ตอนที่ 1 : ระบบนักสำรวจวัตถุดิบเดินทางมาถึงแล้ว!
ตอนที่ 1 : ระบบนักสำรวจวัตถุดิบเดินทางมาถึงแล้ว!
ณ โรงเรียนมัธยมปลายหนานไห่ที่ 3 เมืองหนานไห่ ภายในหอประชุมขนาดใหญ่นักเรียนมัธยมปลายทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ และในเวลานี้ดวงตาของพวกเขาทั้งหมดเพ่งไปที่บนเวทีขนาดใหญ่
ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมสีดำยืนอยู่บนเวทีขนาดใหญ่ โดยมีเครื่องจักรแปลกๆ ตั้งอยู่ข้างๆ และด้านบนของตัวเครื่องมีลูกแก้วคริสตัล พร้อมทั้งมีคาถาต่างๆ ที่เป็นตัวอักษรรูนลอยอยู่ในลูกแก้วคริสตัล ซึ่งเต็มไปด้วยความลึกลับ
เขาถือไมโครโฟนอยู่ในมือพร้อมกับพูดออกมา
“สวัสดีตอนบ่ายนักเรียนทุกคน ฉันเป็นผู้ดำเนินการในพิธีการปลุกอาชีพครั้งนี้!”
“พิธีการปลุกอาชีพกำลังจะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ ฉันหวังว่านักเรียนทุกคนจะตื่นตัวกับอาชีพที่พวกคุณทุกคนได้รับหลังจากพิธีการปลุกอาชีพของแต่ละคนเสร็จสิ้น!”
“นี่! ฉันเดินทางข้ามเวลามาแล้วอย่างนั้นเหรอ?”
ภายใต้พลับพลาเย่ฟงหันมองไปรอบๆ ตัวด้วยสายตาที่ว่างเปล่า และไม่สามารถโต้ตอบกับทุกสิ่งได้ชั่วขณะหนึ่ง จากนั้นความทรงจำจำนวนมหาศาลก็ปะทุขึ้นมาอย่างฉับพลัน ซึ่งทำให้เขารู้ว่าชื่อเจ้าของเดิมของร่างนี้ก็ชื่อเย่ฟงเช่นกัน
สถานที่แห่งนี้เรียกว่าบลูสตาร์ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างเกือบจะเหมือนกับโลก แต่ว่าบลูสตาร์ใหญ่กว่าโลกหลายเท่า และเมื่อศตวรรษที่ผ่านมาโลกแห่งเกมได้บุกรุกเขามายังบลูสตาร์แห่งนี้ ซึ่งมันได้นำสัตว์ประหลาดมานับไม่ถ้วน และแม้แต่เทพเจ้ากับปีศาจในตำนานก็เช่นกัน
สัตว์ประหลาดจากต่างมิติได้เข่นฆ่ามนุษย์อย่างโหดเหี้ยม และในเวลาเพียงครึ่งปีดินแดนของมนุษย์ก็ลดลงถึงสองในสาม แม้ว่ามนุษย์จะพยายามตอบโต้เหล่าสัตว์ประหลาดแล้วก็ตามที แต่อาวุธที่ทันสมัยของมนุษย์ก็ไม่สามารถทำอะไรบรรดาสัตว์ประหลาดได้เลย
ขนาดระเบิดนิวเคลียร์ที่เป็นอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดก็ยังทำอะไรบรรดาสัตว์ประหลาดไม่ได้ เพราะเมื่อระเบิดนิวเคลียร์ถูกใช้งานไปแล้วมันก็ทำให้เหล่าสัตว์ประหลาดกลายพันธ์พร้อมกับพัฒนาความแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก และในที่สุดก็กลายเป็นว่าอาวุธที่ทันสมัยของมนุษย์เป็นของไร้ประโยชน์ไปแล้ว
