การประลองเพื่อรักษาเกียรติ

แต่ความวุ่นวายไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนที่พวกเขาคาดคิด ความแตกต่างคงจะเด่นชัดจนนายน้อยพรรคกระยาจกนั้นรับรู้

เชียร์เพียงหันไปสนใจอีกฝ่ายเพียงเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามองยังหัวหน้าผู้ตรวจการ บาร์รอน เหมือนดั่งเดิม

“ให้เรื่องมันจบที่ตรงนี้ไม่ดีกว่าเหรอครับ ?”

กร๊อดดดด

และอีกครั้งที่เสียงการขบกรามดังขึ้น คำพูดของเชียร์ยิ่งทำให้เขาโมโหยิ่งขึ้น เพียงแต่ฝีมือ ความสามารถ และฐานะของเขานั้นไม่ได้อยู่เหนือกว่านายน้อยพรรคกระยาจกเลย จะให้ทำยังไงได้อีกล่ะ ?

“จะให้เป็นแบบนั้นไปได้เยี่ยงไร ? คนของข้าต้องอับอายอยู่ในถิ่นฐานของตน เป็นถึงหัวหน้าผู้ตรวจการ จะให้เอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน”

“โอ้ สวัสดีนายน้อยพรรค กระ ยา จก หึหึ”เขายิ้มยกขึ้นก่อนจะโต้ตอบกลับไป เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นผู้ออกหน้าแทน

“ยินดีที่ได้พบเช่นกันขอรับ นายน้อยเมืองหน้าด่านชั้นนอก”

คิ้วของเขากระตุกเล็กน้อย การโต้ตอบของตัวเองนั้นไม่เป็นผล พรรคกระยาจกขึ้นชื่อในเรื่องของการโดนดูถูกเยาะเย้ยมามากมายแค่ไหน ไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่มันมากพอที่จะทำให้คนทั่ว ๆ ไป ทนไม่ได้อย่างแน่นอน และต่อให้เขาเป็นเพียงนายน้อย ซึ่งเป็นลูกชายของผู้นำคนปัจจุบัน นั้นก็เท่ากับว่า การทดสอบต่าง ๆ นั้น ถูกส่งมาถึงเขาตั้งแต่เกิดแล้ว

กับเรื่องแค่นี้เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลย แต่กับอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่

แต่เขาก็กลับมายิ้มอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยปากพูด “หึหึ ก็อย่างที่ว่าไป ให้การประลองดำเนินต่อ รักษาเกียรติของตัวเองเอาไว้”

“มันก็ได้อยู่หรอก แต่คุณชายท่านนี้ทำอะไรผิด ?”

“เขาปกป้องตัวเองจากคำตัดสินที่ไม่ยุติธรรม แล้วพอคนของท่านเสื่อมเสียเกียรติที่ตัวเองกระทำลงไป”

“เขาเลยได้ปกป้องมันเอาไว้งั้นเหรอ ?”

“แปลกประหลาดเสียจริง”

“นายน้อย ท่านเป็นคนของพรรคที่เป็นกลาง ใยต้องเข้ามาช่วยเหลือนายน้อยท่านนี้ ? รู้จักกันงั้นรึ”

“เป็นกลาง ก็ควรที่จะช่วยกลุ่มคนที่โดนกลั่นแกล้ง หรือข้าควรนิ่งเฉย ?”

เชียร์ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงยิ้มขึ้น เขาคิดว่าเขายอมมานานแล้ว และไม่จำเป็นที่จะต้องยอมไปมากกว่านี้

“ที่นี่นับเป็นเมืองที่น่าสนใจ แต่ถ้าไม่ต้อนรับข้า งั้นก็ไม่เป็นไร”

เชียร์หันมามองทั้งแปดคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนทางด้านหลัง

“ไปด้วยกันไหมครับ ?”

ทั้งเจ็ดคนพยักหน้าอย่างพร้อมเพียง มีเพียงสาวน้อยเท่านั้นที่ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายคือใคร

“ท่านชายคนนี้คือคนที่ช่วยเจ้าเอาไว้ยังไงล่ะ”

“พี่ชายคนนี้เหรอคะ ?”

