ขอบคุณอาจารย์ของท่าน
“เจิ้ง…..” เสียงของกู่ฉินดังลอยมาจากส่วนลึกของภูเขา เสียงที่ทรงอำนาจนี้ตรงเข้าไปยังหัวใจทุกคน
ในช่วงเวลานี้ ทุกสิ่งรอบๆพลันเงียบลงไปอย่างกระทันหัน ในจิตใจของเฉินเต้าหมิงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดราวกับกำลังจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
จิตใจของเขารู้สึกสบายอย่างหาคำอธิบายไม่ได้ พลังปราณแท้จริงรอบตัวเขาค่อยๆไหลเข้าสู่ร่างกายแล้วไปรักษาอาการบาดเจ็บภายในของเขา
ภายใต้หน้ากากผีของชายชุดดำที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าของเฉินเต้าหมิงเริ่มมีร่องรอยแห่งความตื่นตระหนก
"ใครกัน?! ใครกันที่ทำลายวิธีการควบคุมวิญญาณของข้า!” ชายชุดดำคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง แต่เขากลับพบเขาไม่ได้ยินเสียงของตัวเอง เหมือนกับทั้งโลกกลายเป็นเงียบสงัด และโลกจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายเสียงเพลงอันไพเราะของกู่ฉินเป็นอันขาด
“นี่ … มันเป็นไปไม่ได้! ข้าไม่เชื่อ! ” ชายชุดดำหยิบขลุ่ยขึ้นมาก่อนจะอัดพลังภายในของเขาลงไปแล้วพยายามที่จะเล่นขลุ่ยต่อ
“……”
แต่อย่างไรก็ตาม มันไร้ประโยชน์ ขลุ่ยไม่แม้แต่จะส่งเสียงอะไรออกมา
“เจิ้ง…..”
เสียงของกู่ฉินยังคงดำเนินต่อไป เสียงเพลงนี้ก่อให้เกิดภาพอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้ทั้งโลกต้องตกตะลึง ภาพของม้าหลายพันตัวกำลังควบไปข้างหน้าอย่างน่าเกรงขาม กองทัพนับพันกำลังต่อสู้กัน จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ได้แผ่ขยายไปทั่วโลก
“เจิ้ง…..”
ร่างสีดำหลายสิบร่างของพวกสวมหน้ากากถูกตัดขาดด้วยด้ายนับหมื่นเส้น กลายเป็นกองเลือดและไหลผ่านไปทั่วทุกบริเวณ
เมื่อเห็นฉากนี้ ชายชุดดำก็ตกใจจนทรุดตัวลงกับพื้นทันที
“มันเกิดขึ้นได้ยังไง!” ชายชุดดำสั่นศีรษะไปมาด้วยความกลัว
“เจิ้งเจิ้ง …..” เสียงของกู่ฉินยิ่งรุนแรงและเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกเสียงเต็มไปด้วยความหลงใหลและน่าตื่นเต้น ระลอกคลื่นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแพร่กระจายไปทั่วทั่งเชิงเขา
ระลอกคลื่นเหล่านี้ราวกับทหารม้านับพันที่พุ่งไปทุกทิศทุกทาง เจตนาฆ่าห้อมล้อมไปทั่วทั้งเก้าสวรรค์และแผ่นดินทั้งสิบ
ทันใดนั้น เฉินเต้าหมิง และชายผิวดำก็ถูกล้อมรอบด้วยพลังเหล่านี้
“สบายมาก!” เฉินเต้าหมิงปิดตาของเขาลงและพยายามรับรู้ถึงพลังที่ราวกับคลื่นสึนามินี้ พลังเหล่านี้เริ่มเข้ามารอบตัวเขามากขึ้นก่อนจะไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา
มันไม่เพียงทำให้บาดแผลบนร่างกายของเขาหายดีเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่งให้เขาด้วย
"อ้า!!!!!"
ชายในชุดดำมีท่าทางแตกต่างไปจากเฉินเต้าหมิงอย่างสิ้นเชิง เขากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มลงลงกับพื้นอย่างรุนแรง
ทุกท่วงทำนองของกู่ฉินราวกับจะเข้าไปตัดจิตวิญญาณของเขาเป็นชิ้นๆ ความเจ็บปวดยิ่งทำให้เขากรีดร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ฮึ่ม…..”
ทันใดนั้น เสียงของกู่ฉินก็เปลี่ยนจากเร็วเป็นช้า ภาพรอบๆเองก็เริ่มเปลี่ยนไปเช่นกัน สายลมฤดูใบไม้ผลิและแสงแดดอันอบอุ่นพัดผ่านไปบนทุ่งหญ้าสีเขียว
กลางทุ่งหญ้าสีเขียวขจีมีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่งกำลังนอนเล่นอยู่บนพื้นอย่างเกียจคร้าน
ภาพนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น
หัวใจที่หนักอึ้งของเฉินเต้าหมิงเปลี่ยนเป็นเบาสบาย มุมปากของเขาค่อยๆยกขึ้นยิ้มเล็กน้อย
“อ๊ากก….”
