มารับลั่วเจิ้ง
กาลเวลาไหลผ่านไป วันเวลา7วันผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในช่วงเวลา4วัน ลั่วเจิ้งอยู่กับครอบครัวไม่ห่างเลยแม้แต่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าหรือค่ำคืน ลั่วเจิ้งก็มักจะอยู่กับลั่วฟานและลั่วซิงจื่อ
ในเช้าของวันที่7 ท้องฟ้าที่แต่เดิมสดใสกลับแปรเปลี่ยน
เปลวเพลิงสีแดงฉานปรากฏขึ้นเหนือตระกูลลั่วและแผ่กระจายไปทั่วสารทิศ
เปลวเพลิงอันร้อนระอุทำให้ท้องฟ้ากลายเป็นทะเลเพลิง
รัศมี1ร้อยลี้ต่างตกอยู่ภายใต้เปลวเพลิงนี้
ลั่วฟานและผู้อาวุโสทั้งหมดตื่นตระหนกในทันที และรีบพากันออกมาจากที่พัก
พร้อมเงยหน้ามองท้องฟ้าที่กลายเป็นทะเลเพลิง
เมื่อคลื่นเปลวเพลิงตกลงมายังด้านล่าง ค่ายกลป้องกันเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว
“ศัตรูบุกงั้นรึ?”ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวขึ้น ความหวาดกลัวปรากฏในจิตใต้สำนึกของเขาแทบจะในทันที
ดวงตาของเขาเริ่มสั่นสะท้านเมื่อเห็นว่าค่ายกลป้องกันเริ่มละลายอย่างช้าๆ
มันไม่ได้แตกสลาย แต่กลับละลายราวกับขวดแก้วที่มิอาจทนความร้อนได้
ลั่วฟานจ้องมองไปยังเปลวเพลิงที่ค่อยๆแหวกออก “มาแล้ว!!”น้ำเสียงของเขาเคร่งขรึม
ในสายตาของเขา ปรากฏหญิงสาวค่อยๆบินลงมาด้านล่างผ่านเปลวเพลิง
ร่างกายอันสมบูรณ์แบบ ทำให้ลั่วฟานตกตะลึง
แม้ระยะห่างของเขาและหญิงสาวจะค่อนข้างไกล แต่เขาก็สามารถบอกได้เลยว่าหญิงสาวปริศนาที่ปรากฏ
แม้จะหาทั่วมณฑลต้าลู่ ก็ไม่อาจหาตัวตนใดมาเทียบได้
ร่างของนางหยุดลง “ข้าตัวแทนของสำนัก มารับตัวลั่วเจิ้ง”ก่อนจะกล่าวขึ้น
เสียงของนางดังกึกก้องไปทั่วทั้งตระกูลลั่วและบริเวณรอบๆ
แม้แต่พื้นปฐพี เพียงแค่เสียงของนางเปล่งออกมาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ร่างของลั่วฟานไม่อาจทรงตัวได้ และล้มลงดวงตาของเขาจ้องมองไปยังหญิงสาวด้วยความหวาดกลัว
ลั่วเจิ้งที่อยู่ข้างๆตกตะลึง เมื่อเห็นว่าพ่อของตนล้มลงกับพื้น
“ข้าให้เวลา1นาที ถ้าลั่วเจิ้งยังไม่ปรากฏตัว จะถือว่าผิดสัญญาที่เคยกล่าว และผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องชดใช้แทน”เสียงของหญิงสาวยังคงดังอยู่เรื่อยๆ
ลั่วเจิ้งที่ได้ยินก็ไม่รอช้า และบินขึ้นไปด้านบนทันที “ข้าลั่วเจิ้ง ยินดีที่ได้พบผู้อาวุโส”และรีบทำความเคารพอย่ารวดเร็ว
หญิงสาวจ้องมองไปยังลั่วเจิ้ง “ผู้อาวุโส? ข้าเป็นเพียงศิษย์ของสำนักที่มาทำภารกิจเท่านั้น”
สิ้นสุดเสียงของหญิงสาว ลั่วเจิ้งก็ตกตะลึง“เพียงแค่ศิษย์ยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ แล้วผู้อาวุโสจะแข็งแกร่งเพียงใดกัน”เขาคิดในใจ ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ
“ในเมื่อมาแล้ว งั้นก็ไปกัน!!”หญิงสาวหันหลัง
แต่ก่อนที่นางจะจากไป ลั่วฟานก็มาปรากฏอยู่ข้างๆลั่วเจิ้งทันที “ข้ามิอาจให้ลั่วเจิ้งไปกับเจ้าได้ เพราะฉะนั้นกลับไปเถอะ!!”
หญิงสาวหันหลังกลับมา พร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย“หื้ม?”
ลั่วฟานกล่าว “ลั่วเจิ้งนั้นเป็นสมาชิกของตระกูลลั่ว และยังเป็นผู้สืบทอดตระกูล ในอนาคตเขาจะเป็นถึงหัวหน้าตระกูลลั่วซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในมณฑลต้าลู่ สำนักเล็กๆของเจ้ากล้าดีเยี่ยงไรมาเอาตัวลูกของข้าไป!!!”ความโกรธปรากฏขึ้นแทบจะทันที
แม้ตอนแรกลั่วฟานจะหวาดกลัว แต่ด้วยศักดิ์ศรีของเขา ทำให้เขากล้าออกมายืนอยู่ตรงหน้านาง
หญิงสาวหัวเราะออกมาเล็กน้อย “มณฑลต้าลู่? มณฑลเล็กๆที่ไม่มีแม้แต่ผู้แข็งแกร่ง กล้าดีเยี่ยงไรมาอวดดีต่อหน้าข้า”ออร่าของหญิงสาวถูกปลดปล่อยออกมาทั้งหมด
อุณหภูมิรอบๆร้อนขึ้นอย่างชัดเจน ราวกับมีดวงอาทิตย์ขนาดย่อมๆมาปรากฏตรงหน้า
“เป็นเพียงมดริอาจทำตัวเยี่ยงราชสีห์ โอหัง!!”ฝ่ามือขนาดยักษ์ตกลงมายังลั่วฟานอย่างรวดเร็ว
ลั่วเจิ้งที่เห็นก็ไม่รอช้า รีบเอาตัวเข้าห้าม “ศิษย์พี่ โปรดยกโทษให้ท่านพ่อของข้าด้วย ท่านทำไปก็เพื่อปกป้องข้าเท่านั้น”
สิ้นสุดเสียงของลั่วเจิ้ง ฝ่ามือขนาดยักษ์ก็หายไป
“เจ้าต้องรู้ไว้ด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด ถ้าบังอาจมาดูถูกสำนัก มันผู้นั้นต้องตาย!!”เสียงเย็นชาดังขึ้น
ลั่วฟานสั่นสะท้านเมื่อได้ยินเสียงของนาง ก่อนจะนึกถึงฝ่ามือขนาดยักษ์ที่ตกลงมาก่อนหน้า
เขาพึมพำอยู่ในใจ “ถ้าข้าไม่ได้ลั่วเจิ้ง ข้าคงตายไปแล้ว”ก่อนจะมองไปยังหญิงสาวด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด
“ข้าให้เวลา10นาที จัดการธุระที่ยังเหลืออยู่ให้เสร็จ”หญิงสาวจากไปทันทีเมื่อกล่าวเสร็จ
ลั่วเจิ้งพยักหน้า“เข้าใจแล้ว”ก่อนจะบินลงมาด้านล่างพร้อมกับลั่วฟาน
10นาทีแห่งการลำลาผ่านพ้นไปในที่สุด
ลั่วซิงจื่อเช็ดน้ำตา “ข้าจะรอเจ้าอยู่ กลับมาเยี่ยมข้าและคนในตระกูลบ้างล่ะ”
ลั่วเจิ้งพยักหน้า “ขอรับ ข้าจะกลับมาบ่อยๆเมื่อมีเวลา ท่านพ่อก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะ”
“อืม!”
ร่างของลั่วเจิ้งค่อยๆลอยขึ้น “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าไปก่อน”เขาโบกมือเล็กน้อย และมองไปยังหญิงสาว
หญิงสาวพยักหน้า และบินนำลั่วไป
แสงสีแดงและสีน้ำเงินปรากฏขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็ว
ลั่วฟานจ้องมองไปยังแสงทั้ง2 “พวกเขาไปแล้ว ข้าคงได้แต่ยอมรับ”
ลั่วซิงจื่อพยักหน้า “มณฑลต้าลู่เล็กๆนี้ ไม่เหมาะกับลั่วเจิ้งจริงๆนั่นแหละ ในเมื่อเขาตัดสินใจแบบนั้นก็ปล่อยเขาไปเถอะ ในช่วงที่เขาไม่อยู่ เราก็ควรทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดเพื่อรอการกลับมาของเขา”
“แต่..”
ลั่วซิงจื่อตบศีรษะของลั่วฟาน “ไม่ต้องมาตรงมาแต่ รีบๆกลับไปทำงานได้แล้ว”
ลั่วฟานลูบศีรษะ และพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง“เข้าใจแล้วน่า”