ลองวาร์ปตามไฟ
“ตอนนี้ฉันเข้าพักในโรงแรม และอาบน้ำเสร็จกำลังจะนอนแล้วนะคะ ฝันดีค่ะ”
ฉินเทียนเยว่ ส่งข้อความหา และบอกฝันดี
ความสัมพันธ์ของพวกเขา ดูเหมือนจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นต้องโทรคุยกันจนดึกดื่นก่อนนอน แค่บอกใจความสำคัญก็พอ
อันที่จริง กว่าเธอจะถึงที่พัก กว่าจะทำอะไรแล้วเสร็จ ก็ปาไปเที่ยงคืนของที่นั่น และของที่จีนเพิ่งจะห้าทุ่ม ดังนั้นจึงทำได้ส่งข้อความหากัน
นอกจาก เธอจะมีบินไปอเมริกา เมื่อบินกลับมาเธอจะได้พักหนึ่งวัน โดยการพักจะไม่ได้พักบิน แล้วทำงานที่สนามบิน แต่พักอยู่บ้านเลยหนึ่งวัน และเธอจะบินไปอเมริกาประมาณเดือนละสามครั้ง หากนับวันหยุดที่เธอสามารถหยุดได้เดือนละสี่วัน ก็จะได้เจ็ดวันพอดี ในแต่ละเดือน หากสะสมรวมกัน สามารถหยุดติดต่อกันเจ็ดวัน เหมือนการลาพักร้อนได้
สมัยก่อนเธอไม่คิดจะหยุด เพราะการหยุดแต่ละครั้ง จะทำให้เธอรู้สึกว่า เธอไม่ได้ทำงาน พอไม่ได้บิน เหมือนตัวเองไม่มีค่า หากหยุดบินนานๆจะยิ่งรู้สึกว่า แม้ไม่มีเธอ สายการบินก็ไม่ได้เดือดร้อน เพราะเธออยากเป็นคนสำคัญ ที่สายการบินไม่มีไม่ได้ เธอจึงต้องทำงานอยู่เสมอ แทบไม่ได้พัก พอบินเสร็จกลับถึงห้อง ก็เอาแต่หลับ แต่เดี่ยวนี้ หลังจากเธอกลับมาจากบ้านพักริมทะเลสาบ ทำให้เธอเริ่มคิดอะไรใหม่ เธอเริ่มคิดที่จะหยุดพักตามโควต้าที่เธอได้รับ เพราะจะได้มีเวลาให้ครอบครัว ขนาดสามียังลาออกจากงานเพื่อมารับส่งลูก เธอก็ต้องปรับตัวด้วยใช่ไหม
…
“โอเค ฝันดีนะ” แบรนน็อคก็ส่งข้อความตอบกลับ
ในโลกก่อนของเขา แบรนน็อค ติดกิน ต้องนอน เหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่หลังจากการกลายพันธุ์หลอมกลืนกับเอเลี่ยนครั้งล่าสุด เขาจะกินหรือไม่กินก็ได้ หรือจะนอนหรือไม่นอนก็ได้ ไม่รู้สึกง่วง ไม่รู้สึกหิว กระทั่งไม่ต้องหายใจก็ได้ ของพวกนั้น มันไม่จำเป็นอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงออกจากห้อง ยืนอยู่ระเบียง นั่งลงไปที่ม้านั่ง แล้วแหงมมองดูท้องฟ้า บนฟ้าในเมืองใหญ่ มองเห็นดาวได้ไม่ชัดนัก แต่ไม่มีปัญหาสำหรับแบรนน็อคที่มองเห็นดาวได้ชัดเจน ด้วยตัวตาระดับสี่ของเขา แต่มันก็ไม่ถึงขนาดสามารถซูมเข้าไปดูระยะใกล้ หรือจับสัมผัสอะไรบางอย่างในจักรวาลได้ เขาไม่ได้ทรงพลังขนาดนั้น หากเป็นระยะร้อยหรือสองร้อยกิโลเมตร ยังพอเป็นไปได้อยู่ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่า ยานลำนั้น ได้ติดตามเขามาหรือเปล่า อาจบางทีเขาอาจคิดมากไป แต่เขาอยากแข็งแกร่งขึ้น เพราะจะได้ไม่ต้องถูกไล่ต้อนจนทำอะไรไม่ได้แบบนั้นอีก
แบรนน็อคกลับมาที่ห้องของเขา แล้วเริ่มบำเพ็ญเพียร