ชายชุดดำกุมศีรษะตัวเองและกลิ้งไปมาอยู่บนพื้น เขากรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด พลังงานสีดำบนร่างกายของเขาเริ่มกระจายออกไปรอบๆอย่างรวดเร็ว ก่อนมันจะระเหยหายไปท่ามกลางความว่างเปล่า
เนื้อของเขาค่อยๆกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำและหายไปเพราะพลังงานของสวรรค์และโลก เหลือไว้เพียงโครงกระดูกสีดำ
“ฟึบ!”
หน้ากากผีหล่นลงกับพื้น เผยให้เห็นหัวกะโหลกอันแสนน่าสะพรึงกลัว
เฉินเต้าหมิงลุกขึ้นยืนมาก่อนที่เสียงของพิณจะหยุดลง เสียงพิณอันไพเราะค่อยๆเบาลงและหายไปในอากาศ
ทันใดนั้น
“ฮึ่ม…..”
เฉินเต้าหมิงก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับพลังของเขาที่พุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว
"ฝ่าฟันอุปสรรค!"
เฉินเต้าหมิงกำหมัดแน่น ร่างกายของเขาสั่นด้วยความตื่นเต้น สองปีแล้วที่เขาติดอยู่ในขอบเขตรวบรวมปราณ
วันนี้มันเป็นเพราะเขาบังเอิญไปได้ยินเสียงกู่ฉินเข้า เลยทำให้เขาบุกเข้าไปในขอบเขตสร้างรากฐานได้สำเร็จ!
เฉินเต้าหมิงใช้จิตใจมองไปที่ตันเถียนของตัวเอง ก่อนจะแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมา
"นี่…. ตันเถียนที่ใหญ่โตเช่นนี้ ความสามารถของข้าพัฒนามาถึงระดับนี้เชียวหรือ! ข้าคงไร้เปรียบในขอบเขตเดียวกัน!”
"ว่าแต่คนที่เล่นกู่ฉินคือใครกัน? ไม่เพียงแต่ช่วยให้ข้าก้าวหน้าเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มพูนความสามารถของข้าอีกด้วย!”
“พลังขนาดนี้ช่างน่าตกใจยิ่งนัก! สำหรับความเมตตาของผู้อาวุโส ข้าต้องไปขอบคุณเขาด้วยตัวเอง!”
เฉินเต้าหมิงตัดสินใจได้ก่อนจะพยักหน้าอย่างลับๆ เขาเหลือบมองไปที่โครงกระดูกของชายในชุดคลุมสีดำและอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปใกล้ๆ
"ตายแล้วหรือยังนะ?" เฉินเต้าหมิงเดินไปที่ด้านหน้าของโครงกระดูกและพูดอย่างประหลาดใจ
“เจ้าเก่งนักไม่ใช่หรือไง? มาเลย มาสู้กัน!” เขายกเท้าขึ้นและเตะออกไปอย่างรุนแรง
“บูม!”
โครงกระดูกแตกและกลายเป็นขี้เถ้าสีดำกระจายไปทั่ว
“บอบบางขนาดนี้เลย?”
“สามารถสังหารผู้ฝึกตนขอบเขตจิตวิญญาณได้เหมือนกับเชือดไก่!”
“วิธีการของผู้เชี่ยวชาญนั้นช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ!”
“เป็นไปได้หรือเปล่าว่าคนที่เล่นกู่ฉินจะอยู่ในขอบเขตพลังอันยิ่งใหญ่? ไม่สิ มันต้องมากกว่านั้นแน่ๆ บางทีอาจจะมีขอบเขตพลังถึงขั้นสูงสุดเลยก็ได้”
“พระเจ้า ไม่น่าเชื่อว่าภายในภูเขาแห่งนี้จะมีผู้ยิ่งใหญ่อาศัยอยู่!”
“หากข้าสามารถผูกสัมพันธ์กับผู้ยิ่งใหญ่ได้แล้วละก็ เกรงว่า…..”
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หัวใจของเฉินเต้าหมิงก็เต้นแรงขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เขาหายใจเข้าลึกๆสองสามครั้งแล้วหยิบดาบยาวขึ้นก่อนจะเดินไปข้างในภูเขา
สายน้ำที่คดเคี้ยว ธารน้ำใสกระทบหินพ่นเป็นหมอกน้ำ หมอกเหล่านี้กระจายไปปกคลุมดอกพีช มันเป็นภาพที่สวยงามราวกับอยู่ในแดนสวรรค์
“ฟริ้ว….”
สายลมที่พัดผ่าน หอบเอากลิ่นของดอกพีชติดมาด้วย ส่งผลให้ร่างกายของเฉินเต้าหมิงรู้สึกสบาย
“ยังมีสถานที่เช่นนี่อยู่บนโลกด้วย!”
“สถานที่ที่ผู้เชี่ยวชาญอาศัยอยู่นั้นไม่ธรรมดาจริงๆ!”
