ตอนที่ 5 ชายที่จริงจังท่ามกลางการต่อสู้
ณ ทุ่งหญ้าที่แห้งแล้ง ผู้คนจำนวน 8 คนกำลังเอาตัวรอดจากสัตว์ประหลาดแห่งทะเลทราย แม้ว่าระดับของพวกเขาทั้งหมดจะรับมือกับมันได้อย่างง่ายดาย
แต่ความผิดปกติของพื้นที่ทำให้พวกเขาเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด และยิ่งบวกกับเป็นถิ่นฐานของพวกมัน จึงทำให้ความสามารถของพวกเขาลดลงไปอีกระดับ จนยากที่จะรับมือ
“ฮีลเธอไว้! เดี๋ยวฉันรับมือกับพวกมันเอง!!!”ผู้เป็นหัวหน้าสั่งขึ้น
เขามีชื่อว่า “ลีโอ” โดยปกติเป็นอัศวินผู้พิทักษ์ที่ใช้ดาบใหญ่ แต่ในตอนนี้ มันไม่สามารถทำแบบนั้นได้แล้ว เขาตัดสินใจที่จะเปลี่ยนอาวุธเป็นโล่และใช้ดาบขนาดกลางที่เรียวยาว เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในตอนนี้
“ระวังนะครับหัวหน้า!!!”ฮีลเลอร์พูดขึ้น
“แจ็ค” ฮีลเลอร์ประจำกลุ่ม เขากำลังใช้พลังแห่งการรักษาดูแลเด็กผู้หญิงผู้อยู่ในอ้อมแขน โดยมีนักสู้ 2 คน นักธนู 2 คน และจอมเวท พวกเขากำลังดูแลแจ็คอีกทีหนึ่ง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับอีกฝ่ายไปพร้อม ๆ กัน
เพราะถ้าหากว่าเสียแจ็ค ความสามารถในการต่อสู้ของทุก ๆ คนก็จะลดลงไปในทันที
แจ็คยังคงรักษาอยู่อย่างนั้น แม้ว่าเลือดที่มุมปากของเขาจะไหลออกมาแล้วก็ตาม ความสะดวกสบายของการรักษานั้น แม้ว่าจะฟังดูดี แต่ก็แลกมากับเงื่อนไขที่ยุ่งยาก แถมเมื่อหมดเวลา จะต้องใช้พลังชีวิตและแก่นชีวิตแทนถ้าหากว่าต้องการรักษาอยู่ พลังรักษาเพิ่มขึ้น 2 เท่า แต่ก็แลกมากับพลังชีวิตเช่นกัน
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขายังคงรักษาอยู่แบบนั้นแม้ว่าจะผ่านไปแล้วถึง 5 นาที
“ไหวไหมแจ็ค!”
ฟิ้ว!
ฟิ้ว!
แม้ว่าจะถามออกไป แต่สายตาของเธอยังจ้องมองเบื้องหน้า กำจัดสัตว์ประหลาดแห่งทะเลทรายที่คิดจะเข้าข้างหลังของลีโอ
“ไม่เป็นไร ฉันยังไหวอยู่ อึก!”แม้จะพูดแบบนั้น แต่เขาก็รู้สึกหน้ามืดเข้าไปทุกที
ผู้ที่ถามชื่อว่า “ลิซ” หรือชื่อเต็ม ๆ ก็คือ “อลิซาเบธ” ความสามารถในการยิงของเธอนั้นสูงเป็นอย่างมาก แต่ปัญหาคือ… ลูกธนูที่กำลังหมดลงทุกนาที
“ขอโทษทีนะทุกคน…”
“อย่านะลิซ!!!”
ไม่ทันเสียแล้ว
สิ่งที่เธอกำลังทำคือ ใช้พลังชีวิตของตัวเองในการเผาผลาญ ก่อเกิดเป็นลูกธนูที่มีความสามารถพิเศษ
เป็นหนึ่งในความสามารถของเธอ “ศรแห่งชีวิต” เผาผลาญพลังชีวิต จะทำให้เธอได้รับลูกธรที่มีพลังธาตุ สุ่มระหว่าง ศรเพลิง ศรลม และศรสายฟ้า
ศรเพลิงมีความสามารถในการเผาคู่ต่อสู้
ศรลมควบคุมทิศทางได้ดั่งใจนึก
และศรสายฟ้า ไม่จำเป็นต้องคิดว่าจะยิงอะไร ขอเพียงแค่ยิงโดนเท่านั้น
เพราะถ้าหากว่ายิงออกไปล่ะก็
ฟิ้ว~ แปะแปะแปะแปะแปะ!!!!
ศรที่พุ่งออกไปคือศรสายฟ้า
ฉึกฉึกฉึกฉึก!!!