การฝึกตนของเขานั้น ค่อนข้างแตกต่างจากคนอื่น เพราะเขาสามารถใช้เทคโนโลยีช่วยได้
ตอนที่เขาได้รับยายีนส์ระดับสี่ เขาสามารถปลุกพลังธาตุไฟและสายฟ้าได้ เขาจึงสามารถควบคุมไฟและสายฟ้าได้ และสามารถใช้ไฟและสายฟ้าบ่มเพาะตัวเอง และเมื่อเขาได้ทดลองหลายครั้ง เขาก็มั่นใจได้ว่า เขาสามารถใช้ไฟฟ้าตามบ้านในโลกนี้ บ่มเพาะพลังของตัวเองได้ด้วย
มันบ่มเพาะยังไง นั่นก็คือนำไฟฟ้าเข้าไปในร่าง แล้วกักเก็บมันในตันเถียน ส่วนจะกักเก็บได้มากแค่ไหนนั้น เขาก็ไม่รู้ เพราะตันเถียนของเขานั้น มันไม่ได้อยู่ในร่าง มันเหมือนจะอยู่อีกต่างมิติ หากเขาผ่าท้องออกมาดูตอนนี้ ก็จะไม่พบตันเถียนที่ว่านั่น
ลามอสยังได้เก็บสถิติ วัดพลังของเขา เพื่อให้ง่ายกับการทำความเข้าใจ โดยตอนนี้ เขาอยู่ระดับสี่ และมีอีก 41.3452% ส่วนที่เพิ่มมา 0.1452% จากเดิม 41.2% ที่กลืนกินเมชาเอเลี่ยน ก็คือ ได้จากพลังจากไฟฟ้า ปัญหาอย่างเดียวคือมันช้ามาก เหมือนไฟบ้านธรรมดาจะไม่ตอบโจทย์ เขาจึงต้องดัดแปลงระบบไฟฟ้าเล็กน้อย ก็เหมือนกับการแปลงไฟ ให้เป็นเครื่องช็อตไฟฟ้า เพื่อความสะดวกมากยิ่งขึ้น เขาให้ลามอสสร้างเป็นตู้นอนที่ข้างในเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้า ส่วนข้างนอกนั้นเต็มไปด้วนฉนวน ทั้งกันเสียงภายใน ไม่ให้ดังไปภายนอก และป้องกันไม่ให้คนภายนอกบาดเจ็บ เฝื่อมีใครเผลอเข้ามาแตะเครื่อง ภายในจะหยุดทำงานทันที แต่ปกติแล้วตอนจะใช้เขาก็นำออกมา เมื่อใช้เสร็จ เขาก็นำไปเก็บในพื้นที่เก็บของ และจะใช้ในตอนที่เขาอยู่คนเดียว
ปัญหาอย่างเดียวของการทำแบบนี้ก็คือ ระหว่างนี้ เขาจะทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่นอนเฉยๆ ก็ให้คิดซะว่า กำลังนอนอยู่ก็แล้วกัน
…
ในตอนที่เขาได้รับยายีนส์ระดับห้านั้น และอยู่ในหลุมดำ เขาปลุกพลังมิติขึ้นมา ตอนนี้เขาจะลองใช้พลังนั่นดู
พลังมิติและพลังสายฟ้านั้น เหมือนว่ามันจะไร้รูป และมีรูป เหมือนมีเหมือนไม่มี เหมือนมองเห็นได้ แต่มองเห็นไม่ได้ บางครั้งจับต้องได้และบางครั้งจับต้องไม่ได้
เขาจะต้องจับจังหวะ จับสัมผัสของมันให้ดี โดยใช้สัมผัสวิญญาณ
แบรนน็อคถอดจิตของเขาเข้าสู่ห้วงสมาธิ แล้วสัมผัสถึงการเชื่อมต่อกับไฟฟ้า เขาสามารถสัมผัสได้ทุกสิ่งที่ไฟฟ้าวิ่งไปถึง ด้วยความเร็วแสง และเร่งความเร็วมิติ
แบรนน็อคคิดถึง วิลล่าที่อยู่โหยว่เฉิง และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นั่น ปลั๊กไฟที่นั่น ยามนั้น เหมือนว่าเขาจะดูดตัวเองเข้าไปในสายไฟจากที่บ้านในเซี่ยงไฮ้ แล้วไปโผล่ร่างที่บ้านที่วิลล่าที่โหย่งเฉิง
