ขอยืมบ้าน

บริเวณรอบนอก ของพอร์ทแลนด์

“เอาล่ะ เจ้ากลับบ้านได้ หากมีอะไร ผู้อาวุโสสามจะติดต่อเจ้าเอง”

กล่าวจบ แบรนน็อคก็ร่างเลือนลางแล้วหายไป

อเดลลา มองไปรอบๆ เหมือนว่าจะเป็นป่าไหนซักแห่งในพอร์ทแลนด์ เธอเอาโทรศัพท์ออกมาดู ตอนนี้มันมีสัญญาณแล้ว ก่อนหน้านี้ เธอแอบเอาออกมาดูพบว่าฐานใต้น้ำนั้นไม่มีสัญญาณ ตอนนี้มีสัญญาณแล้ว โชคดีไม่ไกลจากบ้านของเอเดรีน เธอเอาโทรศัพท์ออกมาส่องไฟแล้ว เดินไปบ้านของเอเดรีน

แบรนน็อคได้ทำการฝังผู้พันเฮริสันไว้ในป่า ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ในป่าของพอาร์ทแลนด์ เป็นที่เหมาะมากที่ทิ้งศพ เขาขุดลึกหน่อยจะได้ไม่มีสัตว์ป่ามาคุ้ย

ก่อนหน้านี้ เขาอยู่นิวยอร์ก แต่เขาไม่จำเป็นต้องขึ้นเครื่องบิน ก็วาร์ปมาพอร์ทแลนด์ โดยวาร์ปตรงจุดเปลี่ยวข้างทางข้างเสาไฟ หยุดก่อนเข้าพอร์ทแลนด์ แล้วล่องหน บินเอาเอง แล้วก่อเหตุก่อนหน้านี้

ซูไป๋ หรือตอนนี้เรียกว่า นิก ไม่ได้อยู่ในพอร์ทแลนด์มานานหลายปี บางคนอาจจะคิดว่าเขาตายไปแล้วก็ได้ เพราะนานแล้วเขาไม่ได้ติดต่อญาติฝ่ายนี้เลย

แต่บ้านของเขาที่นี่ยังอยู่ เขาซื้อบ้านแยก ไม่ได้อยู่ร่วมกับคนอื่นๆ

ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน ข้างถนน ข้างเสาไฟ กลางป่า เขาเอารถยนต์ออกมาจากมิติเก็บของ โดยเป็นรถยนต์ในค่ายทหารที่เขายึดไป เขาทำการนำแผ่นป้ายทะเบียนออก แล้วขับไปที่บ้านของเขาในพอร์ทแลนด์

บ้านของเขานั้นอยู่ในป่า มีพื้นที่ห้าร้อยไร่ จากการแบ่งมรดกมาจากพี่น้องคนอื่นๆ ดังนั้นในบริเวณห้าร้อยไร่นี้ ไม่มีบ้านคนอื่น และมันถูกล้อมรั้วเอาไว้

ก่อนจะเข้าไปที่ผ่าน ต้องผ่านสะพานข้ามลำธาร ที่รถวิ่งได้คันเดียว เมื่อวิ่งข้ามสะพาน จะมีรั้วกั้นเพื่อบอกว่าพื้นที่ส่วนบุคคล แต่ตอนนี้ไม่มี คาดว่าพี่ชายหรือญาติของนิกจะมาดูแล

เมื่อขับเข้าไปอีกห้ากิโลเมตรก็เป็นบ้านของนิก เป็นอาคารหลังใหญ่สามชั้น มีห้องใต้หลังคาและมีชั้นใต้ดิน เท่ากับมีสี่ชั้น มีสิบกว่าห้อง เฉพาะตัวบ้านมีพื้นที่ 469 ตรม. แทบเรียกได้ว่าเป็น คฤหาสน์ มีห้องเก็บของ และโรงรถ ที่ใช้จอดรถไว้ข้างนอก แยกต่างหาก

แต่บ้านหลังใหญ่แบบนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกในพอร์ทแลนด์ หากคนในบ้านมีเยอะ ก็จะสร้างบ้านหลังใหญ่ และบ้านนี้เขาก็ได้เป็นมรดกมา และพี่ชายและน้องสาวของนิก ก็ได้บ้านที่หลังใหญ่กว่านี้ ซึ่งเป็นที่ดินในเมือง

