ฉันจะลองคิดดู

เมื่อคืนมันบ้ามาก จนลามอสต้องสร้างบาเรียขึ้นมา ครอบบริเวณห้องรับแขก ปิดเสียงเอาไว้ ไม่ให้ดังไปข้างนอก ไม่เช่นนั้น ด้วยเสียงครวญครางของเอเดรีน ที่ร้องเหมือนแม่หมูถูกเชือด ก็คงจะดังไปสามบ้านแปดบ้าน และทำให้เด็กที่ชั้นสองต้องพลอยตื่นไปด้วย

เช้านี้ เอเดรีน ลุกตื่นขึ้นมารู้ตัว พบแบรนน็อค ที่ยืนยิ้มอยู่ในครัว เหมือนกำลังทำอาหารเช้าอยู่ เธอแลบลิ้นกล่าวอรุณสวัสดิ์ทักทาย แล้วจึงรีบห่มผ้าห่มพันรอบตัว วิ่งขึ้นบ้าน ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ

แล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ วิ่งลงมาอีกรอบ เก็บปืนของเธอขึ้นไปด้วย

เธอยังไม่ลืมว่า ในบ้านมีเด็กอยู่ ไม่สามารถวางปืนเอาไว้ส่งเดชได้

การมีเซ็กส์กับแบรนน็อค เป็นเหมือนการปลดล็อคยีนส์ของเอเดรีนอีกขั้น ให้เข้าถึงทุกอนูเซลล์ และผลัดเปลี่ยนเซลล์เดิมให้เกิดใหม่

ปกติเซลล์ของมนุษย์จะแบ่งตัว หนึ่งเป็นสอง สองเป็นสี่ สี่เป็นแปด และแบ่งไปเรื่อยๆ ที่ตายก็ตายที่แบ่งใหม่ก็แบ่งเหมือนเกิดใหม่ แต่มันจะไม่ใช่ว่าไม่มีสิ้นสุด โดยเฉลี่ยแล้วจะแบ่งออกมาไม่เกิน 36 ครั้ง เหมือนมันมีตัวนับหรือโปรแกรมจำกัดเอาไว้ ให้มันแบ่งได้เท่านี้ แล้วเซลล์เก่าๆก็จะเริ่มตายไป แล้วทำให้คนเริ่มแก่ ชรา จึงทำให้อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ไม่เกิน 120 ปี

แต่เมื่อมนุษย์ได้รับยาปรับปรุงพันธุกรรม เซลล์ของมนุษย์จะมีการกลายพันธุ์และปลดล็อคโปรแกรมที่จำกัดการแบ่งตัวเอาไว้ของเซลล์ ให้สามารถแบ่งตัวได้อีกเรื่อยๆ แก่ช้าลง และอายุขัยเฉลี่ย 300 ปี นี่เป็นเพียงยายีนส์ระดับหนึ่งเท่านั้น

เมื่อคืนนั้น เอเดรีน เหมือนเมากัญชากลายพันธุ์ และเป็นผลของยายีนส์ ที่ปลุกให้อารมณ์บางอย่างปะทุขึ้นมา ด้วยอายุขัยที่เพิ่มขึ้น เธอจึงเหมือนย้อนวัยกลับไปเป็นสาวแรกรุ่น เธอจึงเร่าร้อนกว่าปกติแถมยังดุร้ายเหมือนแม่เสือสาว ขึ้นโยกด้วยตัวเอง จนแทบโซฟาพัง

อาจบางทีเธออาจจะปลุกพลังเองได้ แต่แบรนน็อค สามารถนำทักษะสกิลมาขายในส่วนกลางได้ นั่นเพราะเขาสามารถส่งผ่านความสามารถพิเศษได้ ดังนั้นเขาจึงแอบส่งผ่านพลังวิเศษธาตุแสง และธาตุไม้ ให้เธอ เมื่อคืนนี้