เมื่อปรากฏร่างขึ้นมาเต็มร่าง กลายร่างเป็นมนุษย์ เขาก็อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า เขาให้ลามอสเสกสร้างชุดเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ ครอบคลุมร่างของเขาเอาไว้
ในที่สุดเขาก็วาร์ปได้ แต่วิธีการวาร์ปของเขานั้น ค่อนข้างมีข้อจำกัดเล็กน้อย เพราะต้องวาร์ปไปตรงที่มีไฟฟ้าใช้ อาจเพราะตอนนี้เขายังมีพลังไม่เพียงพอ หรือพลังมิติของเขายังระดับต่ำอยู่ ก็เลยยังเปิดประตูวาร์ปตรงๆเลยไม่ได้
แบรนน็อค เดินออกมานอกวิลล่า แล้วทดลองจัมส์วาร์ป โดยการคิดถึงปลั๊กไฟ หรือไฟในบ้าน หรือภายในบ้าน แล้วเขาก็สามารถทำการจัมส์ จากนอกบ้านเข้าไปในบ้านได้ทันทีหลังจากนั้น แต่เขาไม่สามารถจัมส์กลับออกไปนอกบ้าน ในที่พื้นที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าได้ แต่เขาสามารถอนุมานได้ว่า เขาสามารถสร้างกระแสไฟฟ้าในอากาศตรงจุดนั้นแล้ววาร์ปไปได้ เพียงแต่ ในตอนนี้เขายังทำไม่ได้ อาจบางทีเขาอาจต้องบ่มเพาะพลังจากไฟฟ้าให้มากกว่านี้เสียก่อน แต่ลามอสนั้นทำได้ เขาสามารถยืมพลัง หรือให้ลามอสพาเขาวาร์ปไปได้ทันที
ลามอสนั้นได้ปลุกพลังเพิ่มหลายอย่าง ในตอนที่อยู่ในหลุมดำ หนึ่งในนั้นคือพลังห้วงมิติ เขายังสามารถสร้างมิติเก็บของ และเปิดประตูวาร์ปผ่านมิติได้โดยตรง แต่เขาก็มีข้อจำกัดด้วยเหมือนกันคือ มันจะต้องเป็นสถานที่เคยไป และสถานที่สามารถมองเห็นหรือสัมผัส หรือก็คือตอนนี้ ในการจัมส์แต่ละครั้ง เขาสามารถวาร์ปไปได้ ในระยะรัศมี 20 กิโลกรัม แต่หากจะวาร์ประยะไกล จะต้องเป็นที่ๆเขาเคยไป หรือที่ๆเขาเคยเห็น จะได้คำนวน และอนุมานพื้นที่เป้าหมายปลายทางได้
แบรนน็อค ทดสอบใช้พลังของลามอส วาร์ปไปที่ห้องนอน ที่บ้านที่หวงผู่ ที่เซี่ยงไฮ้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร ในบ้านแห่งนี้ลามอสได้เชื่อมต่อระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านเอาไว้แล้ว หากมีปัญหาอะไร ลามอสจะรับรู้ได้ เขาจึงวาร์ปกลับมาที่บ้านริมทะเลสาบอีกครั้ง
…
เมื่ออยู่บริเวณบ้านริมทะเลสาบ เขาจึงทำการแก้ปัญหาที่ค้างคา ที่อาจจะกลับมาเป็นปัญหาในภายหลัง นั่นคือ ทำลายศพ ซูไป๋ รวมทั้งศพ โครงกระดูก ที่อยู่ใต้พื้นดินทั้งหมด บนที่ดินแห่งนี้ ให้สิ้นซาก จะได้ไม่หลงเหลือร่องรอย หรือเหลือหลักฐานเอาไว้
เขาไม่จำเป็นต้องขุดศพขึ้นมาใหม่ แบรนน็อคกระทืบเท้าบนผืนดิน โดยใช้พลังของลามอส ให้มันแทรกซึมลงไปใต้ดิน โครงกระดูกและศพที่ถูกฝังใต้วิลล่า หรืออยู่ข้างวิลล่า หรืออยู่ใกล้ๆในรัศมีหนึ่งตารางกิโลเมตร ล้วนสูญสลายกลายเป็นฝุ่น แม้กระทั่งเศษซากกระดูกที่หล่นอยู่ใต้ทะเลสาบ
ผืนดินบริเวณที่เคยมีศพอยู่ ยุบตัวลงเล็กน้อย
“ตูม!”
