ทำในสิ่งที่ทำได้ไปก่อน
สำหรับเงินทุนของบริษัท ในตอนแรกที่เขาเคยคิดเอาไว้นั้น เขาจะใช้เงินเก็บของซูไป๋ แล้วให้ลามอสนำไปเล่นหุ้น แต่มันก็ช้าเกินไป เพื่อความรวดเร็ว เขาจึงให้ลามอสแอบแฮกเงินจากบัญชีของคนรวยที่มีเกินสิบล้านหยวน และมีการเดินบัญชีวันละหลายแสนหยวน แอบถอนเงินจากบัญชีเหล่านั้น มาบัญชีละสิบหยวน จากสิบล้านบัญชี ได้เงินมามา 100 ล้านหยวน โดยค่อยๆแฮกทีละล้านบัญชี ไม่ได้แฮกพร้อมกัน ไม่ให้ใครจับได้
สำหรับคนรวยที่มีเงินเกิน 10 ล้านหยวน และเงินในบัญชีเดินทุกวัน เข้าๆออกๆ โดยเป็นตัวเลขเล็กๆน้อยๆใหญ่ๆสลับกัน และในระหว่างนั้น หากเงินจะหายไป 10 หยวน พวกเขาก็จะไม่รู้ตัว หรือหากรู้ตัวก็แค่ 10 หยวน ใครจะสน แถมลามอสยังปกปิดร่องรอยอย่างเนียนๆ ลบร่องรอยออกหมด และทำในช่วงเวลาที่บัญชีวิ่งวุ่นวายนั้น
เมื่อได้เงินมา ก็นำเงินนั้นมาเล่นหุ้นอีกหลายวัน จึงได้เงินมา มากกว่า 2,000 ล้านหยวน
จากการคำนวนด้วยสมองอัจฉิริยะของลามอสนั้น มันไม่ได้ยากสำหรับมันที่จะหาเงินจำนวนนี้จากตลาดหุ้น
แน่นอนว่า อยู่ๆมีคนที่มีเงินมากกว่า 2,000 ล้านหยวนโผล่ขึ้นมาจากอากาศ ในธนาคาร ทางรัฐบาลจึงทำการตรวจสอบกันอยู่พักใหญ่ กลัวว่าจะเป็นการฟอกเงิน แต่เมื่อตรวจสอบก็พบว่า เป็นเงินที่ได้จากหุ้น พวกเขาก็ยิ่งตกใจ ในยุคนี้มีคนที่รวยจากหุ้นด้วยเหรอ และเมื่อดูจากการชำระบัญชี ไม่รู้ว่ามีใครกลายกระเทียมหอมที่ถูกสับถูกหั่นมากมายในครั้งนี้
แต่ในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้นั้น มีทั้งคนรวยคนจน วิ่งเข้ามาทุกวัน มูลค่าการซื้อขายหุ้นก็เกินแสนล้านในแต่ละวัน หากจะมีคนรวยหรือคนจนจากหุ้น เพิ่มขึ้นมาอีกซักคน มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
การซื้อหุ้นของบัญชีนี้ มีห้าสิบมือทุกวัน และมีทั้งซื้อและขายปกติ และการช้อนซื้อหุ้น เหมือนคำนวนมาอย่างดี ซื้อเมื่อหุ้นตกขายเมื่อหุ้นขึ้น หลักการนี้เหมือนง่าย แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อไหร่หุ้นตัวไหนจะตก และเมื่อไหร่หุ้นตัวไหนจะขึ้น แต่คนฉลาดจะรู้ล่วงหน้า หรือสามารถสร้างสถานะการณ์ให้หุ้นขึ้นหรือลงได้ กองทุนเพิ่มพูลทุกวัน เหมือนหั่นกระเทียม
เมื่อชำระบัญชี หลังจากนั้นเพียงเจ็ดวัน พวกเขาต้องพากันตกใจ เมื่อยอดรวมกันถึงสองพันล้านหยวน และเขาก็ถอนออกไปหนึ่งพันล้านหยวน เพื่อก่อตั้งบริษัท และเมื่อบริษัทถูกจัดตั้งขึ้น หลายฝ่ายจึงได้จับตามอง โดยเฉพาะวัตถุประสงค์การจัดตั้งบริษัทที่ได้เขียนเอาไว้ในเอกสารการจัดตั้งบริษัทคือ ‘วิจัยและพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การบินและอวกาศ’
