พนักงานในยุคเริ่มต้น
วันต่อมา
บริษัท ซูฉิน เทคโนโลยี เริ่มสมัครพนักงาน มีคนที่กำลังหางานมากมาย ที่ตลาดความสามารถ และมีบูธให้เช่า เหมือนบูธขายของที่มีโต๊ะสัมภาษณ์งาน ที่เหมือนโต๊ะที่เอาไว้ขายของ เอาจริงๆที่นี่เหมือนตลาดสด ดังนั้นเพื่อให้เหมือนคนอื่น แบรนน็อคต้องให้คนทำป้ายไวนิลบริษัท ว่าบริษัทอะไร อยู่ที่ไหน ต้องการรับสมัครตำแหน่งอะไร ให้เหมือนกับคนอื่นๆ
หลายคนที่ต้องการหางาน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน ยังดีที่หลายคนเคยมีประสบการณ์ ที่ตกงานและกำลังหางาน อย่างนักบัญชี คนหนึ่ง ที่เข้ามาสมัครที่นี่ก่อนใคร เธอเคยมีประสบการณ์ทำงานมาแปดปี ตอนเรียนมีประวัติได้รับรางวัลการแข่งขันมากมาย กระทั่งยังมีรางวัลชนะการแข่งขันปีนเขา เมื่อทำงานก็ไม่เคยมีประวัติทำงานผิดพลาด และยังได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบัญชีของบริษัทเก่า
แบรนน็อคมองดูรูปร่างท้วมของเธอ เกิดความสงสัยเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเธอชนะปีนเขาได้ยังไง แต่นั่นก็เกือบสิบปีที่แล้ว สมัยนั้นเธอคงยังผอมอยู่ เมื่อทำงานคงไม่มีเวลาออกกำลังกายถึงได้อ้วนท่วมสมบูรณ์แบบนี้ก็เป็นไปได้
สตรีนางนี้ มีชื่อว่ากู้หลิน หญิงโสดวัย 32 น้ำหนักตัวอยู่ที่ 60 สูง 165 ใส่แว่นตาโต เรียนจบปริญญาโทสาขาบัญชีและการตลาด จากมหาวิทยาลัยพาณิชย์และการบัญชี เซี่ยงไฮ้ และเป็นคนเซี่ยงไฮ้ สาเหตุที่เปลี่ยนงานเพราะบริษัทเก่านั้นเจ๊ง เธอจึงตกงานและกำลังรองานอยู่ เพราะเธอเรียนจบสูง ประสบการณ์การทำงานนาน ทั้งยังมีใบอนุญาตวิชาชีพบัญชีสำหรับนักบัญชีที่จำเป็นทุกอย่าง จึงหางานยาก เรียกสั้นๆว่าโปรไฟล์สูง แต่แบรนน็อค ยินดีจะจ้างเธอทำงาน โดยให้เงินเดือนประจำปีสามแสนหยวน ซึ่งมากกว่า บริษัทเดิมของเธอสองเท่า เธอจึงตอบรับทันที และรับปากว่าจะทำงานอย่างดีไม่ให้ขาดตกบกพร่องอะไร
“ผมซูไป๋ ในฐานะประธานบริษัท ซูฉิน เทคโนโลยี ยินดีต้อนรับคุณเข้าร่วมงานอย่างมีความสุข”
“ขอบคุณคะ ท่านประธาน ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”
“เอาล่ะ หน้าที่ของคุณคือดูแลการเงินและบัญชี รวมทั้งจ่ายภาษีของบริษัท ให้เรียบร้อย ผมไม่อยากให้พาณิชย์ หรือสรรพากร มาที่หน้าบริษัทอีก”
