จิตสังหารของโอโรจิมารุ
โอโรจิมารุจ้องหลังริวอุนด้วยสายตาเย็นชา
ริวอุนเป็นคนแรกที่กล้าท้าทายเขาต่อหน้าหลังจากที่ได้รับฉายาสามนินจามา แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาโกรธ แต่หากฆ่าได้ เขาก็อยากจะฆ่าริวอุน
ทว่าเวลาผ่านไปไม่นานนัก เขาก็ต้องประหลาดใจ เขาพบว่าออร่าบนร่างริวอุนแข็งแกร่งขึ้น
‘มันเกิดอะไรขึ้น?’ โอโรจิมารุขมวดคิ้ว
เขาสังเกตเห็นว่าจักระของริวอุนดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นมาก มากจนทำให้เขาสับสน
“โอโรจิมารุ ไปกันเถอะ” ระหว่างที่กำลังคิดหลายสิ่ง จิไรยะก็เดินมาเร่งอยู่ด้านข้าง
ด้วยเสียงจิไรยะ ทำให้โอโรจิมารุกลับมามีสติอีกครั้งและจ้องริวอุนอย่างจริงจัง
“เกรงว่าการเจรจาครั้งนี้คงไม่ง่าย” จิไรยะถอนหายใจ
ในความเห็นของเขา มิซึคาเงะรุ่นที่ 4 เป็นคนวางแผนให้ริวอุนเคลื่อนไหวก่อน รวมไปถึงการปรากฏตัวของนินจาคิริงาคุเระคนอื่นด้วย
“อืม” โอโรจิมารุตอบในลำคอ
ส่วนจิไรยะก็หันไปหาคาคาชิอีกครั้งเพื่อเตือนเด็กชาย “คาคาชิ ครั้งหน้าอย่าหุนหันพลันแล่นล่ะ ที่นี่ไม่ใช่โคโนฮะนะ”
จิไรยะเตือนคาคาชิด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เขาก็แอบบ่นถึงโฮคาเงะรุ่นที่สามในใจ ว่าทำไมถึงยอมให้คาคาชิมาด้วยแบบนี้
ไม่ว่ายังไง งานประเภทนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เกะนินควรจะมาร่วมภารกิจได้เลย หากมีบางอย่างเกิดขึ้น เขาจะต้องคอยปกป้องคาคาชิ ซึ่งมันจะเป็นการเพิ่มความอันตรายสำหรับเขาและกลุ่มมากกว่า
ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกเสียใจที่ปล่อยให้มินาโตะตามมาด้วย ถ้ามีเพียงเขากับโอโรจิมารุล่ะก็ พวกเขาสามารถหนีไปได้ง่าย ๆหากมีเรื่องเกิดขึ้น
ตอนนี้มีคนเพิ่มมาอีกหลายคน สมมุติว่าการเจรจาล้มเหลว เขากับโอโรจิมารุสามารถหนีได้ แต่คนอื่น ๆคนไม่สามารถหนีได้แน่
“อาจารย์ครับ ครั้งนี้คาคาชิคงไม่ได้ตั้งใจ ยกโทษให้เขาเถอะครับ” มินาโตะรีบพูดแทนคาคาชิ
เขาเข้าใจอารมณ์ของคาคาชิ พ่อที่เคารพนับถือมานานถูกฆ่าตาย แถมยังมีข่าวลือเรื่องที่พ่อกลายมาเป็นคนบาปของหมู่บ้านอีก
ตอนนี้ผู้กระทำผิดอยู่ตรงหน้า มันไม่ง่ายเลยที่คาคาชิจะควบคุมตัวเอง
คาคาชิก็ยังคงเงียบกริบ ในแววตามีความรู้สึกผิดไม่น้อย เขารู้ดีว่าเขาใจร้อนทำให้ทุกอย่างเสียหาย
“เฮ้อ... เราอยู่ที่คิริงาคุเระ ดังนั้นเราต้องระวังตลอดเวลานะมินาโตะ” จิไรยะตบไหล่มินาโตะ “ฝากดูแลคาคาชิด้วยล่ะ”
คาคาชิเป็นลูกของซาคุโมะ ด้วยความคิดของริวอุนที่เผยออกมา เขาจะไม่ปล่อยคาคาชิไปง่าย ๆแน่
หากไม่ป้องกัน คาคาชิอาจถูกลอบสังหารได้
“ได้ครับ อาจารย์!” มินาโตะเข้าใจความหมายและความกังวลของจิไรยะดี ดังนั้นเขาเลยแสดงสีหน้าจริงจังออกมา
