เจ้าอยากทำงานอะไร
เมื่อวาร์ปออกมาจากห้องควบคุมฐาน เขาก็ออกมาที่ห้องบัญชาการ
ห้องควบคุมฐานนั้น เป็นพื้นที่ลับ เข้าได้แต่เฉพาะแบรนน็อคและลามอส คนอื่นๆนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่
เมื่อมีพลังงานเพียงพอ ระบบต่างๆก็ได้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เมื่อเข้าไปในศูนย์บัญชาการ รายงานต่างๆก็ถูกส่งเข้ามา ในตอนนี้เสบียงต่างๆได้ถูกใช้ และจะหมดในหนึ่งเดือน และถูกจัดอันดับความสำคัญอยู่อันดับต้นๆ
“ผมรู้แล้ว ผมจะแก้ไขปัญหาเรื่องเสบียงเอง พวกคุณไม่ต้องห่วง ผมจะซื้อเสบียงจากภายนอก ที่สามารถใช้ได้อย่างน้อยหกเดือน แต่หลังจากนั้น สัตว์และพืช จะต้องเพาะเลี้ยงและปลูกเอง”
“ผมจะจับสัตว์เข้ามาในฐาน และหาเมล็ดพันธุ์พืชมาให้ แล้วให้พวกคุณจัดการต่อ และต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง แม้จะถูกการตัดขาดจากภายนอก”
สำหรับพืชนั้น มีผู้มีพลังวิเศษที่สามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้ สำหรับสัตว์ก็ให้มันกลายพันธุ์ มันก็จะตัวโตกว่าเดิม กินได้ทั้งค่าย
“ครับผู้อาวุโส”
“ต่อไป ให้ทุกคนเรียกผมว่า ผู้บัญชาการ”
“ผมยังเป็นผู้อาวุโสสองของนิกายอยู่ และนั่งควบตำแหน่งผู้บัญชาการฐานสอง”
“และตอนนี้ฐานสามก็กำลังเริ่มก่อสร้าง หลังจากนั้น พวกคุณก็จะเป็นเพื่อนบ้านและคู่แข่งกัน”
แบรนน็อคหยุดนิดหนึ่ง
“แล้วพวกเด็กๆตอนนี้อยู่ที่ไหน”
“พวกเขายังอยู่ที่เดิมครับ” นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งเอ่ย
“จัดห้องให้พวกเขา อยู่ด้านบนดิน ไม่ใช่อยู่ใต้ดิน”
ผู้หญิงและเด็กที่ติดตามแบรนน็อคมา มี 10 คน อีก 8 คนที่เหลือ อยู่กับเอเดรีน คนที่ติดตามเขามา ล้วนเป็นคนที่ไม่มีครอบครัว หรือครอบครัวถูกฆ่าตายแล้ว การอยู่กับผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งย่อมดีกว่า หนึ่งในนั้นยังมีเด็กคนที่เอเดรีน คอยติดตามสืบหาในตอนแรกด้วย
“บอกให้พวกเขา มาพบข้า”
…
หลังจากนั้นไม่นาน พวกผู้หญิงและเด็ก ก็พากันขึ้นมา พวกเขายังใส่ชุดขาว ที่เป็นชุดของห้องทดลอง
แบรนน็อคโบกมือบนโต๊ะก็ปรากฏกำไลชีวิต ครบจำนวนคนทั้งผู้หญิงและเด็ก รวมทั้งเจ้าหน้าที่และนักวิทยาศาสตร์
“นี่คือกำไลชีวิตของพวกเจ้า สรรพคุณข้าจะไม่พูดซ้ำ ไปศึกษากันเอาเอง เอาไปแบ่งกันได้”
“คนอื่นๆไปยืนอยู่ด้านข้าง นิวแมนยุคแรกก้าวมาข้างหน้า”
…
คนอื่นๆก็พากันย้ายตัวเองไปด้านข้าง มนุษย์กลายพันธุ์ที่ปลุกพลังได้แล้ว ก็ก้าวมาข้างหน้าของเขา
เมื่อพวกเธอก้าวเข้ามา แบรนน็อคดูผู้หญิงและเด็ก 10 คน พวกเธอก็กำลังมองดูเขาเช่นกัน
“ลองใช้กำไลชีวิตดูก่อน”
เด็กๆที่หยิบกำไลชีวิตมากันคนละอันก่อนหน้านี้ ก็ลองสวมให้ตัวเอง
เด็กที่อายุต่ำสุดก็ 8 ขวบ คนที่อายุมากสุดก็ 22 ปี
“เจ้าชื่ออะไร”
“ข้าโรซารี”
