ยานที่จะสร้าง
ยังคงเป็นป่าแห่งนั้น
ก่อนกลับไปที่บ้านริมทะเลสาบ แบรนน็อคหาพื้นที่โล่ง ทดสอบสมมุติฐาน เขาลองเสกสร้างลูกไฟ ให้บินไปมุมต่างๆในระยะไกล แล้วทำการจั๊มวาร์ปไปที่ลูกไฟ ผลปรากฏว่าเขาสามารถทำได้ นี่ถือว่าเป็นลูกเล่นอย่างหนึ่ง ที่เขาสามารถดัดแปลงใช้ในระหว่างการรบ การต่อสู้ หรือใช้เป็นท่าไม้ตายได้ ตอนนี้ เขาจึงทำได้ทั้ง วาร์ปตามไฟ วาร์ปตามไฟฟ้า และลามอส ยังสามารถพาวาร์ปตามใจนึก ที่เคยไป ที่ระยะมองเห็น ได้ด้วยอีก
เมื่อวาร์ปกลับมาที่บ้านริมทะเลสาบอีกครั้ง เขาก็ลงไปห้องใต้ดิน เพื่อทำการชำระพื้นที่
หลังจากที่เขามาถึงที่นี่ในโลกนี้ครั้งแรก เขาได้พบกับซูไป๋ และปืนของเขา ปืนกระบอกนั้น เขาให้ลามอสเก็บไว้ก่อน และไม่ได้คิดถึงมัน และไม่ได้นำมันออกมาใช้
ตามความทรงจำของซูไป๋ เขาก็สามารถลงมาห้องใต้ดินได้ ห้องใต้ดินนี้ มีสองชั้น ชั้นแรกเป็นห้องใต้ดินใต้วิลล่าธรรมดา ที่เอาไว้เก็บอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ รวมทั้งเสบียงที่จำเป็น และห้องใต้ดินที่อยู่ใต้ห้องใต้ดินอีกที ทางเขามันถูกซุกซ่อนเอาไว้ มันมีระบบรักษาความปลอดภัยทั้งต้องใส่รหัส สแกนลายน้ำมือ สแกนม่านตา ถึงจะเปิดเข้าไปได้ แต่มันไม่มีปัญหากับแบรนน็อค ที่ได้แปลงกายโคลนนิ่งเลียนแบบซูไป๋เอาไว้แล้ว
ในห้องใต้ดินของบ้านริมทะเลสาบที่เป็นห้องลับ ซูไป๋ ยังได้ซุกซ่อนอาวุธปืนอีกหลายชนิด เอาไว้ที่นี่ ทั้งปืนสั้น ปืนกลมือ ปืนลูกซอง ปืนสไนเปอร์ เครื่องกระสุน ทั้งยังมีระเบิดมือ อีกหลายชนิด เป็นเหมือนคลังแสงย่อมๆ ไม่รู้ว่าเขานำเข้าประเทศมาได้ยังไง
อาวุธเหล่านี้ น่าจะเป็นของซีไอเอ ที่นี่จึงเป็นจุดเติมเสบียงอาวุธของพวกเขาในจีน เมื่อมีการปฏิบัติการณ์ในจีน เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีสถานการณ์ที่ต้องปฏิบัติการณ์พวกนั้น สิ่งนี้เป็นการเตรียมพร้อม เฝื่อเอาไว้เฉยๆ แต่ก็มีอยู่ครั้งหนึ่ง เหมือนว่าซูไป๋จะไม่ได้ช่วยสายลับคนหนึ่ง ที่ถูกยิงระหว่างปฏิบัติหน้าที่ แต่ปล่อยให้เขาตาย และฝังร่างเขาไว้ข้างบ้าน เพราะภารกิจของเขานั้นคือการลักพาตัวเด็ก ที่เป็นทายาทนักธุรกิจชื่อดังของประเทศ เพื่อการเมืองระหว่างประเทศ อะไรที่เกี่ยวกับเด็กทำให้ ซูไป๋ ไม่พอใจมาก เพราะเขามีลูกสาว เขาจึงไม่ช่วย และปล่อยให้คนนั้นตายทั้งยังงั้น
และห้องใต้ดินแห่งนี้ ต่อไป เขาจะดัดแปลงใช้เป็นฐานลับของเขา
…
แบรนน็อคให้ลามอสกลืนกินอาวุธพวกนั้น ทั้งหมด แล้วค่อยให้มันสังเคราะห์อาวุธขึ้นมาใหม่