พาณิชย์นั้นมาแล้ว แต่สรรพากรยังไม่เคยมา แต่หากว่าคุณหลีกเลี่ยงภาษีแม้เพียงเล็กน้อยไม่กี่หยวนเท่านั้น พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะตามมาเก็บภาษีถึงบ้านคุณ และอาจเสียค่าปรับหลายเท่า และมีปัญหาไม่รู้จบ ถึงตอนนั้นบริษัทของคุณก็จะมีปัญหาใหญ่ถึงขนาดยึดบริษัทยึดเงินทุนของคุณได้ เพราะฉนั้น ต้องเตรียมการณ์รับมือเรื่องนี้ไว้ก่อนล่วงหน้า และไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจ นั่นก็คือทำให้ถูกต้องเสียภาษีและทำบัญชีให้ถูกต้อง ก็จะผ่านมันไปได้ เพราะฉนั้นแผนกบัญชีของบริษัทสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆ
“รับทราบค่ะ ท่านประธาน” กู้หลิน โค้งคำนับอย่างเคร่งขรึม เธอได้รับคำแนะนำจากเพื่อนที่กระทรวงพาณิชย์ ว่ามีบริษัทตั้งใหม่ ที่มีเงินจดทะเบียนเป็นพันล้านหยวน ต้องการนักบัญชี นี่ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีและสำคัญมาก เธอจึงรอที่ตลาดความสามารถอยู่สองวัน และได้เจอกับแบรนน็อคประธานบริษัท และสมัครงานกับเขา แทบเรียกได้ว่า ได้ข่าววงใน จึงได้เข้ามาทำงานที่นี่วันนี้
“เอาล่ะ คุณนั่งข้างผม เพื่อรับสมัครคนอื่นๆต่อไป”
“ค่ะ ท่านประธาน”
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีอีกคนเข้ามา เธอชื่อ หลี่หงอี้ นักศึกษาปริญญาโทที่จบมานานแล้ว จากมหาวิทยาลัยหนานจิง จากเจียงซู และยังจบปริญญาโท สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ อายุ 34 เคยแต่งงานแล้วหย่า แล้วต้องหางานทำเลี้ยงตัวเอง มีประสบการณ์การทำงานสองปีกว่าตำแหน่งพนักงานทั่วไปในแผนกบุคคล แล้วแต่งงานหลังจากมีแฟน หลังคลอดก็ลาออก อยู่บ้านเลี้ยงลูก ต่อมาสามีมีชู้ก็เลยหย่า และเมื่อเธอไม่มีงาน ไม่มีเงิน จึงสูญเสียสิทธิ์เลี้ยงดูลูกไปด้วย ก็เลยต้องหางานทำ และได้สมัครที่บริษัทซูฉิน ในตลาดความสามารถตอนนี้
“แผนกทรัพยากรบุคคลนั้น สำคัญมากสำหรับบริษัท ถือว่าเป็นแนวหลังที่สำคัญ คุณไม่มีประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งหัวหน้าแผนก คุณคิดว่าคุณจะรับมือกับมันยังไง”
“ถึงแม้ว่าฉันจะว่างจากการทำงานมานาน และไม่มีประสบการณ์ทำงานหัวหน้าแผนกและถือว่าเรียนจบมานานแล้ว แต่ฉันจะตั้งใจทำงาน และเรียนรู้ให้มากค่ะ ได้โปรดขอโอกาสให้ฉันด้วยนะคะ”
แบรนน็อคเกาหน้าผาก ดูเหมือนว่าเธอแค่อยากทำงานหาเงิน เลี้ยงดูตัวเอง และเอาสิทธิ์เลี้ยงดูลูกกลับคืน ก็เลยอยากทำงานมาก โดยไม่สนว่าทำงานอะไร เมื่อดูประวัติที่เธอได้เขียนยาวยืด ถึงที่มาที่ไป ในใบประวัติการทำงานและประสบการณ์ กลับกลายเป็นประวัติชีวิตอันขมขื่นของเธอ แต่อย่างน้อยเธอก็ยังเปิดเผยจริงใจ ถือว่าเรื่องดราม่าของเธอผ่าน อีกทั้งวุฒิการศึกษาของเธอก็สูงพอ แม้จะจบมานานแล้วก็ตาม