ลิซยิ้มขึ้นก่อนจะพยักหน้า

หญิงสาวตัวน้อยจึงหันกลับไปมองเขาก่อนจะพยักหน้าด้วยเช่นกัน

“ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเราก็ไปที่เมืองหลวงกันตอนนี้เลยเถอะ ที่นั้นคงจะต้อนรับพวกเราแน่ ๆ ”

เมืองหลวงไกลออกไปหลายพันไมล์ หน่ำซ้ำยังผ่านพื้นที่ที่ยากลำบากอีกมาก

แต่ทว่า ทุกคนเห็นเหมือนกันหมด คุณชายท่านนี้เขาเดินทางโดยอุปกรณ์วิเศษ ที่สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองได้ด้วยความเร็วสูง

ซึ่งเป็นอุปกรณ์หายาก นอกจากนายน้อยหรือธิดาภายในพรรคใหญ่ ๆ หรือลูกหลานคนใหญ่คนโตในเมืองหลวงแล้ว ชายแดนแถบนี้แทบไม่เคยพบเห็น

ระหว่างที่พวกเขากำลังเดินมาพบกันอีกครั้งและพร้อมที่จะเดินจากไป

"หยุด!!! เจ้าจะปล่อยให้เรื่องราวเกิดขึ้นแบบนี้ แล้วทิ้งปมคาใจเอาไว้งั้นรึ ?

เป็นลูกผู้ชายแบบไหนกัน"

“แล้วลูกผู้ชายแบบไหนกันที่สูงเกือบสองเมตร กล้ามใหญ่กล้ามโต มีพลังกล้าแกร่ง และเป็นผู้ผู้ตรวจการ”

“เมื่อต้องการเอาผิดและกระทำไม่สำเร็จ จึงกล่าวโทษอีกฝ่าย ?”

“ที่นี่เป็นเมืองล้าหลังงั้นเหรอ? ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็ไม่สนใจอีก”

“แต่ถ้าจะให้พูด ผมก็ไม่ใช่คนที่หวาดกลัวเรื่องอะไรแบบนี้ แต่ถ้าจะปะทะกัน คุณคงต้องยอมรับคำต่อว่าที่ผมพึ่งจะพูดออกไปด้วยนะครับ”

เชียร์ยิ้มให้อีกฝ่าย

เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังขึ้น และมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ฐานะอะไร ความแข็งแกร่ง ร่างกาย และอาวุธที่ได้รับมาเพื่อเอาไว้ใช้ตรวจการ รักษาความปลอดภัย และต่อสู้ขับไล่สิ่งมีชีวิตด้านนอก

แต่กำลังใช้ทุกสิ่งอย่างที่มี ในการกลั่นแกล้งผู้อื่น ?

“เอาเถอะ ข้าปล่อยไปก็ไร้เกียรติอยู่ดี ให้คนว่าสักหน่อยจะเป็นไรไป”

เขาจ้องมองไปยังทุก ๆ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ และเมื่อเป็นเช่นนั้น คงไม่มีใครที่คิดจะพูดออกไปแน่ ๆ

“ได้สิ แล้วเราจะต่อสู้กันแบบไหนล่ะ”

“เจ้าไม่มีอาวุธ ?”

“ก็มี แต่ผมยังไม่เคยใช้” เชียร์ไม่ได้โกหก ตั้งแต่เขามายังมิติต่าง ๆ เขายังไม่เคยใช้อาวุธอะไรเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

“ถ้างั้นก็แล้วแต่เจ้า จะสู้แบบไหนก็ตามใจ” แม้จะพูดออกไปแบบนั้น แต่เขาก็ได้แต่ยิ้มเยาะ ไม่มีทางเลยที่คนไม่มีอาวุธจะชนะเขาได้ ต่อให้เป็นนายน้อยจากพรรคกระยาจกก็ตาม เพราะถ้าจะให้พูด ไม้ของเขานั้นล้ำค่าเสียยิ่งกว่าขวานของเขาเสียอีก

เชียร์คิดสักพักก่อนจะพูดขึ้น “ถ้างั้น ผมใช้สัตว์เลี้ยงได้หรือเปล่า ?”

พรูด ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะ

ที่นี่ สัตว์เลี้ยงนับว่าอ่อนแอเกือบจะมากที่สุด ถ้าไม่รวมกับสายซัพพอทที่ไม่มีพลังโจมตี

แต่อีกฝ่ายกลับบอกว่าจะใช้สัตว์เลี้ยงต่อกร ? ต่อให้มีจำนวนที่มากกว่าแล้วยังไง

กระทิงแบบเขาต่อกรมานับไม่ถ้วน จนเลื่อนขั้นมาเป็นผู้พิทักษ์ประตูเมืองและหัวหน้าผู้ตรวจการเมืองหน้าด่านแห่งนี้

“ตามใจเจ้า จะเรียกมาเท่าไหร่ก็แล้วแต่เจ้าเลย”

“ใจดีจังเลยนะครับ”

พูดจบ เชียร์ก็ปลดปล่อยแมลงตัวที่หนึ่งลงพื้น มันคือมดหุ้มเกราะ ที่ปัจจุบันมีลวดลายเปลวเพลิงวนรอบเป็นอัขระที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายและพลังของมัน

คิ้วของอีกฝ่ายเลิกขึ้นสูง เขาแปลกใจเล็กน้อยที่มีคนเลี้ยงดูมดหุ้มเกราะได้สำเร็จ เพราะมันคือสิ่งมีชีวิตที่มีพลังป้องกันแข็งแกร่ง และพลังโจมตีก็ไม่ได้น้อยกว่ากันเลย

“นับว่าแข็งแกร่งไม่เลว แต่ในชีวิตข้า สังหารมันมาแล้วมากกว่าสิบ เจ้ามีอะไรที่น่าสนใจมากกว่านี้ไหม ?”

เชียรNยิ้มให้กับเขาก่อนจะปล่อยให้มดหุ้มเกราะเดินไปหาอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้า

ตู้ม

เขาฟาดขวานเล่มยักษ์ลงไปใจกลางลำตัวของมดหุ้มเกราะ ก่อนจะงัดเสยขึ้นมาแล้วฟาดเข้าไปที่หน้าท้องในขณะที่มดหุ้มเกราะลอยตัว

“ต้องเสียใจด้วย แต่จุดอ่อนของมันคือช่วงหน้าท้องที่ไร้ซึ่งเกราะป้องกัน เจ้าสูญเสียสัตว์เลี้ยงราคาแพงแล้วล่ะหนุ่มน้อย”

เชียร์ไม่ได้พูดอะไรออกไป ทำเพียงแค่ยิ้มเท่านั้น และนั้นก็มากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายไม่เข้าใจ

ท่ามกลางฝุ่นควันที่หนาแน่น มดหุ้มเกราะเดินออกมาจากฝุ่นหนาเตอะ เต๊าะแต๊ะเข้าหาอีกฝ่ายเช่นเดิมโดยไม่มีการพักเบรค

‘อะไรกัน’

เขาโจมตีจุดอ่อนของมันเข้าไปแล้ว ไม่มีทางที่มันจะรอดพ้นอย่างแน่นอน และท่าโจมตีเมื่อครู่คือคอมโบสามการโจมตีที่แข็งแกร่งของเขา แถมยังใช้ออกด้วยพลังที่มากถึง แปดสิบเปอร์เซน

“นี่คือสิ่งที่ผมภาคภูมิใจ พวกมันน่ารักและแข็งแกร่งมาก ไม่รู้สินะ ถ้าจะบอกว่าคุณไม่มีปัญญากำจัดมัน ก็คงจะไม่ผิดอะไร”

“และถ้าคุณบอกว่าผมมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่านี้ไหม ?”

เชียร์ค่อย ๆ ปล่อยสัตว์เลี้ยงตัวเล็กออกจากมือ การกระทำของเขาเปลี่ยนมุมมองของผู้คนไปไกลแล้ว

เพียงปล่อยบางสิ่งลงพื้น กลับมีแมลงก่อตัวขยายร่างขึ้นจนเติบใหญ่ หรือแท้ที่จริงเขาคือพ่อมดจากอาณาจักรมืด ?

“แกเป็นใครกันแน่ ? ตัวอันตรายจริง ๆ สินะ!!!”

“อ่าว ? ไหง่พูดงั้นล่ะครับ ? ผมก็ปล่อยของแบบที่คุณต้องการ แล้วอยู่ ๆ มากล่าวหาว่าผมเป็นคนนั้นคนนี้ มีความอายบ้างไหมครับ ?”

“แก!!!”

ในระหว่างที่เขายังคงเอาตัวรอดจากการโจมตีของมดหุ้มเกราะ อยู่ ๆ มันก็แน่นิ่งไปสักพัก

เมื่อเห็นอย่างนั้น เขาก็คิดว่ามันคงหมดเรี่ยวแรง ก่อนจะกระโดดลงไปฟาดมันเข้าอย่างจังอีกครั้งหนึ่ง

ปู้ง

ฟิ้ววว

ร่างกายของหัวหน้าผู้ตรวจการกระเด็นออกไป

มดหุ้มเกราะนั้นปล่อยลูกไฟที่มีขนาดใหญ่เกือบจะเท่าตัวของมันพุ่งออก

แรงกระแทกของมันมากพอที่จะทำให้ชายร่างยักษ์กระเด็นออกไปหลายสิบเมตร แถมยังสร้างบาดแผลทั่วตัว

“ยังต้องการอะไรอีกไหมครับ ?”

ตอนก่อน

จบบทที่ การประลองเพื่อรักษาเกียรติ

ตอนถัดไป