ภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬ
ในภูเขาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่
“โฮกก …” เสียงคำรามนี้ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน
“ฟึบ…” ซูอี้หลิงปลิวออกไปเหมือนกับว่าวที่ขาดสาย ในมือของนางถือเห็ดหลินจือเอาไว้แน่น เห็ดหลินจือฉายแสงสีม่วงออกมาอย่างสวยงาม
(*เห็ดหลินจือ – เห็ดที่ใช้เป็นยาสมุนไพร)
“ปัก…” ซูอี้หลิงกระแทกเข้ากับหินจนฝุ่นกระจายไปทั่ว
“แอวะ…” เลือดอึกใหญ่พุ่งออกมาจากปากของซูอี้หลิง นางพยายามลุกขึ้นมาด้วยความกลัว นางกล่าว “นี่ … ดูเหมือนว่าปีศาจเฒ่าภูเขาทมิฬตนนี้จะบรรลุถึงขอบเขตอ่อนวิญญาณขั้นสมบูรณ์แล้วสินะ เจองานยากเข้าแล้วสิ!”
ซูอี้หลิงหยิบยาเม็ดออกมาแล้วกลืนลงไป จากนั้นนางก็นั่งไขว่ห้างอยู่บนพื้นและเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเอง
“เจ้าพวกมนุษย์ กล้าที่จะขโมยน้ำอมฤตของข้า ข้าจะเอาชีวิตของเจ้า!” เสียงคำรามดังสนั่น
“ฮึ่ม …” พื้นดินเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก่อนที่ภูเขาขนาดมหึมาจะค่อยๆเคลื่อนไหว
“บูม …” แขนหินขนาดยักษ์ยื่นออกมาจากตัวภูเขา มันยื่นมือออกไปจับยอดเขาข้างๆและยันตัวเองขึ้นมา
ครู่ต่อมา ภูเขาทั้งลูกก็กลายเป็นชายร่างหินที่ดูทรงอำนาจ
“ฮึ่ม…” ชายร่างหินยกฝ่ามือขึ้นมาแล้วเล็งไปที่ซูอี้หลิงก่อนจะกดมือลงไป
เมื่อเห็นฉากนี้ หนังศีรษะของซูอี้หลิงก็เต็มไปด้วยเหงื่อเย็น นางกำลังรักษาตัวอยู่ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
มิฉะนั้น ความพยายามทั้งหมดของนางก็จะสูญเปล่า
มันคงเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนที่นางจะตกอยู่ในมือของภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬ ถ้านางไม่ขยับ นางก็จะถูกทำให้กลายเป็นฝุ่นโดยการโจมตีของภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬ
แต่ความตายก็ยังดีกว่าให้ตัวเองตกไปอยู่ในมือของภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬ
"มันจบแล้ว" ดวงตาของซูอี้หลิงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“ท่านอาจารย์ ขออภัย ลูกศิษย์ไร้ประโยชน์ ข้าไม่สามารถช่วยคุณได้!” ครู่ต่อมา การโจมตีของภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬใกล้จะถึงตัวของซูอี้หลิงแล้ว
ทันใดนั้น
“ชู่ …” แสงสีฟ้าก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
แสงสีฟ้ากลายเป็นดาบยาวและพุ่งเข้าใส่ฝ่ามือของภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬทันที
“บูม…”
หลังจากเสียงของการปะทะกันดังขึ้น แขนของภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬก็ถูกผลักถอยไป
“เสี่ยวหรัว” เมื่อเห็นร่างสีฟ้าเข้ามาใกล้ ซูอี้หลิงก็ร้องออกมา
“ศิษย์พี่ ท่านเอายาอายุวัฒนะกลับไปก่อน ข้าจะจัดการกับปีศาจเฒ่าตนนี้เอง!” หญิงชุดฟ้ากล่าว
“เจ้าเอายาอายุวัฒนะแล้วออกไปซะ ข้าจะคนจัดการกับมันเอง!” ซูอี้หลิงคำราม
อย่างไรก็ตาม หญิงชุดสีฟ้าไม่ให้โอกาสซูอี้หลิงพูดต่อ นางรีบพุ่งเข้าไปหาภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬเพียงลำพัง
“พี่สาว ท่านต้องไปช่วยอาจารย์!” ทิ้งไว้เพียงแต่เสียง
“วันนี้จะไม่มีใครได้จากไปทั้งนั้น!”