แบรนน็อคมองออกไปโดยรอบ พื้นที่แห่งนี้ เหมือนว่าจะหิมะตก ตรงทะเลสาบ น้ำในทะเลสาบก็เหมือนจะเย็นขึ้น อีกไม่นาน พวกมันก็คงจะกลายเป็นน้ำแข็ง
แบรนน็อค ปรับเปลี่ยน หน้าตาตัวเองเล็กน้อย เป็นรูปลักษณ์ของเมิ่งฮ่าว
แล้วบินขึ้นฟ้า แล้วให้ลามอสแปลงร่างเป็นนก บินออกไปทุกทิศทาง เพื่อค้นหา สิ่งผิดปกติ แล้วเริ่มออกสำรวจ และค้นหาสัตว์กลายพันธุ์ หรือสิ่งที่สามารถชี้เป้าไปที่ซากร่างเอเลี่ยนได้
การค้นหานั้นต้องใช้เวลา และเขาก็ขยายพื้นที่ออกไปอีก จากสิบกิโลเมตร เป็นห้าสิบกิโลเมตร เป็นร้อยกิโลเมตร
“ดูเหมือนว่า พื้นที่บริเวณนี้ ข้าจะหาหมดแล้ว”
มันเป็นอะไรที่ยากมาก เหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทร
แบรนน็อค เสกเรียกโทรศัพท์ ที่ได้จากหวังเซียง ที่เป็นผู้บัญชาการค่ายมณฑล เพื่อจะดูว่า เขาจะส่งข้อมูลที่น่าสนใจมาหรือเปล่า
ตั้งแต่แบรนน็อค ได้โทรศัพท์เครื่องนี้มา เขายังไม่เคยนำออกมาเลย เมื่อเก็บเข้าคลังมิติ มันจะตัดการเชื่อมต่อ และไม่สามารถติดต่อได้ ในตอนนี้ แบรนน็อคให้ลามอสกลืนกินมัน เพื่อทำการแฮกระบบ และทำการเชื่อมต่อกับระบบของโทรศัพท์
ในตอนนี้ แม้ว่าเขาจะยัดมันเข้าคลังเก็บของ เมื่อมีการโทรเข้า หรือข้อความเข้า เขาก็จะรู้
ตอนนี้เมื่อเช็คดู ไม่มีข้อความเข้า หรือสายที่ไม่ได้รับ
“แสดงว่าพวกเขาไม่ได้ค้นพบสิ่งปกติเลยเหรอ” แบรนน็อคสงสัย
“ลามอส จับตาดูข่าวทางอินเตอร์เน็ต ว่ามีใครโพสอะไรที่เกี่ยวกับสัตว์กลายพันธุ์ที่ไหนบ้าง และให้ความสนใจพวกมันอยู่ตลอดเวลา”
“ทราบแล้ว”
ไม่รู้ทำไม เขารู้สึกว่าช่วงนี้ มันเงียบผิดปกติ เพราะไม่มีข่าวอะไรเลย การเงียบแบบนี้ อาจทีอาจไม่ใช่เรื่องดี มันเหมือนความเงียบก่อนที่พายุใหญ่กำลังจะมา หรือว่าเมื่อก่อนเขาต้องผจญกับภัยคุกคามตลอดเวลา เขาจึงตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ก็เลยวิตกกังวลไปเองก็ไม่อาจทราบได้
…