ตอนนี้ บ้านของเขาดูเหมือนจะเต็มไปด้วยผู้คน และเขาถูกสกัดไม่ให้เขาเข้าไป

“คุณเข้าไปไม่ได้ ตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเอ่ย

แบรนน็อคดูเสื้อนอกของเขา มีคำว่า FBI อยู่

แบรนน็อคจึงว่า “นี่คือบ้านผม นิก โลแกน บอกให้เอเดรีน ออกมาคุยกับผม” กล่าวเสร็จ เขาก็ยื่นบัตรประชาชนให้กับเจ้าหน้าที่ เขาเดาว่าเอเดรีนอยู่ข้างใน โดยไม่ต้องให้ลามอสตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ส่องไฟดูหน้าบัตร และหน้าของนิก ก็วิทยุ ติดต่อคนข้างใน ในไม่ช้า เอเดรีน ก็ออกมา

“นิก นั่นคุณเหรอ”

“อืม ผมเอง”

ทั้งสองกอดทักทายกันเล็กน้อย เหมือนได้พบเพื่อนเก่า ครั้งสุดท้ายที่เห็นหน้ากันในความทรงจำของซูไป๋ เธอเก็บของ พาลูกออกจากบ้านไป โดยทิ้งไว้แค่โน๊ตใบหนึ่ง บอกว่าเธอพาลูกไปอยู่บ้านแม่ และซูไป๋ ก็ไม่ได้ติดตามไปง้อ หรือขอให้เธอกลับ แทบเรียกได้ว่าจบไม่สวย

เอเดรีนนั้นลืมเรื่องเก่าไปนานแล้ว ตอนทักทายกันเมื่อครู่ยังเข้ามากอดเขาด้วยความดีใจ คล้ายจะลืมไปแล้วจริงๆ เมื่อก่อนเคยทะเลาะกัน และลืมไปแล้วว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร แต่แบรนน็อคยังเรียกความทรงจำของซูไป๋ขึ้นมาดู มันก็เหมือนยังจำได้ชัดเจน

“ขอโทษทีนิก พวกเราคงต้องขอยืมบ้านของคุณก่อน”

“เป็น FBI ยืม หรือคุณยืม”

“ฉันยืม”

“โอเค ถ้างั้นตอนนี้ ให้ผมไปนอนไหน”

“คุณไปบ้านฉันก่อน”

“เอ่อ โอเค”

แบรนน็อค งงเล็กน้อย เพราะความจริง เขาให้เด็กกลายพันธุ์ไปที่บ้านเอเดรีน แต่เอเดรีน พาเด็กๆมาที่บ้านของเขา แล้วทำเป็นฐานชั่วคราว FBI ไม่มีฐานของตัวเองในพอร์ทแลนด์เลยหรือ

แต่นั่นก็เป็นที่เข้าใจได้ เพราะบ้านของเขามันใหญ่พอ และอาจจะเป็นเพราะบางอย่าง ก็ยังไม่ผ่านขั้นตอนปกติ

แบรนน็อคขับรถย้อนกลับไป แล้วไปที่บ้านเอเดรีน ซึ่งตอนนี้ก็ได้ยินเสียงเด็ก คุยกันอยู่ในบ้าน มันเป็นเสียง อเดลลา คุยกับ โอลิเวีย ลูกสาวของ นิก โลแกน กับเอเดรีน

“ได้เวลาแสดงแล้ว”

แบรนน็อคเคาะประตูหน้าบ้าน

ไม่นาน อเดลลา ก็เดินมาเปิดประตู

“เฮ้”

“เฮ้ อานิก”

เป็น อเดลลา หลานสาวของนิกที่มาเปิดประตู หลายชั่วโมงก่อน ค่ายทหารถูกโจมตี เธอนึกว่าเธอได้ตายไปแล้ว แต่เธอกลับรอด วันนี้เธอยังได้รับข่าวใหญ่ ว่านิก โลแกน อาของเธอ เป็นผู้อาวุโสสาม และเธอได้สิทธิพิเศษ กลับบ้านได้ เธอจึงรู้สึกดีเล็กน้อย เมื่อได้เห็นหน้าเขา

อเดลลา กอดทักทาย แบรนน็อค พร้อมกับเรียกเด็กข้างในให้รู้ตัว

“โอลิเวีย ดูสิใครมา”

“ใครมาคะ”

“โอลิเวีย พ่อของหนูมา” อเดลลา เอ่ย ออกมา

โอลิเวีย ก็ทำหน้าตาแปลกๆ เมื่อได้ยิน คล้ายกำลังสงสัยว่าชายตรงหน้าเป็นใคร คำว่าพ่อนี้ ดูเหมือนจะไม่ได้ยินมานาน จนจำไม่ได้ และอันที่จริง เอเดรีน ก็พาโอลิเวีย ออกมาตั้งแต่สามขวบ ตอนนั้นยังจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ ตอนนี้ก็ผ่านมาห้าปีแล้ว และเหมือนว่าเธอจะเคยถามเธอว่าพ่อหนูไปไหน เธอจำได้ว่าแม่ตอบว่า ‘แม่ก็ไม่รู้ เหมือนกัน’

