ตอนที่ 39 : ซิมบ้า: ดูว่าฉันเร็วแค่ไหน

ตอนที่ 39 : ซิมบ้า: ดูว่าฉันเร็วแค่ไหน




ฝูงซอมบี้กรูกันเข้าไปด้วยความกระหาย



มันมีซอมบี้อยู่เป็นจำนวนมากจนหวังซ่งเองก็ไม่สามารถนับจำนวนของพวกมันได้ทั้งหมดเหมือนกัน



หวังซ่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และผิวหน้าของเขาก็เริ่มกลายเป็นเหล็ก และเขาก็พูดกับจางหลี่ซินและผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ว่า



“เข้าไปในป้อมปราการ!”



จางหลี่ซิน เมิ่งเจีย และคนอื่นๆ เข้าไปในป้อมปราการโดยไม่ลังเล



หลังจากผู้รอดชีวิตคนธรรมดาเข้าประจำตำแหน่งแล้ว หวังซ่งและจางเฉิงเฉิงก็สบตากัน และเข้าใจกันโดยปริยาย



หวังซ่งลงมือทันทีและเดินเข้าไปประจำตำแหน่งตรงหลังหน้าต่าง



ตอนนี้ค่ายกลสกัดซอมบี้ก็พร้อมแล้ว



ลู่หมิงได้ประจำอยู่ด้านบนชั้นสองในฐานะพลซุ่มยิง และคอยจัดการกับพวกซอมบี้อย่างต่อเนื่อง



ด้วยการมีจางเฉิงเฉิงอยู่ด้านหน้าและหวังซ่งอยู่ทางด้านหลังคอยขวางช่องว่างทั้งสองอันเอาไว้ พวกเขาจึงได้ก่อตัวขึ้นเป็นแนวป้องกันแรกสำหรับบ้านของลู่หมิงขึ้นมา ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็ยังทำหน้าที่เป็นเหยื่อล่อซอมบี้ด้วย



ส่วนคนธรรมดาที่ไร้ประโยชน์ก็ได้มารวมตัวกันอยู่ในป้อมปราการเล็กๆ นอกบ้านของลู่หมิงเพื่อทำหน้าที่เป็นเหยื่อล่อด้วย



แล้วค่ายกลสกัดซอมบี้นี้มีประโยชน์หรือไม่?



คำตอบก็คือ… ไม่รู้



นี่เป็นเพราะความเร็วในการสังหารของลู่หมิงรวดเร็วมาก ทำให้ค่ายกลสกัดซอมบี้ไม่มีโอกาสได้แสดงความสามารถของมันออกมาเลย



มันสามารถมองเห็นระลอกคลื่นลอยออกมาจากหน้าต่างชั้นสองและพุ่งเข้าใส่พวกซอมบี้



กระสุนส่วนใหญ่เข้าเป้าอย่างแม่นยำ



แม้ว่าบางครั้งมันจะพลาดเป้าไปบ้าง แต่ลู่หมิงก็จะชดเชยมันอย่างรวดเร็วด้วยการยิงเข้าที่หัวของซอมบี้ในอึดใจต่อมา



สำหรับซอมบี้ ระยะห่าง 100 เมตรก็ไม่ได้ไกลนัก



อย่างไรก็ตาม ด้วยการเก็บเกี่ยวของลู่หมิงบนชั้นที่สอง พวกซอมบี้ก็พบว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่จะข้ามผ่านระยะห่าง 100 เมตรนี้



ซอมบี้นับร้อยตัวล้มลงตามถนน จนสุดท้ายเหล่าซอมบี้ที่อยู่ในแนวหน้าก็อยู่ห่างจากค่ายกลสกัดซอมบี้ไป 30 เมตร



อย่างไรก็ตาม หลุมและกับดักต่างๆ ก็ขัดขวางการบุกของพวกซอมบี้เอาไว้ จางเฉิงเฉิงยังได้ยื่นมือออกมา และคลื่นพลังก็แผ่ออกมาจากมือของเธอและเข้าปกคลุมพื้นที่ตรงหน้า



เหล่าซอมบี้ช้าลงในทันที



มันราวกับว่าเหล่าซอมบี้กำลังแบกน้ำหนักอันหนักอึ้งเอาไว้



ภาพฉากนี้ทำให้ลู่หมิงเบิกตากว้าง



“นี่มันอะไรกันเนี่ย!?”



พลังพิเศษเหรอ?!



สมัยนี้ยังมีพลังพิเศษอยู่ด้วยเหรอ!?



เมื่อได้ยินเสียงของลู่หมิง จางเฉิงเฉิงจึงหันมาและยิ้มว่า “มันคือพลังพิเศษของผู้ตื่นระดับสองของฉันเอง”



“พลังชะลอความเร็วเหรอ?”



