วันนี้คงไม่สะดวก

ตอนนี้ โอลิเวียก็ขึ้นห้องนอนไปแล้ว

แบรนน็อคยังคงทำงานอยู่ที่บ้าน เพราะไปไหนไม่ได้ ไม่มีคนอยู่เฝ้าบ้าน

เมื่อเอเดรีนกลับมา ก็เป็นเวลาดึกแล้ว

ก่อนหน้านี้เขาก็ได้โทรคุยกับฉินเทียนเยว่ ว่าจะบินไปแอฟริกา แต่ความจริง เขาสามารถบินไปได้ด้วยตัวเอง หรือวาร์ปผ่านไฟ หรือไฟฟ้าได้ แต่ช่วงนี้ไม่รีบ เขาสามารถนั่งเครื่องบิน เพื่อชมวิวด้านล่าง และศึกษาโลกนี้ได้

เพียงแต่ช่วงนี้งานแน่นมาก เขาจึงอาจต้องวาร์ปและบินสำรวจอย่างเร่งด่วน เพราะยังมีงานอีกหลายอย่างให้ทำ

“คุณยังไม่นอนเหรอ”

“อืม ผมรอคุยกับคุณอยู่”

“อืม” เอเดรีน ก็นั่งลงข้างๆ

“ผมว่าจะบินไปแอฟริกาพรุ่งนี้ เพื่อทำอะไรบางอย่าง”

“บางอย่าง อย่างเช่น…” เอเดรีน คล้ายสนใจ

“อย่างเช่น ขุดยกเอาดินซักผืนหนึ่ง ซัก 20-30 ตารางกิโลเมตร เพื่อสร้างทะเลสาบขนาดใหญ่ แล้วจับสัตว์ในแอฟริกา อีกซักสองสามร้อยตัวกลับมา”

“คุณทำแบบนั้นก็ได้เหรอ”

“คุณอาจจะแปลกใจว่าสามีคุณทำอะไรได้บ้าง”

“ว่าแต่ แล้วฉันทำอะไรได้บ้าง”

“หือ ทำไมจู่ๆคุณถึงถามเรื่องนี้”

“ไม่รู้สิ นิก วันนี้ฉันไม่มีสมาธิในการทำงานเลย คิดเรื่องนี้ตลอด เหมือนคนที่เคยดูการ์ตูนหรือหนังใช่ไหม พวกเขาก็อยากมีพลังวิเศษบ้าง แล้วพอพวกเขารู้ว่าพวกเขามี พวกเขาก็อยากรู้ว่ามันคืออะไร”

“พลังของคุณคือธาตุแสง ใช้รักษาคนได้ ตอนนี้ก็บาดแผลภายนอกเล็กๆน้อยๆ แล้วค่อยๆเลื่อนระดับเป็นแผลใหญ่หรืออาการหนักขึ้นเรื่อยๆ หากสามารถเลื่อนระดับไปถึงระดับห้า ก็สามารถชุบชีวิตคนที่ตายไม่นานให้ฟื้นคืนชีพได้”

“โห งั้นฉันก็แข็งแกร่งมากน่ะสิ”

“อืม คุณแข็งแกร่งมาก นอกจากนั้น พลังที่สองของคุณคือพลังธาตุไม้ คุณสามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้ และดูดพลังชีวิตจากพืชได้ ฟังดูไม่มีอะไรในทีแรก แต่หากเลื่อนระดับสูงขึ้นไป ก็ดูดพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตอื่นได้ ไม่เฉพาะแค่พืช พืชนั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้น”

“ฟังดูชั่วร้ายจัง”

“หากคิดในอีกแง่หนึ่ง คุณสามารถดูดพลังชีวิตคนชั่ว ไปใส่คนดีได้ ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่า คุณไปจับโจร เพื่อนของคุณถูกยิง แต่โจรสบายดี ทั้งสองบาดเจ็บเหมือนกัน คุณจะช่วยใคร หากคุณมีพลังแค่สามารถช่วยรักษาได้แค่นิดหน่อย แต่หากคุณสามารถดูดพลังชีวิตจากอีกคน มาใส่เพื่อนของคุณ ก็สามารถรักษาเพื่อนของคุณทันที คุณจะทำไหม”

“ฟังดูเหมือนคำถามทางศีลธรรม”