ในความจริงแล้วนั้น ลามอสยังมีความทรงจำของบรรพบุรุษเอเลี่ยน สามารถเสกสร้างอาวุธพลังงานสูงได้ ทั้งอาวุธระยะประชิด ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะไกล ล้วนเป็นอาวุธทำลายล้างสูง
เขาสามารถสร้างปืนได้ทั้งลำแสงพลาสม่า และลำแสงโปรตรอน ด้วยซ้ำ
แต่อะไรที่มันทรงพลังเกินไป มันก็จะกินพลังงานมากเกินไป และไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องใช้มันที่นี่ ในตอนนี้ เขาไม่ได้จะมาบุกยึดโลก การจะเอาไว้ปกป้องตัวเองบนโลกนี้ แค่ใช้ปืนบนโลกนี้ก็พอ นั่นเพราะแหล่งพลังงานของลามอสไม่ใช่ไม่มีจำกัด เมื่อใช้แล้วหมดไป ก็ต้องหามาเติมเหมือนกัน
แหล่งพลังงานของลามอสคือหินพลังงาน หรือซากร่างเอเลี่ยนที่มีพลังงานสูงก็ได้ ในโลกนี้จะหาอะไรแบบนั้นยาก ดีที่ตอนนี้ สามารถประยุกต์ใช้โดยสามารถเติมพลังจากไฟฟ้าได้ แต่หากจะให้ดีจริงๆ คงต้องเป็นพลังงานนิวเคลียร์
ในตอนนี้ ลามอสได้รับคำสั่งให้สร้างเครื่องยนต์สสาร เครื่องยนต์พลาสเตอร์ และปืนปฏิสสาร ปืนสำแสงพลาสม่า และตอปิโดโปรตรอน ซึ่งจะใช้ประจำการบนยานสำรวจ ที่อยู่ระหว่างการผลิต ในห้วงมิติของลามอส และงานของลามอสในช่วงนี้ก็แน่นมาก แต่โชคดีที่ลามอสเป็นเหมือนปัญญาประดิษฐ์ เขาจึงสามารถแยกร่าง แยกจิต ทำงานหลายอย่างไปพร้อมกันได้
ตอนนี้เขาจึงนำอาวุธปืนในโลกนี้ ออกมาปรับแต่งเล็กน้อย ทั้งปืนและเครื่องกระสุน นอกจากกระสุนธรรมดา เขายังปรับแต่ง ให้มันสามารถยิงกระสุนแสงได้ กระสุนแสงนี้มองไปคล้ายกับปืนแสงเลเซอร์ในหนัง เป็นลำแสงเส้นตรง แต่มันเร็วจนมองไม่ทันเหมือนกับที่เห็นในหนัง เพราะกระสุนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงและไม่หลงเหลือหัวกระสุน เหมือนถูกเจาะด้วยเลเซอร์ ขนาดเล็กสุดคือหนึ่งเซนติเมตร ขนาดใหญ่สุดหรือหนึ่งนิ้ว แต่แค่นี้ก็สามารถยิงเจาะเกราะหรือฆ่าคนได้ เนื่องจากมันเป็นกระสุนแสง มันจึงเงียบกว่าเดิม และมีระยะหวังผลไกลกว่าเดิม แบรนน็อคปรับแต่งปืนเอาไว้ทุกแบบ แล้วเก็บเอาไว้ เฝื่อได้ใช้งาน ไม่ใช่ว่าพอจะใช้ แล้วไม่มีให้ใช้ นั่นคงเป็นเรื่องที่โง่มาก
ระหว่างที่เขาปรับแต่งปืน เขาก็ให้ลามอสปรับแต่งห้องใต้ดิน เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยใหม่เข้าไป และขุดลึกลงไปใต้ดินอีกสิบกว่าเมตร แล้วทำทางเดินทางเลื่อนไปยังใต้ทะเลสาบ ฐานลับของเขาไม่ได้สร้างไว้บนพื้นผิวดินใต้ทะเลสาบ หรือในน้ำ แต่สร้างไว้ใต้พื้นดินใต้ทะเลสาบอีกที
เมื่อทำอะไรแล้วเสร็จ ก็ผ่านไปเป็นชั่วโมง เขาทำการวาร์ปอีกครั้ง เพื่อย้ายตู้นอนมาที่ห้องใต้ดินแห่งนี้ แล้วเข้านอน เป็นเหมือนกับการชาร์ตแบตให้ตัวเอง
…
รุ่งเช้าของอีกวัน แบรนน็อควาร์ปกลับมาบ้าน ผ่านทางสายไฟฟ้า ก่อนที่นาฬิกาปลุกจะดัง
เมื่อทำกิจวัตรประจำวันเสร็จ เขาจะต้องพาซูเยว่ซินไปส่งที่โรงเรียน ส่วนพี่เลี้ยงเด็กก็ทำอย่างอื่น เช่นทำอาหาร ซักรีดเสื้อผ้า ให้กับซูเยว่ซินโดยเฉพาะ ส่วนอาหารของแบรนน็อค ก็เป็นอีกอย่าง
แบรนน็อค กินพอเป็นพิธีแล้วพาซูเยว่ซินไปส่งโรงเรียน
โรงเรียนเตรียมอนุบาลนั้น ไม่ไกลมากนัก เขาสามารถปั่นจักรยาน หรือขับมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าไปส่งได้ ส่วนรถยนต์นั้นไม่เหมาะ เพราะมันแค่ 15 กม. อีกทั้งมันไม่มีที่จอด
เมื่อส่งเด็กนักเรียนเรียบร้อย เขาก็ขับมอเตอร์ไซต์ เลยไปบริษัทซะเลย เพราะห่างออกไปไม่ถึง 20 กม. จากบ้าน ที่เขาเลือกเช่าตึกนี้ ก็ว่าตึกนี้อยู่ใกล้บ้าน แต่หากจะขับจากโรงเรียน ก็เพิ่มระยะทางอีก 5 กม.
เมื่อขับผ่านหน้าตึก เพื่อที่จะเลยไปที่จอดรถ ก็เห็นกู้หลินยืนรออยู่หน้าตึกรออยู่พอดี
“มาแล้วเหรอ เดี่ยวผมเอารถไปจอดซักครู่”
เมื่อเห็นเจ้านายขับรถมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้ามาบริษัท กู้หลินก็ตกใจเล็กน้อย หากไม่มีใครรู้ว่าเป็นประธานบริษัท คงคิดว่าเป็นพนักงานส่งอาหาร เพราะแบรนน็อค ขับรถสีชมพู ใส่หมวกกันน็อคสีชมพู ทั้งสีรถและสีหมวกนั้น ซื้อมาเอาใจเด็กน้อย แบรนน็อคจึงไม่ได้คิดอะไร แต่บริษัทส่งอาหารบางเจ้าก็ใช้สีรถสีนี้
อาคารซิงไห่ มีทั้งหมด 40 ชั้นด้วยกัน ชั้นบนสุดยังเป็นร้านกาแฟ และมีสวน เอาไว้พนักงานที่อยู่ในตึก ขึ้นไปกินกาแฟยามว่าง และพบปะกับเพื่อนต่างบริษัท เฝื่อได้ร่วมมือกัน และเฝื่อได้เจอหนุ่มหรือสาวถูกใจ และพักผ่อนตามอัธยาศัย
และนอกจากอาคารนี้ ก็มีอาคารแบบเดียวกันอีกหลายอาคาร อยู่ในย่านเดียวกัน ถือว่าเป็นย่านทำงานของพนักงานปกขาวแถวเขตผู่ตง
นอกจาก บริษัท ซูฉิน เทคโนโลยี ในชั้นที่ 3-33 ล้วนเป็นสำนักงานของบริษัทอื่น ที่ได้เช่าอยู่ในตึกแห่งนี้ ส่วนชั้น 1-2 เป็นของบริษัทเจ้าของตึก รวมทั้งชั้น 40 ชั้นบนสุดอีกด้วย
เมื่อเดินเข้ามาตรงโซนต้อนรับ จะพบเจอพนักงานที่กำลังเร่งรีบกันขึ้นไปบริษัทของตัวเอง
แบรนน็อค ขึ้นลิฟต์ไปพร้อมกับคนอื่นๆ และเมื่อคนอื่นๆลงลิฟต์ไปแล้ว เขาก็ไปต่อจนถึงชั้น 36 ที่เป็นห้องทำงานของเขา
ส่วนชั้น 37-39 นั้นยังว่างอยู่
เมื่อถึงชั้น 36 แบรนน็อค ก็ให้การอนุญาตให้เข้าถึงบัญชีบริษัท ให้กับกู้หลิน อย่างเป็นทางการ การจ่ายเงินของบริษัทนั้น สามารถทำออนไลน์ได้ แต่ไม่สามารถโอนหรือจ่ายส่งเดชได้ หากมียอดจ่ายจำนวนมาก จะต้องได้รับการอนุมัติจากเขาอีกที แต่ในตอนน้ กู้หลินสามารถใช้จ่ายเงินของบริษัทได้แล้ว