“มดสองตัว กล้าที่จะขโมยยาอายุวัฒนะของข้า ไปตายซะ!” ภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬคำราม แล้วเหยียดนิ้วออกมาโจมตีหญิงสาวในชุดสีฟ้า
“ปัง…” หลังจากเสียงนี้ดังขึ้น ดาบในมือของสตรีชุดฟ้าก็หักลง นางปลิวถอยหลังออกไปอย่างน่ากลัว
“เอื้อ…” ขณะที่นางลอยอยู่บนฟ้า เลือดก็สาดกระเซ็นออกมาตลอดทาง นางหมดสติไปทามกลางหมอกเลือดนี้
“ไม่…” ซูอี้หลิงตะโกน สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
“กาก้า…” ภูเขาเฒ่าปีศาจหัวเราะออกมา เสียงของมันฟังแล้วเหมือนกับมีก้อนหินขนาดใหญ่สองก้อนชนกัน
“มดตัวน้อย ดีใจด้วย เจ้ากำลังได้ดูนางตาย!” ภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬยกนิ้วขึ้นไปข้างหน้า
“ปัง … ”
ร่างของหญิงชุดฟ้าระเบิดเป็นละอองเลือดและเสียชีวิตทันที เมื่อลมพัดผ่านมามันก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
“อ้าาา …” เสียงคำรามดังก้องไปทั่วโลก ดวงตาของซูอี้หลิงกลายเป็นสีแดงเลือด นางหันมามองไปที่ภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬราวกับว่านางกำลังจะกลืนกินมัน
ภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬมองไปที่ซูอี้หลิงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
“แก … วันนี้แกจะต้องตาย!” ซูอี้หลิงถือดาบขึ้นมาก่อนจะเดินไปหาภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬทีละก้าว
“ฮ่าฮ่า ด้วยฝีมือของคนอย่างเจ้าน่ะหรอ?” ภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬมองไปที่ซูอี้หลิงอย่างเหยียดหยาม
“อ๊าาา … ” ซูอี้หลิงคำราม ร่างกายของนางทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ฮึ่ม…” ด้วยความเร็วของซูอี้หลิงที่มุ่งเข้าหาปีศาจภูเขาทมิฬทำให้ตาเฒ่าหินตกใจไปชั่วครู่นึง
แต่นั่นเป็นแค่กลลวง พริบตาต่อมา ซูอี้หลิงก็เปลี่ยนทิศพุ่งหนีไปอีกทางหนึ่งแล้วหายไป
“ไม่ดีแล้ว ข้าโดนหลอก!”
“เจ้ามดตัวน้อย เจ้ายังกล้าใช้อุบายเช่นนี้! ถ้าเป็นอย่างนั้น งั้นเรามาเล่นเกมแมวไล่จับหนูกันเถอะ!” ภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬยกมุมปากขึ้น ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยพลังงานสีดำ
จากนั้น พลังงานก็ก่อตัวขึ้นเป็นเมฆดำแล้วบินไปทางซูอี้หลิงอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นไม่นาน
“เจ้าตุ๊กตาน้อย เจ้ากำลังจะไปไหน!” ภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬชี้ไปที่ซูอี้หลิงแล้วกวาดนิ้วออกไป
“ปัง…”
ร่างกายของซูอี้หลิงลอยกลับหัวออกไป โลหิตสีแดงสดหลั่งโปรยปรายไปทั่วท้องฟ้า เสื้อผ้าบนร่างของนางฉีกขาดแทบจะไม่เหลือชิ้นดี อวัยวะภายในของนางยุ่งเหยิงไปหมด
“บ้าเอ้ย บัดซบ!” ซูอี้หลิงสาปแช่งอย่างเกรี้ยวกราด นางกัดฟันวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง ต่อหน้าภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬ ความเร็วของนางช้าเหมือนกับเต่าคลาน ไม่ว่านางจะพยายามสักแค่ไหนก็ไม่มีทางหนีพ้น
ภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬเดินตามมาติดๆ และบางครั้ง เขาก็ยื่นนิ้วออกมาโจมตีนาง บาดแผลบนร่างกายของนางสาหัสมากขึ้นเรื่อยๆ นางเกือบจะเป็นลมไปหลายต่อหลายครั้ง
“บูม … ” ซูอี้หลิงไม่ต่อต้านการโจมตีของนิ้วหินอีกต่อไป นางปล่อยให้ร่างกายปลิวไปตามแรงกระแทกของนิ้วยักษ์ นางจึงสามารถทิ้งระยะห่างออกไปได้อย่างรวดเร็ว
ข้างหน้าคือบริเวณรอบนอกของภูเขาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ตราบใดที่นางออกไปจากที่นี่ได้ ก็ยังมีความหวังอันแสนริบหรี่อยู่!
