ว่างๆ เราไปดูบ้านกัน
ใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่าจะแล้วเสร็จ ในการสร้างระบบต่างๆ ในพื้นที่ฐานสาม
แล้วเหมือนคิดได้อันใด เขาวาร์ปไปที่ฐานสอง เมื่อมาที่ฐานสอง เขาก็แปลงร่างเป็นแบรนน็อค ก่อนเข้ามา แล้ววาร์ปไปที่ระบบควบคุมส่วนกลางของฐานสอง
เขาต้องปรับเปลี่ยนอีกเล็กน้อย เรื่องกลางวันกลางคืน เขาต้องปรับให้มันตรงกับข้างนอก มันจะได้ทำงานสะดวก
พอออกมาข้างนอก เขาก็ปรับแต่งโดมอีกเล็กน้อย ให้มันสร้างแสงเหมือนแสงจากดวงอาทิตย์ในตอนกลางวัน ส่วนกลางคืนก็แค่ปิดแสงของโดม ตอนนี้เป็นตอนกลางคืน
แสงอาทิตย์เทียม จะส่องสว่างกลางวัน 12 ชั่วโมง และจะดับไฟ แต่ยังมีความอบอุ่นอยู่ โดยไม่ให้กลางคืนหนาวจนเกินไป ปรับอุณหภูมิอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส
…
แบรนน็อคมองดูด้านล่าง ดูเหมือนว่าจะมีทหารบางคนยังไม่เข้านอน ความจริงแล้วค่าย ฐานต่างๆ จะกินนอนเป็นเวลา แต่ค่ายแห่งนี้ ไม่ได้ขนาดนั้น ทั้งยังไม่มีเวรยามอีกด้วย
แต่เขาไม่ได้ว่าอะไร ตอนนี้ การทดสอบยังไม่เสร็จ เพราะยังไม่มีการประลองกันเลย ทุกคนจึงค่อนข้างมีอิสระ ยังไม่ถือว่าเป็นทหารของเขาเต็มตัว และยังไม่มีตำแหน่ง หน้าที่ จึงไม่มีอะไรทำมากไปกว่าการฝึกซ้อม
แบรนน็อคคิดนิดหนึ่ง จึงบินไปอีกแห่ง แล้วสร้างสนามประลองขึ้นมา เป็นหย่อมๆ แต่ละจุดห่างกันสิบเมตร โดยยกเวทีประลองเหมือนเวทีมวย สามสิบเวทีด้วยกัน ยกสูงเพียงหนึ่งเมตรเท่านั้น แต่ไม่มีราวกั้น
หากประลองทีละคู่คงจะนานเกินไป และหากจะสร้างสนามถาวร ก็คงจะสิ้นเปลืองเกินไป เขาจึงสร้างสนามประลองสนามดินใช้ไปก่อน ช่วงนี้ก็ให้พวกเขามาทดลองใช้ได้
เมื่อทำทุกอย่างแล้วเสร็จ เขาก็บินขึ้น แล้ววาร์ปหายไป
…
ทหารหลายคน เฝ้าดู เห็นแบรนน็อคเสกสร้างสนามประลอง สามสิบสนาม ก็มองดูด้วยความอัศจรรย์ใจ ผู้บัญชาการของพวกเขาทรงพลังมาก ทำยังไง พวกเขาจะทำแบบนี้ได้บ้าง
แต่ทุกคนในตอนนี้ยังไม่ได้รับยายีนส์เลยด้วยซ้ำ เส้นทางนี้ยังคงอีกยาวไกล แต่ก็คงจะไม่นาน พวกเขายังมีความคาดหวังอยู่ลึกๆในใจ ว่าจะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
…
แบรนน็อควาร์ป กลับไปที่พอร์ทแลนด์ แล้วบินขึ้นฟ้าสูงกว่าเดิม บินสำรวจดูแผนที่และภูมิประเทศ และพอบินข้ามเขต เขาก็เห็นเสาไฟฟ้าแรงสูงระหว่างรัฐ เขาจึงวาร์ปไปที่มัน แล้วทำการทดสอบดูดพลังไฟฟ้าจากสายไฟแรงสูง
“ไฟแรงดีมาก” แบรนน็อครู้สึกว่าเขาสามารถเติมพลังจากพวกมันได้
นี่เป็นสิ่งที่เขาคิดและคำนวนเอาไว้นานแล้ว ตอนนี้เพิ่งได้ลอง
“เราหาทางขโมยไฟใช้ซักหน่อย”
“โอเค”