“แต่ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ทำให้คุณต้องเลือก ผมสามารถทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น โดยที่คุณสามารถรักษาเพื่อนของคุณได้ทันที โดยไม่ต้องไปดูดพลังใคร”

“โห ต้องทำยังไงเหรอ”

“คุณอาจจะไม่รู้ สเปิร์มของผมนั้น แฝงไว้ด้วยพลังมหัศจรรย์ มันสามารถเพิ่มพลังให้กับมนุษย์กลายพันธุ์ได้”

“ฉันต้องกินมันเข้าไปหรือฉีดมันเข้าไป”

“เฮ้ย เดี๋ยวก่อน นี่นาย…”

“ฮึ่ม! ฉันกำลังคุยกับนายดีๆ กลับชวนคุยเรื่องลามก”

“คุณจะไม่รู้จนกว่าจะได้ลองใช่ไหม”

“เฮอะ! วันนี้ไม่สะดวก”

เอเดรีนทำหน้าตาแปลกๆ เมื่อคืนจัดหนักไปเกือบทั้งคืน ทั้งยังปล่อยข้างใน เธอยังแอบคาดหวังเล็กน้อย ว่าอาจจะมีเด็กเพิ่มอีกซักคนในบ้าน แต่วันนี้ประจำเดือนมาเฉยเลย แถมยังมาเยอะมาก หรือว่า มันจะเป็นดังคำที่หมอบอกจริงๆ พออายุมากขึ้นโอกาสติดลูกก็ยากขึ้น

“อืม ไม่เป็นไรไว้ครั้งหน้าก็ได้”

“แล้วโอลิเวียล่ะ”

“เธอมีพลังจิตสามารถควบคุมวัตถุสิ่งของได้ และสามารถควบคุมโลหะได้ แต่ตอนนี้ผมจำกัดพลังของเธอเอาไว้ก่อน”

“แบบแมกนีโตอะไรประมาณนั้นเหรอ”

“อืม ประมาณนั้น”

“ผมจะทำอะไรให้คุณดู คุณดูตรงโน้น”

พอมองไปที่ครัว เอเดรีนก็เห็นว่า จาน ชาม มีดทำครัว และช้อนส้อมก็พากันลอยอยู่ แบรนน็อคก็ทำมือหมุนๆ โบกมือทีหนึ่ง แล้วมันก็กลับเข้าไปที่เดิม

“แน่นอน ลูกเราได้พลังมาจากผม ก็ทำได้เหมือนผม”

“โหสุดยอดเลย ในกลุ่มเด็กนิวแมนนั่นไม่มีคนมีพลังจิตเลย”

“อืม พลังจิต เป็นเหมือนของหายาก เป็นพลังระดับจักรพรรดิ สืบทอดมาจากนิวแมนระดับจักรพรรดิ สามารถสะกดข่มทุกพลังได้ ยกตัวอย่างเช่น ควบคุมให้ตัวเองบินได้ หากสู้ไม่ได้ก็บินหนีได้ หรือดีดร่างศัตรูกระเด็นไปไกลหลายร้อยกิโลเมตร จะได้ไม่ต้องสู้กัน”

“หรือเมื่อศัตรูร่ายอาคมธาตุไฟมา แล้วใช้พลังควบคุมไฟให้ลอยห่างจากตัวเองได้ และหากมีพลังจิตแข็งแกร่งมากพอ ก็สามารถช่วงชิงไฟจากศัตรูได้ หรือควบคุมไฟของศัตรู ให้เผาร่างศัตรูได้ ฟังดูเจ๋งดีใช่ไหม”

“เพราะอย่างนี้ คุณก็เลยบินได้เหรอ”

“อืม การบินได้มีหลายวิธี ทั้งพลังธาตุลม ควบคุมสายลมและอากาศ พลังแรงโน้มถ่วงก็บินได้ พลังสายฟ้าก็บินได้ ส่วนผมทำได้ทั้งลม แรงโน้มถ่วง สายฟ้า พลังจิต แล้วแต่ช่วง หรือจังหวะว่าจะใช้อะไร”

“โห ทำไมคุณมีหลายอย่างจัง”

“ผมบอกแล้ว ผมเป็นระดับจักรพรรดิ ผมยังวาร์ปได้ด้วย”

“มาสิผมจะพาไปดูอะไรเจ๋งๆ”

