ป้ายฝึกนอกสถานที่
หลังออกมาจากตระกูลได้ไม่นาน สายตาของลั่วเจิ้งก็เห็นเรือบินแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนตระกูลจะยกเลิกการแข่งขันจริงๆ ไม่งั้นด้วยระยะเวลาเพียงแค่นี้คงไม่อาจมาถึงตระกูลได้”เขาพึมพำ ก่อนจะเลิกสนใจเรือบิน
ริ้วแสงสีน้ำและแดงพุ่งผ่านเรือบินไปอย่างรวดเร็ว
ซึ่งริ้วแสงนี้ดึงดูดผู้คนบนเรือ “นั้นมัน?” สายตาของหลายๆคนจ้องมองไปยังริ้วแสง
แม้จะไม่อาจมองเห็นตัวตนที่สร้างมันขึ้น แต่ด้วยความเร็วที่มันพุ่งผ่านเรือบินไป
คนผู้นั้นต้องแข็งแกร่งมากเป็นแน่
ลั่วหยางเองก็จ้องมองไปยังริ้วแสงด้วยความสนใจ “ดูเหมือนนายน้อยจะตัดสินจากไป”เขาพึมพำออกมา ก่อนจะเลิกสนใจ
....
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เหนือฟากฟ้า ริ้วแสงสีแดงและสีน้ำเงินบินโฉบภูเขาหลายสิบลูก ผ่านแม่น้ำหลายสาย ก่อนจะหยุดลง
“ถึงแล้ว”หญิงสาวกล่าว ก่อนจะบินลงมาด้านล่าง
ลั่วเจิ้งจ้องมองไปยังด้านหน้า ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่
หญิงสาวไม่ได้สนใจท่าทีของลั่วเจิ้ง และยังคงเลือกเดินไปยังประตู
ด้วยการกระทำของหญิงสาว ลั่วเจิ้งก็รีบเดินตามไปทันที
ด้านหน้าประตู มีชายวัยกลางคนยืนรออยู่
เมื่อเขาเห็นหญิงสาว รอยยิ้มเล็กน้อยก็ปรากฏขึ้น “กลับมาแล้วรึ?”
หญิงสาวก้มศีรษะเล็กน้อย “ศิษย์กลับมาแล้ว”
เมื่อได้ยินคำตอบ เสียงหัวเราะของชายวัยกลางคนก็ดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ “ดีมากๆ ด้วยคะแนนของภารกิจนี้ เจ้าก็จะสามารถออกไปฝึกฝนด้านนอกได้แล้ว เมื่อเจ้าออกไป อย่าลืมเอาของมาฝากข้าด้วยล่ะ”
หญิงสาวพยักหน้า “เจ้าค่ะ”
ชายวัยกลางคนเลิกสนใจหญิงสาว และหันมามองลั่วเจิ้ง “นี้คือศิษย์ที่เจ้าไปรีบมา?”
เมื่อเห็นสายตาของชายวัยกลางคนจ้องมาทางตน ลั่วเจิ้งก็รีบทำความเคารพทันที “ผู้น้อยลั่วเจิ้ง ยินดีที่ได้พบขอรับ”
“อืมๆ!”ชายวัยกลางคนตอบกลับ
หญิงสาวกล่าว “ข้าจะพาเจ้าไปรับชุดและลงทะเบียนเป็นศิษย์ ตามมา”ก่อนจะเดินนำหน้าลั่วเจิ้งไป
ลั่วเจิ้งก็ไม่รอช้า บอกลาชายวัยกลางและค่อยๆตามหญิงสาวไปอย่างติดๆ
เมื่อลั่วเจิ้งและหญิงสาวหายไปจากสายตา ชายวัยกลางคนก็ขมวดคิ้ว “อายุ13 ฐานการบ่มเพาะ ก่อเกิดขั้นต้น มีพรสวรรค์ระดับสูง มีโอกาสพัฒนาเป็นระดับสูงสุด พรสวรรค์แบบนี้หาได้ยากยิ่ง แถมยังไม่ใช่เพียงแค่นั้น ร่างกายของเขายังมีสายอัสนีอันแรงกล้าปะทุอยู่ตลอด น่าสนใจจริงๆ”เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า
สายตาของเขาทะลุทะลวงห้วงอวกาศของทวีปมนุษย์ และมาโผล่อยู่เหนือทวีปมนุษย์
“ช่างเป็นทวีปที่น่าสนใจขึ้นไปเรื่อยๆเลย แต่ด้วยการปรากฏตัวของพวกเราอีกไม่นาน ทวีปมนุษย์คงได้โกลาหลอย่าแน่นอน”เขาพึมพำ ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายหายไป
....