สายฟ้าทั้งหมดชิ่งเข้าหาหนอนยักษ์ตัวอื่น ๆ อีกทั้งยังรวมถึงแมลงตัวเล็ก ๆ ที่มีกระดองหนาแข็งด้วยเช่นกัน
“พอได้แล้ว”ชายด้านข้างพูดขึ้น เขาผลักลิซไปทางด้านหลัง เธอล้มลงไปนั่งข้าง ๆ กับแจ็คที่นั่งลงอยู่ที่พื้นทรายอยู่
“ฝากด้วยนะแจ็ค”
“อื้ม!”
แจ็คหยุดรักษาลง ก่อนจะทำบางสิ่งบางอย่าง
วิ้ง!
วิ้ง!
“กายาหินผา!”
“เคลื่อนไร้เงา!”
หนึ่งในการบัพที่แข็งแกร่งของแจ็ค สามารถทำให้ผู้ที่ถูกร่ายมีผิวกายที่แข็งยิ่งขึ้นจนเหมือนกับหิน และมีความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นถึง 20 %
และมอบให้กับนักสู้แบบ “บาโท” ผู้ใช้หอก แต่เมื่อได้รับบัพจากแจ็ค เขาจะเปลี่ยนอาวุธมาเป็นดาบสั้น เพราะความรวดเร็วของมันมากพอที่จะสร้างความเสียหาย โดยไม่ต้องสร้างระยะห่างแบบที่หอกทำได้
ย๊ากกกกกก!!!
แม้ว่าจะเป็นคนเงียบ ๆ แต่บาโทเป็นชายที่มีขีดความโกรธที่สั้นมาก เขามักจะโกรธง่าย แค่เพียงสะกิด ก็มากพอที่จะทำให้ชายผู้เยือกเย็นคนนี้กลายเป็นชายผู้บ้าคลั่ง
และกับสถานการณ์ในตอนนี้เช่นกัน
ลิโอหลบมาหายใจใกล้ ๆ กับแจ็คก่อนจะดูอาการของเด็กน้อยใกล้เคียง เพราะระยะเวลา 2 นาที คือเวลาที่บาโทจะบ้าคลั่งจนไม่แยกแยะระหว่างมิตรและศัตรู เพื่อความสะดวกของอีกฝ่าย เขาจึงหลบออกมา
“พักก่อนนะครับหัวหน้า”
แจ็คหันมารักษาให้กับอีกฝ่ายก่อนจะยื่นน้ำให้
“ไม่ต้อง รักษาเธอต่อเถอะ”
“ครับ”
บึ้ม!!!!
ท่ามกลางทะเลทรายที่แห้งแล้ง พืชพรรณที่เหี่ยวเฉาและซากต้นไม้ที่แห้งกรอบถูกทำลายจนหมด ตะขาบที่มีขาเป็นเหล็กและมีขนาดความกว้างถึง 1 เมตรพุ่งขึ้นมาจากผืนทราย ความยาวของมันที่มากกว่า 10 เมตรทำให้บาโทพุ่งตัวกลับมาอยู่ที่เดิม
“ลิโอ…”
“อื้ม”
ลิโอตอบรับก่อนจะทิ้งโล่และดาบให้กับทุกคน เขาหยิบดาบใหญ่ที่พื้นขึ้นมาถือ มันคืออาวุธประจำกายของเขามาตั้งแต่แรก
“ไม่นะหัวหน้า!!!”
“พอได้แล้วล่ะ”แจ็คพูดขึ้น ก่อนจะส่ายหัวอย่างไร้ความหวัง
“พาแจ็คและเธอออกไป พวกเราจะถ่วงเวลาให้”
“ไม่นะ ไม่! อย่าทำแบบนี้!!!”ลิซพูดตอบ
“บอกให้ไปยังไงล่ะ!!!”
แม้ว่าจะไม่ได้หันกลับมามอง แต่เสียงร้องตะโกนขชองผู้เป็นหัวหน้านั้นดังลั่น ยิ่งเรียกศัตรูอย่างสัตว์ประหลาดท้องถิ่นเข้าหาตัวเอง
ทำอะไรไม่ได้ ทุก ๆ คนได้แต่ทำตามเท่านั้น ถ้าไม่ยอมสละ 2 คน สิ่งที่พยายามาโดยตลอดอาจจะสูญเปล่า
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะ…”
“ไม่ได้นะลิซ… ถ้าขาดเธอ การสร้างความเสียหายระยะไกลอาจไม่เพียงพอให้รอดพ้นไปได้”
“ใช่… คทาอันเก่าพังไปแล้ว ฉันร่ายเวทได้ช้าเกินไป”น้ำเสียงที่นิ่งเรียบดังขึ้นเบา ๆ
“ฟังรูบี้กับมิเชลเถอะนะ เราต้องไปกันแล้ว”
“รูบี้” เธอเป็นนักธนูเหมือนกับลิซ แต่ใช้เป็นธนูขนาดใหญ่ เธอสามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่าโดยเฉพาะกับสัตว์ประหลาดที่มีผิวหนาแข็ง แต่ก็ยิงได้ช้ากว่าเช่นกัน แถมยังกินแรงเป็นอย่างมาก
“มิเชล” จอมเวทประจำกลุ่ม ถนัดเวทมนตร์พื้นฐาน แต่ความเชี่ยวชาญในการใช้ของเธอนั้นถือว่ายอดเยี่ยมที่สุด แถมยังใช้ได้ถึง 3 สายธาตุ ไฟ น้ำ แล้วก็ดิน
ทุก ๆ คนเข้ามาพยุงแจ็คขึ้นและอุ้มเด็กน้อยคนนั้นมาให้นักต่อสู้คนสุดท้ายประจำกลุ่ม ผู้ใช้โล่และหอก
“ไบ” ผู้ป้องกันและโจมตี ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ ประสบการณ์ และความแข็งแกร่ง เขาสามารถป้องกันการโจมตีหนัก ๆ ได้อย่างสบาย ๆ แถมความเชี่ยวชาญในการใช้หอก เขาเป็นรองเพียงแค่ บาโทเท่านั้นในการใช้งาน แต่ไม่เคยแพ้เลยเมื่อต้องต่อสู้กันแบบ 1 - 1
ทันใดนั้น!
คลื่นพลังงานบางอย่างปรากฏขึ้นตรงกลาง ระหว่างกลุ่มของทั้ง 6 คนที่นำโดย ไบ และอีก 2 คนคือลิโอกับบาโท
“เกิดอะไรขึ้น!!! ระวังด้วยนะ”
“มิเชล! นั้นคืออะไร!!!”
“เป็นคลื่นพลังที่ใหญ่มาก”
“พลังเวทงั้นเหรอ!!!”
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ต้องแข็งแกร่งมากแน่ ๆ ”เธอตอบกลับอีกฝ่ายโดยยังคงจ้องมองไปยังสิ่งที่เกิดขึ้น
ค่าเฉลี่ยของกลุ่มนี้คือเลเวล 70 โดยมี 2 คนในกลุ่มที่แข็งแกร่งคือ ไบ เลเวล 77 และลิโอ เลเวล 82
“ที่ไหนล่ะเนี่ย ทะเลทราย… อียิป ?”
ทันทีที่ชายแปลกหน้ามาถึง เขาก็พูดออกมา แต่ออร่าความผิดปกติยังกระจายออกอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่สัตว์ประหลาดต่าง ๆ จะถูดึงดูดอย่งาสนใจ
“ต้อนรับกันแบบนี้เลยเหรอเนี่ย ? แล้วพวกคุณคือ ?”
มีแมงป่องตัวหนึ่งที่มีขนาดตัวยาวเกือบ 2 เมตร และมีหางเพชรเป็นสีแดงเพลิง มันพุ่งหางที่เต็มไปด้วยพิษกัดกร่อนเสียบเข้าใส่ร่างกายของเขาอย่างจัง
แต่ทว่า…
เขากับหยุดมันด้วยแขนเพียงข้างเดียว ก่อนจะหันมามองคนอื่น ๆ
“ออกมาจากตรงนั้น! หางของมันมีพิษนะ!!!”
ลิโอพูดขึ้น
แม้จะไม่รู้ว่ามาดีหรือมาร้าย แต่ถ้าหากเป็นมนุษย์ด้วยกัน จะยังไงก็ควรจะต้องช่วย เพราะศัตรูทั้งหมด คือสัตว์ประหลาดที่โจมตีทุก ๆ คนที่ผ่านทางมา
“พิษเหรอครับ ?”
เขาผลักมันออกเบา ๆ จนร่างกายของแมงป่องกระเด็นออกไปไกลหลายเมตร ก่อนจะมองไปที่มือของตัวเอง
“พิษสินะ”
เขาใช้เศษผ้าเล็ก ๆ หย่อนลงไปกลางฝ่ามือ ซึ่งเต็มไปด้วยพิษสีแดงที่ยังคงเหลืออยู่
ทันทีที่เศษผ้านั้นสัมผัสโดน มันถูกย่อยสลายไปหลอมรวมเข้ากับพิษในทันที พร้อมกับทิ้งควันสีขาวเทาลอยฟุ้งขึ้นฟ้า
“พิษจริงด้วย แถมยังแรงขนาดนี้ ยิ่งกว่าน้ำกรดเข้มข้นสูงเสียอีก”
เขายิ้มขึ้นมาอย่างสนใจ ก่อนจะนั่งวิเคราะห์พิษบนฝ่ามืออย่างจริงจัง จนหลงลืมสิ่งรอบข้างไปจนหมด