…
ที่ดินในเซี่ยงไฮ้นั้นแพงมาก แต่โกดังขนาดใหญ่นั้นหาได้ไม่ยาก หากมีเงิน มีโกดังให้เช่ามากมาย เขาจึงเช่าไว้หลายโกดัง แบรนน็อคได้สั่งซื้อวัสดุจากอาลีบาบา ที่เป็นบริษัทค้าส่ง ในอินเตอร์เน็ต ให้ไปส่งที่โกดังที่เขาได้เช่าไว้
บางอย่างเขาต้องทำการสังเคราะห์แร่โลหะชนิดใหม่ ที่ไม่มีบนโลกขึ้นมา
แร่บางอย่างก็ใช้วัสดุในโลก ในการผสมกันเพื่อให้ได้โลหะใหม่ ทั้งซิลิกอน ซิลิก้า กาฟีน
เขายังได้สั่งซื้อวัตถุดิบอย่างบ้าคลั่ง เหล็ก อนูมิเนียม สแตนเลส ไททาเนียม เส้นใยคาร์บอน เส้นใยพอลิเมอร์ เม็ดพลาสติก สินแร่และวัสดุอื่นๆอีกมาก ถูกลำเลียงจัดส่งนำเข้าไปในโกดังที่เขาเช่าไว้ และเมื่อคนส่งของจากไป ลามอสก็ได้ทำการกลืนกินพวกมัน
สำหรับโครงสร้างยาน การตบแต่งภายในและภายนอกนั้น สามารถทำได้เลย เพียงแต่ต้องใช้เวลา สิ่งที่ยากที่สุดคือเครื่องยนต์ และแหล่งจ่ายพลังงาน ที่ต้องทำเป็นส่วนสุดท้าย แต่แผนผัง แบบแปลน เทคโนโลยีมีอยู่แล้ว หากจะใช้เครื่องยนต์นิวเคียร์ฟิวชั่น ก็คงต้องหาแร่ยูเรเนียม แต่เรื่องนี้เป็นไปได้ยาก เขาคงต้องใช้เครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานมืด หรือพลังงานจากสสารมืด ที่อยู่เต็มไปหมดในห้วงอวกาศ เรียกว่าเครื่องยนต์ปฏิสสาร เมื่อใช้ระบบเครื่องยนต์นี้ก็จะสามารถวาร์ป และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงได้ แต่หากจะใช้เครื่องยนต์และพลังงานนี้ เขาจะต้องสร้างตัวยานให้แข็งแรงมากเสียก่อน เมื่อต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสง ตัวยานจะต้องมีระบบที่สามารถสร้างม่านพลังป้องกันตัวยาน และภายในตัวยาน จะต้องมีระบบดำรงชีวิตในยาน
สรุปแล้ว ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ และค่อยๆทำ ในตอนนี้ จึงต้องทำในสิ่งที่ทำได้ไปก่อน
…
บริษัท ซูฉิน นั้นถูกจับตาดูตั้งแต่วันแรกที่จัดตั้งขึ้น และทั้งบริษัท มีคนเดียว นั่นคือประธานบริษัท ไม่มีกระทั่งพนักงานซักคนเดียว และเงินที่จ่ายออกในแต่ละวันเพื่อสั่งซื้อวัสดุ บางยอดเป็นแสน บางยอดเป็นล้าน บางยอดก็เกินสิบล้านหยวน หลังจากยอดจ่ายเกินห้าร้อยล้านหยวน ธนาคารจึงแจ้งทางการ เพราะมีความผิดปกติในการเดินบัญชี