“ไม่ค่ะ มันคือแรงโน้มถ่วง”



เมื่อได้ยินคำตอบของจางเฉิงเฉิง หัวสมองของลู่หมิงก็อื้ออึงไปในทันที



แต่ในตอนนี้มันก็ไม่ใช่เวลาจะมาคิด…



จากหางตาของเขา เขามองไปที่จางเฉิงเฉิง และลู่หมิงก็ปลดปล่อยความเร็วของมือจากการโสดมากว่า 25 ปีของเขาอย่างบ้าคลั่ง เขายิงกระสุนออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อต้องการจัดการกับพวกซอมบี้ให้ไวและทดสอบการคาดเดาของเขาอย่างละเอียดด้วย





ซิมบ้ารู้สึกสับสนเล็กน้อย



เมื่อมองดูฝูงซอมบี้ที่ล้มตายลงตรงหน้าของมัน มันก็มีเพียงความคิดเดียวในจิตใจของมันเท่านั้น



“นี่มันเป็นไปไม่ได้!!”



สติปัญญาของซิมบ้าถือได้ว่าไม่ธรรมดาจริงๆ และมันก็ตระหนักได้ถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัว



คนที่สังหารฝูงซอมบี้ไม่ใช่ผู้ตื่นระดับสองทั้งสองคน แต่เป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้อยู่ภายในระยะการรับรู้ของมันเลยด้วยซ้ำ



นั่นคือสิ่งที่ซิมบ้าสับสนเป็นที่สุด



เห็นได้ชัดว่าพลังรบของผู้ตื่นระดับสองนั้นแข็งแกร่งมาก ถ้าผู้ตื่นระดับสองทั้งสองคนนั้นเป็นคนสังหารฝูงซอมบี้ ซิมบ้าก็คงจะไม่ประหลาดใจเลย เพราะลูกน้องของมันก็เป็นแค่เป้ารับกระสุนเพื่อผลาญพลังกายและพลังพิเศษของผู้ตื่นเท่านั้น ยิ่งพวกมันตายไปมากแค่ไหน มันก็จะได้เปรียบเรื่องการล่ามากยิ่งขึ้น



อย่างไรก็ตาม ซิมบ้าก็ไม่อาจยอมรับได้ว่าฝูงซอมบี้แทบจะย่อยยับไปแล้วก่อนที่ผู้ตื่นระดับสองทั้งสองคนจะได้ลงมือด้วยซ้ำ



ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มบังเกิดขึ้นในใจของมัน



เมื่อซิมบ้าเห็นซอมบี้ล้มลงกับพื้นอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น มันก็กลอกตาของมันและคิดแผนการทันที!



“โฮก”



(คนธรรมดาที่กำลังยิงหนังสติ๊กจากชั้นสองอันตรายเกินไปแล้ว! ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้! สหาย ลุย!)



ด้วยการกู่ร้องออกมาเพียงครั้งเดียว นักล่าทั้งสี่ก็ตอบสนอง!



นักล่าอีกสี่ตัวไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์หรือความหมายของเสียงคำรามของซิมบ้าเท่าไร อย่างไรก็ตาม พวกมันก็เข้าใจดีถึงความหมายของการจัดการอีกฝ่าย



บังเอิญว่าตามตรรกะการล่าตามปกติของพวกมัน มันยังไม่เร็วเกินไปสำหรับพวกมันที่จะลงมือในตอนนี้ และจังหวะเวลาก็เหมาะสมพอดี



หวือ



ภายใต้แสงจันทร์ ร่างทั้งสี่ร่างพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วเฉกเช่นนักปาร์กัวร์ผู้มากทักษะ พวกมันทะยานไปตามอาคารและรถยนต์ในขณะที่พวกมันพุ่งเข้าใส่บ้านของลู่หมิง



ในทางกลับกัน ซิมบ้าก็ยังไม่เคลื่อนไหวเลย



มันเฝ้าจับตามองสถานการณ์อย่างระมัดระวัง และกระทั่งแสดงสัญญาณว่าจะถอยหนีด้วย



จนกระทั่งมันมีเสียงดัง ‘ปัง’ บังเกิดขึ้น



หัวของนักล่าที่กำลังพุ่งออกไปนั้นระเบิดออกราวกับลูกแตงโม ร่างกายของมันตกลงมาจากเบื้องบนและกระแทกลงกับพื้น เหลือเพียงรอยเลือดยาวกว่า 10 เมตรที่อยู่ทางด้านหลัง



แม้ว่าซิมบ้าจะจับตามองอยู่ แต่มันก็เห็นเพียงวัตถุทรงกลมเล็กๆ ที่พุ่งออกมาจากหน้าต่างชั้นสองอย่างไม่ชัดเจน และระเบิดหัวของนักล่าตัวนั้นในทันที



“นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!?”



ปัง



นักล่าตัวที่สองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงโชคชะตาของการถูกระเบิดหัวได้



แม้ว่าพวกมันจะรวดเร็วมาก แต่ลู่หมิงก็รวดเร็วยิ่งกว่า ด้วยค่าสถานะที่มากกว่าอีกฝ่ายถึง 10 หน่วย มันจึงเพียงพอให้ลู่หมิงสามารถจัดการกับอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย



ปัง



กระสุนนัดที่สามพลาดเป้าไปเล็กน้อยและโดนขาของนักล่าเท่านั้น



อย่างไรก็ตาม ซิมบ้าก็สามารถมองเห็นได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของการโจมตีนี้ ขาทั้งขาของนักล่าตัวนั้นกระเด็นออกไปราวกับว่าร่างกายของมันถูกระเบิด



ในทันทีที่นักล่าตัวที่สามล้มลง ศีรษะของมันก็ระเบิดออกมาอีกครั้ง มันตายซ้ำตายซ้อนไปอีกครั้ง



นักล่าตัวที่สี่ยังไม่สังเกตเห็นโศกนาฏกรรมของสหายของมัน



ด้วยการสังเวยชีวิตของสหายทั้งสาม นักล่าตัวนี้จึงสามารถพุ่งเข้ามาในระยะ 30 เมตรของทุ่งสังหารได้สำเร็จ



เมื่อเห็นเช่นนี้ จางเฉิงเฉิงก็หรี่ตาลงและปลดปล่อยแรงโน้มถ่วงที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมออกมาเพื่อตรึงนักล่าตัวนั้นไว้กับพื้น และทำให้มันไม่สามารถเคลื่อนไหวได้



“ปัง”



ผลลัพธ์ไม่ได้น่าประหลาดใจอะไรเลย





นักล่าสี่ตัวถูกจัดการไปในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที



ตอนแรกซิมบ้าก็สับสน จากนั้นมันก็ตัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้



ด้วยความเฉลียวฉลาดเหนือซอมบี้ตัวอื่น ซิมบ้าจึงได้ทำการตัดสินใจที่ฉลาดที่สุดในชีวิตของมัน



มันไม่พูดอะไรอีกและหนีทันที!



ภายใต้แสงจันทร์ นักล่าที่ชื่อว่าซิมบ้าจึงได้วิ่งหน้าตั้ง ความเร็วของมันมากจนกระทั่งผิวหนังของมันก็ยังกระเพื่อมไปตามสายลม และแทบจะทำให้เกิดภาพติดตาขึ้นมา



ในเวลาแค่นาทีเดียว ซิมบ้าก็ได้วิ่งหนีออกมาจากหมู่บ้านกู๊ดโฮป



เมื่อได้ยินเสียงคำรามของฝูงซอมบี้ในหมู่บ้านกู๊ดโฮป แสงริบหรี่ของการเอาชีวิตรอดหลังภัยพิบัติส่องประกายอยู่ในดวงตาของซิมบ้า



“สัตว์… ประหลาด…”



มันมีสัตว์ประหลาดอยู่ในที่บ้าๆ แห่งนั้น!



เมื่อมองไปยังคำว่า ‘หมู่บ้านกู๊ดโฮป’ บนคานตรงทางเข้าหมู่บ้าน ซิมบ้าก็ตัดสินใจ



“ข้า ซิมบ้า ยอมอด ยอมกระหายจนตายดีกว่าจะมาที่หมู่บ้านกู๊ดโฮปอีก!”



หลังจากพึมพำกับตัวเองแล้ว ซิมบ้าก็จากไปโดยไม่สนใจอะไรอีก





พลังแรงโน้มถ่วงของจางเฉิงเฉิงเข้าคู่กันกับลู่หมิงได้เป็นอย่างดี



ฝูงซอมบี้กรูกันเข้ามา และการยิงของลู่หมิงก็ย่อมไม่สามารถตามความเร็วการบุกของพวกซอมบี้ได้ทัน อย่างไรก็ตาม ภายใต้พลังแรงโน้มถ่วงของจางเฉิงเฉิง ความเร็วของฝูงซอมบี้จึงลดลงและพวกซอมบี้ก็เริ่มกลายเป็นเป้านิ่งสำหรับเขา



สำหรับนักล่าทั้งสี่ตัว…



ลู่หมิงรู้สึกว่าพวกนักล่าก็ไม่ได้อันตรายอะไรสำหรับเขาเลย ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกภูมิใจอะไรเลยกับการจัดการกับนักล่าสี่ตัว



ทักษะการยิงหนังสติ๊กของเขาเพิ่มขึ้นจากระดับ 11 เป็นระดับ 13 แล้ว!



จนกระทั่งมันถึงระดับ 13 (1,075/1,300) ลู่หมิงก็ไม่เห็นซอมบี้อีก



ลู่หมิงเม้มริมฝีปากอย่างมีความสุข



“เมื่อพูดถึงการเพิ่มความก้าวหน้าแล้ว ซอมบี้ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าอยู่ดี”



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 39 : ซิมบ้า: ดูว่าฉันเร็วแค่ไหน

ตอนถัดไป