“เฮ้ สาวน้อย ฉันคือพ่อของเธอ”

“หรือเธอจะเรียกฉัน นิก เฉยๆก็ได้”

“เรามากอดทักทายกันหน่อยดีไหม”

“โอเค”

เมื่อสาวน้อยหลงกล เข้ามากอด แบรนน็อคก็กอดเอาเธอแล้วอุ้มเข้าไปในบ้าน

“โอเค เข้ามาสิ” โอลิเวีย เอ่ย คล้ายเป็นการประชดว่าทำไมเมื่อกี้ไม่ขออนุญาตเธอก่อน ว่าเขาเข้าไปได้ไหม

“ขอบคุณโอลิเวีย” แบรนน็อค รับมุข

เมื่อเข้าไปในบ้าน ก็ไม่ได้มีแค่ อเดลลา กับ โอลิเวีย ยังมีคนอีกหลายคนในบ้าน

“โอเค นี่พ่อของโอลิเวีย นี่เจ้าหน้าที่ชาร์ลอตต์ กับป้าเอ็มม่า” อเดลลา เป็นคนแนะนำคนในบ้าน

“สวัสดีเจ้าหน้าที่ชาร์ลอตต์ สวัสดีป้าเอ็มม่า”

“คุณคงเป็นนิก สามีเก่าของเจ้าหน้าที่เอเดรีน”

“โอ้ ใช่ ผมเป็นสามีเก่าของเอเดรีน ยินดีที่ได้รู้จัก”

“คุณมาทำอะไรที่นี่ คุณนิก สามีเก่าของเจ้าหน้าที่เอเดรีน”

“เอ่อ ใช่ ผมกลับบ้าน แล้วพบเอเดรีน บอกว่า ขอยืมบ้านของผม แล้วผมก็เลยถามว่า แล้วจะให้ผมไปนอนที่ไหน เธอก็เลยบอกให้ผมมาที่นี่ ผมสงสัยว่า เธอคงจะให้ผมนอนที่นี่ แต่ผมไม่รู้ว่าผมต้องนอนตรงไหน”

“คุณอาไปนอนที่บ้านของหนูก็ได้” อเดลลา เอ่ยแทรกออกมาเวลานี้

“จริงสิ คุณยังมีพี่ชายและน้องสาวอยู่ในพอร์ทแลนด์ ใช่ไหม”

“อืม แต่พี่ชายและน้องสาวของผม ไม่ได้ขอยืมบ้านผม ใช่ไหม”

“เอ่อ โอเค ถ้างั้นก็ให้เอเดรีน กลับมา พวกคุณค่อยคุยกันเอง ถ้างั้นคุณอยู่ที่นี่ ฉันจะไปหาเอเดรีน อเดลลา เธอไปกับฉัน” ชาร์ลอตต์ เอ่ยออกมา เธอจะนำตัว อเดลลา ไปพบเอเดรีนก่อน เพื่อสอบถามข่าว แล้วค่อยส่งเธอกลับบ้าน

“เธอเป็นคู่หูของแม่” โอลิเวีย กระซิบบอก

“โอเค” แบรนน็อคก็วางโอลิเวียลง ชำเลืองมอง อเดลลา แวบหนึ่ง เธอน่าจะสามารถทำเนียนไม่เผยพิรุธได้

“เอ่อ ถ้างั้น ฉันก็คงต้องขอตัวกลับก่อน” ป้าเอ็มม่า เอ่ย

ตอนแรกนึกว่าเธอจะพักที่บ้านนี้ แต่เธอเป็นแม่บ้านและพี่เลี้ยงเด็ก เรียกมาเฉพาะกิจ

“หนู ก็ต้องไปนอนแล้ว เพราะพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน”

“คุณสามารถ นอนบนโซฟาได้” โอลิเวีย เอ่ยออกมาบ้าง ทำตัวเป็นเจ้าบ้านและบิดาของเธอเป็นแขก

“เอ่อ โอเค”

