แยกย้าย
หน้าประตูสำนัก ฉูเสวี่ยชิง ต้าซู ลั่วเจิ้ง หลิวซี และหวังเฟย ยืนเรียงรายกัน
ไฮ่หยวนจ้องมองไปยั่งทั้ง5 ก่อนจะหยิบป้ายฝึกนอกสถานที่ออกมาและแจกจ่ายให้ทุกคน
“ดูเหมือนพวกเจ้าจะพัฒนากันไปมากเลยสินะ แต่การจะพัฒนาให้เร็ว ไม่ควรอยู่ในสำนักมากเกินไป”
“และป้ายนี้ พวกเจ้าคงรู้ถึงความหมายของมันอยู่แล้ว เอาล่ะอีก1เดือน เจอกันที่สำนัก”
ทั้ง5 หยิบป้ายและเริ่มหันมองหน้ากัน
พวกเขารับรู้ถึงการฝึกนอกสถานที่จากไฮ่หยวนแล้วเมื่อ1เดือนก่อนแล้ว
และในการฝึกนอกสถานที่นี้ ไฮ่หยวนยังมอบภารกิจให้พวกเขาอีกด้วย
หลังจากพูดคุยกันอยู่สักพัก พวกเขาก็ตัดสินใจแยกทางกัน
ฉูเสวี่ยชิง นางตัดสินใจไปยังต้าชิงเพื่อรำลึกความหลัง
ลั่วเจิ้งและหวังเฟย ตัดสินใจไปต้าลู่ซึ่งพวกเขามีเรื่องให้จัดการที่นั้น
ต้าซูและหลิวซี เลือกไปยังต้าโจวซึ่งอยู่ใกล้กับต้ากวนมากที่สุด
ไม่นาน ร่างของทั้ง5ก็กลายเป็นริ้วแสงและบินแยกกันไป
ไฮ่หยวนส่ายหัว “ได้เวลาทำตามที่ท่านเจ้าสำนักบอกแล้ว”ก่อนจะเดินหาย
....
ด้านลั่วเจิ้งและหวังเฟย ทิศทางที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปก็คือเส้นทางไปยังต้าลู่
หลังจากผ่านเส้นทางที่คุ้นตา ลั่วเจิ้งก็หักเลี้ยวทันที
หวังเฟยรับรู้ได้ในทันทีว่าลั่วเจิ้งจะไปที่ใด
หลังจากบินมาสักพัก ลั่วเจิ้งก็มาถึงภูผาอัสนี
เขาจ้องมองไปยังด้านข้าง“ท่านอาจารย์ เราไปกันเถอะ เวลาเพียง1เดือนมันน้อยเกินไป ถ้าเรามาเสียเวลากับสถานที่เหล่านี้นาน ความสนุกที่แท้จริงจะหายไปเสียก่อน”
หวังเฟยพยักหน้า ก่อนจะสร้างมือขนาดยักษ์ขึ้นมาเหนือหัว
“สายฟ้าเหล่านี้อันตรายมาก เจ้าต้องระวังให้ดี”หวังเฟยกล่าวเตือน
ร่างของลั่วเจิ้งหายไป ก่อนจะมาปรากฏอยู่ในเขตสายฟ้า “ท่านพูดอะไรนะ สายฟ้าเหล่านี้มันดังมากข้าไม่ค่อยได้ยิน”
หวังเฟยตากระตุก “ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ”
มือขนาดยักษ์ห่อหุ้มร่างของหวังเฟยกับลั่วเจิ้ง ก่อนจะโยนมันเข้าไปยังใจกลางภูผาอัสนี
ลั่วเจิ้งที่ถูกโยนตื่นตระหนกในทันที “ท่านอาจารย์ ถ้าท่านจะทำเช่นนี้ก็ควรบอกข้าก่อนสิ”
ร่างของทั้ง2 ลอยมาถึงยังใจกลางภูผาอัสนี
หวังเฟยกล่าว “เอาล่ะ เส้นทางต่อไปคือเส้นไหน”
ลั่วเจิ้งหันมองรอบๆ ก่อนจะเห็นสิ่งที่คุ้นตา “ตอนนั้นดูเหมือนข้าจะตกมาตรงนี้”ร่างของเขาลอยลงมา และมายืนอยู่ในทิศทางเดียวกับแต่ก่อน
“ทางนั้น!!”
หวังเฟยไม่รอช้า รีบเอามือยักษ์ห่อหุ้มและโยนไปยังทิศทางที่ลั่วเจิ้งชี้ไปทันที
ร่างของลั่วเจิ้งลอยมาจนสุดเขตสายอัสนี และเกือบหลุดออกจากเขตภูผาอัสนี
ร่างของหวังเฟยมาปรากฏอยู่ด้านข้าง“เส้นทางไหนต่อ”
ลั่วเจิ้งมองไปยังด้านหน้า ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้น “ท่านไม่ต้องโยนข้าแล้ว ข้าไปเองได้”
หวังเฟยขมวดคิ้ว “ไม่ใช่ว่าเจ้ารีบรึ? ถ้าเจ้าบินเองไม่ช้ากว่าการที่ข้าจับเจ้าโยนหรอกหรอ”
ลั่วเจิ้งกล่าว “ข้าไม่รีบๆ ท่านอาจารย์ค่อยๆไปกันเถอะ”ก่อนจะบินนำไป
หวังเฟยยกยิ้ม และตามไปอย่างติดๆ
ไม่นาน ลั่วเจิ้งและหวังเฟยก็มาถึงจุดที่มีต้นอัสนี9สวรรค์อยู่แล้ว
แต่ในคราวนี้ สิ่งที่แตกต่างจากก่อนหน้าก็คือ
มีสัตว์อสูรขนาดใหญ่กำลังนอนราบอยู่ด้านข้างต้นอัสนี9สวรรค์
เพียงลมหายใจของมันก็ทำให้พื้นปฐพีสั่นสะเทือน
หวังเฟยจ้องมองไปยังสัตว์อสูรตนนั้น“มันมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร”
รูปลักษณ์คล้ายกิ่งก่ามีเกล็ดสีเงินครามมีปีก6ปีก
สิ่งนี้หวังเฟยจำมันได้ดี และเขาไม่มีทางลืมมันได้เลย
ลั่วเจิ้งถาม “ท่านอาจารย์ มันคือตัวอะไรกัน เหตุใดมันถึงใหญ่เพียงนี้”
ขนาดของมันมีขนาดที่ใหญ่มาก ใหญ่เทียบเท่าภูเขาลูกเล็กๆหนึ่งลูกได้เลย
หวังเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “มังกรฟ้าหกปีก”ก่อนจะดึงตัวลั่วเจิ้งกลับมา
“ข้าว่าพวกเรามากันภายหลังเถอะ มันเสี่ยงเกินไป แล้วอีกอย่างพวกเราจะมาเสียเวลากับมันไม่ได้อีกด้วย เจ้าก็รู้”
ลั่วเจิ้งสับสนเล็กน้อย แต่ก็ยังคงพยักหน้า
หลังจากตัดสินใจ ทั้ง2ก็ออกมาจากจุดนั้นแหละตรงไปยังแม่น้ำพันลี้ต่อ
ไม่นาน พวกเขาก็ออกจากเขตภูผาอัสนี และมาถึงแม่น้ำพันลี้
เป้าหมายในคราวนี้ของพวกเขานั้นชัดเจนถึงที่สุด
“จระเข้ทองคำ พวกเรามาแล้ว”ลั่วเจิ้งจ้องมองไปยังแม่น้ำพันลี้
ความทรงจำเก่าของเขาผุดขึ้นมาแทบจะในทันที
และความอ่อนแอในตอนนั้น ทำให้เขาเกือบตาย
แต่ในตอนนี้ด้วยการที่ลั่วเจิ้งกลายเป็นผู้บ่มเพาะระดับญาณทิพย์ ทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น
และด้วยการมีอาจารย์อยู่ด้วย ความมั่นใจนั้นก็ยิ่งมากขึ้นไปอีก
ร่างของลั่วเจิ้งเข้าสู่เขตแม่น้ำพันลี้อย่างรวดเร็ว และมาถึงจุดที่มีหมอก
หวังเฟยก็ตามมาติดๆ และคอยมองรอบๆ
ไม่นานทั้ง2ก็มาถึงจุดที่เจออสรพิษหยก
เพียงเสี่ยววินาทีที่ลั่วเจิ้งและหวังเฟยปราฏ
อสรพิษหยกก็สัมผัสได้ในทันที และปรากฏขึ้นมาเหนือน้ำ
ดวงตาของมันจ้องมองไปยังลั่วเจิ้งและหวังเฟย ความหิวกระหายทำให้มันทนรอไม่ไหว
ร่างอสรพิษหยกกระโจนขึ้นมาบนฟากฟ้าและตรงมาทางลั่วเจิ้ง ปากของมันอ้าจนสุด
ลั่วเจิ้งหยิบดาบดำขึ้นมา และตวัดใส่อสรพิษหยกแทบจะในทันที
ด้วยการโจมตีเดียว อสรพิษหยกก็ถูกแยกออกเป็น2ส่วน
ลั่วเจิ้งจ้องมองไปยังร่างของอสรพิษหยกที่ลอยอยู่บนน้ำ “มันไม่มีความหวาดกลัวเลยรึไง”
หวังเฟยกล่าว “ดูจากท่าทีของมัน มันคงจะหิวโซ และไม่สนใจสิ่งใดแล้ว”
ลั่วเจิ้งที่ได้ยินก็ไม่ได้สนใจอีกและมุ่งตรงเข้าไปเรื่อยๆ หวังเฟยก็ไม่รอช้าและบินตามไป