ได้เวลาจบการต่อสู้ และทำลายตระกูลอู่!

ชายชรา กล่าวขณะที่จ้องมองท้องฟ้า“สิ่งที่ข้าสนใจมิใช่ท้องฟ้า แต่เป็นการต่อสู้ของผู้บ่มเพาะต่างหากล่ะ”

เด็กหนุ่มมึนงง “ผู้บ่มเพาะ? ท่านสนใจการต่อสู้ของผู้บ่มเพาะด้วยรึ?”

ชายชรากล่าว “ถ้าเป็นการต่อสู้ของผู้บ่มเพาะระดับต่ำ ข้าก็มิสนใจหรอก”

“แต่การต่อสู้นี้ แม้แต่ข้าก็มิอาจเข้าไปยุ่งด้วยได้ แล้วเจ้าคิดว่ามันน่าตื่นเต้นแค่ไหนที่จะจ้องมองไปยังการต่อสู้ที่ตนไม่อาจเอาชนะได้ล่ะ”

เด็กชายสับสนเข้าไปใหญ่ เขาไม่เข้าใจในคำพูดของอาจารย์เลย

การต่อสู้ที่ตนไม่อาจเอาชนะได้ เหตุใดมันถึงน่าสนใจกัน

มิใช่ว่ามันควรหวาดกลัวแทนหรอกรึ

ชายชราเพียงยิ้ม เขาเข้าใจความคิดของเด็กหนุ่มอย่างถ่องแท้ “ความหวาดกลัวมันจะปรากฏออกมาเมื่อเราเผชิญหน้าไม่ใช่ตอนที่เราจับจ้อง แต่ถึงแม้เราจะหวาดกลัว เราก็ยังปราถนาในความแข็งแกร่งที่ตนได้เห็น”

“ผู้แข็งแกร่งเหนือกว่าสิ่งใด แล้วใครจะไม่อยากเป็นละ แล้วอีกอย่างการต่อสู้ของผู้ที่แข็งแกร่งกว่าอาจจะทำให้ผู้ที่อ่อนแอกว่าเข้าใจบางสิ่งบางอย่างก็ได้ เหตุผลแค่หนึ่งก็เพียงพอที่จะทำให้เราหายจากอาการหวาดกลัวเป็นสนใจแทนแล้ว”

เด็กหนุ่มเข้าใจในทันที “ท่านอาจารย์ ข้าเข้าใจแล้ว การสอดส่องไม่ได้เป็นเพียงการแอบดู แต่เป็นการจับจ้องไปยังพลังบางอย่างที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากผู้ที่แข็งแกร่งกว่า เพื่อเอามาพัฒนาตนเอง”

ชายชราพยักหน้า “นี้มันก็แค่ส่วนหนึ่ง เมื่อเจ้าแข็งแกร่งขึ้นเจ้าจะเข้าใจเอง แต่ข้าขอเตือน ถ้าเจ้าอยากมีชีวิตที่ยืนยาว อย่าได้สอดส่องมั่วซั่วเด็ดขาด”

เด็กชายแววตาเปล่งประกาย พยักหน้าซ้ำๆ“ขอรับๆ! ข้าจะจำคำสอนของท่านอาจารย์ไว้”

ชายชราไม่ได้สนใจเด็กหนุ่มต่อ และจับจ้องไปยังการต่อสู้ของอู่ฟานและฉูเสวี่ยชิง

ในจิตใจของเขาเริ่มปรากฏความกลัวขึ้น

เขาถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำในใจ“โดมแก้วแห่งการจองจำของผู้บ่มเพาะขั้นกลางช่างน่าสะพรึงเสียจริง แม้แต่ข้าที่อยู่ในขั้นต้นก็ยังไม่อาจสอดส่องได้นาน”

ไม่นาน โดมแก้วแห่งการจองจำก็ปรากฏรอบๆตัวของชายชรา ขนาดของมันเพียงแค่ครอบคลุมตัวของชายชราเท่านั้น

เมื่อโดมแก้วแห่งการจองจำกางออก ชายชราก็จับจ้องไปยังการต่อสู้โดยไม่ละสายตา

“ระยะเวลาที่ข้าสามารถสอดส่องได้แม้จะสั้นแต่ก็อาจจะทำให้ข้าเข้าใจส่วนหนึ่งของขั้นกลาง”เขาคิดในใจ และเริ่มลองทำอะไรหลายๆอย่างเพื่อให้ตนเข้าใกล้ขั้นกลาง

การกระทำนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ชายชราเท่านั้น ตัวตนในระดับจองจำขั้นต้นมากมายต่างก็เริ่มการกระทำเหล่านี้แล้ว

ส่วนตัวตนในขั้นกลางนั้น ก็จับจ้องไปยังโดมแก้วของทั้ง2 หวังจะทำความเข้าใจโดมแก้วอื่นที่มิใช่ของตน

สำหรับตัวตนขั้นสูง พวกเขาเพียงจ้องมองสักพัก และละสายตาไป

การต่อสู้ของผู้บ่มเพาะระดับจองจำขั้นกลาง มันไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น

ไม่นาน การต่อสู้ของอู่ฟานและฉูเสวี่ยชิงก็ทวีคูณขึ้น

ห้วงมิติรอบๆเริ่มมีรอยแตก และปรากฏเศษส่วนท้องฟ้าที่มาๆหายๆ

ปราณดาบมากมายพุ่งไปยังทุกสารทิศ และชนกับปราณหอก

ทุกการโจมตีของฉูเสวี่ยชิง โดมแก้วแห่งการจองจำของนางก็จะขยายใหญ่ขึ้น

แม้แต่โดมแก้วของอู่ฟานก็ขยายใหญ่ขึ้น ในตอนนี้ขนาดของโดมแก้วแห่งการจองจำทั้ง2มีขนาดใหญ่กว่าเมืองหงอู่ทั้งเมืองเสียอีก

ฉูเสวี่ยชิงจับจ้องไปยังร่างของอู่ฟาน ก่อนจะเก็บดาบของตน

อู่ฟานกล่าว “เก็บดาบ?”สีหน้าของเขาแสดงความแปลกใจออกมา

ฉูเสวี่ยชิงและเขาไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายอะไรจากการต่อสู้ แล้วเหตุใดนางถึงเก็บดาบของตนกัน

หรือนางจะยอมแพ้ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้

การยอมแพ้ก็แปลว่านางยอมตาย มันไม่มีทางที่นางจะมายอมตายทั้งที่ยังไม่ได้ทำลายตระกูลของเขาหรอก

สีหน้าของอู่ฟาน ทำให้ฉูเสวี่ยชิงยิ้มออกมา “ข้าเริ่มเบื่อกับการต่อสู้นี้แล้ว เพราะฉะนั้นเรามาจบกันเถอะ”

สิ้นเสียง ร่างของนางก็มีเปลวเพลิงหลากหลายสีห่อหุ้ม

ไม่นาน เสียงฟีนิกซ์ที่น่าเกรงขามกว่าเก่าก็ปรากฏออกมาจากเปลวเพลิงเหล่านั้น

สีหน้าของอู่ฟานเริ่มเคร่งขรึม “ร่างกายของข้ากำลังสั่น? ข้ากำลังหวาดกลัวงั้นรึ?”

“เป็นไปไม่ได้!! ข้าจะไปกลัวกับอีแค่เปลวเพลิงของรุ่นเยาว์ได้อย่างไร ข้าอู่ฟานนับแต่เกิดมา ไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำให้ข้าคนนี้หวาดกลัวได้”

“แต่ในตอนนี้ ข้ากำลังหวาดกลัวเปลวเพลิงเนี้ยนะ ไร้สาระสิ้นดี”สิ้นเสียง แววตาของอู่ฟานก็เริ่มแดงฉาน

หอกในมือของเขาขยายออก จนกลายเป็นหอกขนาดยักษ์

ก่อนจะพุ่งไปยังเปลวเพลิงหลากสี

เปลวเพลิง เมื่อสัมผัสกับหอกมันก็เริ่มหลอมละลายหอกนั้นทันที

ดวงตาของอู่ฟานสั่นสะท้าน จับจ้องไปยังหอกของตนที่ค่อยๆละลายไปอย่างช้าๆ

ด้วยความตื่นตระหนก ทำให้อู่ฟานรีบดึงมันกลับมา“เป็นไปไม่ได้ นี้มันคืออาวุธระดับเงินเลยนะ มันจะมาละลายเพียงแค่สัมผัสเปลวเพลิงได้อย่างไร”

หอกของเขาในตอนนี้ เหลือเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ต่อสู้แล้ว

ไม่นาน เปลวเพลิงทั่วร่างของฉูเสวี่ยชิงก็พุ่งทยานสู่ฟากฟ้า พร้อมกับมีเสียงคำรามของฟีนิกซ์ปรากฏขึ้นตาม

สิ้นเสียง ร่างของฉูเสวี่ยชิงก็ค่อยๆเดินออกมาจากเปลวเพลิงหลากสี

ร่างของนางในตอนนี้แตกต่างจากเก่าอย่างสิ้นเชิง สีผมที่แปลเปลี่ยนอยู่ตลอด

ดวงตาที่แต่เดิมดูสวยงาม ในตอนนี้มันกลับกลายเป็นดวงตาที่น่าเกรงขาม

ราวกับดวงตาของนางไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ แต่เป็นดวงตาของสัตว์ประหลาด

ร่างของนางโผล่ออกมาจนพ้นเปลวเพลิง ก่อนจะกล่าวขึ้น“ได้เวลาจบการต่อสู้ และทำลายตระกูลอู่!!”



ตอนก่อน

จบบทที่ ได้เวลาจบการต่อสู้ และทำลายตระกูลอู่!

ตอนถัดไป