‘ดูเหมือนจิไรยะจะกังวลนะ’ ริวอุนแม้จะเดินนำหน้าแต่หูเขายังฟังตลอดเวลา
เขายิ้มนิด ๆ หลังจากที่เขาได้รับร่างกายเซียนระดับกลางมาแล้ว ประสาทสัมผัสและการได้ยินก็ชัดเจนมากขึ้น
สิ่งที่จิไรยะพูด เขาได้ยินทุกอย่างแต่มันก็เป็นเรื่องปกติ
สามนินจาตอนนี้ยังไม่ใช่จุดสูงสุด เขาเป็นเพียงคาเงะธรรมดาเท่านั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสู้กับนินจาหมู่บ้านอื่นด้วยความแข็งแกร่งของตัวเองเท่านั้น
ถึงจะเป็นโอโรจิมารุหรือจิไรยะในช่วงที่อยู่ในจุดสูงสุด ก็เป็นไปไม่ได้ที่คนเดียวจะสู้ทั้งหมู่บ้านได้อยู่ดี
ขณะที่เขากำลังคิดเรื่องนี้อยู่ เขาและคณะทูตจากโคโนฮะก็มาถึงอาคารมิซึคาเงะแล้ว
“ขอบคุณที่พาพวกเขามานะ” ยากุระพูดขอบคุณด้วยรอยยิ้มประดับบนใบหน้า
เขาได้รู้เรื่องต่าง ๆผ่านหน่วยลับที่ไปซุ่มดูแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ตำหนิริวอุน กลับกัน เขาชื่นชมชายหนุ่มคนนี้มาก
ริวอุนพยักหน้าให้ยากุระและหายตัวไปด้วยวิชาสลับร่าง
ตอนนี้เขาออกมาข้างนอกพร้อมที่จะไปสนามฝึกเพื่อตามหาเหล่าลูกศิษย์ของเขา ทว่าก่อนที่เขาจะได้เดินไปไหนก็มีเสียงขัดเขาจากข้างหลัง
“เดี๋ยวก่อนริวอุน!”
เมื่อได้ยินเสียง ริวอุนที่กำลังจะเดินไปก็แทบสะดุดล้มหัวทิ่ม แถมเสียงนี้ก็มาพร้อมความปวดหัวของเขา แม้จะไม่ต้องหันไปมองก็รู้ได้เลยว่าเป็นใคร
“เฮ้ ริวอุน ตอนนี้ฉันเชี่ยวชาญคาถาสายฟ้าที่ทรงพลังมาก ๆแล้ว ดังนั้นยอมรับคำท้าของฉันอีกครั้งซะ!!” อาเมะยูริ ริงโกะคนเดิมนั่นเอง ใบหน้าเธอดูเต็มไปด้วยความมั่นใจและตื่นเต้น
“เธอแพ้ฉันมายี่สิบหกครั้งแล้วนะ ยังแพ้ไม่พออีกหรือไง?” ริวอุนกลอกตาเบื่อหน่าย
“เหอะ! คราวนี้ไม่เหมือนคราวก่อนหรอก” ริงโกะเถียง สายตาท้าทายจ้องไปทางริวอุน “นายกลัว เลยไม่ยอมรับคำท้าของฉันใช่ไหมล่ะ?”
“เธอคิดมากเกินไปแล้ว ฉันแค่รู้สึกว่าเธออ่อนแอเกินไป ไร้ประโยชน์ที่จะสู้น่ะ” ชายหนุ่มส่ายหัว เขารู้สึกว่าต้องพูดแรง ๆเข้าไว้ ไม่อย่างนั้นเขาก็จะต้องรับคำท้าที่ไม่มีวันสิ้นสุดลง
“อยา่มาดูถูกกันนะ!” หน้าริงโกะเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ จากนั้นเธอก็หยิบคุไนซึ่งมีสายฟ้าไหลออกมาถือ
“ฉันบอกไม่สนใจไง” ริวอุนทำอะไรไม่ถูก ริงโกะเป็นประเภทที่เขารับมือไม่ถูกเลย
ตั้งแต่ที่เขาได้รับร่างกายเซียนระดับกลางมาแล้ว ความแข็งแกร่งก็มาถึงระดับคาเงะ ริงโกะอย่างเก่งก็เป็นเพียงโจนิน เขาไม่สนใจจะลงมือจริง ๆ
“แล้ว... ถ้าเพิ่มฉันเข้าไปด้วยล่ะ?” คราวนี้มีมาอีกเสียง ทั้งสองหันไปก็เห็นชายหนุ่มวัยสิบห้าปีเดินมาแต่ไกล
เขาดูเป็นคนธรรมดา แต่ปากของเขาทาด้วยชาดสีแดง เขาถือดาบขนาดใหญ่อยู่ในมือและสายตาจ้อมาที่นริวอุนด้วยความแน่วแน่...
*********************