ส่วนโอลิเวีย นั้นแอบเขาส่งผ่านทักษะวิเศษพลังจิต พลังควบคุมโลหะ ให้เธอเมื่อวาน ตอนที่เขาอุ้มเธอลองปั่นจักรยานใหม่ พลังนี้จะทำให้เธอยิ่งฉลาดขึ้น และมีจิตสัมผัสที่ดีขึ้น แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำอย่างอื่นอย่างเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยพลังจิตให้ลอยได้ หรือควบคุมโลหะให้เคลื่อนไหว เพราะเขาได้จำกัดพลังของเธอเอาไว้ด้วยกำไลชีวิต และกลายพันธุ์ระดับหนึ่ง พลังจิตระดับเริ่มต้น ก็ไม่ได้ทรงพลังอะไร หากเธอทำได้ ก็แค่อะไรที่มันเบาๆ อย่างกระดาษหรือดินสอ

แบรนน็อคแอบบล็อคพลังของเอเดรีนให้ลดลงเล็กน้อยด้วยพลังของเขา แล้วเดี๋ยวเขาจะให้กำไลชีวิตให้เธอ ให้กำไลชีวิตช่วยกดพลังและความสามารถของเธอเอาไว้อีก ไม่ให้ใช้เกินระดับมนุษย์ธรรมดามากนัก

เพราะการกลายพันธุ์ระดับหนึ่ง จะทรงพลังกว่าเดิมสิบเท่าเขาก็ลดลงเหลือห้าเท่า เธอจึงเหมือนหญิงแกร่งทั่วไป ที่เทียบเท่าผู้ชายที่แข็งแกร่งก็พอ

แต่ที่แน่ๆ เขาไม่ได้จำกัดความสามารถอื่น ทั้งการมองเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น การคิด มันก็จะมีความชัดเจนรวดเร็วและไกลมากขึ้นและค่อยๆชัดเจนมากขึ้น เหมือนกับกล้องที่กำลังค่อยๆปรับโฟกัส

ส่วนความสามารถธาตุแสง ธาตุไม้นั้น ช่วยให้ร่างกายรักษาตัวเองได้เร็วขึ้น ซึ่งจะเป็นฝ่ายสนับสนุนในอนาคต

เอเดรีน เดินสวนกับโอลิเวีย ที่กำลังจะเดินลงมาพอดี เธอเห็นมารดาตัวเองเปลือยกายเอาผ้าห่มพันตัวเองอยู่ แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไป เธอทำหน้าสงสัยเล็กน้อย แต่ความจริงแล้วโอลิเวียแอบลงมาแล้วรอบหนึ่ง เมื่อออกจากห้องนอนจะเข้าห้องน้ำตอนเช้า ก็เห็นห้องแม่เปิดแง้มอยู่ เธอเปิดดูไม่พบแม่ จึงแอบมาส่องดูด้านล่าง ก็เห็นแม่นอนเปลือยกายบนโซฟา โดยมีผ้าห่มปิดเอาไว้บางส่วน วับๆแวมๆอยู่

ตอนแรกเธอไม่เข้าใจว่าอะไร แต่เหมือนจะนึกขึ้นมาได้ว่า ข้างล่างมีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าพ่ออยู่ เธอก็พอจะเดาได้ลางๆว่า เมื่อคืนแม่ลงมานอนกับพ่อ ก็แค่นั้นเอง

แต่ที่เธอสงสัยคือ ทำไมทั้งสองไม่ไปนอนกันในห้องนอนแม่ หรือว่าโซฟามันนอนได้ดีกว่า พวกพ่อแม่ไม่รู้หรือไงว่า ในบ้านมีลูกสาวและยังเป็นเด็กอยู่ในบ้านด้วย โอลิเวียส่ายหน้าระอา สองพ่อแม่ที่ทำตัวเหมือนวัยรุ่น

“อรุณสวัสดิ์นิก”

“อรุณสวัสดิ์โอลิเวีย”

“เมื่อคืนหลับสบายหรือเปล่า”

“หลับสบาย ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย” โอลิเวีย กล่าว

“วันนี้หากคุณอยากกินข้าวไข่เจียว วันนี้คุณต้องไปซื้อข้าวมาเองนะ”

“โอเค เดี่ยวตอนเย็นพ่อจะสอนให้เธอทำอาหารจีนด้วย ดีหรือเปล่า”