“เจ้าอายุมากสุดใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“ข้าไม่รู้ว่า ที่พวกเจ้าติดตามข้ามา เพราะไม่มีบ้านให้กลับ หรือไม่อยากกลับไป ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าคิดอะไรอยู่ และไม่อยากรู้ แต่ต่อไป ที่นี่จะเป็นบ้านของพวกเจ้า และจะไม่มีใครรังแกพวกเจ้าอีก อะไรที่พวกเจ้า ไม่ต้องการ ไม่อยากทำ ก็สามารถปฏิเสธได้”
“แต่ถึงแม้จะได้รับการปฏิบัติแตกต่าง หรือดีกว่าคนอื่น ก็ไม่ใช่ว่าจะอยู่เฉยๆได้ ทุกคนต่างก็มีหน้าที่ๆต้องทำเหมือนกัน”
“หน้าที่ของพวกเจ้า คือต้องเรียนหนังสือ ข้าจะให้เจ้าหน้าที่และพวกนักวิทยาศาสตร์ เป็นครูสอนหนังสือให้พวกเจ้า ให้ตั้งใจเรียนให้ดี อาจบางที หนึ่งหรือสองปีผ่านไป ข้าจะตั้งโรงเรียนสำรับนิวแมนโดยเฉพาะ เมื่อถึงเวลานั้น พวกเจ้าก็จะสามารถเรียนในโรงเรียนและเล่นกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน และสามารถเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไปได้ แต่ตอนนี้ก็คงต้องทำอย่างนี้ไปก่อน”
“ตอนนี้คนที่อายุมากก็ต้องคอยดูแลคนที่อายุน้อย ไปก่อน ถือว่าเป็นการดูแลน้องๆ”
“ความสามารถของพวกเจ้าส่วนใหญ่ สามารถช่วยได้ในเรื่องอาหารของที่นี่ ในอนาคต พลังของพวกเจ้าจะสำคัญมาก และพวกเจ้าก็จะสำคัญกับฐานแห่งนี้มาก รวมทั้งสำคัญกับข้ามากด้วย หากมีใครกล้ารังแกพวกเจ้าอีก ก็มาหาข้าได้ ข้าจะจัดการให้พวกเจ้าเอง”
“ค่ะผู้อาวุโส”
“เรียกข้าว่าผู้บัญชาการ เหมือนกับคนอื่นๆนับจากนี้ไป”
“ค่ะผู้บัญชาการ”
“โรซารีใช่ไหม”
“โรซารี ค่ะ”
“เจ้าดูจะโตกว่าคนอื่น เจ้าอายุเท่าไหร่ เรียนจบหรือยัง”
“ฉันอายุ 22 ยังเรียนอยู่ในโรงเรียนการแพทย์ปี 4 ค่ะ”
โรงเรียนการแพทย์ที่นี่นั้นต้องเรียน 8 ปี แต่เธอเพิ่งจะเรียนได้แค่ครึ่งเดียวก็ถูกจับมาทดลองเสียก่อน
“พลังของเจ้าคือพลังธาตุแสง คือพลังในการเยียวยารักษาตัวเองและคนอื่น ทั้งพืชและสัตว์ ก็เหมือนผู้มีพลังวิเศษสายรักษา และการแพทย์ เหมือนว่าเจ้าจะเกิดมาเพื่อรักษาคนอื่น”
“และเมื่อถึงระดับห้า เจ้าจะสามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนชีพได้ ดังนั้น อาจบางที ทักษะการแพทย์ของเจ้า จะต้องมีการปรับปรุงหลักสูตรเล็กน้อย แต่เจ้าสามารถศึกษาในสาขาที่เจ้าสนใจต่อได้ เหล่านักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ที่นี่ ล้วนจบดอกเตอร์กันทั้งนั้น บางคนก็เป็นหมอและพยาบาลประจำค่าย”
“เจ้าสามารถศึกษาด้วยตัวเองได้ เกี่ยวกับสรีระศาสตร์ และร่างกายมนุษย์ หากมีอะไรที่เจ้าไม่เข้าใจ ก็ไปถามหรือขอคำชี้แนะกับพวกเขาได้ตลอดเวลา ข้าให้ไฟเขียวกับเจ้า เจ้าสามารถเข้าออกได้ทุกที่ในค่ายแห่งนี้”
“ขอบคุณค่ะผู้บัญชาการ”
“เอาล่ะ พวกเจ้าไปได้”
แบรนน็อค หันไปมองเหล่านักวิทยาศาสตร์ ที่เป็นผู้ใหญ่ และบางคนผมขาวก็มี
“พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม คนที่เป็นครูได้ ก็สามารถรับหน้าที่เป็นครูของพวกเด็กได้ และหากพวกเด็กๆ อยากเรียนอะไร หรือสงสัยอะไรก็สอนพวกเขา และให้อิสระพวกเขา ในการไปที่ต่างๆ ฐานที่นี่ปลอดภัยจากโลกภายนอก เพราะฉนั้น ไม่ต้องจำกัดชีวิตพวกเด็กๆ”
“ครับ/ค่ะ ผู้บัญชาการ”
“พวกเจ้าไปได้”
…
