บทที่49 มินาโตะผู้แอบสร้างวิชานินจาของตัวเอง

“การกระทำของชิบะ ริวอุนอาจดูใจร้อน เย่อหยิ่ง แต่ความเก่งของเขาน่าทึ่งมาก!” โอโรจิมารุรู้สึกได้เปิดหูเปิดตามาก

เขารู้ว่ามินาโตะเก่งแค่ไหน แม้ว่าจะอายุน้อย ทว่าก็อยู่ในระดับโจนินแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังแพ้ฝ่ายตรงข้าม ด้วยฝีมือวันนี้ ทำให้เขารู้ว่าฝีมือของชิบะ ริวอุนนั้นไม่ได้อ่อนไปกว่าเขาหรือจิไรยะเลย

“มินาโตะ นายเป็นคนมีความสามารถ ถ้ากลับถึงหมู่บ้านแล้ว ฉันมีบางอย่างจะให้” จิไรยะระหว่างเดินก็คิดเรื่องนี้อยู่นาน

สุดท้ายแล้วจิไรยะก็ตัดสินใจจะมอบสิ่งที่เขาคิดในใจให้อีกฝ่าย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าความรู้สึกผิดเรื่องที่ตัวเองเป็นอาจารย์กลับไม่สามารถช่วยลูกศิษย์ในเวลาคับขันได้

นอกเหนือจากคำแนะนำทั่วไปแล้ว เขาสอนเพียงวิชานินจาธรรมดา ๆสองสามคาถาเท่านั้น แถมไม่ใช่วิชาที่ทรงพลังด้วยซ้ำ

พอได้เห็นความพ่ายแพ้ของมินาโตะกับตา จิไรยะก็รู้สึกเสียใจ

“ให้ผม?” มินาโตะงง

“ใช่ ท่านโฮคาเงะรุ่นที่ 2 มีวิชาที่ค่อนข้างเหมาะสมกับนายมาก ฉันจะลองถามตาแก่ให้หลังจากที่กลับจากหมู่บ้านคิริแล้ว” จิไรยะหัวเราะ

“ครับ!” นามิคาเสะ มินาโตะพยักหน้า “อาจารย์ วิชาที่ชิบะ ริวอุนคนนั้นใช้ มันเหมือนกับวิชาที่ผมคิดเอาไว้เลย”

“หือ?” หลังจากที่มินาโตะบอกคำนี้ออกไป ทั้งจิไรยะ โอโรจิมารุและคาคาชิก็ประหลาดใจ

“มันคือกระสุนวงจักระที่มีจักระควบแน่นอันนั้นน่ะครับ” มินาโตะบอกต่อ

ก่อนหน้านี้มินาโตะได้เห็นระเบิดบอลสัตว์หาง ดังนั้นเขาจึงคิดจะสร้างวิชาที่คล้าย ๆกันขึ้นมา ซึ่งคล้ายกับระเบิดสัตว์หาง

ทว่าคิดก็ส่วนคิด การสร้างจริงก็ส่วนการสร้างจริง ดังนั้นความคิดนี้จึงยังเก็บเข้ากรุ ไม่ได้ใช้งานตอนนี้ แต่การต่อสู้เมื่อสักครู่ เขาเห็นวิชาที่เขาคิดไว้ ซึ่งทำให้ตัวเองตกใจมาก

“กระสุนวงจักร?” จิไรยะขมวดคิ้วแล้วนึกไปถึงลูกบอลสีขาวฟ้าในมือริวอุน

“วิชานั้นควรจะเป็นวิชาที่ไม่ต้องประสานอิน เพียงแค่ผมไม่รู้ว่าจะใช้มันยังไง?” มินาโตะขมวดคิ้วไปอีกคน

ในหนังสือมังงะต้นฉบับ มินาโตะใช้วิชาพัฒนาวิชานี้ถึงสามปี แม้ว่าตอนนี้เขาจะได้เห็นกระสุนวงจักรจริง แต่เขาไม่มีเนตรวงแหวน เขาเลยไม่สามารถเรียนรู้มันได้ในทันที

จิไรยะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมา เพราะเขาเองก็ไม่ได้รู้จักวิชากระสุนวงจักรอะไรนั่น ในขณะที่มินาโตะเองก็ไม่ได้จะผูกใจเจ็บเรื่องถูกขโมยวิชาขนาดนั้น

ตอนนี้เขาเพียงอยากรีบกลับไปโคโนฮะเพื่อไปลองใช้วิชาตามที่เขาได้เห็นในวันนี้ให้เร็วที่สุดเท่านั้นเอง

---------------------------------------------

“ชิบะ ริวอุนชนะโจนินของโคโนฮะได้?” ยากุระยืนหันหน้าออกนอกหน้าต่างแล้วพูดกับตัวเองเบา ๆ

“ใช่ครับท่านมิซึคาเงะ” หน่วยลับนั่งคุกเข่าอยู่ด้านหลัง

“เป็นอัจฉริยะจริง ๆ แต่ใจร้อน ทำตัวไม่ระมัดระวังเกินไป” ยากุระวิจารย์

อย่างไรก็ตาม หากมีคนเห็นก็คงจะพูดไม่ออก เพราะแม้คำพูดจะฟังดูตำหนิิแต่มุมปากของเขากลับยิ้มบาง ๆคล้ายกับพอใจกับผลที่ออกมามาก

นั่นเพราะการกระทำของริวอุน ทำให้เขาได้ประโยชน์ในการเจรจากับโคโนฮะมากขึ้นนั่นเอง

“แต่ท่านครับ เพราะเรื่องนี้จะทำให้โคโนฮะไม่พอใจเราหรือเปล่า?” นินจาหน่วยลับอดถามไม่ได้

“แล้วไม่ดีเหรอ?” รอยยิ้มยากุระจางหายไป กลับกลายเป็นมีความเย็นชาในแววตาของเขาแทน

ความขัดแย้งระหว่างเขากับตระกูลใหญ่ของตระกูลขีดจำกัดสายเลือดเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นแล้ว นินจาธรรมดาเองก็เริ่มไม่พอใจมากกับสิทธิพิเศษของเหล่าขีดจำกัดสายเลือด

ทว่าทั้งสองฝ่ายยังสามารถยับยั้งชั่งใจกันได้อยู่ ถึงอย่างนั้นทุกคนก็รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น

หากไม่ต้องการตายในสงครามภายใน ก็มีแต่หันเหความสนใจไปยังสงครามภายนอกเท่านั้น หากไม่ใช่ว่าตอนนี้พวกเขายังไม่พร้อมมาก ยากุระก็คงประกาศสงครามกับโคโนฮะเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย

ถ้าสงครามเริ่มต้นเมื่อไหร่ เขาจะเป็นผู้มีอำนาจเด็ดขนาดในการสั่งภารกิจ สามารถใช้ภารกิจมากมายเพื่อค่อย ๆกลืนกินควมแข็งแกร่งของตระกูลขีดจำกัดสายเลือดได้

ในใจนินจาหน่วยลับไม่เข้าใจว่าทำไมมิซึคาเงะของเขาถึงบอกว่าปล่อยให้เกิดสงครามขึ้นจะดีกว่า

“ช่างมันเถอะ ไม่ต้องสนใจหรอก” ยากุระโบกมือแล้วเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่นายคิดยังไงกับความสามารถของชิบะ ริวอุน?”

“เก่งมาก ไม่อ่อนแอไปกว่าระดับคาเงะของแต่ละหมู่บ้านเลยครับ” หน่วยลับคนเดิมพูดจากประสบการณ์ของตัวเอง

เขาได้เห็นการต่อสู้เมื่อสักครู่ได้ชัดเจน นามิคาเสะ มินาโตะมีพลังระดับโจนินขั้นสูงก็ว่าน่ากลัวแล้ว ริวอุนกลับน่ากลัวกว่า อีกฝ่ายคงตายไปแล้วหากสามนินจาโอโรจิมารุไม่เข้ามาช่วย

“คาเงะ?” ยากุระพึมพำ จากนั้นก็บังเกิดรอยยิ้มพึงใจ “นินจาพลเรือนที่ทรงพลัง นับเป็นดาบที่ดี”

“ดาบเหรอครับ?” หัวใจของหน่วยลับเต้นรัว คิ้วภายใต้หน้ากากขมวดมุ่นเพราะประโยคนี้

ยากุระอาจไม่เห็นริวอุนลงมือ แต่เขาถูกส่งไปติดตามการต่อสู้ของริวอุนอย่างใกล้ชิด ดังนั้นเขาเลยรู้จักนิสัยลึก ๆของริวอุนดีกว่ามิซึคาเงะ

เขารู้ว่าริวอุนเป็นคนที่ทำอะไรโดยประมาท ใจร้อน ตอนนี้มิซึคาเงะเปรียบริวอุนเหมือนดาบ น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ว่าริวอุนไม่ใช่ดาบธรรมดา

เขาคือดาบปีศาจ... ดาบที่กลืนกินเจ้าของได้!

เขาเงยหน้าขึ้นหมายจะแย้งความคิด น่าเสียดายที่พอเห็นรอยยิ้มที่มั่นใจของคนเป็นคาเงะหมู่บ้านแล้ว เขาก็กลืนคำพูดนั้นลงคอแล้วเงียบลง

*******************************

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่49 มินาโตะผู้แอบสร้างวิชานินจาของตัวเอง

ตอนถัดไป