หลังจากนั้น จึงมีเจ้าหน้าที่การพาณิชย์มาเคาะถึงหน้าประตูบ้าน ด้วยความหวังดี พวกเขากลัวว่า บริษัทของเขาที่ซื้อสินค้ามากมาย จะกักตุนสินค้า เพื่อปั่นราคา และทำให้ตลาดเสียหาย ปัญหาหนักสุดที่พวกเขาคิดออก คือบริษัทนี้ ตั้งขึ้นมาเพื่อฟอกเงิน
ดังนั้นคนที่มา นอกจากคนจาก กระทรวงพาณิชย์แล้วนั้น ยังมีคนจากหน่วยสืบสวนจาก กระทรวงความมั่นคง และหน่วยสืบสวนการทุจริต มาด้วย เพราะไม่ว่าบริษัทไหนที่มีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับ ย่อมอยู่ไม่รอด พวกเขาจะต้องเข้ามาจู้จี้จุกจิกเพื่อความหวังดีในการใช้เงินของคุณให้ถูกต้อง และหากคุณใช้ไม่เป็นพวกเขาจะยึดเงินคุณไป แล้วเอาไปใช้ซะเอง
พอเห็นดังนี้ แบรนน็อคถึงได้รู้ตัวว่า เขารีบเร่ง และทำอะไรโจ่งแจ้งไปหน่อย สงสัยเขาคงต้องคิดหาทางแก้ปัญหาเสียแล้ว
“บอสซู ฉันแนะนำให้คุณจัดตั้งแผนกบัญชีของบริษัท เพื่อจัดทำบัญชีของบริษัท”
“ครับ ผมทราบแล้ว คุณพอจะแนะนำให้ผมได้หรือเปล่าครับ”
หญิงสาวจากกระทรวงพาณิชย์ ขยับแว่นตาเล็กน้อย เหมือนกำลังคิด
“ฉันแนะนำว่า คุณควรจะไปหาที่ตลาดความสามารถนะคะ”
ถึงแม้ว่าเธอจะอยากแนะนำใครก็ตามให้เข้าทำงานที่บริษัทนี้ ด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่หากแนะนำตรงๆ มันก็จะโจ่งแจ้งเกินไป เธอจึงแนะนำให้เขาไปที่ตลาดความสามารถ
“ครับ ผมเข้าใจแล้ว”
ในตอนนี้ ไม่มีอะไรให้ตรวจสอบ และไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้ เพราะกระทั่งไม่มีนักบัญชีในบริษัท มีเพียงประธานบริษัทที่นั่งหัวโด่คนเดียวอยู่ในบริษัทเท่านั้น และเขาก็ดูเหมือนไม่เข้าใจระบบราชการเลย
พวกเขาจึงไม่เข้าใจว่าบริษัทนี้ต้องการทำอะไรกันแน่ หรือแค่รวยแล้วไม่มีอะไรทำ ก็เลยละลายเงินเล่น หรือแค่จ่ายเงินให้กับบริษัทผู้ผลิต แต่ไม่มีสินค้าที่ว่าอยู่จริง เพื่อปั่นกระแส ปั่นราคา
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะถามยังไง แบรนน็อค ก็ไม่ได้เผยพิรุธอะไร และเอาเอกสารเท่าที่มีให้พวกเขาดู ทั้งใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ ใบส่งของ ใบหัก ณ ที่จ่าย และโชคดีที่พวกเขาไม่ได้จู้จี้จุกจิก จนถึงขนาด ไปตรวจสอบสินค้าที่เขาซื้อมา ว่ายังอยู่หรือเปล่า และเอาไปทำอะไร
…