เมื่อจัดการเรื่องนี้เสร็จ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว แบรนน็อค กำลังคิด ว่าเขาลืมอะไรไปหรือเปล่า
เมื่อคนอื่นๆออกไปแล้วนั้น เหมือนว่าจะมีคนหนึ่ง แอบด้อมๆมองๆ แล้วแอบเข้ามาอีกครั้ง
“ผู้อาวุโส เอ้ยผู้บัญชาการ”
“หือ เจ้ามีอะไรเหรอ”
“ผู้บัญชาการ ข้าชื่อ ฮเยมิ ข้าขออนุญาตคุยกับท่านได้หรือเปล่าคะ”
“หือ คุยเรื่องอะไรเหรอ”
“คืออย่างนี้ค่ะ ปีนี้ข้าอายุ 21 ปี และจบมหาลัยแล้ว สามารถทำงานได้ ฉันๆๆ ข้าๆๆ ของานจากท่านทำได้หรือเปล่าคะ”
“เจ้าเรียนจบอะไรและอยากทำงานอะไร”
“ฉันเรียนจบเลขานุการ ข้าอยากทำงานเป็นเลขาของผู้บัญชาการค่ะ กล่าวจบคล้ายเธอจะถอนหายใจ เพราะได้อาศัยความกล้าเป็นอย่างมากถึงได้กล่าวออกมา”
“แบรนน็อคมองดูผู้หญิงคนนี้ อย่างพิจารณา เธอไม่ได้จัดอยู่ในหมู่ผู้นำของพวกเด็กกลายพันธุ์ แต่จัดเป็นพวกคอยติดตามและวิ่งตามคนอื่น และการติดตามแบรนน็อคมาในครั้งนี้ก็ติดสอยห้อยตามโรซารีมา”
“แต่เมื่อคิดไปแล้ว การคอยตามก็ไม่ได้แย่ หรืออาจเพราะอย่างนี้เธอจึงเรียนเลขา คือคอยช่วยหรือคอยสนับสนุนคนอื่น”
“ตำแหน่งเลขา ก็ยังว่างอยู่จริงๆ ส่วนเจ้าก็เรียนด้านนี้มา และข้ายังไม่มีผู้ช่วยและเลขา ข้าให้เจ้าเป็นก็ได้ อืม ถ้างั้นเจ้าก็ตามข้ามา”
“ขอบคุณค่ะผู้บัญชาการ” ฮเยมิ รีบโค้งคำนับขอบคุณ
ระหว่างที่เดินไปห้องของผู้บัญชาการ ฮเยมิก็เดินตามเขาไป และคนอื่นๆก็มองไปที่เธอและมองไปที่แบรนน็อคอย่างสงสัย ‘หรือว่าผู้บัญชาการคนนี้จะสนใจเด็กสาวขาวๆสวยๆจริงๆ’ พวกเขาต่างคิดในใจ
แต่ที่สำคัญกว่านั้น ดูเหมือนว่า เมื่อเด็กสาวเข้าหา เขาก็ไม่ปฏิเสธ และพาไปเฉยเลย
…
เมื่อถึงห้องทำงานผู้บัญชาการ แบรนน็อคก็สัมภาษณ์ต่อ
“นั่งสิ เจ้าเป็นคนญี่ปุ่นเหรอ”
“เอ่อ เปล่าค่ะ พ่อเป็นอเมริกัน แม่เป็นคนเกาหลี แต่พ่อแม่ตายหมดแล้ว ชื่อนี้เป็นชื่อเกาหลี และเคยมีบ้านอยู่ที่พอร์ทแลนด์ พูดได้ทั้งอังกฤษ เกาหลี” ฮเยมิอธิบาย หลายคนแล้วที่เข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นคนญี่ปุ่น อาจจะเป็นเพราะชื่อ หรือรูปร่างหน้าตาของเธอ เพราะขาวใสคล้ายสาวญี่ปุ่น
“เอาล่ะ งานของเจ้าก็คือเป็นเลขาของข้าชั่วคราว หากไม่ผ่านการฝึกงาน ข้าจะหาคนมาแทน ตอนนี้ จดทุกอย่างที่ข้าได้ทำได้คุยกับใคร และคอยติดต่อประสานงานกับคนอื่น”
“ตอนนี้ ข้าได้พูดไปหลายอย่าง ก่อนหน้านี้ ทั้งกฏของที่นี่ ประวัติศาสตร์ และความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์หรือเครื่องมือ ให้เจ้าทำการรวบรวมและทำออกมาเป็นหนังสือประกาศ แล้วนำไปติดประกาศ หรือวางไว้ในจุดที่คนสามารถอ่านได้ ข้าจะไม่ได้ต้องพูดบางอย่างซ้ำซากหลายครั้ง”
“ค่ะ ผู้บัญชาการ” ฮเยมิ ก็เอาปากกาออกมาจดพยักหน้างึกๆ
“เอาล่ะ เจ้าไปหาโต๊ะทำงาน และอุปกรณ์การทำงานของเจ้าเอาเอง ให้แจ้งทุกคนว่า ตอนนี้ไฟฟ้าสามารถใช้งานได้ตามปกติ คอมพิวเตอร์และเครื่องมือต่างๆ สามารถเปิดได้ปกติ แต่ประหยัดได้ก็ประหยัด”
“ค่ะ ผู้บัญชาการ”
“ออกไปได้”
ฮเยมิ ก็ออกไปแล้วทำงานของเธอที่ได้รับมอบหมาย