แบรนน็อคจับมือ เอเดรีน แล้วพาเธอวาร์ปขึ้นไปบนฟ้าสูงขึ้นไปพันเมตร แล้วลอยอยู่บนอากาศ

เอเดรีน กรี๊ดออกมาเบาๆ เมื่อรู้ว่าตอนนี้ เธอกำลังบินอยู่ในอากาศ

“ผมสามารถพาตัวเองบินได้ และยังพาคนอื่นบินได้ด้วย คุณแค่จับมือผมไว้”

ยามนั้น แบรนน็อคก็พาเอเดรีน บินลอยไปในอากาศ แน่นอนว่า ยังไม่ลืมให้ลามอส อำพรางเอาไว้ในความว่างเปล่า ไม่ให้ใครเห็น

“โอ้ เหมือนฝันเลยนิก”

“ฉันกำลังบินอยู่”

แบรนน็อคไม่ได้พาเธอบินเร็ว บินด้วยความเร็วคล้ายการปั่นจักรยาน เหมือนค่อยๆลอยล่องไปเรื่อยๆ เธอจึงสามารถพูดคุยกันได้อยู่

แบรนน็อคพาเอเดรีน บินเล่นอยู่พักหนึ่ง ก็พาเธอวาร์ปกลับไปที่บ้าน

เอเดรีน ร่างเซเล็กน้อย เมื่อโผล่ในบ้าน

“สุดยอดเลย”

“คุณสามารถใส่ชุดรัดรูป เอากางเกงในไว้ข้างนอกใส่ผ้าคลุมซักหน่อย แล้วเป็นซุปเปอร์แมนได้เลย”

“ตอนแรกผมต้องหาแว่นสายตามาใส่ด้วยใช่ไหม แล้วพอถอดแว่นออก คนก็จำไม่ได้”

“ฮิฮิฮิ”

เอเดรีน หัวเราะอยู่นาน แล้วเธอก็โบกมือเอ่ยออกมา “ไม่ไหวแล้ว วันนี้ฉันต้องขึ้นไปอาบน้ำนอนแล้ว เมื่อคืนเหนื่อยมาทั้งคืน วันนี้ก็เหนื่อยทั้งวัน”

“โอเค คุณไปเถอะ”

เอเดรีน ลังเลเล็กน้อย ก็ขึ้นบันได หันกลับมาเล็กน้อยแล้วเอ่ย “คุณจะขึ้นมาหรือเปล่า” คำนี้เป็นเหมือนคำเชิญ และเป็นการอนุญาตไปในตัว ฟังดูเหมือนกับว่า พวกเขากลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิม

“เอ่อ วันนี้คงไม่สะดวก ผมต้องเข้าฌาน แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ ผมจะออกแต่เช้า ผมบอกลูกเอาไว้แล้ว”

เอเดรีน ไม่รู้ว่าเข้าฌานคืออะไร แต่เธอก็ไม่ถามอีก

“โอเค แล้วแต่คุณ งั้นคุณก็นอนข้างล่างเหมือนเดิมแหละดีแล้ว”

“อืม ผมก็ว่างั้น”

“ว่าแต่ คุณเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้างหรือเปล่า แล้วคุณเอาชุดที่คุณใส่ไปไว้ไหน”

“เสื้อผ้าของผมเป็นของวิเศษ มันสามารถทำความสะอาดตัวเองได้ ไม่ต้องห่วง มันยังสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ด้วย และแปลงร่างเป็นชุดต่างๆได้ แต่ผมใส่แต่ชุดเดิม เพราะผมขี้เกียจเปลี่ยนแบบ”

“…”

“คุณควรเปลี่ยนแบบบ้างนะ เดี๋ยวใครจะคิดว่าคุณไม่อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเลย” เอเดรีนเอ่ยจบ ก็เดินขึ้นบ้านไป

“…”

เมื่อเอเดรีน ขึ้นบ้านไปนอน เขาก็วาร์ปไปที่ฐานสาม ขยับขยายพื้นที่ออกไปอีก 10 ตารางกิโลเมตร เป็น 30 ตารางกิโลเมตร เพื่อที่จะกันเป็นพื้นที่ฝึกทหาร 1 ส่วน

ตอนก่อน

จบบทที่ วันนี้คงไม่สะดวก

ตอนถัดไป