ในตอนนี้ แบรนน็อคเช่าพื้นที่สำนักงาน 1,000 ตรม. ในตึกชั้นที่ 34, 35, 36 อาคารชิงไห่ ชั้นละ 333 ตรม. ในแต่ละชั้นจะมีพื้นที่ 1,000 ตรม. แต่เขาเช่า 1 ใน 3 ของชั้น แต่ทั้งสามชั้นนั้นโล่งโจ่งมาก เพราะนี่เป็นอาคารสร้างใหม่ และให้เช่าใหม่ ไม่มีอุปกรณ์สำนักงานเลยแม้แต่ชิ้นเดียว มีเพียงชั้นที่ 36 ที่มีอยู่ห้องหนึ่ง และมีคนหนึ่งทำงานอยู่ นั่นคือประธานบริษัท แถมยังเป็นห้องโล่งๆ อีกด้วย เหมือนเขาจะนั่งเฉยๆ นั่งหายใจทิ้งไปงั้นๆเอง
…
เมื่อได้รับการชี้แนะจากคนจากหลายกระทรวง และเมื่อพวกเขากลับไป แบรนน็อคถึงได้ไปที่ตลาดความสามารถ
และดูเหมือนว่า คนจากหลายกระทรวง เหมือนจะมีความเข้าใจของตัวเองบางอย่าง นั่นเพราะซูไป๋ ไม่ได้อยู่ในจีนตั้งแต่เกิด และเป็นคนสองสัญชาติและเพิ่งกลับมาอยู่ที่นี่
แต่ใครจะรู้เล่าว่า เขากำลังคิด และต้องการจะทำอะไรอยู่
…
ระหว่างไปที่ตลาดความสามารถ เขาใช้วิธีเดินทางโดยการนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน ภายในโบกี้รถไฟนั้น ในระหว่างนั้น เขาก็พบว่า ทุกคนได้พากันก้มหน้าก้มตาดูโทรศัพท์ของตัวเอง ไม่รู้ว่ามันมีอะไรอยู่ข้างใน ถึงต้องจ้องและดู มันอย่างตั้งใจมากถึงขนาดนั้น จนละสายตาไม่ได้ และเขาก็พบว่า มันเป็นเอปเครือข่ายสังคม ทั้งวีดีโอสั้น แชทกลุ่ม และเว่ยป๋อ
นี่เป็นเรื่องที่มีในความทรงจำของซูไป๋ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเขาไม่ใช่คนติดโซเซียล และไม่ใช่วัยรุ่น เอาแต่ทำงาน มันจึงทำให้แบรนน็อคพลาดไป
การทำงานที่สามารถทำได้เนียนๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต นอกจากการเล่นหุ้นแล้วนั้น มันยังมีอีกหลายวิธี วิธีที่ง่ายที่สุดคือ สร้างแอปอะไรซักอย่าง ที่เป็นที่ต้องการของผู้คนขึ้นมา แล้วให้ใช้ฟรีในคราแรก แล้วค่อยให้ผู้ใช้จ่ายเงิน เพื่อให้ได้ออปชั่นที่ดีกว่า แน่นอนว่าจะต้องเป็นแอปที่ดีมากพอ ที่คนต้องการและยอมจ่ายเงินเพื่อใช้มัน อย่างพวกเกมมือถือ แอปเครื่องมือ ที่เล่นแล้ว ใช่เลย หยุดไม่ได้ หรือแอปที่พอใช้แล้ว ต้องร้องโอ้ว แอปนี้ดีว่ะ อะไรประมาณนั้น
เมื่อทำแบบนี้ บริษัทจะมีผลิตภัณฑ์ มีรายรับ มีรายจ่าย และเนียนมากขึ้น และอย่าลืมว่า เขาต้องพยายามทำตัวกลมกลืน แฝงตัวกับมนุษย์โลกอย่างเนียนๆ
และเมื่อรถไฟถึงสถานีปลายทางที่เขาต้องลง เขาก็คิดวิธีหาเงินได้หลายวิธีแล้ว
…
ตลาดความสามารถ หากพูดง่ายๆก็เหมือนสำนักงานจัดหางานในบ้านของเขา
มีบริษัทหลายบริษัท ตั้งบูทรับสมัครงาน และมีหลายคนที่กำลังหางานอยู่ แบรนน็อคสังเกตโดยรอบ เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของพวกเขา