ในเมื่อข้าใกล้ตาย งั้นเจ้าก็ตายไปแล้ว
เมื่อคลื่นปราณทั้ง2หายไป ฉูเสวี่ยชิงก็จ้องมองไปยังอู่คังเซียงที่บาดเจ็บสาหัส
ริมฝีปากของนางยกขึ้น “เจ้าถามข้าว่าเหตุใดข้าถึงไม่ได้รับบาดเจ็บงั้นรึ? ก็ง่ายๆข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้ายังไงล่ะ!!!”
สิ้นเสียง แรงกดดันที่รุนแรงกว่าเก่าก็ปะทุออกมาจากร่างของฉูเสวี่ยชิง
คลื่นปราณมากมายมหาศาลล่องลอยไปทั่วสารทิศ
เมื่ออู่คังเซียงเห็นถึงความหนาแน่นของปราณที่ถูกปลดออกมา สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
“ไม่! เป็นไปได้อย่างไร ความหนาแน่นขนาดนี้แม้แต่ข้าที่อยู่ในขอบเขตจองจำขั้นต้นก็ยังไม่อาจเทียบได้”
“แล้วเจ้าที่อยู่ในขอบเขตเดียวกันกับข้าจะมีความหนาแน่นถึงเพียงนีัได้อย่างไร”
ฉูเสวี่ยชิงกล่าว “ขอบเขตเดียวกับเจ้า? ช่างน่าขันยิ่งนัก ข้ากับเจ้าหาใช่ระดับเดียวกันไม่!!”แรงกดดันยังคงรุนแรงขึ้นไปเรื่อย
ในคราวนี้ ฉูเสวี่ยชิงไม่ปล่อยให้อู่คังเซียงได้กล่าวต่อ ดาบของนางฟันมาทางเขาในทันที
ปราณดาบขนาดเล็ก กวาดตรงมายังอู่คังเซียงด้วยความเร็วที่แม้แต่เขาก็มิอาจมองเห็น
แต่ก่อนที่ปราณดาบจะตัดอู่คังเซียง มันก็ได้หายไป
ฉูเสวี่ยชิงขมวดคิ้ว “ดูถ้าการต่อสู้จะยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้สินะ”
ไม่นานหลังจากปราณดาบหายไป
เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นเหนือฟากฟ้า พร้อมมีแสงเปล่งประกายออกมา
มันเจิดจ้าจนอู่คังเซียงต้องเอามือขึ้นมาบดบัง
“สหายน้อย เจ้าควรปล่อยวางเรื่องที่มันเกิดขึ้นไปแล้วเสียนะ ความเสียหายมากมายขนาดนี้คงเพียงพอสำหรับเจ้าแล้ว ตระกูลอู่ในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากตระกูลเจ้า ความเสียหายมันแทบจะเทียบเท่ากัน ข้าในฐานะผู้ที่อยู่มานาน เรื่องพวกนี้เมื่อควรพอก็พอเสียเถอะ”
ฉูเสวี่ยชิงจ้องมองไปยังฟากฟ้า ในสายตาของนางแสงเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายเลย
“แล้วถ้าข้ายังคงยืนกรานที่จะทำลายตระกูลอู่ เจ้าในฐานะผู้อาวุโสจะทำอะไรข้าล่ะ”
“ในเมื่อเจ้าไม่พอเสียทีข้าก็คงต้องสังหารเจ้าทิ้งเสีย”
ฉูเสวี่ยชิงขบขัน ฟันดาบไปยังฟากฟ้า “คิดว่าทำได้ก็ลองดูสิ ไม่แน่ข้าอาจะเป็นคนสังหารเจ้าก็ได้”
“โอหัง!! เจ้าช่างเป็นเด็กที่โอหังมากที่สุดที่ข้าเคยพบเจอมาเลย”
สิ้นเสียง ปราณดาบก็แตกสลายไป
พร้อมมีโดมแก้วแห่งการจองจำขนาดยักษ์ตกลงมา
ในตอนนี้ โดมแก้วทั้ง3เริ่มปะทะกัน
ไม่นาน โดมแก้วของอู่คังเซียงก็แตกออก
ร่างของอู่คังเซียงค่อยๆตกลงสู่พื้นด้านล่าง แม้เขาจะไม่ตาย
แต่ด้วยการที่โดมแก้วแห่งการจองจำแตก ทำให้เขาในตอนนี้เรียกได้ว่าก้าวเท้าไปสู่ความตายครึ่งหนึ่งแล้ว
สายตาทั้ง2ของอู่คังเซียงพร่ามัว แทบไม่อาจมองสิ่งต่างๆได้อย่างชัดเจน
เขาค่อยๆหยิบเม็ดยาในแหวนมิติ และกลืนมันก่อนจะกล่าวขึ้น “ท่านบรรพบุรุษ ท่านต้องสังหารนาง ไม่เช่นนั้นตระกูลอู่ได้จบสิ้นแน่นอน”
“นั้นก็จริง อายุไม่ถึง100ปี แต่กลับสามารถบรรลุระดับจองจำได้ ถ้าปล่อยไว้ตระกูลอู่ได้จบสิ้นในสักวันอย่างแน่นอน”
สิ้นเสียง ร่างชายวัยกลางคนก็เดินออกมาจากหมู่เมฆ
ฉูเสวี่ยชิงจ้องมองไปยังชายวัยกลางคน “ข้านึกว่าท่านตายไปแล้วเสียอีก ไม่คิดเลยว่าบุคคลในตำนานของราชวงศ์ต้าฮวงในอดีตจะยังมีชีวิตอยู่”
“แต่มันก็เท่านั้นแหละ เพราะแม้ท่านจะเป็นตำนาน มันก็ต้องจบลง”
ชายวัยกลางคนกล่าว “ตำนาน? มันก็เป็นเพียงแค่ชื่อเสียงที่ถูกพูดถึง ข้าในตอนนี้คงไม่เหมาะสำหรับคำว่าตำนานแล้ว”
“ส่วนคำพูดที่หยาบคายของเจ้า ข้าจะถือว่าเป็นเพียงคำพูดของเด็กที่ใกล้ตายก็เท่านั้น”
ฉูเสวี่ยชิงยกดาบขึ้นปลดปล่อยกระบวนท่าดาบของตนออกมาในทันที“ข้าเป็นเพียงคนใกล้ตาย? เจ้านะรึที่จะสังหารข้า ข้าคือคนที่จะสังหารเจ้าและทำลายตระกูลอู่ของเจ้า เพราะฉะนั้น เป็นเจ้าเสียมากกว่าที่ใกล้ตาย”
ชายวัยกลางคน “เมื่อเจ้ายังคงเลือกแบบนี้ ข้าอู่ฟานจะสังหารเจ้าจนสิ้น”ดาบของเขาปรากฏขึ้น
ฟันไปยังปราณดาบที่พุ่งตรงมา
ไม่นาน ร่างของอู่ฟานและฉูเสวี่ยชิงก็หายไป
แม้แต่โดมแก้วแห่งการจองจำก็หายไปเช่นกัน
ในตอนนี้ เหนือฟากฟ้า ปรากฏโดมแก้วแห่งการจองจำ
ด้วยการปรากฏของโดมแก้วแห่งการจองจำ ทำให้ท้องฟ้ากลายเป็นพื้นที่ไร้ปราณ
เงาร่างทั้ง2ปรากฏออกมาก่อนจะเข้าปะทะกันอย่างรวดเร็ว
คลื่นปราณกวาดไปทั่วท้องฟ้า ก้อนเมฆจำนวนนับไม่ถ้วนหายไปในทันที
ริ่วแสงทั้ง2 เข้าปะทะกันครั้งแล้วครั้งเล่า
100กระบวนท่า 200กระบวนท่า
การโจมตีมากมายถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว
ห้วงอากาศรอบๆ เมื่อโดนการโจมตีก็แตกออกทันที
มันไม่สามารถแม้แต่รับการโจมตีของทั้ง2ได้เลย
ไม่นาน การต่อสู้ก็เริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั่วราชวงศ์ต้าฮวง มหาอำนาจระดับจองจำต่างจ้องมองไปยังการต่อสู้
ความสนใจ ความตื่นเต้น ความหวาดกลัว ปรากฏในสายตาของพวกเขา
ควรรู้ไว้ว่า ระดับจองจำในราชวงศ์ต้าฮวงเป็นระดับที่สูงที่สุดแล้ว
แม้พวกเขาจะทราบถึงระดับมหายาน แต่สำหรับต้าฮวง ระดับมหายานเป็นเพียงตำนานเท่านั้น
ไม่มีผู้ใดในต้าฮวงเคยขึ้นไปถึงระดับนั้นเลย ทำให้ระดับจองจำเป็นระดับสูงสุดของพวกเขาแล้ว
สายตาของพวกเขาจ้องมองไปยังการต่อสู้โดยไม่ละสายตา
ณ ที่แห่งหนึ่ง เด็กหนุ่มจ้องไปยังชายชราที่สนใจฟากฟ้าอย่างผิดแปลก
ด้วยความสงสัย ทำให้เขาถามออกมา “ท่านอาจารย์ เหตุใดท่านถึงจ้องท้องฟ้าด้วยท่าทีสนใจถึงเพียงนี้ล่ะ”