ที่แห่งนี้ก็ไม่มี

สุสานยุทธภัณฑ์ สถานที่ที่เก็บรวบรวมขยะมากมายจากตำหนักยุทธภัณฑ์ไว้ในที่แห่งเดียว

สถานที่แห่งนี้มีอาวุธยุทโธปกรณ์มากมายไม่ว่าจะเป็นอาวุธระดับทองแดง เงิน หรือแม้แต่ทอง

ซึ่งจำนวนอาวุธระดับทองแดงนั้นมากที่สุด มันมีมากถึง70%

รองลงมาเป็นระดับเงินที่มีถึง25%

และสุดท้ายคือทอง ที่มีมากถึง5%

หลังจากขึ้นมาจากเนินเขา ลั่วเจิ้งก็มองไปรอบๆ

ในสายตาของเขาปรากฏอาวุธมากมายกายก้องทับทมกันไปทั่วทุกที

แม้ในตอนนี้จะเป็นตอนกลางคืน ลั่วเจิ้งก็ยังสามารถมองเห็นมันได้ชัด

ความโลภบังเกิดขึ้นในจิตใจของลั่วเจิ้งแทบจะในทันที

เขาจ้องมองไปยังอาวุธตรงหน้า “อาวุธระดับทองแดง แถมยังมีมากถึงเพียงนี้ ถ้าข้าเอาไปขายแม้เพียงแค่1ใน100 ก็ยังเพียงพอสำหรับอยู่ได้ทั้งชีวิต”

ดาบเล่มหนึ่งถูกลั่วเจิ้งหยิบใส่แหวนอย่างรวดเร็ว “ในเมื่อมันเป็นสุสานยุทธภัณฑ์ ก็แปลว่าอาวุธของที่นี้ไม่มีเจ้าของ และในเมื่อข้าเห็นมันก่อนมันก็ต้องเป็นของข้า”

ไม่นาน แหวนมิติของลั่วเจิ้งก็เต็มไปด้วยอาวุธระดับทองแดง

ลั่วเจิ้งจ้องมองไปยังสิ่งของภายในแหวนด้วยความยินดี “ข้าคือผู้ที่ร่ำรวยมากที่สุด และยังเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด”

ในตอนนี้อาวุธระดับทองแดงที่ถูกลั่วเจิ้งเอาไป มีทั้งหมดเกือบจะ3000ชิ้น

และทั้ง3000ชิ้นยังเป็นระดับทองแดงขั้นสูงทั้งหมด

ควรรู้ไว้ว่า อาวุธระดับทองแดง ถึงแม้มันจะอยู่ต่ำสุด แต่มันก็ยังเป็นอาวุธวิญญาณ ทำให้ราคาของมันนั้นสูงลิ่ว

อาวุธตามท้องตลาดที่มักจะเห็นได้เป็นประจำคืออาวุธธรรดาที่ถูกตีขึ้นจากเหล็ก

มันไม่สามารถเอาไปเทียบกับอาวุธวิญญาณที่ถูกตีขึ้นจากวิธีที่พิเศษ

ทำให้อาวุธวิญญาณแตกต่างจากอาวุธธรรมดามาก

ทั้งความหนาแน่นที่สามารถส่งปราณ หรือแม้แต่พลัง มันไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาเทียบกันได้

ทำให้ราคาของอาวุธวิญญาณสูงจนสามารถนำไปประมูลได้เลย

ราคาของอาวุธระดับทองแดง นั้นมีค่าถึง10,000หินวิญญาณ และราคานี้เป็นเพียงขั้นต้น

ส่วนขั้นสูง ราคามันอาจจะมากถึง100,000หินวิญญาณเลยทีเดียว

ด้วยการที่ลั่วเจิ้งมีอาวุธระดับทองแดงขั้นสูงถึง3000 ทำให้ในตอนนี้เขามีหินวิญญาณอยู่กับตัวมากถึง300,000,000หินวิญญาณ

จำนวนขนาดนี้ มากกว่าทั้งมณฑลต้าลู่รวมกันเสียอีก

เมื่อเดินมาได้สักพัก ลั่วเจิ้งก็ค้นพบบางอย่างอยู่ด้สนหน้าตน

สีหน้ายิ้มแย้มของเขาค่อยๆหายไป

และถูกแทนที่ด้วยสีหน้าตกตะลึง

ด้านหน้าของลั่วเจิ้งปรากฏคันศรสีเงินคราม ปลดปล่อยออร่าที่ไม่เหมือนอาวุธทั่วไปออกมา

คันศรนี้ดึงดูดลั่วเจิ้งเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นออร่าที่ถูกปลดปล่อยออกมากหรือแม้แต่รูปลักษณ์ที่ดูสวยงาม

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ลั่วเจิ้งก็ค่อยๆเดินไปยังคันศรก่อนจะเอามือไปจับ

ในเวลาต่อมา คันศรก็เริ่มสั่นอย่างรุนแรงราวกับมันกำลังปฏิเสธลั่วเจิ้ง

แรงกดดันนับคณาทำให้ลั่วเจิ้งรีบเอามือออก เหงื่อจำนวนมากปรากฏบนใบหน้าของเขา

“คันศรนี้มันคือสิ่งใดกัน? เหตุใดมันถึงปฏิเสธผู้คนได้?”เขาไม่เข้าใจเลย

อาวุธควรจะเป็นเพียงสิ่งของ มันไม่ควรจะมีสติปัญญาและปฏิเสธผู้คนได้

ด้วยความไม่เชื่อ ทำให้ลั่วเจิ้งเอามือไปจับคันศรอีกครั้ง

แต่เมื่อเขาจับ เขาก็ต้องรีบเอามือออกทันที

ในตอนนี้ ลั่วเจิ้งได้รับรูัแล้วว่าคันศรนี้กำลังปฏิเสธตัวเขาอยู่

เขาจ้องมองไปยังคันศร ก่อนจะส่ายหัว“ข้าไม่สามารถมาเสียเวลากับคันศรอันนี้ได้นานนัก ในตอนนี้ข้าควรจะทำภารกิจให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับมาหาคำตอบในภายหลัง”

หลังจากนั้นไม่นาน ลั่วเจิ้งก็เดินเข้ามาลึกขึ้นเรื่อยๆจนเกือบจะมาถึงใจกลางสุสานยุทธภัณฑ์แล้ว

แต่ตลอดทาง ลั่วเจิ้งไม่พบดาบที่ตรงกับดาบที่เขากำลังตามหาเลย

ลั่วเจิ้งครุ่นคิด “หรือมันจะไม่ได้อยู่ที่สุสานยุทธภัณฑ์”

ในความคิดของเขา สุสานยุทธภัณฑ์ไม่ควรจะมีดาบของผู้ดูแลโถงดาบ

เนื่องจากตัวดาบนั้นมีเอกลักษณ์ และแตกต่างจากดาบทั่วไปมาก

ด้วยการที่มันเป็นดาบดำ มันไม่มีทางที่ท่านผู้ดูแลโถงดาบจะไม่เอะใจก่อนจะเอาดาบอื่นมาทิ้ง

เมื่อเดินมาได้สักพัก ในตอนนี้ลั่วเจิ้งได้เดินมาจนเกือบสุดทางแล้ว

ในสายตาของเขาปรากฏกองอาวุธยุทโธปกรณ์กองใหญ่กองหนึ่ง

“มาถึงทางตันแล้วรึ?”ลั่วเจิ้งจ้องมองไปยังกองอาวุธด้านหน้า

“เห้อ.. ที่นี่ก็ไม่มี”ลั่วเจิ้งถอนหายใจ และเดินกลับ

เส้นทางที่ลั่วเจิ้งเลือกเดินในครั้งนี้ แตกต่างจากก่อนหน้า

เส้นทางที่ลั่วเจิ้งมามีระยะทางที่ไกลมาก มันไกลว่าเส้นทางที่เขาค้นพบเสียอีก

เมื่อเดินมาได้สักพัก ลั่วเจิ้งก็เห็นป้ายขนาดใหญ่

ลั่วเจิ้งพึมพำ“ข้าหวังว่าจะสามารถหามันพบในเร็ววันนะ”ก่อนจะมองไปยังป้าย

ความรู้สึกอายเล็กน้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อเขาเห็นป้าย

“ป้ายใหญ่ขนาดนี้ เหตุใดข้าถึงหาไม่พบกัน”

ป้ายขนาดใหญ่นี้ใช้บ่งบอกว่าที่แห่งนี้เป็นสุสานยุทธภัณฑ์ และยังเป็นทางเข้าที่แท้จริง

ซึ่งแตกต่างจากทางที่ลั่วเจิ้งเข้ามา

ลั่วเจิ้งค่อยๆเดินออกมาจากสุสานยุทธภัณฑ์ และหันมองรอบๆเพื่อหาสถานที่ต่อไป

แต่แล้วสายตาของลั่วเจิ้ง ก็เห็นสิ่งบางอย่างอยู่ด้านข้างของตน

ดวงตาของลั่วเจิ้งเบิกกว้างและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเห็น

“นี้มัน?!”



ตอนก่อน

จบบทที่ ที่แห่งนี้ก็ไม่มี

ตอนถัดไป