ในตลาดความสามารถนี้ 8 ใน 10 ส่วน จบปริญญาตรี อีก 1 ส่วน จบสูงกว่าปริญญาตรี และอีก 1 ส่วนที่เหลือคือคนที่จบต่ำกว่าปริญญาตรี ดังนั้นเขาจึงเลือกจ้างเธอเพราะเธอเรียนมาตรงสาขาและมีวุฒิปริญญาโท ไม่ใช่เพราะประวัติอันขมขื่นของเธอ
“เอาล่ะ โอเค ผมในฐานะประธานบริษัท ซูฉิน เทคโนโลยี ยินดีต้อนรับ คุณเข้าทำงาน ด้วยความยินดี ขอให้ร่วมงานอย่างมีความสุข”
“ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณที่ให้โอกาส ขอบคุณมากค่ะ”
หลังจากจับมือกันแล้วนั้น แบรนน็อคก็เอ่ย
“สำหรับเงินเดือน ผมจะให้คุณสองแสนต่อปี ต่อไปคุณทำหน้าที่หัวหน้าแผนกบุคคล สรรหาบุคลากรและคัดกรองบุคคลที่บริษัทต้องการ หลักการและวิสัยทัศน์การทำงานที่สำคัญของพนักงานบริษัทของเราคือ หนึ่งมีความกระตือรือร้นในการทำงาน, สองต้องฉลาด หากกระตือรือร้นทำงานอย่างเดียว แต่ไม่ฉลาด ผมก็ไม่อยากจ้างไว้ให้ทำอะไรโง่ๆได้, สามต้องมีวิสัยทัศน์สมัยใหม่ ไม่ใช่ว่าพอสั่งงานไป อะไรก็ทำไม่ได้ เพราะไม่เคยทำ ผมต้องการคนที่กล้าคิดกล้าทำ อะไรใหม่ๆและกล้ารับสิ่งใหม่ๆ, สี่ต้องซื่อสัตย์ภักดีต่อหน้าที่ และต่อบริษัท หรือเรียกง่ายๆว่ามีจรรยาบรณต่อหน้าที่, ห้าต้องเป็นคนนิสัยดี อัธยาศัยดี คำนี้กว้างมาก แต่พวกคุณคงรู้ว่าผมหมายถึงอะไร, สุดท้าย ผมไม่สนว่าจะเคยมีประสบการณ์ชีวิตขมขื่นรักคุดมายังไง จะแต่งงานแล้วหรือหย่า หรือมีประสบการณ์การทำงานมาแล้วหรือเปล่า แต่หากทำงานที่ผมมอบหมายให้ไม่ได้ ผมก็ขอโทษด้วย ที่ต้องเลิกจ้างคนไร้ประโยชน์”
“และแม้แต่คุณเองที่เป็นหัวหน้าแผนกบุคคล ก็ต้องมีระยะการฝึกงานสามเดือน หากสามเดือนนี้ คุณไม่ผ่านมาตรฐานของผม คุณก็ต้องถูกแทนที่ คุณเข้าใจใช่ไหม”
“เข้าใจค่ะ เข้าใจค่ะ”
“เอาล่ะ ต่อไปหน้าที่ของพวกคุณ หาตำแหน่งอื่นๆ อย่างผู้จัดการทั่วไป ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ผู้จัดการฝ่ายขาย ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายเทคนิค ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนา ผู้จัดการแผนกกฏหมายประจำบริษัท สำหรับผู้จัดการทั่วไป ผมต้องการคนมีประสบการณ์ วิ่งไปนั่นมานี่ได้ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทางการและบริษัทอื่นๆ”
“สำหรับผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ก็ต้องหาคนที่ซื้อของเป็น ต่อรองราคาเป็น ประเมินสินค้าเป็น รู้จักแหล่งผลิตแหล่งจัดจำหน่าย, สำหรับผู้จัดการฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ผมต้องการคนทำงานเป็น สำหรับงานการขายและการตลาดออนไลน์ เพราะผลิตภัณฑ์ของเราในตอนนี้ หลักๆก็คือซอฟแวร์ และฮาร์ดแวร์ ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์”