แบรนน็อคหลอมกลืนตัวเองเข้าไปในกระแสไฟ รวมเป็นหนึ่งกับไฟฟ้า และเขาก็อยู่อย่างงั้น ดูดซับพลังจากมัน แล้วสถานะของเขาก็ขยับขึ้นมาเล็กน้อย ทั้งที่ไม่ได้ชาร์จมาหลายวัน และใช้พลังไปไม่น้อย มันก็เลยขึ้นๆลงๆ
“43.2563%”
“43.5625%”
“43.8652%”
“44.2365%”
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เขาก็มีพลัง 50% ตามความเร็วนี้ เขาน่าจะถึงระดับห้าได้ภายในไม่กี่วัน แต่เขาลดการดูดกลืนลง ให้ช้าลงกว่าเดิม 1 ใน 100 ส่วน เพราะคนจะผิดสังเกตเอาไว้ ว่าไฟฟ้าหายไปไหนจำนวนมาก เพราะเขาดูดไฟฟ้ามาใช้ พอๆกับไฟฟ้าทั้งรัฐหนึ่งเดือนในภายในไม่กี่ชั่วโมง จนทำให้กระแสไฟฟ้าตกหลายรัฐ และเพื่อให้สสารร่างของตัวเองปรับตัวกับพลังใหม่ด้วย
แบรนน็อคทิ้งร่างหลักไว้ในไฟฟ้า แล้วถอดจิตสำนึกไปที่ร่างแยกมือซ้าย
ร่างแยกเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบจากไฟฟ้า ยังดูเหมือนคนปกติดี เหมือนว่ามันจะแยกการทำงานออกมาจากกันโดยสิ้นเชิง
…
ตู้หลิงเฟย กับเย่จื่อ เหมือนว่าจะคุยกันแล้ว ก็กลับมา ตอนนี้เป็นตอนกลางวันของที่นี่ แต่คราวนี้เธอกลับมา พร้อมอาหารและผลไม้
“อยากเป็นพ่อของลูกฉัน ไม่ง่ายนัก จะต้องขุนให้อ้วนก่อน แล้วค่อยเอามาเชือด” เย่จื่อเอ่ย แล้วยัดผลไม้ใส่ปากแบรนน็อค เขาก็เคี้ยวมันง่ำๆ อร่อยดีเหมือนกัน ดูเหมือนว่ามันจะเรียกว่าสาลี่
ตู้หลิงเฟยกับเย่จื่อนั้นอายุ 29 เท่ากัน พวกเธอเรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่มัธยมปลาย และตอนเรียนมหาลัย ยังได้อยู่หอพักและห้องเดียวกันอีกด้วย พวกเธอจึงสนิทกันมาก
หลังจากพลาดคบผู้ชายหลายคน อกหักกันจนเบื่อ จึงหันมาคบกันเอง เขายังค้นข้อมูลพบว่า ในโลกนี้ ผู้ชายบางคนก็แต่งงานกับผู้ชายด้วยกันก็มี แล้วไปขอรับเด็กมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม และการที่ผู้หญิงจะชอบผู้หญิง แต่งงานกับผู้หญิงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่นั่นเป็นประเทศอื่น ทางตะวันตกหรือทวีปอื่นทางยุโรป ส่วนในจีน ยังคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะผู้คนส่วนใหญ่ ยังไม่ยอมรับเรื่องนี้ แต่ก็ค่อยๆเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น เมื่อมีซีรีย์ หรือละครแนวนี้ มากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนดังคำที่ว่า โทรทัศน์ สามารถล้างสมองคนได้ แบบไม่รู้ตัว แล้วคิดไปเองว่า คิดตรงกับใจตัวเอง ของแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ เพราะหญิงหรือชายผู้นั้น จิตใจอ่อนแอ และฮอร์โมนเพศผิดปกติ ที่สำคัญสุด น่าจะเป็นเรื่องจิตใจ
แต่โดยรวมแล้ว เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้แต่ในโลกนี้เท่านั้น โลกของเขาไม่มีแบบนี้ จะว่าไปแล้วก็แปลกดี