“ส่วนข้าวไข่เจียวนั้น น่าจะเรียกว่าอาหารไทย”

“คนจีนไม่กินข้าวไข่เจียวเหรอ”

“กินเหมือนกัน แต่พวกเขาจะไม่ทำแค่ตอกไข่ใส่กระทะ มันต้องใส่ส่วนผสมอะไรไปด้วยนิดหน่อย อย่างหอมกระเทียมสับหั่นฝอย อย่างละนิดละหน่อยเพิ่มรสชาติ และที่สำคัญระหว่างขั้นตอนตอกไข่ ต้องเอาเปลือกไข่ออกให้หมดก่อน ค่อยตีไข่ เดี่ยวตอนเย็นพ่อจะสอนหนูเอง”

“โอเคค่ะ”

โอลิเวีย ทำหน้าตาสนใจ อาจบางที เอเดรีน ไม่เคยสอนเธอทำอาหารเลย แต่เธอทำเองเพราะอยากทำ นี่อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ ที่เขาจะสอนให้โอลิเวียทำอาหาร

ส่วนวิธีทำ แบรนน็อคก็ให้ศึกษาจากวีดีโอในเน็ตได้ ส่วนรสชาติ เอาเป็นว่า น่าจะพอกินได้ เพียงแต่ส่วนผสมและเครื่องปรุง จะต้องไปซื้อมาเพิ่มเล็กน้อย

ไม่นาน เอเดรีนก็ลงมา อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย โดยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

เร็วมาก ถ้าเทียบกับคนอื่น และเอเดรีนก็แค่อาบน้ำสระผม แล้วเช็ดๆผมให้แห้ง เป่าผมเล็กน้อย แล้วหวีมันสามครั้ง แล้วแต่งตัวรีบลงมา

หลังจากเมื่อคืน และหลังจากได้รับยายีนส์และปลดล็อคยีนส์ในครั้งนี้ เอเดรีน เหมือนได้ย้อนวัยกลับไปเหมือนสองหรือสามปีที่แล้ว ตาใส เป็นประกาย หน้าตาดูมีน้ำมีนวล แต่คนอื่นๆสามารถเดาได้ว่าเพราะอะไร เพราะนั่นคือนิก อดีตสามี มาพักอยู่ที่บ้านเธอ และถ่านไฟเก่าอาจประทุขึ้นมาก็ได้

“ผมมีเรื่องจะบอกคุณ เดี๋ยวเราไปส่งลูกด้วยกัน เดี๋ยวเราจะคุยกันระหว่างทาง”

“โอเค” เอเดรีน ไม่คัดค้าน ทั้งสามนั่งรถของเอเดรีน เพื่อไปส่งโอลิเวียก่อนที่โรงเรียนประถม แล้ววนรถกลับมาส่งแบรนน็อคอีกครั้งที่บ้านซึ่งระยะทาง ไปกลับก็ไม่ไกลมาก ไม่เป็นไรหากจะกลับไปกลับมา ในระหว่างนั้นก็สามารถคุยกันได้

เมื่อส่งโอลิเวียเสร็จ ก็วนรถกลับมาบ้าน

“เรื่องอะไรเหรอ” เอเดรีน เหมือนจะมองเห็นความไม่สบายใจของอดีตสามี หรือตอนนี้น่าจะเรียกว่าสามีเหมือนเดิมก็ได้เพราะพวกเขาก็เพิ่งมีอะไรกัน ถึงแม้จะเรียกสามีไม่ได้เต็มปาก เพราะพวกเขาไม่ได้แต่งงานกัน แต่ก็น่าจะเรียกว่าแฟนหรือคนรักได้ ใช่ไหม เพราะเรื่องแบบนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องของคนที่ไม่ใช่แฟนหรือคนรักทำกันอยู่แล้ว อย่างน้อยหากไม่ใช่ พวกเขาก็จะป้องกัน และไม่สานต่อเหมือนพวกเขาตอนนี้