“สำหรับผู้จัดการแผนกเทคนิค ผมต้องการ วิศวกรคอมพิวเตอร์ วิศวกรซอฟแวร์ หรือวุฒิการศึกษาที่เกี่ยวข้อง อย่างวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือวิทยาการวัสดุ, สำหรับฝ่ายวิจัยและพัฒนา ผมต้องการคนที่เคยมีผลงานการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ และซอฟแวร์ โดยแผนกนี้จะมีแผนกย่อยออกไปอีกคือฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์”
“สำหรับฝ่ายกฏหมาย พวกเขาก็ดูแลเรื่องผลประโยชน์ของบริษัท ต้องรู้เรื่องกฏหมายบริษัท การจดทะเบียนสิทธิบัตรทั้งในและต่างประเทศ”
“สุดท้าย ก็พวกคุณก็รับสมัครผู้ช่วยของพวกคุณอีกสองคน ทุกอย่างจะต้องพร้อมทำงานต้นเดือนหน้า ระหว่างนี้พวกคุณก็มาที่นี่เพื่อรับสมัครคน เข้าใจใช่ไหม”
“ค่ะท่านประธาน”
“เอ่อ อีกเรื่อง ผมไม่เกี่ยงว่าเป็นหญิงหรือชาย หรืออายุมากอายุน้อย เป็นคนหนุ่มสาวจบใหม่ก็ได้ หรือคนแก่คราวป้าคราวลุงก็ได้ แต่คนที่สมัครเป็นหัวหน้าแผนก ต้องมีประสบการณ์การทำงานตำแหน่งหัวหน้าแผนกอย่างน้อย 3 ปี และมีประวัติการทำงานที่ดี ไม่ใช่เคยถูกไล่ออก หรือลาออกเพราะเคยมีความขัดแย้งกับคนในบริษัท ผมไม่อยากให้คนที่มีทัศนคติที่ไม่ดีในการทำงานเข้ามาในบริษัท เพื่อสร้างปัญหาให้บริษัท ส่วนนักศึกษาที่จบใหม่ หากต้องการสมัครตำแหน่งหัวหน้าแผนก จะต้องได้เกียรตินิยม หรือการศึกษาขั้นต่ำปริญญาโท คนที่ไม่ผ่านเงื่อนไขนี้ พวกคุณคัดทิ้งได้เลย แน่นอนว่าการเลือกหัวหน้าแผนกนั้นอยู่ที่ผม พวกคุณแค่รับสมัครแล้วนำมาให้ผมเลือก หากสัมภาษณ์ผ่านค่อยรับเข้า”
“ส่วนพนักงานในแผนกนั้น พวกคุณฝ่ายบุคคลสามารถพิจารณาได้เลย จะเป็นนักศึกษาจบใหม่ก็ได้ แต่เบื้องต้นพวกเราจะรับแผนกละห้าคนเท่านั้น ซึ่งรวมหัวหน้าแผนกแล้ว ดังนั้นพนักงานจึงรับแค่สี่คน ดังนั้นหากมีคนมาสมัครเยอะก็ต้องมีการคัดสรร เลือกคนที่ดีที่สุดในหมู่พวกเขา ไม่ใช่ว่ามาสมัครก่อนได้ก่อน เหมือนพวกคุณในครั้งนี้ คุณต้องบอกพวกเขาว่า พวกเราจะติดต่อพวกเขาไปเมื่อพวกเขาผ่านการคัดเลือกในภายหลัง แต่จะแจ้งก่อนสิ้นเดือน และหากผ่านก็คือเริ่มงานต้นเดือนหน้า ส่วนฐานเงินเดือนของพนักงานทุกคนหลังจากนี้ ให้ใช้ฐานเงินเดือนตามมาตรฐานตลาดปัจจุบัน และบวกเพิ่มอีก 10%”
“ค่ะท่านประธาน”