…
ปีนี้ หลิงตงเฟิง อายุ 22 พึ่งจะจบมหาลัย หลังจากเรียนซ้ำไปหนึ่งปี พวกเธออาจจะมองหลิงตงเฟิง เป็นแค่เด็กน้อย แต่แบรนน็อคก็มองพวกเธอเป็นแค่เด็กน้อยเหมือนกัน เพราะอายุของเขาในตอนนี้ เกินร้อยปีไปแล้ว และพอเกินร้อยไป เขาก็เลิกนับแล้ว
แค่ในตอนติดคุกอยู่ก็หกสิบปีแล้ว ยังมีช่วงเวลาในห้วงจักรวาลอันเวิ้งว้างนั่น ไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานแค่ไหน
เมื่อฟังดูเย่จื่อพูด ก็พอจะเข้าใจว่าเธอได้ตัดสินใจกันแล้ว แบรนน็อคจึงไม่สร้างความลำบากให้พวกเธอ จึงไม่ได้พูดอะไร และกินผลไม้ที่พวกเธอปอกและส่งมาให้
จะว่าไปแล้วผลไม้บางอย่างเขาก็ไม่เคยกิน เพิ่งรู้ว่ามันอร่อยดี อาจบางที เขาน่าจะลองไปเที่ยวตะเวณกินของอร่อยๆในโลกนี้ ดูบ้างน่าจะดี
…
หลิงตงเฟยกับเย่จื่อ คล้ายมีเรื่องคุยกันไม่รู้จบ ไม่รู้คุยเรื่องอะไรกันที่เขาไม่เข้าใจ และพวกเธอก็ไม่ได้ชวนให้เขาเข้าร่วมต่อบทสนทนา เพราะคุยกับพวกเธอไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว
“เอ่อ พรุ่งนี้ผมจะออกจากโรงพยาบาล ทำเรื่องให้ด้วย”
แบรนน็อคคิดขึ้นมาได้ว่า เขามีงานหลายอย่างต้องทำ ตอนนี้ร่างต้น กำลังดูดซับไฟ จากไฟฟ้าแรงสูงอยู่ เขาจึงต้องวิ่งไปวิ่งมา ไม่สามารถนอนอยู่เฉยๆในโรงพยาบาลได้
“โอเค” หลิงตงเฟย ก็ตอบรับ เพราะที่โรงพยาบาล ก็เต็มไปด้วยเชื้อโรค ไม่ควรอยู่นานอยู่แล้ว
“การจะปั้มลูก มันไม่ใช่แค่วันสองวัน ยิ่งอายุมาก ยิ่งโอกาสติดยากมาก แต่ผมเคยได้ยินว่า หากพยายาม ภายในหนึ่งปีหรือปีกว่า ก็จะทำสำเร็จ หากว่าตามระยะเวลานี้ไม่สำเร็จ ผมยินดีให้พี่ผสมเทียม”
“…”
แม้ว่าจะฟังดูแปลกๆ แต่อย่างที่เขาบอก ความสัมพันธ์ของพวกเธอมันก็ไม่ปกติ ถึงแม้ว่าพวกเธอจะรู้ว่า หลิงตงเฟิงจะหลอกฟันพวกเธอก็ตาม แต่หากคิดในอีกแง่หนึ่ง พวกเธอก็ไม่ใช่สาวน้อย บริสุทธิ์ไร้เดียงสา อีกต่อไป ล้วนเคยผ่านเรื่องอย่างว่ากับผู้ชายมาแล้ว เพียงแต่ไม่พบผู้ชายดีๆเท่านั้นเอง
หากจะมองในอีกแง่หนึ่ง ก็คิดซะว่าเป็นดิลโด้มีชีวิตก็แล้วกัน และดิลโด้นี้ยังปั้มลูกให้พวกเธอได้ด้วย
หลิงตงเฟยกับเย่จื่อ พากันเงียบ ไม่ได้ตอบอะไร ในทีแรก แต่หลังจากผ่านไปหลายนาที เย่จื่อก็ว่า
“พวกเราจะไม่จัดงานแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรส”
“อืม” แบรนน็อคตอบสั้นๆ
ในประเทศนี้ โลกนี้ มีกฏหมายอยู่ว่า ห้ามสมรสซ้อน หรือจดทะเบียนซ้อน เช่นนั้น หากมีสองคน ก็คงไม่ต้องแต่งหรือจดทะเบียน จะได้ไม่น้อยหน้ากัน
ส่วนรายละเอียดอื่นๆนั้น ทั้งสามไม่ได้กล่าวต่อ
นั่งอยู่เงียบๆซักพัก หมอและพยาบาลก็มาอีกรอบ วัดความดัน แล้วก็ไป
…