แต่เมื่อดูจากสีหน้าท่าทาง เหมือนว่าเขามีเรื่องคิดหนัก เอเดรีนก็พลอยคิดหนักไปด้วย

พอมีอะไรกันเสร็จ เช้าอีกวันก็จะไป หรือเปล่า เขาถึงได้บอกว่ามีเรื่องจะคุย เอเดรีน รู้สึกไม่สบายใจ

“เอ่อ” แบรนน็อคเกาหน้าผาก กำลังคิดเรื่องโกหก ว่าจะเป็นเรื่องไหนดี

“เอเดรีน ผมมีเรื่องจะบอกคุณ ผมเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ หรือที่เรียกว่านิวแมน ดังนั้นโอลิเวียลูกของเรา ก็เป็นนิวแมนด้วย และพลังของเธอนั้นผมได้ระงับเอาไว้ให้เธอแล้ว และสอนให้เธอระวังในการใช้พลัง”

เอเดรีน เบรกรถดังเอี๊ยด โชคดีไม่มีรถตาม

แล้วแบรนน็อคก็กล่าวต่อ

“ไม่เพียงแต่ลูกเท่านั้น คุณก็ด้วย เพราะว่าคุณเป็นเมียผม เมื่อเรามีความสัมพันธ์กัน คุณก็ติดเชื้อกลายพันธุ์จากผมไปด้วย เพียงแต่ว่า พลังของคุณอาจจะยังไม่ตื่นขึ้น แต่เมื่อ ผ่านเรื่องเมื่อคืนไป พลังของคุณก็จะตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ”

“คุณๆๆ คุณทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง”

“คุณเอาเชื้ออะไรมาติดฉัน” เอเดรีนตกใจ คล้ายคนที่สามีเพิ่งบอกว่าตัวเองเป็นเอดส์ และเอาเอดส์มาติดตัวเอง นี่เป็นการทำร้ายกันโดยไม่รู้ตัว

“นี่คือกำไลชีวิต คุณใส่มันไว้ มันจะช่วยบล็อคพลังให้คุณ ไม่ให้คุณใช้พลังได้มากเกินไป” แบรนน็อคส่งกำไลชีวิตให้กับเอเดรีน

“นี่คืออะไร”

“ใจเย็นๆ คุณใส่มันก่อน ผมจะค่อยๆอธิบายให้ฟัง”

“โอเค พวกเราเลยวัยที่จะอารมณ์ร้อนใส่อารมณ์ระหว่างคุยกันไปแล้ว ฉันจะทำใจ ค่อยๆฟังคุณอธิบาย คุณค่อยอธิบายมา ฉันเป็นคนคุยด้วยง่าย แล้วฉันค่อยใส่มันทีหลัง”

“โอเค ผมจะค่อยๆอธิบายให้คุณฟัง… คืออย่างนี้ พลังของโลกกำลังฟื้นคืน พืชและสัตว์จะค่อยๆกลายพันธุ์ และมนุษย์ที่กินพืชและสัตว์กลายพันธุ์เข้าไป จะค่อยๆกลายพันธุ์ไปด้วย นี่อาจเป็นกลไกการป้องกันตัวของโลก เพื่อเตรียมพร้อมกับมนุษย์ที่จะกลายพันธุ์แข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่โลกจะได้ต่อกรกับผู้รุกรานจากต่างดาว”

“เมื่อหมื่นปีกว่าก่อน เหล่าผู้ฝึกตน ได้ย้ายไปอยู่ดาวอื่นในจักรวาลอื่น เพราะพลังวิญญาณของโลกค่อยๆหายไป แล้วเมื่อพลังวิญญาณฟื้นคืน พวกคนเหล่านั้น ก็จะย้อนกลับมา แต่พวกที่มีพลังสูงๆ ไม่สามารถข้ามผ่านประตูมิติมาได้ ดังนั้นจะมีพวกที่ระดับต่ำๆ พวกรุ่นเยาว์ ข้ามผ่านเข้ามา เก็บเกี่ยวทรัพยากรและเกี่ยวกับประสบการณ์ที่นี่ โดยการประลองกันเอง และประลองกับคนท้องถิ่น คนพ่ายแพ้ต้องตายและถูกทำลาย ดังนั้นแล้วพวกเรายังมีเวลาที่จะเตรียมตัวสร้างความแข็งแกร่งให้กับมนุษย์ที่เป็นคนท้องถิ่น ให้เป็นนิวแมน เพื่อต่อกรกับนิวแมนเหล่านั้นที่กำลังจะกลับมา”