บริษัทของพวกเขาเป็นบริษัทใหม่ ยังไม่มีชื่อเสียง ย่อมไม่มีใครสนใจมาสมัคร หรือแย่งกันสมัคร นอกเสียจากคนที่หางานไม่ได้จริงๆ ก็เลยต้องจูงใจด้วยการเพิ่มเงินเดือนขึ้น 10% แต่ไม่ใช่ว่าจะรับใครเข้าทำงานก็ได้ จะต้องมีการคัดกรอง และคัดสรร คนที่ดีที่สุด ในหมู่ผู้ที่สมัครด้วยกัน และเมื่อเป็นบริษัทใหม่ เมื่อพวกเขาเข้าทำงานใหม่ ก็เหมือนเริ่มนับหนึ่งไปพร้อมกัน และมีโอกาสอีกมากในการเติบโต แน่นอนว่า ตอนนี้กู้หลิน และหลี่หงอี้ รับผิดชอบในการคัดสรรคน พวกเธอสามารถแนะนำรุ่นน้องรุ่นพี่ หรือเพื่อนของพวกเธอให้เข้ามาสมัครได้ และยังมีโอกาส เลือกคนของตัวเองอีกด้วย
“พวกคุณเอาโทรศัพท์ออกมา ผมจะจ่ายเบี้ยลี้ยงและเงินเดือนของพวกคุณในเดือนนี้ สำหรับพวกคุณสองคนในเดือนนี้ สำหรับเดือนถัดไป คุณกู้หลิน จะต้องเป็นคนจัดการเรื่องนี้”
อีกครึ่งเดือนจะสิ้นเดือน ในระหว่างนี้ คงไม่สามารถให้พวกเธอทำงานให้ฟรีๆได้ เขาจึงต้องโอนเงินเดือนครึ่งเดือนให้พวกเธอด้วย
“ส่วนสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆอย่างเช่นค่าตบแต่งพื้นที่ ค่าอุปกรณ์สำนักงานของบริษัท ผมจะให้คุณกู้หลินดูแล และเข้าถึงการจัดการเงินของบริษัทได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป และสำหรับเรื่องการตบแต่งพื้นที่ คุณก็ไปหาบริษัทมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เพราะยังไม่มีตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป คุณจึงต้องทำงานนี้แทนไปก่อน”
“และไม่ต้องประหยัดเงิน ให้จัดซื้ออุปกรณ์สำนักงานระดับไฮแอนด์ โต๊ะเก้าอี้ต้องอย่างดี คอมพิวเตอร์ต้องสเปกสูง พื้นที่ทำงานต้องปลอดโปร่ง โล่งสบาย ดูกว้างขวางดูสบายหูสบายตาด้วยโทนทีเย็นตา และตบแต่งพื้นที่ให้น่าอยู่ น่าทำงาน มีมุมกาแฟ มุมพักผ่อนสำหรับพนักงาน”
“ค่ะท่านประธาน”
“เอาล่ะวันนี้พอแค่นี้ พวกคุณตามผมมาที่บริษัท เพื่อดูที่ตั้งบริษัท และงานรับสมัครของพวกคุณก็ค่อยเริ่มพรุ่งนี้”
“ค่ะท่านประธาน”
…
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสามก็ได้นั่งแท๊กซี่ มาที่บริษัท ที่บ้านนั้นมีรถยนต์ของเขาอีกคัน แต่แบรนน็อคไม่ได้นำมา เพราะว่าเขาไม่รู้เส้นทาง อีกทั้งเขาพยายามทำตัวกลมกลืนจึงนั่งรถไฟฟ้ามา แต่ตอนกลับต้องนั่งแท๊กซี่ เพราะเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน
หลังจากนั่งเฉยๆในรถที่วิ่งบนถนนไปเป็นชั่วโมง ก็มาถึงอาคารซิงไห่
เมื่อมาถึงอาคาร ก็แลกบัตรกับรีเซฟชั่นด้านล่างเพื่อขึ้นอาคาร หลังจากนี้เขาจะให้กู้หลินมาติดต่อทำบัตรพนักงานบริษัท เพื่อผ่านระบบรักษาความปลอดภัยอาคารเพื่อขึ้นลิฟต์
เมื่อขึ้นลิฟต์มา แบรนน็อคก็พาพวกเธอทั้งสอง ไปดูห้องโล่งๆทั้งสามชั้น
“ห้องทำงานของพวกคุณ และแผนกของพวกคุณ อยู่ชั้นบนสุดนี้ แต่ของหัวหน้าแผนกอื่นๆ ให้อยู่ชั้น 33 และชั้น 34 กับทีมงานของพวกเขา”
พื้นที่ทั้งสามชั้นที่เช่าไว้นั้นมีพื้นที่เท่ากัน คือประมาณ 333 ตรม. หากว่าพวกเธอทำงานที่ชั้นนี้ คงมีพื้นที่เหลือเฟือ
ความจริงแล้วในแต่ละชั้นมีพื้นที่ 1,000 ตรม. แบรนน็อคเช่าพื้นที่ 1 ใน 3 ของแต่ละชั้นเท่านั้น เพื่อให้มีระดับชั้นในการบังคับบัญชา และพื้นที่ว่างที่เหลือ เขาสามารถขยับขยายได้หากจำเป็น แต่หากมีผู้เช่าใหม่ บริษัทใหม่ อยู่ข้างๆ ก็ยิ่งดี จะได้มีเพื่อนบ้าน
“เอ่ออีกอย่าง แบ่งพื้นที่หนึ่งในสาม เป็นห้องทำงานของผม ครึ่งหนึ่งของห้องทำงานผม แบ่งครึ่งอีกครั้งใช้เป็นห้องที่ใช้สำหรับวิจัยและพัฒนาของผมเอง อีกหนึ่งในสามส่วนของชั้น ใช้เป็นห้องรับแขก และห้องทำงานสำหรับเลขาของผม เอ่อ อย่าลืมหาเลขาให้ผมด้วย ขอเป็นผู้หญิงสวยๆทำงานเก่งๆ ผมต้องการเลขาสองคน หนึ่งเลขานุการ อีกหนึ่งเป็นเลขาธิการ และจัดสรรห้องทำงานให้พวกเธอด้วย”
แม้จะมีตำแหน่งเลขาเหมือนกัน แต่แตกต่างกันมาก หนึ่งคือช่วยดูแลงานทั่วไป อีกหนึ่งช่วยทำงานทั่วไป เป็นเหมือนผู้จัดการทั่วไปของประธานคนเดียว ไม่ใช่ผู้จัดการทั่วไปที่ทำงานให้บริษัท หากเป็นในสมัยโบราณก็คือคนที่ช่วยตรวจฎีกา กับคนที่ช่วยร่างราชโองการ และคนที่อยู่ใกล้ชิดนี้ บางครั้งก็ยังสามารถเสนอความคิดเห็นหรือแสดงความคิดเห็นได้ เพราะฉนั้นคนที่จะเข้ามานั่งในตำแหน่งนี้ ไม่ใช่ใครก็ได้ จะต้องสวย และทำงานเก่ง และมหาวิทยาลัยในระดับต้นๆของประเทศ ก็มีสาขาวิชานี้เรียนในมหาลัยโดยเฉพาะอีกด้วย
…
เมื่อทั้งสามมาถึงห้องทำงานของแบรนน็อค เขาก็ปริ้นสัญญาจ้างงานออกมา แล้วให้ทั้งสองเซ็นต์เอกสารสัญญาจ้างงาน แล้วให้หลี่หงอี้ เป็นคนเก็บไว้ ถือได้ว่า การจัดตั้งบริษัทของเขาทำอย่างถูกต้องจริงๆ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะตอนนี้บริษัท มีพนักงานแล้ว
“ยินดีทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข”
“ยินดีค่ะเจ้านาย”
“ยินดีค่ะท่านประธาน”
“เอาล่ะ พวกเราไปกินเลี้ยงกัน ถือเป็นการเลี้ยงต้อนรับพวกคุณ”
“ค่ะเจ้านาย”
สำหรับวัฒนธรรมองค์กรในจีนนั้น จะต้องมีการเลี้ยงอาหารทุกครั้ง ที่เหมือนจะบรรลุความร่วมมือต่างๆ และบางครั้งก็มีการดื่มเหล้ากันเล็กน้อย แม้ว่าในตอนนี้จะเป็นตอนกลางวันก็ตาม ก็ยังสามารถหาร้านอาหารและภัตตาคารที่จัดเลี้ยงได้อย่างไม่มีปัญหา