การลงทะเบียนของลั่วเจิ้งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็มาถึงที่พักของตน “ศิษย์น้อง ขอขอบคุณศิษย์พี่เป็นอย่างมากขอรับ”
หญิงสาวโบกมือ “ข้าแค่ทำตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายเจ้าไม่ต้องขอบคุณหรอก”
“ขอรับ”ลั่วเจิ้งตอบกลับ
หญิงสาวหันหลัง “แต่ถ้าเจ้ามีปัญหาอะไรในสำนัก ก็มาหาข้าได้ ข้าฉูเสวี่ยชิงจะคอยช่วย”
ลั่วเจิ้งกล่าว “เมื่อพบกับปัญหา ข้าจะไปหาท่านอย่างแน่นอน”
ร่างของฉูเสวี่ยชิงค่อยๆหายไปจากสายตาของลั่วเจิ้ง เมื่อเขาไม่เห็นร่างของฉูเสวี่ยชิงแล้ว
เขาก็ไม่รอช้า และเข้าไปยังที่พักทันที
ด้านฉูเสวี่ยชิง นางกำลังเดินหน้าไปยังโถงภารกิจเพื่อส่งมอบความคืบหน้า
สายตาของหน้าเปล่งประกายไปด้วยความตื่นเต้น “1ปีเต็มนับตั้งแต่ข้ามายังที่แห่งนี้ ด้วยระยะเวลา1ปี ฐานการบ่มเพาะของข้าก็พัฒนาไปมาก มันมากพอที่จะทำให้ข้าเดินได้อย่างอิสระในราชวงศ์ต้าฮวงและยังมากพอสำหรับการแก้แค้น”
ผ่านไปได้ไม่นาน ฉูเสวี่ยชิงก็มาถึงโถงภารกิจ
นางไม่รอช้าและส่งมอบความคืบหน้าให้กับผู้ดูแลทันที
หลังจากที่อยู่มา1ปี ทำให้นางได้รับรู้ว่าตนเป็นศิษย์คนแรก และยังเป็นศิษย์เพียงคนเดียวมา1ปีเต็ม
ด้วยการเป็นศิษย์เพียงคนเดียว ทำให้นางสนิทสนมกับผู้ดูแลมาก
ผู้ดูแลจ้องมองไปยังภารกิจ “เรียบร้อย เจ้ายังคงทำงานได้รวดเร็วเช่นเคย”เขาอดเอ่ยคำชมออกมาไม่ได้
ฉูเสวี่ยชิงดวงตากระตุก “ข้าเป็นศิษย์เพียงคนเดียว ไหนเลยจะหาคนที่ทำงานได้รวดเร็วเช่นข้า”นางคิดในใจ ไม่กล้าพูดออกมา
นางเลิกสนใจผู้ดูแล และมองไปยังคะแนนของตน
[ ฉูเสวี่ยชิง คะแนนภารกิจ 35,700 ]
ฉูเสวี่ยชิงกล่าวขึ้นในทันที “ศิษย์ต้องการใช้คะแนนทั้งหมดเพื่อแลกเปลี่ยนกับป้ายฝึกนอกสถานที่”
เนื่องจากนางยังคงเป็นศิษย์ภายนอก ทำให้การออกไปมีเพียง2ทาง 1 ก็คือการทำภารกิจด้านนอก
และ2 ก็คือการใช้คะแนนแลกเอา
ผู้ดูแลกล่าว “คะแนนของเจ้าในตอนนี้คือ35,700 สามารถแลกเปลี่ยนป้ายฝึกนอกสถานที่ได้ทั้งหมด20วัน เจ้าต้องการแลกรึไม่?”
ฉูเสวี่ยชิงพยักหน้า “ข้าต้องการ”
เมื่อได้ยินคำตอบของฉูเสวี่ยชิง ผู้ดูแลก็หยิบป้ายแผ่นหนึ่งออกมา “20วัน เวลาจะนับตอนที่เจ้าก้าวออกจากสำนัก และเมื่อครบ20วันเจ้าต้องอยู่ในสำนักแล้ว ถ้าเกินเวลา20วัน คะแนนของเจ้าจะหายไปตามวันเวลาที่เจ้าอยู่ด้านนอก”
“ในฐานะศิษย์คนแรก จงกลับมาอย่างปลอดภัยล่ะ แม้แผ่นป้ายจะมีค่ายกลป้องกัน แต่มันก็มีขีดจำกัด ข้าไม่อยากเห็นเจ้าตายก่อนจะโบยบินหรอกนะ”
ฉูเสวี่ยชิงพยักหน้า “เจ้าค่ะ ศิษย์จะกลับมาอย่างปลอดภัย ท่านไม่ต้องห่วง ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วศิษย์ขอตัวลา”
สิ้นสุดเสียง ฉูเสวี่ยชิงก็หยิบแผ่นป้ายและค่อยๆเดินออกจากโถงภารกิจ
ผู้ดูแลพึมพำ “อาจารย์และศิษย์ นิสัยไม่ต่างกันเลย”ก่อนจะก้มตัวลงและอ่านเอกสารของตนต่อ