“อีกทั้งยังมีผู้ฝึกตน ระดับสูง ที่เดินทางผ่านประตูมิติไม่ได้ จะต้องเดินทางผ่านยานอวกาศ มาที่นี่ และอาจจะถึงโลกเรา ในระยะห้าหรือสิบปีนี้ แล้วแต่ว่า เครื่องยนต์ยานอวกาศของพวกเขา จะพัฒนาไปมากน้อยแค่ไหน”

“บรรดาเหล่าผู้อาวุโสของนิกายต่างๆในโลกนี้ จึงได้ถูกปลุกขึ้นมา เพื่อเตรียมการณ์รับมือ คุณเคยดูหนัง ที่มีแวมไพร์ อายุพันปีที่จำศีลอะไรพวกนั้นใช่ไหม เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญๆ ถึงได้ถูกปลุกขึ้นมา พวกผู้อาวุโสพวกนี้ก็เหมือนกัน แต่พวกเขาไม่ใช่แวมไพร์ เขาเป็นผู้ฝึกตนที่จำศีลบำเพ็ญเพียรสันโดษ อยู่ในถ้ำใต้ดิน อยู่ใต้โลก พอได้รับนิมิต และพลังวิญญาณของโลกฟื้นคืน เหล่าผู้อาวุโสจากนิกายต่างๆ จึงได้พากันออกจากการจำศีล บางคนก็พันปี บางคนก็สองพันปี บางคนก็ห้าพันปี มาคอยช่วยเหลือกันในครั้งนี้”

แบรนน็อคสร้างเรื่องขึ้นมา พอพูดไปแล้ว เขาก็แทบจะไม่อยากเชื่อตัวเอง ดังนั้นคนอื่นคงเชื่อยาก แต่พูดบ่อยๆ ปล่อยข้อมูลลวง ให้รู้กันไปทั่ว เมื่อมีคนพูดบ่อยๆ พูดกันหลายคน ก็คงจะเชื่อกันเอง เหมือนอุปาทานหมู่

เพียงแต่ ไม่รู้ว่า เอเดรีนจะเชื่อหรือเปล่า แต่เมื่อคนเราโกหกไปแล้วครั้งหนึ่ง ก็ต้องโกหกไปให้ตลอด และต้องสร้างเรื่องโกหกมากขึ้น แต่ยังไงมันก็ยังดีกว่าบอกไปตรงๆว่าผมคือเอเลี่ยน และมากับซากเอเลี่ยนตัวใหญ่ จึงทำให้โลกเปลี่ยนแปลงใช่ไหม

เอเดรีน หายใจถี่ขึ้นๆลงๆ นั่งฟังเงียบๆ เหมือนจะคิดตาม หรือไม่เชื่อก็ไม่อาจรู้ได้

“เอางี้ ผมจะพาคุณไปสถานที่แห่งหนึ่ง ตอนนี้ คุณขับรถกลับบ้านก่อน”

เอเดรีน สูดหายใจเข้าลึกๆ เชื่อฟัง แล้วขับรถกลับบ้านแบบงงๆ เมื่อเข้าไปในบ้าน แบรนน็อค ก็ให้ลามอสพาเขาและเอเดรีน วาร์ปมาที่ค่ายฐานสอง ตอนนี้คนในค่ายฐานสอง ก็ยังพากันฝึก และเข้าไปทดสอบในเครื่องทดสอบกันอยู่ไม่ว่างเว้น และเพิ่งเข้าสู่รอบที่สอง

แบรนน็อคพาเอเดรีน เหาะลอยฟ้าอยู่บนฟ้า โดยเขากอดเธอเอาไว้ แต่การเหาะนี้ ได้อำพรางเอาไว้ ไม่ให้คนด้านล่างเห็น เพราะแบรนน็อคในร่างนิก ยังไม่เคยปรากฏตัวที่ฐานสอง