…
ระหว่างรออาหาร ทั้งกู้หลิน และหลี่หงอี้ ก็ยกแก้วให้กับเจ้านาย คนละแก้วพอเป็นพิธี ในตอนนี้พวกเธอยังเกร็งๆกลัวๆกันอยู่ ไม่กล้าพูดมาก และตำแหน่งหน้าที่ของพวกเธอ ก็ไม่ใช่พวกที่ต้องออกงานสังคมบ่อยๆ จึงไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้เท่าไหร่นัก
“ขอถามเรื่องส่วนตัวกันหน่อย พวกคุณพักอยู่ที่ไหน มีปัญหาในการเดินทางมาทำงานหรือเปล่า”
หลี่หงอี้หน้าเสียเล็กน้อยในเรื่องนี้ เพราะที่พักของเธออยู่ไกลมากจากอาคารซิงไห่มาก เพราะที่นี่เป็นย่านกลางเมือง ถึงแม้ว่าจะนั่งรถไฟใต้ดินมาได้ แต่ก็ยังถือว่าไกลอยู่ดี แต่เมื่อนึกถึงเงินเดือนต่อปีสองแสนที่เธอได้รับ เธอสามารถเช่าอพาร์ทเม้นท์ในเมืองดีๆได้ ทำไมจะไม่ทำล่ะ
“ฉันจะหาที่พักใหม่ เพื่อให้ใกล้กับบริษัทค่ะ” หลี่หงอี้ตอบ เหมือนจะตอบว่าตอนนี้เธออยู่ไกล และจะหาบ้านเช่าใหม่ใกล้ๆบริษัทในเร็วๆนี้
“อืม! โอเค! ผมลืมบอกพวกคุณไป สำหรับสวัสดิการของบริษัท บริษัทมีประกันห้าฉบับ และประกันที่อยู่อาศัยของพนักงาน บริษัทจะช่วยจ่าย ค่าที่พักของพนักงานเดือนละสองพัน สำหรับพนักงานธรรมดา และเดือนละสามพันสำหรับ หัวหน้าแผนก ค่าเดินทางสำหรับพนักงานเดือนละห้าร้อย สำหรับหัวหน้าแผนก เดือนละหนึ่งพัน”
ทั้งสองตาโตหลังจากได้ยินสิ่งนี้ คือต้องรู้ว่า พนักงานปกขาวในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ บางคนมีฐานเงินเดือนแค่ห้าพันเท่านั้น การที่บริษัทช่วยจ่าย ค่าที่พัก ค่าเดินทาง รวมแล้วสี่พันหยวน สำหรับหัวหน้าแผนก ค่าเช่าสามพันหยวนต่อเดือน นั่นสามารถอยู่อพาร์ทเม้นท์สองห้องในเมืองได้ นั่นเท่ากับว่าตอนนี้ พวกเธอโชคดีมาก ที่ได้ทำงานบริษัทนี้ อีกทั้งเงินเดือนก็สูงมากจนน่าตกใจ
เดิมทีกู้หลินนั้น ไม่ได้อยู่แถวนี้ และคิดว่าจะเช่าบ้านแถวนี้พอดี แต่เมื่อมีเงินช่วยเหลือจำนวนนี้ เธอสามารถวิ่งไปวิ่งกลับจากบ้านและที่ทำงานได้ แม้จะอยู่ไกลแต่ค่าเดินทางก็ไม่น่าจะเกินสองพันหยวน ส่วนที่เหลือเธอยังสามารถเก็บเงินเพื่อซื้อรถยนต์ได้
เมื่อก่อนนั้น เธอทำงานหนักมาก แต่มีเงินเดือนต่อปีแค่หนึ่งแสนห้าหมื่นหยวนเท่านั้น และบริษัทไม่ได้ช่วยจ่ายค่าที่พัก ค่าเดินทาง อะไรพวกนี้ ต้องออกเองหมด เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเงินเก็บไม่ถึงห้าพันด้วยซ้ำ เธอแทบจะเก็บเงินดาว์นบ้านดาว์นรถไม่ได้เลย ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนเซี่ยงไฮ้ และร่ำเรียนมาสูง แต่ก็ไม่ใช่ว่าครอบครัวของเธอจะร่ำรวย กระทั่งรถและบ้านก็ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ต้องอาศัยพ่อแม่อยู่ และอาจเป็นเพราะเหตุนี้ เธอจึงยังไม่แต่งงาน อาจเป็นเพราะเธอเรียนการเงินจึงค่อนข้างอ่อนไหวเรื่องการเงิน อย่างน้อยๆ หากจะกู้ร่วมในการซื้อบ้านซื้อรถ ก็ต้องมีเงินเก็บครึ่งหนึ่งช่วยกันออกช่วยกันผ่อน จะได้มีชื่อในบ้านในรถสองคน และอาจเป็นเพราะอย่างนี้เธอจึงเป็นโสดมาเนิ่นนาน แม้ว่าบิดามารดาของเธอจะบ่นอยู่ทุกวันว่าให้รีบแต่งงานก็ตาม แต่เธอก็ทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจ เพราะว่าเธอยังต้องเก็บเงินอยู่
ในตอนนี้พวกเธอเหมือนกับแมวตาบอดเดินชนหนูตาย หรือหนูเป็นๆที่เดินไปตกถังข้าวสาร เหมือนว่าวันนี้พวกเธอจะโชคดี ทั้งได้งาน และได้เจ้านายที่ใจดี ถึงแม้ว่าเจ้านายจะดูหน้าตาน่ากลัว ก็ตาม แต่คนเป็นเจ้านายใครบ้างไม่น่ากลัว
“ขอบคุณค่ะเจ้านาย”
“ขอบคุณค่ะท่านประธาน”
แบรนน็อคพยักหน้ารับ หากอยากให้ม้าวิ่งก็ต้องให้หญ้าม้า หลักการนี้สามารถทำได้ดีไม่ว่าโลกไหน แต่พนักงานบริษัทของเขานั้น เป็นแค่ฉากบังหน้าเท่านั้น สำหรับผลิตภัณฑ์หลักนั้น เป็นลามอสที่เป็นคนจัดการ สร้างสรรมันขึ้นมา แล้วค่อยให้พนักงานนำไปขยายผลต่อ
“เอาล่ะ หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมจะไม่รั้งพวกคุณไว้อีก เพราะผมเองก็มีเรื่องที่ต้องไปจัดการ เอ่อคุณกู้หลิน วันพรุ่งนี้คุณก็เข้ามาบริษัทก่อน มีเรื่องการจัดการบัญชีของบริษัทที่คุณต้องจัดการ มีทรัพย์สินบางส่วนที่เช่าเป็นชื่อผม อย่างโกดัง และสินค้าที่ผมสั่งซื้อมาจากอาลี ที่ใช้เงินบริษัทซื้อ ที่หลังจากนี้จะโอนเป็นของบริษัท คุณไม่ต้องจัดการอะไรกับสิ่งของพวกนี้ เป็นของที่ผมสั่งซื้อมาเพื่อการทดลองอะไรบางอย่างเท่านั้น ให้ตีเป็นวัสดุสูญเปล่าไปได้เลย เพียงแต่ต้องเสียภาษีและทำบัญชีให้ถูกต้องเท่านั้น”
“โอเคค่ะท่านประธาน”
วัสดุสูญเปล่า ก็คงให้คิดซะว่า ไม่เคยมีพวกมันอยู่จริง ให้คิดว่าพวกมันเป็นค่าโง่ไอคิวที่บริษัทสูญเสียไปโดยไม่สร้างประโยชน์ให้บริษัท และวัสดุเหล่านั้น ที่เขาสั่งซื้อมา มันก็เพียงพอแล้วที่เขาจะสร้างยานอวกาศขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงถือว่าพวกมันเป็นวัสดุที่สูญหายได้ และไม่ให้กล่าวถึงอีก
…
หลังจากคุยสัมเพเหระกับสองพนักงานหญิงที่พึ่งรับเข้ามาใหม่ แบรนน็อคก็ส่งพวกเธอขึ้นรถแท๊กซี่กลับบ้าน และเขาก็ยังมีบางอย่างที่ต้องทำ นั่นคือไปรับลูกจากโรงเรียน