สงครามระหว่างมนุษย์กับสัตว์ประหลาดต่างมิติได้ดำเนินไปอย่างยืดเยื้อจนถึงปีที่สอง แสงสว่างแห่งความหวังของมนุษย์ก็ได้ปรากฏขึ้นมา เมื่อมีเหล่าผู้เชี่ยวชาญปรากฏตัวขึ้นมาในหมู่มนุษย์
ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้สามารถรับประสบการณ์และอุปกรณ์ได้โดยการฆ่าสัตว์ประหลาดต่างมิติเช่นเดียวกับในเกมเพื่อปรับปรุงความแข็งแกร่งของพวกเขา และด้วยการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเหล่าผู้เชี่ยวชาญ ในที่สุดมนุษย์ก็สามารถตอบโต้การรุกรานของสัตว์ประหลาดต่างมิติได้ และค่อยๆ ยึดคืนพื้นที่บางส่วนที่มนุษย์ได้สูญเสียไป
ส่วนอดีตที่ผ่านมาของเย่ฟงนั้นก็ไม่ต่างไปจากนักเดินทางข้ามเวลาคนอื่นๆ เลย ในชีวิตที่ผ่านมาเขาเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ฟันฟ่าอุปสรรคต่างๆ จนเรียนจบมหาวิทยาลัย แม้ว่ามันจะเป็นเพียงมหาวิทยาลัยระดับ 2 ก็ตาม
หลังจากเรียนจบเย่ฟงก็ได้เข้าทำงานในบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่ง ซึ่งเขาได้ทำงานในตำแหน่งนักคัดเลือกวัตถุดิบสำหรับทำอาหารกระป๋อง ทำให้เย่ฟงมีชีวิตที่สุขสบายไม่ได้ลำบากอะไร จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้ประสบอุบัติเหตุที่ร้ายแรงจนต้องเสียชีวิต และได้เดินทางข้ามเวลามายังบลูสตาร์
หลังจากเย่ฟงย่อยความทรงจำทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ทันใดนั้นดวงตาของเย่ฟงก็สว่างขึ้นมาทันทีพร้อมกับคิดอะไรบางอย่างอยู่ภายในใจของเขา
“ฉันสงสัยว่าฉันจะสามารถปลุกอาชีพที่ทรงพลังอะไรได้บ้าง?”
“ยังไงซะฉันก็เป็นนักเดินทางข้ามเวลาเหมือนกัน เลยต้องมีข้อดีบ้างใช่ไหมล่ะ?”
เย่ฟงมีความรู้สึกคาดหวังอย่างไม่มีที่สิ้นสุดอยู่ในใจของเขา
ชายในชุดคลุมสีดำถือรายชื่อและกล่าวว่า “พิธีการปลุกอาชีพเริ่มต้นขึ้นแล้ว คนแรกคือหยางเสี่ยวเว่ย!”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อเป็นคนแรกหนุ่มน้อยคนนี้ก็ตัวสั่นไปทั้งตัวด้วยความตื่นเต้น เขาเดินอย่างช้าๆ ขึ้นไปบนเวที
ชายในชุดคลุมสีดำชี้ไปที่เครื่องจักรข้างๆ เขาแล้วพูดว่า “วางมือลงบนลูกแก้วคริสตัล หลับตาแล้วตั้งสมาธิเมื่อสัมผัสมัน!”
“ครับ!”
หยางเสี่ยวเว่ยพยายามกลืนน้ำลายจากนั้นก็วางมือบนลูกแก้วคริสตัล แล้วหลับตาแน่นจนชั่วครู่หนึ่งลูกแก้วคริสตัลก็สว่างขึ้นเล็กน้อยราวกับก้านไม้ขีดไฟ ทันใดนั้นเข็มเย็บผ้าและด้ายก็ปรากฏขึ้นมาภายในลูกแก้วคริสตัล
ชายในชุดคลุมสีดำก็ประกาศอกมา “หยางเสี่ยวเว่ย อาชีพชีวิตระดับ F ช่างตัดเสื้อผ้า!”
หยางเสี่ยวเว่ยเดินลงจากเวทีด้วยความสิ้นหวัง ยืนอยู่ท้ายแถวพร้อมกับก้มหัวลง ในขณะที่อาจารย์ประจำชั้นของเขาก็เดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆ เพื่อปลอบโยนเขา จากนั้นก็มีเสียงกระซิบกระซาบไปทั่ว
“หยางเสี่ยวเว่ยช่างน่าสงสารจริงๆ อันที่จริงแล้วเขาเป็นมืออาชีพระดับ F ถือได้ว่าเป็นคนชั้นต่ำในหมู่คนชั้นต่ำอีกที!”
"เขาต้องทำงานอยู่ในโรงงานผลิตเสื้อผ้าไปตลอดชีวิต และไม่มีทางที่เขาจะหันหลังกลับได้ พระเจ้าจงอวยพรฉันด้วยเถอะ ฉันหวังว่าฉันจะไม่ปลุกอาชีพระดับ F ขึ้นมา!"
“ฮึ่ม! ผู้ชายอย่างเขาเป็นได้แค่ตัวประกอบเท่านั้นเมื่อมองเห็นครั้งแรก เขาจะเปรียบเทียบกับตัวเอกอย่างฉันได้อย่างไร อย่างน้อยฉันจะต้องเป็นมืออาชีพระดับ S และฉันจะได้รับการคัดเลือกเป็นพิเศษจากมหาวิทยาลัยเทียนหลง! พวกคุณทุกคนต้องคุกเข่าลง และประจบฉัน!”
เย่ฟงเหลือบมองหยางเสี่ยวเว่ยด้วยความเห็นอกเห็นใจและรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย เพราะหากคุณทำพิธีปลุกอาชีพขึ้นมาแล้วพบกับอาชีพที่ไร้ประโยชน์เช่นหยางเสี่ยวเว่ยชีวิตของคุณก็จะจบลง
“ต่อไปหวังเหลียง!”
เด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งเดินขึ้นไปบนเวทีแล้ววางมือบนลูกแก้วคริสตัล จากนั้นลูกแก้วคริสตัลสว่างขึ้นและดีกว่าหยางเสี่ยวเว่ยมาก ในใจกลางของลูกแก้วคริสตัลก็มีเงาของดาบขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น
ชายในชุดคลุมสีดำก็ประกาศออกมา “หวังเหลียงอาชีพการต่อสู้ระดับ C นักรบดาบหนัก!”
ใบหน้าของหวังเหลียงแสดงท่าทีดีใจมากๆ “เยี่ยมมาก! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ฉันได้รับอาชีพการต่อสู้ระดับ C!”
ทุกคนที่อยู่ในกลุ่มผู้ชมต่างก็มองหวังเหลียงด้วยความอิจฉาริษยา เพราะอาชีพการต่อสู้ระดับ C ถือได้ว่าเป็นชนชั้นกลางถึงชนชั้นสูงในเมืองหนานไห่ ดังนั้นโอกาสที่หวังเหลียงเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยวิชาชีพเป็นสิ่งที่แน่นอนแล้ว หลายๆ คนรู้สึกอิจฉาหวังเหลียง และสาวๆ บางคนกำลังคุยกันเรื่องวิธีประจบประแจงหวังเหลียง
ชายชุดคลุมดำเรียกชื่อนักเรียนทีละคน และบรรดานักเรียนก็ผลัดกันขึ้นไปบนเวที พวกนักเรียนที่สามารถปลุกอาชีพขึ้นมาเป็นอาชีพการต่อสู้ต่างก็มีรอยยิ้มอันสดใสและตื่นเต้นบนใบหน้า
ส่วนนักเรียนทุกคนที่กลายเป็นมืออาชีพประเภทชีวิตก็เดินลงจากเวทีด้วยสีหน้าเศร้าหมองโดยไม่พูดอะไรสักคำ ทางด้านอาจารย์ใหญ่ก็ให้คำแนะนำแก่นักเรียนทีละคน และอาจารย์ใหญ่ก็รู้สึกหนักใจเล็กน้อยเมื่อการปลุกอาชีพส่วนใหญ่นั้นมีระดับต่ำ
“ต่อไปหลี่เฟยเฟย!”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ทุกคนก็เงยหน้าขึ้นไปมองบนเวทีอย่างพร้อมเพียงกัน สาวน้อยแสนสวยรูปร่างบอบบางปรากฏตัวขึ้นบนเวที และโค้งคำนับเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพต่อชายในชุดคลุมสีดำ
หญิงสาวสวมเสื้อยืดสีขาวเรียบง่ายบนร่างกายส่วนบนของเธอ ซึ่งเน้นให้เห็นรูปร่างที่น่าประทับใจของเธออย่างสมบูรณ์ ส่วนท่อนล่างสวมกระโปรงสั้นสีชมพูเผยให้เห็นต้นขาคล้ายดอกบัวหยก 2 ข้าง
ชายหนุ่มหลายคนมีความชื่นชมและความหลงไหลปรากฏในสายตาของพวกเขา ทั้งนี้ยังมีบางคนที่ถึงกับน้ำลายไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะหลี่เฟยเฟยเป็นสาวงามอันดับหนึ่งประจำโรงเรียนมัธยมปลายหนานไห่ที่ 3 ของพวกเขา
และด้วยบุคลิกที่อ่อนโยนและหุ่นที่ร้อนแรงของหลี่เฟยเฟย เธอจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพธิดาของหนุ่มๆ หลายคน แม้แต่เย่ฟงเองก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่หลี่เฟยเฟยอีกครั้ง
“หลี่เฟยเฟยดูผอม แต่ก็ไม่คิดว่าหุ่นจะระเบิดขนาดนี้!”
หลี่เฟยเฟยวางมือที่ขาวเนียนของเธอลงบนลูกแก้วคริสตัลอย่างอ่อนโยน และค่อยๆ หลับตาลงจากนั้นลูกแก้วคริสตัลก็เปร่งประกายไปด้วยแสงสีขาวน้ำนมที่สว่างราวกับดวงอาทิตย์ที่สดใส
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งอาจารย์และอาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนต่างจ้องมองด้วยความตกใจ แม้แต่ชายในชุดคลุมสีดำที่สงบนิ่งมาโดยตลอดก็อดไม่ได้ที่จะตกใจและประหลาดใจมาก ซึ่งในดวงตาของเขาสดใสเป็นประกายและประกาศออกมาด้วยเสียงที่ดัง
“หลี่เฟยเฟยอาชีพการต่อสู้ระดับ SS นักบวชศักดิ์สิทธิ์!”
“โอ้โห!!!!”
ทุกคนต่างตกใจจนแทบจะหายใจไม่ออก ส่วนอาจารย์ใหญ่ก็กระโดดขึ้นจากเก้าอี้อย่างกะทันหันโดยไม่ทันสังเกตว่าเก้าอี้ได้ล้มลงกับพื้นแล้ว
“ฉัน...ฉันได้ยินถูกหรือเปล่า? อาชีพการต่อสู้ระดับ SS...SS!”
อาจารย์ใหญ่เริ่มตัวสั่นเมื่อพูด และใบหน้าของเขาก็แดงเหมือนมะเขือเทศอย่างเห็นได้ชัด
คณะอาจารย์ต่างพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำอีกและกำหมัดอย่างตื่นเต้น “ถูกต้องอาจารย์ใหญ่ มันเป็นอาชีพการต่อสู้ระดับ S! พัฒนาแล้ว! พัฒนาแล้ว! โรงเรียนมัธยมปลายหนานไห่ที่ 3 ของเราพัฒนาแล้ว!!!”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ...”
