ตอนที่ 6 ขาดสติ
ทันทีที่เชียร์ก้าวเข้าไปยังในมิติที่เกิดขึ้น
ก็พบว่าที่นี่คือทะเลทรายที่แห้งแล้ง
“ที่ไหนล่ะเนี่ย ทะเลทราย… อียิป ?”
เขาเริ่มสังเกตสิ่งรอบข้างก่อนจะเจอกับสิ่งที่แปลกประหลาดไปหมด
“ต้อนรับกันแบบนี้เลยเหรอเนี่ย ? แล้วพวกคุณคือ ?”
เชียร์หันไปมองยังกลุ่มคนรอบข้างก่อนจะหยุดบางสิ่งที่พุ่งเข้าหาตัว เป็นหางเพชรขนาดใหญ่ที่มีส่วนปลายเป็นสีแดงเพลิง
มันคือแมงป่อง แถมยังมีขนาดที่ใหญ่เป็นพิเศษอีกด้วย
“ออกมาจากตรงนั้น! หางของมันมีพิษนะ!!!”
‘พิษ ?’
ชายคนหนึ่งพูดขึ้น เชียร์จึงตัดสินใจที่จะเชื่อฟัง แม้ว่าจะไม่รู้จักกันก็ได้
“พิษเหรอครับ ?”
เขาผลักสัตว์ประหลาดตรงหน้าออกไปเบา ๆ แต่มันกลับกระเด็นออกไปหลายเมตร
แต่เขาไม่ได้สนใจ
ยังคงมองพิษที่อยู่กลางฝ่ามือ มันเป็นของเหลวข้น ๆ ที่มีสีแดงสด
“พิษสินะ… อืม…”
เศษผ้าที่ถูกหย่อนลงไปเมื่อสัมผัสกับของเหลวมันก็ละลายในทันที อีกทั้งยังปล่อยกลิ่นเหม็นและควันสีขาวเทาลอยออกมาจาง ๆ
“พิษจริงด้วย แถมยังแรงขนาดนี้ ยิ่งกว่าน้ำกรดเข้มข้นสูงอีก”
ตื่นเต้น!
เชียร์ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน เขายังคงจ้องมองมันอย่างสงสัย ก่อนจะนั่งลงไปกับพื้นแล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลง
‘ไม่ค่อยรู้สึกอะไรเลย ไม่สิ… คันนิดหน่อยแฮะ’
เชียร์เทพิษทั้งหมดลงกับทราบก่อนจะสะบัดมือออกไปจนหมด
“ขอบคุณนะครับที่บอก”
“ไม่เป็นไร อึก!”
อีกฝ่ายกระเด็นออกไปจนกระแทกเข้ากับพื้นทรายที่ร้อนระอุ
เชียร์เห็นอย่างนั้นก็เหลือบไปมองยังบางสิ่งที่โจมตีเขา
“แล้วแกเป็นตัวอะไรล่ะเนี่ย ?”
“มีพิษไหม ? ขาของแกทำมาจากอะไร ?”
เชียร์ถามออกไปตรง ๆ
ดูเหมือนจะมีบางคนที่สังเกตเห็น และบางอย่างที่เหมือนกัน เธอจึงตอบกลับไป
“มันคือตะขาบยักษ์ขาเหล็ก เคลื่อนที่ได้เร็ว แถมมีพิษที่ร้ายแรงยิ่งกว่าแมงป่องเพลิงหางเพชรอีกนะคะ”
“ยิ่งกว่าเหรอครับ ?”
ผู้ที่คุยกับเขาเป็นหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่ง สวมชุดหนา คลุมยาวทั้งตัวพร้อมกับหมวกใบใหญ่ ในมือที่ไม้แปลก ๆ ที่มีรูปทรงผิดปกติ
‘พิการหรือไงนะ ? แต่ก็ไม่น่าใช่’
เขาจ้องมองเธออยู่อย่างนั้น… ก่อนจะหันกลับไปสังเกตสิ่งที่น่าสนใจและหาคำตอบที่ดียิ่งกว่าให้กับเขา
นั้นก็คือตะขาบ
‘อยากได้มันแบบเป็น ๆ จังเลย ทำยังไงดีนะ…’
เขาเปิดหน้าจอขึ้นมาก่อนจะมองหาสิ่งที่สามารถทำได้
‘ผู้ที่เหนือกว่า ? แปลว่า… เราจะทำให้มันยอมจำนนได้ถ้าหากว่าทำให้มันหวาดกลัวสินะ’
‘วิเคราะห์!’
[ติ๊ง!]
[ตะขาบทะเลทราบขาเหล็ก LV.95]
สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ทุกพื้นที่ที่มีทะเลทราย เป็นผู้ที่อยู่บนจุดยอดสุดของสามเหลี่ยม เป็นนักล่าที่ไม่มีศัตรูทางธรรมชาติ จึงแข็งแกร่งเป็นพิเศษ
“เลเวล 95 สินะ”
เมื่อเห็นอย่างนั้น เชียร์ตัดสินใจที่จะดึงแหวนระดับ 3 ออก 2 วง ซึ่งทำให้ออร่าพลังของเขาเพิ่มขึ้นมาถึง 20 % รวมถึงเลเวลด้วย
[ระดับปัจจุบัน LV. 242]
“แค่นี้คงพอละมั้ง”
เชียร์เดินเข้าไปหาตะขาบยักษ์เบื้องหน้าก่อนที่จะตะโกนออกไป
“ย๊ากกก!!!”
บึ้ม!
เกิดเป็นโซนิคบูม โดยมีจุดกึ่งกลางเป็นเชียร์ คลื่นกระแทกของมันดึงดูดทุก ๆ สิ่งที่ยืนอยู่ใกล้เคียงในรัศมี 2 กิโล
“ยอมจำนานซะ!”
หลังจากที่เห็นว่าอีกฝ่ายมีระดับที่สูงกว่าหลายเท่า ตะขาบจึงตัดสินใจที่จะหนีกลับไปยังรังของมัน
แต่กลับถูกห้ามเสียก่อน ตัวมันที่ยังคงมีความรู้ความเข้าใจในจิตใต้สำนึก ตัดสินใจจำยอมในทันที ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้ามาหาด้วยขาขนาดใหญ่ของมัน หมอบหัวส่วนหน้าแนบชิดติดไปกับทรายเบื้องล่าง
“ทำได้ด้วยแฮะ”
ด้วยความตื่นเต้น เชียร์เดินเข้าไปหามันก่อนจะแตะเบา ๆ
“เปลือกแกอ่อนไปนะ จะเอาตัวรอดได้เหรอถ้าโดนคนอื่น ๆ ต่อยเข้าที่หัวเนี่ย ?”
เชียร์รู้สึกราวกับแตะบางสิ่งที่มีผิวบอบบาง ทั้งยังนิ่มจนสัมผัสได้ ไม่ได้รู้สึกแข็งจริง ๆ เหมือนที่เขาคาดคิด
คำพูดของเชียร์ไม่ใช่คำดูถูกเลย
ถ้าเด็กทารกถูกผู้ชายวัย 30 ปี บอกว่าตัวเองนั้นบอบบาง มันจะเข้าใจจริง ๆ เหรอว่าอีกฝ่ายดูถูก ? ไม่ใช่อยู่แล้ว
เชียร์เดินตรวจสอบมันจนทั่วก่อนจะเห็นว่าส่วนขานั้นแข็งแกร่งมากจริง ๆ
“ขาแกใช้ได้เลยแฮะ น่าสนใจ ”
“ไหน ขอพิษหน่อย”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น มันพยายามทำความเข้าใจในทันที ก่อนจะค่อย ๆ คายพิษสีดำออกมา
“น่าสนใจมาก! มันร้อนหน่อย ๆ แฮะ แตกต่างกับพิษของแมงป่องสุด ๆ เลย”
สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ภายใต้สายตาของทุก ๆ คน
และเมื่อไม่มีสัตว์ร้ายมากวนใจ ยิ่งทำให้พวกเขาตกตลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ดียิ่งกว่า
เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อายุเพียง 20 ตอนต้นหรือ 10 ตอนปลาย กำลังปล่อยพลังที่แข็งแกร่งออกมา อีกทั้งยังคุมจ้าวแห่งทะเลทรายอย่างสัตว์ประหลาดตะขาบขาเหล็ก ที่ปกครองดินแดนแห่งนี้เอาไว้เกือบทั้งหมด
ไม่เพียงแค่ความแข็งแกร่งที่มีระดับที่ต่ำสุดคือเลเวล 100 แต่จำนวนของพวกมันก็มากเช่นกัน
โดนเฉพาะกับมิเชล เธอมีนิสัยที่ใกล้เคียงกับเขามาก จึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ
นั้นก็คือการบอกว่ามีสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าอยู่ข้างหลัง เมื่อการดึงดูดสำเร็จ จึงทำให้เกิดผลลัพธ์ในแบบปัจจุบันขึ้น
ทุก ๆ คนเดินมารวมตัวกันก่อนจะพักอยู่ตรงนั้นอย่างอ่อนแรง ไม่กล้าแม้แต่จะพูดคุยด้วย เพียงรอให้อีกฝ่ายทำในสิ่งที่ต้องการให้เสร็จเสียก่อน
และดูเหมือนว่าจะไม่จบโดยง่าย
ในระหว่างที่แจ็คก็รักษาไปด้วย และทุก ๆ คนก็พักไปพร้อมกัน อีกฝ่ายยังคงสิ่งมีชีวิตตรงหน้าอย่างสนใจ แถมปัจจุบันกำลังให้มันนอนหงายเพื่อดูภายใต้ท้องที่เป็นจุดอ่อนของมัน
ซึ่งกินเวลาไปแล้วเกือบ 25 นาที
“เอ่อ… ขอโทษนะคะ”มิเชลพูดขึ้น
“มีอะไรหรือเปล่าครับ ?”เชียร์ตอบกลับไป
“ไม่แล้วล่ะค่ะ แค่คุณจัดการมันได้ พวกเราทุกคนก็รอดแล้วล่ะค่ะ”
“ครับ เรื่องเล็กน้อย”
“พวกเราแค่อยากจะขอบคุณที่ช่วยเหลือพวกเราน่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น เขาก็หันกลับไปมองทางด้านหลัง เห็นว่าทุก ๆ คนมีสภาพที่โทรมเล็กน้อย แต่ก็ดูแข็งแกร่งแบบสุด ๆ
‘ทำไมพวกเขาถึงจัดการเจ้านี้ไม่ได้ล่ะ ? ด้วยจำนวนคนขนาดนี้’
ชายหนุ่มจ้องมองไปทั้งกลุ่มของพวกเขา ก่อนจะเห็นสิ่งที่ผิดปกติบางอย่าง
‘เด็กคนนั้น… บาดเจ็บเหรอ ?’
เชียร์เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายก่อนจะนั่งมอง
‘วิเคราะห์’
วิ้ง!
[ตรวจพบโรคร้ายระดับ 4]
[เข็มนับพัน]
ร่างกายจะรู้สึกเหมือนว่ามีเข็มขนาดเล็กวิ่งไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดระยะเวลาที่เติบโต จะทำให้ความเจ็บปวดยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อร่างกายรับไม่ไหว สุดท้าย ร่างกายก็จะพังและตายลง
“โรคร้ายสินะ ?”
“น่าสงสารจริง ๆ ”
คำพูดที่เปล่งออกมาของเชียร์ ทำให้ทุก ๆ คนตกใจในทันที เพราะนอกจากจะตรวจสอบด้วยนักบวชระดับสูงของวิหาร ที่มีค่าใช้จ่ายราคาแพงเกือบ 10 เหรียญทองคำขาว ยังต้องใช้เวลาและอุปกรณ์จำนวนมาก
“คุณรู้ได้ยังไง!!! คุณเป็นนักบวชงั้นเหรอ!!!”ลิซตะโกนถามออกไป
“นักบวช ? ผมไม่ใช่หรอกนะ ผมเป็นแค่นักเดินทางเท่านั้นเอง”เชียร์ตอบกลับไป
“นักเดินทางงั้นเหรอ… นักผจญภัยสินะ”ตอบพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด
เพียงแต่บอกถึงอาชีพที่แสดงเท่านั้น ไม่ได้บอกเชิงลึกว่าตัวเองนั้นเป็นใคร
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้คิดที่จะทอดทิ้งเด็กที่เจ็บปวด
เชียร์ยิ้มขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะมองหน้าต่างตรงหน้าเพื่อเสาะหาสิ่งที่เป็นประโยชน์
แต่การกระทำที่เกิดขึ้น เหมือนเป็นการยิ้มเยาะต่อหน้าทุก ๆ คน
บาโททนไม่ไหว เขาพึ่งเข้าหาอีกฝ่ายก่อนจะต่อยออกไปตรง ๆ
ปั่ก!
“อั่ก!”
ไม่ใช่เสียงร้องของเชียร์ เพราะขณะนี้ เขากำลังเลื่อนหาสิ่งที่เป็นประโยชน์อยู่ จึงไม่ได้ให้ความสนใจต่ออีกฝ่าย
บาโทสะบัดมือด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะกระโดดถอยหลังไปตั้งหลัก
“ใจเย็น ๆ สิ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”มิเชลพูดขึ้น
“แต่ว่ามัน!”
“ใจเย็น ๆ บาโท ถ้าเขาคิดจะปล่อยเราทิ้งเอาไว้ เราคงตายไปแล้ว”
“มันอาจจะไม่ได้ช่วยเราก็ได้ แค่อยากศึกษาตะขาบตัวนั้นไง เห็นไหม!”บาโทชี้ไปยังตะขายที่ยังคงนอนหงายอยู่
“เจอแล้ว!”
เสียงของเชียร์ตะโกนขึ้น ก่อนจะทำบางอย่าง
“เหมือนจะต้องใช้ระดับที่สูงขึ้นสินะ”เมื่อคิดเช่นกัน เชียร์จึงถอดแหวนและต่างหูออก
“ระดับ ? ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของคุณไม่พออีก…”ยังไม่ทันได้พูดจบ มิเชลยิ่งตกตลึงเข้าไปอีก และคนอื่น ๆ ก็เหมือนกัน
ออร่าของเชียร์รุนแรงราวกับเทพสังหาร ความแข็งแกร่งที่มีเพียงในตำนานเท่านั้นที่จะได้ครอบครอง
[เลเวลในปัจจุบัน LV. 496]
“น่าจะพอแล้วนะ”
“กลั่นโลหิต!”
เชียร์ใช้ปลายนิ้วจิ้มไปยังกลางฝ่ามือจนเลือดไหลออก ก่อนจะควบคุมเลือดที่ไหลหยดลงมาหลอมรวมให้กลายเป็นก้อนเดียวกัน ซึ่งมีขนาดเกือบหัวนิ้วโป้งเข้าไปแล้ว
เขาเดินเข้าไปหาเด็กคนนั้นก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนเลือดที่เขากลั่นเข้าไปในปากของเด็กหญิงตรงหน้า
“แกทำบ้าอะไร!!! เธอไม่ใช่หนูทดลองของแกนะ”
“ผมเข้าใจที่คุณโมโห… แต่คุณจะขาดสติแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนเหรอครับ ?”แววตาสีแดงเพลิง เส้นแสงสีเหลืองทอง