แบรนน็อคครุ่นคิดเล็กน้อย วันนั้น หวังหยางและฉู่ปิง ติดตามเขามา และได้พบศพสุนัขป่ากลายพันธ์หลายตัว หลังจากนั้น พวกเขาจัดการกับพวกมันยังไง และรายงานหัวหน้าของพวกเขายังไง พวกเขาจะบอกหรือเปล่าว่า สัตว์กลายพันธุ์พวกนั้น เขาเป็นคนฆ่า แต่เมื่อดูจากการปากมากของหวังหยาง เขาก็น่าจะรายงานหัวหน้าก็เป็นไปได้
และศพสุนัขป่ากลายพันธุ์พวกนั้น พวกเขากำจัดทิ้งเลย หรือนำกลับไปแจกจ่ายชาวบ้านกินกันแน่
แบรนน็อคครุ่นคิดเล็กน้อย
“ลามอส เจ้าสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์ทุกเครื่อง แล้วทำการแอบสืบข่าวจากกล้อง จากไมค์ แอบฟังแอบดูจากโทรศัพท์ของทุกคนบนโลกได้หรือเปล่า”
“ได้ ไม่มีปัญหา”
โทรศัพท์สมัยนี้ มีกล้อง และมีไมค์แทบทุกเครื่อง หากเขาสามารถแฮกการสื่อสาร แล้วแอบฟังจากไมค์และดูจากกล้องเหล่านั้น เขาน่าจะหาข่าวได้ แล้วยังสามารถค้นหาทั้งรูปภาพ วีดีโอ ในโทรศัพท์เหล่านั้นได้ด้วย โดยให้ลามอสเป็นคนจัดการคัดแยกและวิเคราะห์
“ต้องใช้เวลา ลามอสตอบ”
“เรามีเวลาเหลือเฟือ”
“รับทราบ”
ถึงแม้ว่ามันจะทรงพลังขนาดไหน มันก็ยังต้องใช้เวลา แบรนน็อค ปล่อยให้ลามอสเป็นคนจัดการ
หลังจากนั้นเขาก็ทำการลาดตะเวณด้วยตัวเอง บินค้นหาสัตว์กลายพันธุ์ที่อยู่ด้านล่าง แล้วค่อยๆเพิ่มระยะการค้นหาของเขาออกไปเรื่อยๆ
…
ภายในป่าแห่งหนึ่ง
ด้านล่างนั้น มีบ้านคนอยู่ มองไปคล้ายกระท่อมมากกว่า สตรีนางหนึ่งไม่หลับไม่นอน เล่นโทรศัพท์อยู่ข้างกองไฟ สิ่งนี้น่าสนใจยังไง ก็เพราะว่า คนที่กำลังโทรศัพท์อยู่เหมือนว่าจะหน้าคุ้นๆ เหมือนว่าจะชื่อตู้ซิว พยาบาลผู้ช่วยที่ตัวเหม็นคนนั้น สภาพเธอยังดูไม่ได้เหมือนเดิม ปิ๊งย่างผิงไฟกินเหล้ากินเบียร์อยู่คนเดียว
เธออาจจะเป็นผู้ฝึกตนสันโดษ และกำลังบำเพ็ญเพียรอะไรบางอย่างอยู่
ตอนแรก แบรนน็อคไม่ได้สนใจ แต่ในตอนที่เขากำลังจะเหินบินจากไป เขาก็เจอเข้ากับสมุนไพรบางตัวที่น่าสนใจ หลังบ้านนางพยาบาลตู้ซิว เขาจึงจิ๊กหรือขโมยมันกลับมาด้วย…