อาจารย์ใหญ่หัวเราะออกมาด้วยเสียงที่ดังมากโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ของตัวเองอีกแล้ว เพราะนี่คืออาชีพระดับ SS ครั้งแรกของโรงเรียนมัธยมปลายหนานไห่ที่ 3 และที่สำคัญยังเป็นอาชีพการต่อสู้ระดับ SS อีกด้วย
นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนมัธยมปลายหนานไห่ที่ 3 นักเรียนที่ดีที่สุดมีอาชีพเพียงระดับ A และเป็นนักประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ตอนนี้โรงเรียนมัธยมปลายหนานไห่ที่ 3 มีอาชีพการต่อสู้ระดับ SS แล้ว ซึ่งจะสร้างความปั่นป่วนในมหาวิทยาลัยวิชาชีพชั้นนำอย่างแน่นอน
ดูเหมือนว่าอาจารย์ใหญ่จะได้เห็นการเลื่อนตำแหน่งของเขาเป็นผู้อำนวยการแผนกการศึกษาเมืองหนานไห่ ส่วนเย่ฟงนั้นแน่นอนว่าเขาเกิดความอิจฉาหลี่เฟยเฟยขึ้นมาเล็กน้อย
“มันคงจะดีมากๆ ถ้าฉันสามารถปลุกอาชีพการต่อสู้ระดับ SS ขึ้นมาได้!”
“ฉันจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและความเป็นอยู่ในชีวิตนี้!”
หลี่เฟยเฟยเดินลงจากเวทีด้วยความตกใจบนใบหน้าของเธอ ส่วนเพื่อนร่วมชั้นเรียนก็เข้ามาใกล้เธอกันทีละคน และแม้แต่อาจารย์ประจำชั้นก็อดไม่ได้ที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อพูดคำชมเชยสักสองสามประโยค
ทางด้านชายในชุดคลุมสีดำก็กระแอมในลำคอและพูดต่อ “คนต่อไปเย่ฟง!”
ร่างกายของเย่ฟงก็รู้สึกสั่นเทาและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
“ในที่สุดมันก็ถึงตาของฉันแล้ว!”
เย่ฟงพยายามระงับความตื่นเต้นภายในใจของเขาและเดินไปที่เวทีอย่างรวดเร็ว จากนั้นเย่ฟงก็วางมือบนลูกแก้วคริสตัล และสัมผัสลูกแก้วคริสตัลอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้นลูกแก้วคริสตัลเรืองแสงจางๆ ออกมา และเงาของแว่นขยายกับและกระเป๋าเดินป่าก็ปรากฏขึ้นในลูกแก้วคริสตัล
ชายในชุดคลุมสีดำก็พูดออกมาอย่างเฉยเมยไม่แสดงอาการใดๆ “เย่ฟง อาชีพชีวิตระดับ F นักสำรวจวัตถุดิบ!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นในกลุ่มผู้ชม
“เฮ้ นักสำรวจวัตถุดิบเหรอ นี่คืออาชีพนักสำรวจวัตถุดิบที่เป็นหนึ่งในอาชีพขยะไม่ใช่เหรอ?”
“เย่ฟงมีผลการเรียนดีแถมยังหล่อมากๆ อีกด้วย และเขาโชคไม่ดีเลย แต่อาชีพนักสำรวจวัตถุดิบของเย่ฟงก็ยังดีกว่าอาชีพช่างตัดเสื้อผ้าของหยางเสี่ยวเว่ย อย่างน้อยเขาก็หางานง่ายกว่า!”
“นักสำรวจวัตถุดิบบอกได้เลยว่าเขาจะได้กินของแปลกอยู่ตลอดเวลา แต่จริงๆ แล้วเขาก็รู้แค่หาของกินเท่านั้นไม่มีประโยชน์อะไรเลย ใครจะอยากได้คนไร้ประโยชน์แบบนี้ สงสัยชีวิตในอนาคตของเขาคงจะลำบากแน่ๆ!”
ส่วนเย่ฟงนั้นยังคงยืนอยู่บนเวทีด้วยความงุนงง มันไม่ใช่ว่าเขารู้สึกเสียใจที่ได้อาชีพขยะหรอก เพียงแต่ว่าในตอนนี้มันกลับมีเสียงสังเคราะห์ทางกลไกดังขึ้นในหูของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวนั่นเอง
“ติ๊ง!!!”
“ตรวจพบว่ามาสเตอร์ได้ปลุกอาชีพขึ้นและกลายเป็นนักสำรวจวัตถุดิบได้สำเร็จ ระบบนักสำรวจวัตถุดิบถูกเปิดใช้งานและกำลังหลอมรวมเข้ากับมาสเตอร์!!!!”