“เมื่อข้าเจอผู้เชี่ยวชาญ ข้าจะต้องให้เกียรติและอย่าทำให้เขาขุ่นเคืองเป็นอันขาด!”
เฉินเต้าหมิงพูดเตือนตัวเอง
……
……
ซุนห่าวมองกู่ฉินด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก เมื่อกี้เขาพึ่งเล่นเพลงและได้รับคะแนนอวยพรมาสิบแต้ม การเล่นกู่ฉินสามารถได้รับคะแนนอวยพร ถ้างั้นมันก็หมายความว่าถ้าเขาใช้ทักษะอื่นๆ มันก็สามารถทำให้ได้รับคะแนนอวยพรได้เช่นเดียวกัน
“คะแนนอวยพรได้มาง่ายขนาดนี้เลย? เหมือนว่าข้าจะไม่จำเป็นต้องลงจากภูเขาแล้ว”
“บนภูเขานั้นอันตรายเกินไป ในฐานะที่เป็นมนุษย์ธรรมดาแล้ว เกรงว่าถ้าข้าโดนสัตว์ร้ายเข้าจู่โจมก็ต้องจบชีวิตแล้ว”
“จำเป็นต้องหาคะแนนอวยพรมาให้เร็วที่สุด จากนั้นค่อยลงจากภูเขาเพื่อค้นหานิกายเพื่อฝึกฝน! มาลองกันดีกว่าว่าการวาดภาพจะสามารถได้รับคะแนนอวยพรหรือไม่?”
เมื่อคิดได้อย่างงั้น ซุนห่าวก็เดินไปที่โต๊ะก่อนเตรียมกระดาษขึ้นมาแล้วกำลังจะเริ่มวาดภาพ
ตอนนั้นเอง
“มีใครอยู่บ้านหรือไม่?” เสียงดังขึ้นมาจากหน้าประตูบ้าน
"คนหรอ? เป็นผู้ฝึกตนรึเปล่า?”
ซุนห่าวรู้สึกประหลาดใจและเริ่มแสดงสีหน้ากลัวๆออกมาบนใบหน้า ในโลกนี้ ความแข็งแกร่งคือกฎ และถ้าเขาไม่แข็งแกร่งพอ เขาก็จะถูกฆ่า
ข้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตรวบรวมปราณก็ตาม ข้าก็จะถูกฆ่าเหมือนมดอยู่ดี
เมื่อฟังเสียงของอีกฝ่ายที่เต็มไปด้วยพลังปราณ เกรงว่าการฝึกฝนของคนที่อยู่หน้าประตูจะไม่ธรรมดา
ซุนห่าวเดินไปที่ลานด้านหน้าก่อนจะเปิดประตู และมองไปยังชายที่อยู่เบื้องหน้า ซุนห่าวสังเกตุไปชายคนนั้นมีผมยาวสีเงินและสะพายดาบยาวอยู่ข้างหลัง เสื้อผ้าของเขามีรอยขาดหลายจุด แถมยังเประเปื้อนไปด้วยเลือดที่แห้งแล้วไปทั้งตัว
นั่นคือเฉินเต้าหมิง
ในขณะนี้ เฉินเต้าหมิงเองก็มองไปที่ซุนห่าวอย่างว่างเปล่า
“ไม่มีความผันผวนของพลังวิญญาณ เสื้อผ้าไม่มีที่ติ เขาดูเหมือนนายน้อยของตระกูลใหญ่!”
“เขาเป็นคนที่ช่วยข้าไว้เหรอ?”
"เป็นไปไม่ได้! เขายังเด็กเกินไป แถมเขายังเป็นมนุษย์ธรรมดา! หรือว่าเขาจะเป็นลูกศิษย์ของผู้เชี่ยวชาญกัน?”
“มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน! ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องอย่าทำให้เขาขุ่นเคือง!”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เฉินเต้าหมิงก็เดินไปข้างหน้าซุนห่าวก่อนจะโค้งคำนับแล้วกล่าวออกมาว่า “นายน้อย ข้าชื่อเฉินเต้าหมิง! ขอถามชื่อแซ่ของท่านได้หรือไม่?”
ซุนห่าวแอบตื่นตระหนกอยู่ในใจ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมาบนใบหน้า
ซุนห่าวผายมือออกไปข้างหน้าเหมือนกับพวกตำแหน่งใหญ่ๆในละครที่เขาเคยดู
“แซ่ของข้าคือซุน และชื่อของข้าคือห่าว” ซุนห่าวพูดด้วยท่าทางสูงส่ง
“ยินดีที่ได้พบ นายน้อยซุนห่าว!”
เฉินเต้าหมิงโค้งคำนับอย่างจริงใจอีกครั้ง
“เจ้าไม่จำเป็นต้องมีมารยาทมากนักหรอก แล้วมาที่นี้มีอะไรให้ข้าช่วยละ?” ซุนห่าวถามด้วยความสงสัย
“นายน้อย ข้ามาที่นี่เพื่อกล่าวขอบคุณอาจารย์ของท่าน!” เฉินเต้าหมิงกล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ซุนห่าวก็กลายเป็นตื่นตระหนกในทันที