แบรนน็อคมือซ้าย ที่อยู่ไม่ไกล หันมามองทางนี้ครู่หนึ่ง แล้วหันกลับไปดูทหารฝึกซ้อมกันต่อไป เหมือนครูฝึกหรือผู้คุม

“นี่เป็นทหารในค่ายที่ถูกทำลายวันนั้น แต่พวกเขาไม่ได้ถูกฆ่าหรือทำลายจริงๆ แต่ถูกนำตัวมาที่นี่ เพื่อฝึกให้เป็นทหาร สำหรับสงครามกับนิวแมนต่างดาวที่กำลังจะเกิดขึ้น”

“มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่นิวแมนไม่กี่คนจะรับมือนิวแมนจะโลกอื่นได้ ดังนั้นจึงต้องฝึกนิวแมนรุ่นใหม่ขึ้นมา และเป็นโอกาสดีที่เริ่มต้นด้วยทหาร ให้กลายเป็นทหารลับของโลก”

“เมื่อพวกเขาผ่านด่านการทดสอบ ก็จะได้รับยายีนส์ระดับหนึ่ง ที่ทำให้วิวัฒนาการ และบางคนอาจสามารถปลุกพลังวิเศษได้”

เอเดรีนกอดแบรนน็อคเอาไว้ เพราะหากปล่อยเธอคงร่วงลงไปข้างล่าง แต่ดูเหมือนว่า เธอไม่ได้ใช้แรงเกาะเขาเอาไว้มากนัก เพราะแบรนน็อคใช้พลังพยุงร่างเธอเอาไว้ เธอจึงเลิกประหม่า ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นมาได้ว่า เธอกำลังเหาะอยู่ มันเป็นความรู้สึกที่ยากอธิบาย มันกลับกลายเป็นว่า เรื่องบ้าๆเมื่อคืน เมื่อเทียบกับเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่าฝุ่นผงไม่ควรค่าให้กล่าวถึงไปเลย

เอเดรีน หันไปมองหน้านิก อย่างพิจารณา นี่ยังเป็นนิกคนเดียว คนที่เธอรู้จักหรือไม่ ตอนแรกเมื่อห้าปีก่อน เธอได้รู้ว่า เขาเป็นซีไอเอ นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้วสำหรับเธอ แต่เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งกว่าเสียอีก

“คุณดูกำไลชีวิตที่พวกเขาสวมใส่ กำไลชีวิตนี้ จะเป็นพื้นที่มิติเก็บของๆพวกเขาด้วย พวกเขาจะเก็บของเอาไว้ในนั้นได้ หากจำเป็นก็สามารถเสกออกมา เดี๋ยวผมจะพาคุณไปลองใช้งานดู”

แบรนน็อคโบกมืออีกครั้ง ภาพเบื้องหน้าก็เบลอ แล้วเมื่อกระพริบตาอีกครั้ง ก็กลับมาอยู่ในบ้านแล้ว

“ตอนนี้ในฐานสอง อยู่ใต้ทะเล มันก็เลยค่อนข้างมืด ผมกำลังปรับแต่งระบบไฟฟ้าของที่นั่น คาดว่าสองสามวันนี้ก็น่าจะเสร็จ และมีไฟฟ้าใช้ได้ และผมจะให้พวกเขาได้ทำการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ทำอาหารกินกันเอง”

“นี่มันเป็นการลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว หรือเปล่านิก”

เอเดรีน เริ่มปวดหัว หากจะว่าไปแล้ว นี่เป็นเรื่องผิดกฏหมาย แต่หากจะมองในภาพรวม ดูเหมือนว่ามันจำเป็น เพราะโลกกำลังจะเผชิญกับภัยคุกคาม

“คุณลองสวมกำไลชีวิตดูก่อน ใส่แล้วมันจะปรับตัวเป็นแบบสมาร์ทวอช ที่ไม่ต่างจากสมาร์ทวอชทั่วไป”

เอเดรีน รับกำไลชีวิตมาอีกครั้งแล้วใส่มันแบบงงๆ แล้วภาพโฮโลแกรมก็ปรากฏ เธอลองจิ้มๆดู ใส่ชื่อ และดูข้อมูลอื่นๆ

