วิหารเทพ!
“อา … ” ซุนห่าวถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างเศร้าๆ
“ไม่มีรูปแบบในการเพิ่มคะแนนอวยพรจริงๆด้วย!” ซุนห่าวพึมพัมพร้อมกับหยิบขวานขึ้นมาแล้วลงมือผ่าไม้
“ติ๊ง คะแนนอวยพร +50” ซุนห่าวตกตะลึงหลังจากได้ยินเสียงนี้
“ข้าฟังผิดไปหรือเปล่า?”
เขาเปิดหน้าจอขึ้นมาและมองดูคะแนนอวยพรที่กลายเป็น 70 คะแนนด้านบน ซุนห่าวเต็มไปด้วยความงุนงง ตั้งแต่ที่เฉินเต้าหมิงจากไป เขาก็ไปนั่งวาดรูป คัดลายมือ ชงชาและเล่นกู่ฉิน
เขาทำทั้งหมดนี้เพื่อเพิ่มคะแนนอวยพร แต่อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่ได้คะแนนอวยพรเลยแม้แต่คะแนนเดียว
แต่หลังจากเขาลงมือผ่าท่อนไม้เพียงไม่กี่ที เขากลับได้รับคะแนนอวยพรมาถึง 50 แต้ม
“หรือว่าจะมีคะแนนอวยพรในฟืนพวกนี้”
ซุนห่าวมองดูท่อนไม้ที่วางอยู่เต็มลานบ้าน ดวงตาของเขาเปล่งประกายราวกับว่าเขากำลังมองไปยังคะแนนอวยพรไม่ใช่ท่อนไม้
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะผ่าพวกเจ้าให้หมด!” ซุนห่าวหยิบขวานขึ้นมาและเริ่มสับไม้ทีละท่อน
“ปัง … ” ไม้ถูกแยกออกจากกันแต่เขายังไม่ได้รับคะแนนอวยพรใดๆ ซุนห่าวยังคงผ่าท่อนไม้ไปเรื่อยๆอย่างไม่ท้อถอย
หลังจากท่อนไม้อีกท่อนถูกผ่าเป็นสองท่อน เขาก็ยังไม่ได้รับแต้มอวยพรอยู่ดี
สิบท่อนก็ยังไม่ได้
ยี่สิบ
ห้าสิบ
……
หนึ่งพันท่อน
ไม้พันท่อนถูกผ่าออกจากกันจนฝ่ามือของซุนห่าวสั่นเล็กน้อย และเขาไม่ได้แต้มอวยพรเลยแม้แต่แต้มเดียว
เป็นไปได้อย่างไร? หรือว่าข้าได้คะแนนพรจากที่อื่นกัน? แต่ว่ามันคืออะไรล่ะ? ที่ไหน? อย่างไร?
“ไม่ว่ายังไงก็ตาม ข้าขอลองผ่ามันทั้งหมดก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
"มาต่อกันเถอะ!" ซุนห่าวหายใจเข้าลึกๆก่อนจะกล่าวขึ้น
ปัง!
ปัง!
ยังไม่ได้คะแนนอวยพรเลยสักคะแนน
หลังจากทำงานหนักมาครึ่งวัน ก็เหลือไม้เพียงแค่ชิ้นเดียวในโรงเก็บฟืน
"มันขึ้นอยู่กับแกแล้ว!" ซุนห่าวมองดูไม้ชิ้นสุดท้ายก่อนจะผ่ามันออกอย่างไม่ลังเล ไม้ท่อนนี้แข็งจนแม้แต่เขาเองก็ผ่าไม่ออก ขวานที่ฟันลงไป ผ่าลงไปได้เพียงตื้นๆเท่านั้น
"แข็งขนาดนี้เลยหรอเนี่ย?"
“มันต้องมีแต้มอวยพรแน่” ดวงตาของซุนห่าวส่องประกายอย่างแรงกล้า เขาใช้มือกำขวานแน่นขึ้นก่อนจะฟันลงไปอย่างแรงอีกครั้ง
“บูม!”
