ระบบหนีไปแล้ว!

"ฟูด"



ซุนห่าวมองดูกระดาษขาวบนโต๊ะเรียบๆและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ



หลังจากนั้นเขาก็เริ่มทำการสบัดปลายดินสอ



ผ่านไปเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น มังกรยักษ์ก็ปรากฏขึ้นมาบนกระดาษอย่างชัดเจน



มังกรกำลังแหวกว่ายท่ามกลางหมู่เมฆ ดวงตาดุร้ายและน่าเกรงขาม



จากองค์ประกอบทั้งหมด ราวกับว่ามังกรจะกำลังโผล่ออกมาจากกระดาษอย่างไงอย่างงั้น



"ยอดเยี่ยม! มันวิเศษมาก!"



ซุนห่าวมองไปยังภาพ "เทพมังกรทะยานฟ้า" ที่เพิ่งวาดเสร็จใหม่ๆและพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ



แนวคิดทางศิลปะแบบนี้ ในโลกใบนี้คงไม่มีใครเทียบกับตัวเขาได้แล้ว



ถ้าหากภาพวาดนี้ไปปรากฏอยู่ในโลกของชาติก่อนแล้วล่ะก็ ราคามันต้องสูงมากแน่ๆ



แต่ในโลกนี้มันกลับเป็นแค่เศษกระดาษธรรมดาๆ



ใช่แล้ว ซุนห่าวเป็นคนที่มาจากต่างโลก



เขาอยู่ที่นี่มายี่สิบปีแล้ว



เดิมทีเขาต้องการที่จะได้รับระบบที่ทำให้เขาเป็นอมตะเหมือนกับพวกพระเอกจากเรื่องอื่นๆ ที่ฝึกฝนและเดินไปสู่จุดสูงสุดของชีวิต



แต่ทว่า



แม้ว่าเขาจะได้รับระบบนี้มา แต่รากฐานการฝึกฝนของเขากลับเสียหาย ร่างกายไม่สามารถกักเก็บพลังปราณไว้ได้ ทำให้เขาไม่สามารถฝึกฝนได้



ดังนั้น ระบบจึงสอนเขาในเรื่องต่างๆอย่าง กู่ฉิน(1), หมากรุก, หนังสือ, ภาพวาด, บทกวี, เหล้าไวน์, ดอกไม้, วิธีการชงชา การหลอมขึ้นรูป การปลูก การทำอาหาร ศิลปะการวาดภาพ ศิลปะเครื่องลายคราม ช่างไม้ การเล่นแร่แปรธาตุ ยารักษาโรคต่างๆ … ทั้งหมดนี่คือวิถีแห่งมนุษย์



(กู่ฉิน คือพิณจีนโบราณ)



เขาฝึกทักษะส่วนใหญ่ไปถึงขอบเขตสูงสุดแล้ว ในตอนนี้ มีเพียงแค่ศิลปะการวาดภาพเท่านั้นที่ยังไม่ไปถึงระดับสูงสุด



“ติ๊ง ตรวจพบว่าโฮสต์ได้วาดภาพ “"เทพมังกรทะยานฟ้า” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ค่าประสบการณ์จิตรกรรม +1000 แต้ม”



“ติ๊ง ระดับการวาดภาพถึงขั้นสูงสุด”



“ติ๊ง ให้รางวัลแก่โฮสต์ - ชุดปากกาหมาป่าชั้นยอด!”



ทันทีที่สิ้นเสียงของระบบ บนโต๊ะก็มีกล่องไม้ปรากฏขึ้นมาจากอากาศที่ว่างเปล่า เมื่อซุนห่าวเปิดกล่องไม้ออก ข้างในนั้นก็เต็มไปด้วยพู่กันตั้งแต่เบอร์ใหญ่ยันเบอร์เล็กครบเซ็ตเลย มันเป็นชุดปากการที่สมบูรณ์แบบมาก แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ที่ถูกให้มาจากระบบจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยม



อย่างไรก็ตาม ซุนห่าวไม่ได้สนใจชุดปากกาหมาป่าชั้นยอดในกล่องนี้เลย



“ทักษะทั้งหมดไปถึงระดับสูงสุดแล้ว ในที่สุดข้าก็จะสามารถปลูกฝังได้ใแล้ว!” ซุนห่าวกำหมัดแน่น ดวงตาของเขาเป็นประกายออกมาด้วยความตื่นเต้น



“ติ๊ง ตรวจพบว่าทักษะทั้งหมดของโฮสต์นั้นอยู่ในขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว ระบบไม่สามารถสอนโฮสต์ได้อีกต่อไป ลาก่อน!”