แบรนน็อคให้กู้หลิน ไปดำเนินการต่อ เรื่องการจ้างบริษัทตบแต่ง รวมทั้งเลือกอุปกรณ์สำนักงาน
แบรนน็อคไปที่ห้องวิจัยและพัฒนาของเขา
เมื่อวานนี้ หลังจากออกแบบแอป และลามอสได้ทำการสังเคราะห์แอปขึ้นมาคร่าวๆ วันนี้แบรนน็อคก็ต้องมาปรับแต่งอะไรเพิ่มอีกนิดหน่อย
โดยนอกจาก เทคโนโลยี การบีบอัดไฟล์ ยังได้เพิ่ม เทคโนโลยี การจัดเก็บไฟล์
ระบบที่คนบนโลกนี้ใช้กันทั่วไปคือ ระบบคราวด์ ด้วยการประมวลแบบคราวด์ผู้ใช้สามารถเข้าถึงไฟล์ของตัวเองจากมือถือหรือคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ หากมีไอดีและรหัสผ่าน
การเก็บไฟล์ใหญ่ในคอมพิวเตอร์ หรือในมือถือไว้บนคราวด์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ของเขา แค่ต้องทำให้มัน ‘ดีกว่า’ ก็แค่ต้อง ก็แค่ให้มันสามารถเก็บได้มากกว่า เร็วกว่า เจ้าอื่น สองเท่า ก็เท่านั้นเอง เมื่อต้องจ่ายราคาเท่ากัน แต่ได้พื้นที่เยอะกว่า และเร็วกว่า ใครบ้างจะไม่อยากใช้ ของมันต้องมี ต้องจ่ายอยู่แล้ว ก็ย่อมต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่าอยู่แล้ว และนี่จะเป็นอีกจุดขายอีกจุดหนึ่ง ของแอปเทียนเยว่ และแอปเยว่ซิน
และแอปเหล่านี้ เมื่อติดตั้งบนโทรศัพท์ ยังช่วยให้ลามอสสามารถหาข่าว จากโทรศัพท์ได้ง่ายขึ้นด้วย
แบรนน็อคได้ทำการออกแบบและปรับแต่งเล็กน้อย แล้วให้ลามอสจัดการต่อส่วนที่เหลือ ส่วนสำคัญสุดก็คือต้องเป็นฮาร์แวร์ เขาต้องทำการสั่งซื้อเซฟเวอร์จำนวนหนึ่งเข้ามา แล้วให้ลามอสกลืนกินแล้วสังเคราะห์ออกมาใหม่ แล้วปรับแต่งให้มันเป็นซิปและเซฟเวอร์คลอนตัมประสิทธิภาพสูง ใช้เป็นคราวด์เซฟเวอร์ของบริษัทและให้บริการลูกค้า
ตอนนี้ เมื่อมีสามแอป จึงต้องมีฝ่ายวิจัยและพัฒนา และช่างเทคนิค สามทีม คอยดูแลและพัฒนาแอปนี่ต่อ เขาจึงส่งข้อความหาหลี่หงอี้ ฝ่ายบุคคล ให้รับสมัครเพิ่ม เฝื่อต้องเลือกคนเป็นสามทีม รวมทั้ง รับสมัคร แผนกบริการลูกค้า เพิ่มด้วย และฝ่ายบริการลูกค้าก็รับมากหน่อยซักสามสิบคน
…
เมื่อเสร็จงานของบริษัท แบรนน็อคก็ได้ทำงานปรับแต่งแบบแปลนของยานอวกาศ
ตามจริงแล้ว เขาจะต้องสร้างยานอวกาศขนาดเล็กก่อน แล้วค่อยสร้างเป็นยานอวกาศขนาดใหญ่ แต่ยานลำเล็กมากเกินไป ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก หากมันเป็นแค่ยานที่บินออกจากชั้นบรรยากาศโลก แล้วออกนอกโลก บินไปดวงจันทร์หรือดาวอังคาร มันก็คงไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร
แค่บินไปบินกลับ แล้วไงต่อ ส่งผู้โดยสาร พากรุ๊ปทัวร์ไปเที่ยวชมวิวแบบนั้น นั่นไม่ใช่เป้าหมายของเขา
เขาจะต้องสร้างยานที่มันสามารถบินไป แล้วยังทำงานต่อได้ แม้จะอยู่ระหว่างบิน ก็ยังทำงานได้ พอถึงเป้าหมาย ก็สามารถทำการทดลอง หรือทำเหมืองแร่พลังงาน ตั้งโรงงาน และตั้งอาณานิคมได้
ดังนั้นยานจะต้องเป็นเหมือนบริษัท หรือโรงงาน หรือเหมือนเมืองๆหนึ่งที่บินไปในห้วงอวกาศ
ยกตัวอย่างเช่น บนดวงจันทร์ มีแร่ ฮีเลียม-3 ซึ่งเป็นแร่ที่ใช้เป็นแหล่งเชื้อเพลิงพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ซึ่งเป็นรูปแบบพลังงานเพื่อควบคุมพลังงานที่ปล่อยออกจากอะตอม เขาจะต้องไปเก็บแร่พวกนั้นมา
เขาสามารถให้ลามอสและตัวเองเติมพลังงานให้กับตัวเองได้ รวมทั้งใช้เป็นพลังงานของยาน
แต่ดวงจันทร์ ดาวอังคาร ล้วนมีคนไปเหยียบมาแล้ว หากเขาไปดาวพุธ หรือดาวพฤหัส เขาก็สามารถเป็นผู้บุกเบิกเส้นทางได้ และบนนั้นก็มีแร่พลังงานมากมาย รอให้เขาไปเก็บเกี่ยว
จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อการขาย แต่เพื่อการกิน เพราะเขาต้องการพลังงานในการฝึกตน และเลื่อนระดับให้สูงขึ้นไป
ดังนั้น ยานที่จะสร้าง จะต้องไม่เล็กจนเกินไป มันจะต้องใหญ่มากพอจะมีทุกอย่างอยู่ในนั้น อย่างน้อยสามารถอยู่ได้เป็นร้อยปี โดยมีระบบที่สามารถสร้างสภาพแวดล้อม หรือระบบนิเวศของยาน ให้ยานอยู่ได้นานโดยไม่ต้องเติมเสบียง และเลี้ยงตัวเองได้ มีการเพาะปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา สังเคราะห์แสง สังเคราะห์น้ำ รีไซเคิลระบบน้ำ ระบบไฟ เหมือนกับยานพิฆาตดารา ที่สามารถลาดตะเวณไกล บินเดินทางระหว่างดวงดาวและจักรวาล ได้หลายร้อยปีแสง
หรืออย่างน้อยต้อง ‘ดีกว่า’ เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ หรือเรือดำน้ำนิวเคลียร์บนโลก เพราะมันต้องเดินทางในอวกาศ สามารถลาดตะเวณระยะไกล เดินทางระหว่างดวงดาวได้
แต่การสร้างยานขนาดใหญ่ มันต้องมีอู่ต่อยานขนาดใหญ่ ดังนั้น ทะเลสาบหน้าบ้านของเขาก็ถือว่าเหมาะพอดี ทะเลสาบแห่งนี้ ไม่ได้มีใครมาดำน้ำหาปลา หรือดำดูปะการังเหมือนในทะเล อาจมีบ้างที่ตกปลา หว่านแห ลงอวน พายเรือเล่น แต่หากเป็นช่วงฤดูหนาว ที่ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง จะไม่ค่อยมีคนมาสนใจมันเท่าไหร่นัก ช่วงเวลานั้นแหละเหมาะเลย และเขาก็ได้สร้างฐานทัพลับไว้ใต้ดินใต้ทะเลสาบเอาไว้ ปกปิดเอาไว้อย่างดี
แบรนน็อค จึงเขียนชื่อโปรแจค และชื่อยานเอาไว้ แล้ววาดวงกลมบนชื่อของมัน
“คุนเผิง”
เอาเป็นชื่อนี้ก็แล้วกัน ง่ายดี