ขวานเหมือนถูกต่อต้านโดยท่อนไม้ มันไม่ง่ายที่จะผ่าให้ลึกไปมากกว่านี้
“ข้าไม่เชื่อ!” ซุนห่าวเพิ่มแรงของเขาขึ้นไปอีก
“บูม!” มันพัง
ทันทีที่เสียงนี้ดังขึ้น ขวานเล่มนี้ก็ไม่สามารถทนต่อแรงได้อีกต่อไป มันหักออกจากกัน
“อะไร…ขวานที่หนาขนาดนั้น…ถึงกลับหัก?”
“นี่มันฟืนอะไรกัน? ทำลายมันให้ข้า!” ซุนห่าวตะโกนเสียงดัง
“บูม …” เสียงไม้แตกแยกออกเป็นสองท่อน และกลิ้งไปบนพื้นอย่างเงียบๆ ไม้เนื้อแดงเลือดส่งกลิ่นหอมจางๆออกมา
อย่างไรก็ตาม ซุนห่าวไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย สิ่งที่เขาสนใจก็คือแต้มอวยพร
แต่ทว่ามันก็ยังไม่มี!
ซุนห่าวยืนนิ่ง ปากของเขากระตุกเล็กน้อย หลังจากที่เขาผ่าไม้จนหมด แต่กลับไม่ได้อะไรเลย แม้ว่าซุนห่าวจะเป็นคนใจเย็น แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดอารมณ์ออกมา
เขาหยิบขวานขึ้นมาและโยนออกไปอย่างแรง “ไอ้แต้มอวยพร!”
ขวานถูกเหวี่ยงออกไปอย่างแรงจนไปตกอยู่ใต้ต้นซากุระ “ตุ้บ …”
“ถ้าขวานหักก็แค่ทำมันขึ้นมาใหม่ บางทีข้าอาจจะได้รับคะแนนอวยพรตอนข้าตีเหล็กก็ได้!” ซุนห่าวเดินเข้าไปในห้องเหล็ก
……
……
พื้นที่ทางตะวันตกของทวีปเทียบลั่ว ในห้องลับใต้เทือกเขา
"อะไรน่ะ?"
เซี่ยจุนคำรามออกมาก่อนจะตบไปบนโต๊ะหิน
“บูม!” เสียงของโต๊ะหินที่แตกจนกลายเป็นละอองฝุ่น
“เซี่ยงเฟิงตายแล้ว? เป็นไปได้ยังไง!” ใบหน้าครึ่งโครงกระดูกของเซี่ยจุนน่ากลัวมากจนผู้คนรอบๆไม่กล้ามองไปที่เขาตรงๆเลย
“ท่านราชา ตะเกียงวิญญาณของท่านเซี่ยงเฟิงแตก ต้องเป็น…” ด้านล่าง ชายชุดดำก้มตัวลงกับพื้น เขากลัวจนตัวสั่น
“ไอ้บ้า! บัดซบ! นิกายเล็กๆระดับเก้าสามารถฆ่าเซี่ยเฟิงได้ยังไง”
“ไป ไปกันเถอะ เราจะไปกวาดล้างนิกายเล็กๆนั่น!” เซี่ยจุนคำรามออกมา
"รอก่อน!"
ในขณะนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้นมา เป็นชายที่ร่างกายอาบไปด้วยเลือดพูดขึ้น
“เซี่ยซา นี่คือกิจการหุ่นเชิดของข้า เจ้ากล้าเข้ามายุ่งอย่างงั้นหรือ?” เสียงของเซี่ยจุนเต็มไปด้วยความเย็นชา
“ข้าไม่กล้า!”
มุมปากของเซี่ยซายกขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มอันแสนลึกลับ “พี่เซี่ยจุน ตอบคำถามของข้ามาสองสามข้อก่อน แล้วท่านค่อยตัดสินใจทีหลังได้ไหม?”
"พูดมา!" เซี่ยจุนระงับความโกรธของเขาแล้วค่อยกล่าว
“ตอนนี้ท่านอยู่ในขอบเขตใด?”
“ตัวอ่อนวิญญาณขั้นสมบูรณ์”
“แล้วเสี่ยวเฟิงอยู่ในขอบเขตใด?”
“ตัวอ่อนวิญญาณขั้นกลาง”
“เซี่ยเฟิงตายได้อย่างไร?”
“ข้าไม่รู้”
“ศัตรูของเซี่ยเฟิงแข็งแกร่งแค่ไหน?