อะไร?



สอนไม่ได้อีกแล้ว?



ระบบควรจะให้รากฐานในการฝึกฝนแก่ข้าเพื่อเริ่มต้นเส้นทางแห่งการเพาะปลูกไม่ใช่หรือ?



"รอเดี๋ยว!" ซุนห่าวตะโกนออกมาอย่างรีบร้อน



"หืม?"



“แล้วรากฐานขั้นสุดยอดของข้าละ?” ซุนห่าวถามอย่างไม่อดไม่ได้



"รอสักครู่" หลังจากนั้น กระแสลมเย็นๆก็ไหลเข้าสู่ร่างกายของซุนห่าว



“ติ๊ง ตรวจพบว่าแต้มอวยพรของโฮสต์ไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถเปิดใช้งานรากฐานขั้นสุดยอดได้!”



“ติ๊ง รากฐานขั้นสุดยอดจะสามารถเปิดใช้งานได้ก็ต่อเมื่อโฮสต์สะสมแต้มอวยพรได้เพียงพอแล้วเท่านั้น!”



หลังจากอ่านสองข้อความที่ถูกแจ้งมาจากระบบ แผงหน้าจอก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของซุนห่าว



[แต้มอวยพร]: 0 / 100,000



[คำอธิบาย]: หากแต้มอวยพรเต็ม โฮสต์จะสามารถเปิดใช้งานรากฐานเต๋าได้



ข้อความที่เรียบง่ายสองประโยคนี้ทำให้ซุนห่าวตกอยู่ในความสับสน



“ระบบ ข้าจะรวบรวมแต้มอวยพรได้อย่างไร?” ซุนห่าวถาม



ไม่มีการตอบกลับจากระบบ เขาย้ายความคิดของเขาเพื่อเรียกแผงหน้าจอออกมา แต่มันกลับไม่มีการตอบสนองอะไรเลย



ระบบมันหนีไปแล้ว!



“บัดซบ …” ถึงเป็นเขาที่ได้รับการฝึกฝนอารมณ์มาหลายปีก็ยังอดไม่ได้ที่จะพูดสบถออกมาอย่างหยาบคาย



ยี่สิบปีของการทำงานหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งร่างกายระดับสุดยอด ยี่สิบปีเพื่อเริ่มต้นเส้นทางแห่งการเพาะปลูก



แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าแต้มอวยพรไม่พออย่างงั้นหรอ?



แกล้อเล่นหรือเปล่า!



หากเป็นเช่นนี้ก็ลืมมันไปซะ ข้าจะสะสมแต้มอะไรนั้นได้ยังไงกันเล่า!



ในเมื่อระบบก็วิ่งหนีไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ!



แล้วจะให้ข้าไปถามใคร?



มีใครที่ได้ระบบแย่ๆแบบข้าอีกบ้าง?



“ระบบหน้าโง่ ส่งข้ากลับไปเดี๋ยวนี้!”



“ข้าอยากกลับไปที่โลก!”



“บ้าจริง นี่แกหนีไปจริงๆหรอเนี่ย!”



ซุนห่าวยังคงตะโกนอยู่คนเดียวอย่างบ้าคลั่ง มีเพียงเสียงน้ำไหลข้างในภูเขาเท่านั้นที่ส่งเสียงตอบเขา



“ลืมมันไป ข้าหาทางด้วยตัวเองก็ได้!”



“ถ้างั้นก็ต้องเริ่มจากการลงเขาก่อน”



ซุนห่าวถอนหายใจอย่างลับๆ ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วทั้งห้อง ปากกา หมึก กระดาษ หินฝนหมึก ขลุ่ย กู่ฉิน...



ในที่สุดดวงตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่กู่ฉิน กู่ฉินตัวนี้สร้างขึ้นมาจากระบบ มันเป็นสิ่งที่เขารักมากที่สุดชิ้นหนึ่ง



“เพื่อนยาก คราวนี้ข้าคงไม่สามารถพาเจ้าลงจากภูเขาไปด้วยกันได้” ซุนห่าวค่อยๆนั่งลงข้างกู่ฉินก่อนจะใช้มือสัมผัสลงบนสายพิณเบาๆ



ลึกเข้าไปในป่าทึบ



“ไอ้บ้า!”



ชายหนุ่มมองไปที่รอยฟันของดาบยาวพร้อมกับกล่าวออกมา แผลที่หลังของเขาถูกทำร้ายเป็นรูปกรงเล็บที่น่ากลัว



ชื่อของเขาคือเฉินเต้าหมิง ลูกศิษย์ของนิกายดาบ



“โฮก…..” ทันทีที่เสียงร้องของสัตว์ร้ายดังขึ้นมาจากด้านหลัง เฉินเต้าหมิงก็ตกอยู่ในความตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม



เขารีบพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เลือดยิ่งกระเซ็นออกมาจากแผลที่หลังของเขาไปตลอดทาง



วิ่งมาไม่ไกลนัก เฉินเต้าหมิงก็หยุดฝีเท้าลงก่อนจะกุมหน้าอกของตัวเองด้วยอาการหอบหนัก เขาเริ่มมีอาการเวียนศีรษะ



“ไม่ได้ ข้าต้องไม่หยุดอยู่แค่นี้!”



เฉินเต้าหมิงหายใจเข้าลึกๆ แล้ววิ่งตรงไปข้างหน้าต่อ อย่างไรก็ตาม เมื่อเขายกเท้าขึ้นเพื่อจะก้าวไปข้างหน้า เขาก็ต้องหยุดลงอย่างรวดเร็ว



เพราะเมื่อเฉินเต้าหมิงมองไปในเส้นทางเบื้องหน้า รูม่านตาของเขาก็หดตัวลง ความหนาวเย็นเริ่มเข้ามากัดกินหัวใจเขา



เขาเห็นชายชุดดำยืนอยู่เบื้องหน้า สายตาที่คมกริบสองดวงกำลังจ้องมาที่เฉินเต้าหมิงจากภายใต้หน้ากากอันน่าสยดสยอง



“ฮือ ฮือ ฮือ…..”



เสียงหัวเราะแปลกๆที่เหมือนกับวิญญาณกำลังโหยหวนในนรกดังก้องกังวาน ชวนให้ขนลุก



“เด็กน้อย เกมจบแล้ว!” เสียงของมนุษย์ถูกเปล่งออกมาภายใต้หน้ากากดำ



“ด้วยเจ้าเพียงคนเดียวอย่างงั้นเหรอ” เฉินเต้าหมิงชี้ไปที่ชายชุดดำและตะโกนขึ้นด้วยความโกรธ



“ฮะฮะ…..”



ชายชุดดำไม่ตอบคำถามอะไรก่อนจะหยิบขลุ่ยออกมา



เฉินเต้าหมิงเองก็รีบเค้นพลังกายาและจิตวิญญาณของเขาออกมารวบรวมไว้ที่ดาบยาวอย่างรวดเร็ว



“ฟริ๊ง” แสงสีเงินจางๆปรากฏขึ้นบนใบดาบ



“ถ้างั้นก็มาสู้กัน!” เฉินเต้าหมิงกระชับดาบยาวด้วยทั้งสองมือแน่นก่อนจะกระแทกฟันไปที่ชายชุดดำด้วยพละกำลังทั้งหมดของเขา



“ปัง…”



ดาบแทงทะลุลงไปยังพื้นดินจนเกือบจะทำลายหุบเขา



“ตื้อ…” แต่ทันใดนั้นเอง เสียงขลุ่ยก็คร่ำครวญขึ้นมา



เมื่อได้ยินเสียงนี้ สีหน้าของเฉินเต้าหมิงก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เขารีบเปลี่ยนทิศทางและพุ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว



“โฮก ฮ่า…”



รอบๆป่าทึบมีเสียงคำรามของสัตว์ร้ายมากมาย



“ฟึบ…..”



ฝูงนกบินขึ้นอย่างตื่นตระหนกไปบนฟ้า



"ไม่ดีแล้ว!"



เหงื่อเย็นไหลออกมาทั่วแผ่นหลังเฉินเต้าหมิง เขาเริ่มเร่งความเร็วขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามเขายังไปได้ไม่เร็วพอ



“อื้ม…..”



ชายหน้ากากที่ปกคลุมไปด้วยชุดสีดำสนิทมาขวางทางเขาเอาไว้ ดวงตาของชายหน้ากากนั้นแข็งทื่อ ก่อนที่ปากของเขาจะคำรามออกมาเหมือนกับสัตว์ป่า



“บ้าเอ้ย!”



เฉินเต้าหมิงเค้นพลังวิญญาณที่เหลืออยู่ออกมาจากร่างกาย แล้วถ่ายพลังทั้งหมดนั้นลงบนดาบยาว



หลังจากนั้น เขาก็ใช้ขาถีบไปที่พื้นและพุ่งเข้าไปฟันชายหน้ากากราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่



“เป๊ง….”