เมื่อโอลิเวีย เดินขึ้นชั้นสองไป ห้องนอนของเธอ แบรนน็อค ก็มองดูรอบๆ บ้านนี้ดูเรียบง่ายมาก ตามความทรงจำ บ้านนี้ เป็นบ้านชานเมือง ของนิกกับเอเดรีน ความจริงเป็นบ้าน ที่เอเดรีน พาโอลิเวีย ออกจากบ้านไป แล้วนิกหรือซูไป๋ ก็บินไปจีน แล้วเอเดรีนก็กลับมาอยู่บ้านหลังนี้ เพราะบ้านหลังนี้เป็นชื่อเธอ บ้านที่อยู่ในป่านั้นถึงจะเป็นชื่อของนิก โลแกน ดังนั้น วันนั้น เธอทำไม่ถูก ถ้าจะให้ถูก เธอต้องไล่ นิก โลแกน ออกจากบ้าน ไม่ใช่เก็บข้าวของออกจากบ้านไปเอง จะได้ไม่ต้องเสียเวลากลับไปกลับมา

ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ที่บ้าน แบรนน็อคจึงไปไหนไม่ได้ เพราะต้องอยู่ดูแลเด็ก

เขาคิดนิดหนึ่ง จึงนำโทรศัพท์ออกมา ในโทรศัพท์ มีข้อความที่แบรนน็อคส่งข้อความบอกฉินเทียนเยว่ ตอนที่ถึงนิวยอร์ก ตอนนี้เขาจึงส่งข้อความบอกเธออีกข้อความว่าเขาถึงพอร์ทแลนด์แล้ว กำลังเข้าที่พัก เธอไม่ได้ตอบกลับ เพราะตอนนี้ เธออาจจะกำลังบินอยู่

เมื่อไม่มีอะไรทำ แบรนน็อค จึงเข้าไปอาบน้ำที่ห้องน้ำด้านล่าง แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่

หลังจากนั้น ประมาณตีหนึ่ง เอเดรีน ก็กลับมา เธอดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย และพบแบรนน็อคที่ไม่ได้นอน กำลังนั่งเล่นโน๊ตบุ๊ค อยู่บนโต๊ะ แบรนน็อคปิดฝาพับโน๊ตบุ๊คลง แล้วทักทาย

“กลับมาแล้วเหรอ”

“อืม”

“แต่ช่วงนี้ ฉันอาจต้องยืมบ้านคุณไปก่อน”

“โอเค แล้วแต่คุณ”

แบรนน็อค เสียใจเล็กน้อย ตอนแรก เขากะว่าจะใช้บ้านหลังนั้น สร้างฐานลับอีกซักฐานของเขา เอาไว้เก็บสิ่งของจำเป็น

“คุณจะอยู่อีกนานไหม” เอเดรีน หยิบขวดน้ำแล้วเทให้ตัวเอง

“ความจริง ผมเพิ่งมาถึง”

“ฉันเห็นแล้ว”

“อืม ความจริงผมเสร็จธุระแล้ว”

“…”

“คุณไปไหนมาหลายปีมานี้ ไม่มีข่าวเลย”

“คุณอยากรู้จริงๆเหรอ”

“ไม่ แค่ถามตามมารยาท”

“อ๋อ โอเค คุณหมายถึง ค่าเลี้ยงดูใช่ไหม ผมได้โอนให้คุณ เดือนก่อน ผมได้โอนเข้าบัญชีของคุณแล้ว 100 ล้านดอลลาร์”

ก่อนหน้านี้ ลามอสได้ทำการแฮกเงิน เพื่อจัดการเงินและบัญชีในสหรัฐเอาไว้แล้ว และได้ทำการกันเงินส่วนหนึ่งเป็นทุนในการเล่นหุ้นฝั่งนี้ ส่วนหนึ่งโอนไปให้ เอเดรีน ถือเป็นมรดกของเขา หลังจากซูไป๋หรือนิกตายไป

“นั่นเป็นเงินของคุณเหรอ ฉันโดนตรวจสอบจนแทบแย่ ตอนแรก ฉันก็นึกว่าใครโอนมาใส่ร้ายฉัน ถึงตอนนี้ฉันยังไม่กล้าใช้เงินเลย”

“อืม ผมรู้”

“ถ้างั้นตอนนี้ คุณก็รู้ที่ไปที่มาของเงินแล้ว คุณก็ใช้เงินนั่นได้”

“โอเค ฉันจะเก็บไว้ให้ลูกเรียนมหาลัย”

เอเดรีน ไม่สอบสวนเรื่องเงินอีกต่อไป เหมือนว่าเธอจะโล่งอก เธอเองก็มีเรื่องต้องการใช้เงินเหมือนกัน และมีเงินเอาไว้ก็ไม่เสียหาย ใครบ้างไม่ชอบเงิน