"มดตัวน้อย เกมจบแล้ว!” ทันใดนั้น ภูเขาเฒ่าปีศาจทมิฬก็เร่งความเร็วขึ้นมา เขายื่นฝ่ามือที่ใหญ่พอจะครอบคลุมท้องฟ้าได้พุ่งเข้าหาซูอี้หลิง
……
……
“เฮ้ ข้ายังไม่ได้คะแนนอวยพรเพิ่มเลย!” ซุนห่าวส่ายหัวอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเศร้า
ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เขาได้รับคะแนนอวยพรมา 50 คะแนนจากการหั่นฟืน เขาก็ไม่ได้เพิ่มอีกเลย
นี่เป็นโชคร้าย อย่างที่ระบบบอก เขาไม่มีคะแนนอวยพรเพียงพอ
จะทำอย่างไรดี? ซุนห่าวมองไปที่หนังสือบนโต๊ะก่อนจะถอนหายใจออกมาซ้ำๆ บอกตามตรงว่าเขาเองก็ไม่ได้ชอบสวดมนต์นัก ถ้าไม่ใช่เพราะระบบบังคับให้เขาทำ เขาจะไม่อ่านมันแม้สักคำเดียว
บนหนังสือมีตัวอักษรเขียนไว้สามคำ “พระสูตรเพชร”
ตัวอักษรพวกนี้ราวกับกำลังเกลี้ยกล่อมและขอร้องให้ซุนห่าวเปิดมันอ่าน
“ก็ได้ ถ้างั้นก็มาท่องกันซักบท บางทีข้าอาจจะได้รับคะแนนอวยพร!” เมื่อคิดอย่างนั้น ซุนห่าวก็นั่งไขว่ห้างลงบนพื้นและเริ่มสวดมนต์
“ข้าพเจ้าได้ยินมาสักระยะหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงเป็น…” ทุกถ้อยคำที่ซุนห่าวท่องออกมานั้นดูศักดิ์สิทธิ์และไพเราะ ตัวอักษรที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าลอยออกมาจากปากของเขา ตัวอักษรเหล่านั้นเต็มไปด้วยแสงสีทองส่องประกายระยิบระยับ
หลังจากบินวนรอบซุนห่าวสองสามรอบ ตัวอักษรเหล่านี้ก็บินออกไปทางหน้าต่างและรวมกันอยู่บนท้องฟ้า
พระโพธิสัตว์วัชรปาณีก่อรูปขึ้นอย่างรวดเร็ว พระอรหันต์แห่งความโกรธเกรี้ยวหลับตาลง ร่างกายเปล่งแสงสีทองขึ้นเป็นชั้นๆ
มันเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ทันใดนั้น พระอรหันต์แห่งความโกรธก็ลืมตาขึ้น แสงอันเจิดจ้าก็พุ่งออกมา
“ช่างกล้า!” ด้วยเสียงตะโกนดังลั่นผ่านอากาศ ทันทีหลังจากนั้น อรหันต์ราชันย์พิโรธก็ยื่นพระหัตถ์ออกไปจับข้างหน้า การจับนี้ราวกับจะสามารถฉีกโลกทั้งใบออกจากกันได้