของเผ่าเทพและเผ่าเซียน เข้าด้วยกัน โดยการรวมเอาสองเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน บางทีมันอาจจะเป็นเจ้าสิ่งนี้ ที่เอเลี่ยนยึดมาจากเผ่ามนุษย์ ที่มนุษย์ก็ได้มาจากเผ่าเทพ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าเผ่าเทพได้มันมาจากไหน แต่ตอนนี้ เขากำลังครอบครองมันอยู่ และตอนนี้มันเป็นของเขาแล้ว
…
แต่เขาไม่รู้ว่านี่คือโลกไหน หรือที่ไหนบนโลก
ข้างๆทะเลสาบขนาดใหญ่ มีบ้านพักตากอากาศสุดหรูอยู่หลังหนึ่ง จากการตรวจสอบด้วยดวงตา เขาพบรังสีความร้อนเพียงคนเดียวในบ้าน เขาต้องทำการสืบหาข้อมูลของโลกนี้ก่อน
…
“ตูม”
แบรนน็อคถีบประตูทีเดียวพัง และคนในบ้านก็รู้ตัว และตกใจไปชั่วขณะ แต่โดยสัญชาตญาณการต่อสู้และเอาชีวิตรอด ชายคนหนึ่งที่อยู่ในนั้น รีบชักปืนพกออกมา และยิงออกไปโดยไม่ลังเล
“ปัง ปัง ปัง!”
เสียดายที่กระสุนปืนของเขานั้น ไม่สามารถเจาะเกราะพลังงานของแบรนน็อคได้เลย และด้วยระยะห่างห้าเมตรในทีแรกนั้น ก็ถูกแบรนน็อค ย่นระยะเพียงเสี้ยววินาที ถีบไปเต็มๆ ร่างนั้นกระเด็น ทะลุกำแพงบ้านออกไป อีกหลายสิบเมตร เมื่อเขาตามออกไป ก็พบว่าชายคนนั้น กระดูกสันหลังหัก คอหัก ไม่มีสัญญาณชีวิต ตกตายไปแล้ว โดยการโจมตีครั้งเดียว คาดว่ามนุษย์โลกนี้จะอ่อนแอมาก
เมื่อดูรูปร่างหน้าตาของคนที่ตายแล้วนั้น แบรนน็อค ก็ใช้เทคโนโลยีโปรตอส เสกให้นิ้วของเขาแหลมเหมือนมีด แล้วแทงไปที่ร่างนั้น สูบเลือดก๊อปปี้ดีเอ็นเอ แล้วพลิกร่างดูดน้ำไขสันหลัง พลันปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของเขาเอง ให้เหมือนกับร่างที่ตายแล้ว กระทั่งสีเลือดของเขาที่เคยเป็นสีน้ำเงิน ก็ยังเปลี่ยนเป็นสีแดง
พลิกร่างอีกครั้ง แบรนน็อคใช้นิ้วที่เหมือนมีดจิ้มไปที่หว่างคิ้วร่างนั้น โหลดเอาความทรงจำของร่าง เพื่อทำความเข้าใจกับโลกใบนี้