ตรงช่องเก็บของ เธอลองกดที่ปืนดู ปืนก็ออกมา เธอก็จับเอาไว้โดยไม่รู้ตัว แล้วเธอก็คิดมันก็ถูกเก็บกลับไป

แม้ว่าเธอจะตกใจกับเรื่องใหม่เรื่องใหญ่นี้ แต่เธอก็ไม่ใช่เด็กน้อย เธอเผชิญเรื่องยากๆมามาก จึงไม่ยากที่จะทำความเข้าใจกับสถานการณ์ และอุปกรณ์ใหม่นี้

“สรุปแล้ว ตอนนี้ คุณเป็นนิวแมน ลูกเราเป็นนิวแมน ฉันก็เป็นนิวแมน พวกเราเป็นครอบครัวนิวแมน แต่ฉันยังทำงานให้รัฐบาลเพื่อตามจับนิวแมนใช่ไหม”

แบรนน็อคทำหน้าตาแปลกๆ “ทำไมต้องตามจับนิวแมน ในเมื่อนิวแมนไม่ได้ทำอะไรผิด”

“หากไม่นับเรื่องที่ทำลายฐานในวันนั้น มันก็ใช่ แต่ตอนนี้ ไม่ แล้ว”

“เพราะการทำลายฐานวันนั้น มีทหารสูญหาย และตีความว่าเสียชีวิตเกือบพันคน คุณคิดว่ารัฐบาลจะยังทนได้ไหม”

“อืม เพราะอย่างนี้ ผมจึงต้องรีบกลับมา และรีบบอกคุณ”

“ตอนแรก ผมไม่อยากให้คุณมาพัวพัน จึงอยู่ห่างๆพวกคุณ แต่คุณกลับพัวพันกับเด็กกลายพันธุ์ที่ถูกรัฐบาลจับไป คุณอย่าลืมว่า รัฐบาลฆ่าพ่อแม่ของพวกเด็กๆ แล้วจับตัวพวกเด็กๆไป คุณคิดว่า เมื่อเหล่าผู้อาวุโสนิวแมนรู้เรื่องนี้ จะยังนิ่งเฉยอยู่ได้ไหม”

เธอกำลังจะบอกว่า ‘แต่การทำลายทั้งค่าย มันก็เกินไปไหม’ แต่เมื่อคิดว่า ค่ายนั้นไม่ได้ถูกทำลายจริงๆ แค่ถูกย้ายไป และทหารก็ยังไม่ตาย เธอจึงต้องคิดในอีกแง่มุมหนึ่ง ที่สามีเล่าให้ฟังด้วย

เอเดรีน เหมือนกำลังคิด ดูหน้าจอ ที่ปรากฏหน้าเธอ มองด้านบนขวามันไม่มีปุ่มปิดด้านบนเหมือนแอปหรือโปรแกรม คงต้องใช้การคิด พอเธอคิดทั้งหน้าจอก็หายไป เท่ากับว่าปิดหน้าต่างของเธอไปก่อน

“ฉันจะคิดเรื่องนี้ในทีหลัง ฉันต้องไปทำงานแล้ว”

“อืม ระวังตัวด้วย อย่าเผยพิรุธและอย่าบอกเรื่องนี้กับใคร และระวังเรื่องการใช้แรง อย่าออกแรงมากเกินไป คุณอาจทำร้ายคนอื่นได้โดยไม่รู้ตัว”

“โอเค ฉันรู้แล้ว คุณเองก็ระวังตัวด้วยเหมือนกัน”

เอเดรีน จูบลาสามี แล้วเดินออกจากบ้านไป แม้ว่าเธอจะคิดมาก แต่คนเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ก็มีวิจารณญาณของผู้ใหญ่ และความคิดของผู้ใหญ่ และมองในอีกมุมหนึ่ง และในเมื่อตอนนี้ เธอรู้ตัวว่าเป็นนิวแมน เธอจึงคิดในแง่มุมของนิวแมนด้วย

ตอนก่อน

จบบทที่ ฉันจะลองคิดดู

ตอนถัดไป