“พี่สาว พี่เย่จื่อ พวกพี่มีอพาร์ทเม้นท์หรือเปล่า”
“มีสิ”
แบรนน็อคเรียกดูความทรงจำของหลิงตงเฟิง ดูเหมือนว่าเขาก็มีเหมือนกัน สงสัยต้องไปดูซักหน่อย
ถ้ามีอพาร์ทเม้นท์ ทำไมวันนั้นจึงไปโรงแรม แบรนน็อคอยากจะถาม แต่วันนั้นเขาก็ไปโรงแรมเหมือนกัน คงจะเพราะอพาร์ทเม้นท์อยู่ไกล
“ถามทำไม”
“ผมกำลังคิดว่า ตอนนั้น ผมจะไปอพาร์ทเม้นท์พวกพี่ หรือพวกพี่จะมาอพาร์ทเม้นท์ของผม”
“ต้องมาอยู่กับพวกพี่สิ”
“น้องชาย นายแต่งเข้าบ้านไม่ใช่เหรอ”
หากจะมองในอีกแง่หนึ่ง ตอนนี้ เหมือนหลิงตงเฟิง แต่งเข้าบ้านเย่ ของเย่จื่อ คือทำหน้าที่ทำลูกให้เธอ แล้วเธอจะเลี้ยงดูเขาเอง
แบรนน็อคทำหน้าปั้นยาก
“ผมว่าซื้อใหม่ดีกว่า”
ทั้งหลิงตงเฟยและเย่จื่อก็ครุ่นคิด ไปที่อพาร์ทเม้นท์ของเขาก็ไม่สะดวก มาที่ของพวกเธอก็ไม่สะดวก ถ้าไปโรงแรมก็ดูจะสิ้นเปลืองไป ซื้อใหม่อีกห้องก็แล้วกัน ถึงแม้ว่าพวกเธอจะไม่ได้ขาดเงิน แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้จ่ายอย่างสิ้นเปลืองไปนอนโรงแรมบ่อยๆ
“โอเค ว่างๆ เราไปดูบ้านกัน” หลิงตงเฟยกับเย่จื่อก็ไม่คัดค้าน และคิดเหมือนกับเขา
…
แบรนน็อค คิดนิดหนึ่ง แล้วเอ่ยออกมาในห้วงความคิด
“ลามอส หาอพาร์ทเม้นท์ ดีๆสวยๆ ราคาแพงๆให้ซักสี่หลัง อยู่ตึกเดียวกันได้ยิ่งดี”
“โอเค เดี๋ยวจะหาให้”
เขายังไม่ลืมว่า หลิงตงเฟิงยังมีผู้หญิงอีกสี่คน มู่ชิงอวี่, หานจื่อฉิง และอีกสองคนที่ยังไม่ได้พบหน้า งานนี้ถือว่าเป็นการเซ้งตัวตนหลิงตงเฟิง ที่เจ้าชู้มีผู้หญิงเยอะมาได้ แต่ผู้หญิงเยอะ ปัญหาก็เยอะเหมือนกัน คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี หากต้องวิ่งไปวิ่งมา
แต่เพื่อเพาะพันธุ์เอเลี่ยน สืบต่อสร้างทายาทเอเลี่ยนของเขาในโลกนี้ เขาคงต้องเสียสละเวลาเล็กน้อย เพื่อดูแลพวกผู้หญิงเหล่านี้ ตามสมควร แต่ถ้าใน 1 ปีนี้ หากพวกเธอ มีที่ไป ก็คงไม่เป็นไร ปล่อยพวกเธอไป ตามวิถีชีวิตของพวกเธอ
แต่สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่ว่าเขาขวนขวายหามา หรือแสวงหาฮาเร็ม มันติดมากับตัวตนหลิงตงเฟิงอยู่แล้ว เขาแค่มาเซ้งต่อ รับช่วงต่อจากเขา
เขาไม่รู้จะคุยอะไรกับผู้หญิงสองคนนี้ จึงนอนหลับตา และก็ดันหลับไปจริงๆ
สงสัยว่าเขาจะเหนื่อยมาก เพราะรู้ตัวอีกทีก็เพราะว่ามีโทรศัพท์จากเอเดรีน
แบรนน็อคจึงเอาโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความถึง ว่าเขาออกมาแล้ว ไม่ต้องห่วง
และไม่นานฉินเทียนเยว่ก็ส่งข้อความถึง เขาก็ตอบข้อความเดียวกัน ว่าออกมาแล้ว ไม่ต้องห่วง
เขาบอกพวกเธอว่าจะไปแอฟริกา เพื่อจัดการเรื่องบางอย่าง ขอให้พวกเธอไม่ต้องเป็นห่วง และหลังจากนี้ เขาก็จะไปแอฟริกาจริงๆ