“คุณคงไม่ใช่ทำอะไรผิดกฏหมายใช่ไหม”

“ผมเป็นคนอย่างงั้นเหรอ”

“ทั้งไม่ และใช่”

“อืม ผมก็คิดว่าอย่างงั้น”

“ที่แน่ๆคุณมั่นใจได้ เงินนั่น ไม่ได้ปล้น หรือฆ่าใครเพื่อให้ได้มันมา ผมเล่นหุ้นได้มานิดหน่อย คุณจะเอาหลักฐานไปตรวจสอบก็ได้”

“ฉันเอาแน่ แต่คุณยังไม่ได้ตอบฉันว่าคุณจะอยู่อีกนานไหม”

“อันที่จริง ผมไปตอนนี้เลยก็ได้นะ ถ้าคุณอึดอัด ผมสามารถไปนอนโรงแรมได้”

เอเดรีน เหมือนใช้เวลาคิดนิดหนึ่ง

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้น ไม่เป็นไร คุณอยู่ที่นี่ได้ เพราะยังไง ฉันก็เป็นฝ่ายขอยืมบ้านคุณ แต่คงใช้เวลาไม่นาน”

“เอ่อ อืม ฉันดูรถของคุณที่จอดอยู่ข้างนอก ป้ายทะเบียนมันหายไป”

“ความจริง ผมถอดมันออก มันเป็นรถของคนอื่น ที่ผมยืมมา เดี๋ยวจะมีคนมาเอามันไป แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้จะซื้อรถคันใหม่”

เขาเพิ่งมาถึงพอร์ทแลนด์ ยังไม่มีเวลาไปซื้อรถใหม่ จึงยืมรถในค่ายทหารมาใช้ชั่วคราว เดี๋ยวดึกๆมืดๆ เขาค่อยเก็บเข้าไปในมิติเก็บของ

“รถฟอร์ดของคุณ ยังอยู่ในโรงรถที่บ้านป่า พรุ่งนี้ฉันจะให้คนขับมาให้ที่นี่”

“ไม่ต้องก็ได้ ผมจะซื้อใหม่ แต่ก็ขอบคุณมาก”

“อืม โอเค ฉันจะอาบน้ำ แล้วเข้านอนแล้ว”

“โอเค คุณคงเหนื่อยจากการทำงาน”

“อืม มีเรื่องนิดหน่อย”

“อยากเล่าไหม”

“ไม่”

เอเดรีน รู้สึกแปลกๆ ถึงแม้หน้าจะใช่ แต่ความรู้สึกบอกว่าไม่ใช่ คล้ายคนแปลกหน้าเจอกันครั้งแรกมากกว่า สงสัยว่ามันจะนานเกินไป จนหลงลืมกันไปแล้ว กล่าวจบ เธอเดินขึ้นบ้านไป ห้องของเธออยู่ด้านบน และด้านบนก็มีห้องน้ำ

ก่อนหน้านี้ เขาได้แอบฉีดยายีนส์ให้กับเอเดรีน ตั้งแต่พบกันครั้งแรก เมื่อเธอกอดทักทายเขา ส่วนโอลิเวียนั้นเขาแอบฉีดให้ตั้งแต่อุ้มเธอครั้งแรกหน้าบ้านเหมือนกัน ถือว่าเป็นของขวัญแรกพบหน้า ของเขากับพวกเธอ การฉีดยายีนส์ของเขานั้น แค่แตะตัวชั่วครู่ เขาก็แอบส่งยีนส์ระดับหนึ่งเข้าไปในร่าง ก็แค่นั้นก็เสร็จเรียบร้อย เธอแทบไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ

ตกดึกสงัด เมื่อจับสัมผัสได้แล้วว่า ทั้งสองหลับสนิท แบรนน็อคมองออกไปด้านนอก ตรงจุดที่เขาจอดรถไว้มันมืดสนิท เขาจึงสั่งให้ลามอส ทำการเก็บรถไปก่อน เพื่อจะได้ไม่มีปัญหา

ยามนั้น เงาดำคืบคลานออกไปข้างนอก แล้วครอบคลุมรถ แล้วจู่ๆรถคันนั้นก็หายวับไป พร้อมกับเงาดำนั้น

แบรนน็อค หันมาสนใจ หน้าจอโน๊ตบุ๊คของเขาต่อไป เขายังต้องออกแบบบททดสอบที่เอาไว้ทดสอบทหารพรุ่งนี้

ตอนก่อน

จบบทที่ ขอยืมบ้าน

ตอนถัดไป