เสียงของโลหะปะทะกัน ดาบยาวฟาดลงบนแขนของชายหน้ากากจนทำให้เกิดประกายไฟกระเด็นไปทั่ว



เฉินเต้าหมิงที่อยู่ในอาการตกตะลึงก็พ่นเลือดออกมาจากปากด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบโต้อะไรต่อ ชายแปลกหน้าก็คว้าตัวเขาไว้ด้วยกรงเล็บอย่างรวดเร็ว



“ฟืด….”



กรงเล็บเป็นเหมือนกับตะปูเหล็ก มันแทงเข้าไปที่หน้าอกของเฉินเต้าหมิงรวมไปถึงช่วงท้องของเขาด้วย เลือดสองสามสายไหลออกมาเหมือนกับสายน้ำ



“ตู้ม…..”



เฉินเต้าหมิงถูงเหวี้ยงไปกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง จนเลือดพุ่งออกมาจากปากของเขา



เพียงแค่การโจมตีเพียงหนึ่งที มันก็ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสแล้ว



“อื้ม…..”



ในพริบตานั้นเอง เหล่าคนสวมหน้ากากนับสิบคนก็เข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกเขาล้อมเฉินเต้าหมิงไว้อย่างแน่นหนา



มันก็ยากมากพออยู่แล้วที่จะจัดการกับชายสวมหน้ากากเพียงแค่คนเดียว ไม่ต้องพูดถึงการเผชิญหน้ากับเหล่าคนสวมหน้ากากนับสิบเลย



มันไม่มีทางที่เขาจะรอดไปจากสถานการณ์ตอนนี้เลย



“พี่น้องทั้งหลาย ตื่นได้แล้ว! พี่สาว โปรดตื่นเถิด! “



เฉินเต้าหมิงมองไปที่คนแปลกหน้าเหล่านี้ก่อนจะตะโกนเสียงดัง



แต่มันไร้ประโยชน์ คนเหล่านี้เป็นเหมือนกับหุ่นเชิดที่ไม่มีความคิด พวกเขายังนิ่งเฉยราวกับไม่ได้ยินเสียงของเฉินเต้าหมิง



“เด็กน้อย ตอนนี้ถึงตาเจ้าแล้ว มีคำพูดจะสั่งเสียไหม?”



ในตอนนี้ ชายชุดดำที่ท่าทางแปลกแยกไปจากทุกคนก็เดินออกมาด้านหน้า



“สั่งเสียหรือ? นี่เจ้าประสาทรึเปล่า! ใครมันจะอยากกลายเป็นหุ่นเชิดกัน!”



หลังจากพูดจบ เฉินเต้าหมิงก็หยิบดาบยาวมาพาดไว้ที่คอของเขา



แต่ก่อนที่เขากำลังจะปาดคอตัวเองได้สำเร็จ



“เป๊ง…..”



ดาบยาวที่เขาถือก็ตกลงกับพื้น



“ฮ่า ฮ๋า ฮ่า…..”



ชายชุดดำหัวเราะออกมาก่อนจะกล่าว “เด็กน้อย เจ้าอยากตายอย่างงั้นหรือ? มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก มาเป็นหุ่นเชิดของข้าเถอะ!”



ทันทีที่พูดจบ ชายชุดดำก็หยิบขลุ่ยออกมาและเริ่มเล่น



“ตระกูลหุ่นเชิดที่ลืมเรื่องศีลธรรมไปแล้ว พวกเจ้าจะต้องไม่ตายดี!” เฉินเต้าหมิงคำราม



"ตื้อ …."



เสียงขลุ่ยสั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของเฉินเต้าหมิง เขาล้มลงกับพื้นก่อนจะดิ้นอย่างทุรนทุราย



ความรู้สึกเหมือนกับวิญญาณของเขากำลังถูกฉีกขาด มันทำให้เขาแทบจะขาดอากาศหายใจ วิญญาณของเขาเหมือนกับเทียนไขท่ามกลางสายลมแรงที่พร้อมจะดับได้ทุกเมื่อ



เมื่อเสียงเป่าขลุ่ยยังคงดังขึ้นไปเรื่อยๆ เฉินเต้าหมิงก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น มันเจ็บจนเกือบจะทำให้เขาหมดสติ



“เจิ่ง…”



ตอนนั้นเองก็มีเสียงเพลงดังเข้ามาจากไกลๆ




ตอนก่อน

จบบทที่ ระบบหนีไปแล้ว!

ตอนถัดไป