“ไม่รู้”
……
เมื่อได้ยินคำถามทั้งหมด เซี่ยจุนกลับไม่สามารถตอบได้แม้แต่ข้อเดียว เขาจะไม่เข้าใจเจตนาของเซี่ยซาได้อย่างไร เหงื่อเย็นเริ่มไหลหยดออกมาจากหน้าผากของเขา
“เซี่ยซา ข้าควรทำอย่างไร?” เซี่ยจุนถาม
“เป็นเรื่องที่ง่ายมาก! ก็แค่ไม่ต้องไป!”
“อย่างที่ข้าเคยกล่าวไปก่อนหน้านี้ เราต้องดึงดูดความสนใจของวิหารเทพ!” เซี่ยซากล่าว
“เซี่ยซา พูดง่ายแต่ทำยาก! เราจะดึงดูดความสนใจของวิหารเทพได้อย่างไร? ถึงจะเป็นเราสองคนก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหนึ่งในผู้นำของพวกเขา” เมื่อพูดถึงวิหารเทพ ก็มีเพียงแค่ความกลัวที่แสดงออกมาบนใบหน้าของเซี่ยจุน
“ท่านพูดถูก สัตว์ประหลาดเก่าแก่ในวิหารเทพนั้นน่ากลัวเกินไป!”
“อย่างไรก็ตาม มันยังมีวิธีอยู่” รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเซี่ยซา
“วิธีใดงั้นหรือ?” เซี่ยจุนถาม
“อีก 1 เดือน จะมีการแข่งขันใหญ่ที่สำนักหยางโจว!” เซี่ยซากล่าว
“การแข่งขันใหญ่ที่สำนักหยางโจว มันเกี่ยวอะไรกับพวกเราล่ะ? หรือจะให้พวกเราเข้าร่วมการแข็งขันด้วยกัน?” เซี่ยจุนส่ายหัวไปมา
เซี่ยซายิ้มเล็กน้อย “ไม่ ข้าขอถามท่านว่ากองกำลังใดที่เป็นประธานในการจัดการแข่งขันที่สำนักหยางโจว?
“แน่นอน มันคือวิหารเทพ!”
"พูดได้ดี! เท่าที่ข้ารู้ วิหารเทพแบ่งคนออกเป็นหลายระดับ และคนของวิหารเทพที่อยู่ในหยางโจวก็มีความแข็งแกร่งอยู่ในขอบเขตตัวอ่อนวิญญาณขั้นสมบูรณ์เท่านั้น!” เซี่ยซากล่าวอย่างตื่นเต้น
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวออกมา ใบหน้าของเซี่ยจุนก็สั่นสะท้าน “เจ้าหมายถึง เราจะไปสร้างความโกลาหลในการแข่งขันใหญ่ที่สำนักหยางโจว? เพื่อดึงดูดความสนใจของวิหารเทพ?”
"ยังไม่ใช่ …"
เซี่ยซาส่ายนิ้ว “แน่นอนว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น สิ่งที่เราต้องทำคือปรับแต่งสัตว์โบราณเหล่านั้นให้เป็นครึ่งปีศาจซะก่อน ท่านคิดว่าอย่างไรบ้าง?”
"อะไรนะ?"
ใบหน้าของเซี่ยจุนเต็มไปด้วยความตกใจ ในขณะเดียวกันก็มีความคาดหวังก่อตัวขึ้นมาในหัวใจของเขา “ในกรณีที่มีผู้ฝึกฝนขอบเขตสัมผัสแห่งความว่างเปล่าเล่า เราจะจัดการกับมันอย่างไร?”
“ท่านไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้ฝึกฝนขอบเขตสัมผัสแห่งความว่างเปล่า แม้ว่าข้าจะไม่สามารถฆ่าพวกมันได้ แต่ข้าสามารถควบคุมพวกมันได้!”
“ตราบใดที่ไม่มีผู้ฝึกฝนขอบเขตสัมผัสแห่งความว่างเปล่าสองคน เราก็จะประสบความสำเร็จ ท่านคิดว่ายังไง?" เซี่ยซากล่าว
“ดีมาก ข้าจะทำตามที่เจ้าพูด” ทั้งสองมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาอย่างแปลกประหลาด แผนการสมคบคิดได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว