ข้าวต้มชามเล็กๆ
ความสบาย ความรู้สึกสบายที่อธิบายไม่ได้ท่วมท้นไปทั่วทั้งร่างกาย ซูอี้หลิงหลับตาลงและเกือบจะครางออกมา
นางใช้จิตใจสัมผัสไปยังเส้นลมปราณในร่างกายของนางอย่างเงียบๆ
“เส้นลมปราณที่เสียหายไปทั้งหมดของข้าฟื้นตัวแล้ว?”
“เป็นไปได้ยังไง!”
“ไม่ ไม่ใช่แค่เส้นลมปราณฟื้นฟูกลับมาเท่านั้น เส้นลมปราณเหล่านี้กำลังเติบโตขึ้นไปอีก!”
"โอ้พระเจ้า! นี่ … เส้นลมปราณเหล่านี้กลายเป็นเส้นลมปราณอมตะแล้ว!!” ซูอี้หลิงลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ แววตาของนางฉายแววแห่งความไม่เชื่อออกมา นางใช้เวลานานกว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้
“นี่…..ที่นี่คือที่ไหน? ใครเป็นคนช่วยชีวิตข้า หรือว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า?”
“แล้วเห็ดหลินจือสีม่วงล่ะ” ซูอี้หลิงตกใจ จากนั้นนางก็ยกมือขึ้นก่อนจะพบว่าเห็ดหลินจือสีม่วงยังอยู่ในมือของนาง
“อาจารย์รอดแล้ว!” ซูอี้หลิงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก นางพยายามจะยืนขึ้นแต่กลับพบว่าตัวเองแทบจะไม่สามารถขยับตัวได้
“เอี๊ยด…” ทันใดนั้น ประตูก็ถูกเปิดออก และชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
“แม่นาง เจ้าตื่นแล้ว? รู้สึกดีขึ้นไหม?” เขามีหน้าตาที่หล่อเหลา และเสียงของเขาก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยน คำพูดเหล่านี้เข้าไปกระทบหัวใจของซูอี้หลิง มันทำให้นางตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
“นายน้อย ท่านช่วยข้าไว้หรือ?” ซูยี่หลิงยิ้มขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นลักยิ้มตื้นๆสองข้างตรงแก้ม ซึ่งมันก็ส่งเสริมให้นางดูน่ารักขึ้นไปอีก
“เจ้าดูดีมากเวลาเจ้ายิ้ม” ซุนห่าวตะลึงนิดหน่อย
“ขอบคุณมาก นายน้อย!” ร่างกายของซูอี้หลิงสั่นสะท้าน ดวงตากลมโตของนางเต็มไปด้วยความกตัญญูและเคารพบูชา
นายน้อยยังเด็กมาก เขามีพลังขนาดนั้นเลยหรอ?
ไม่มีทาง!
เขาไม่มีความผันผวนของพลังวิญญาณใดๆเลย เขาเป็นมนุษย์ธรรมดาอย่างแน่นอน
แล้วเขาช่วยข้าได้ยังไงกัน?
“หรือว่าบางทีเขาอาจจะเป็นลูกศิษย์ของผู้ยิ่งใหญ่? และระหว่างที่เขาลงจากภูเขา เขาก็บังเอิญพบข้าเข้า?”
“แล้วก็อุ้มข้ากลับมาถามผู้ยิ่งใหญ่ท่านนั้นก่อนจะสร้างเส้นลมปราณให้ข้า!” ด้วยความคิดเช่นนี้ ซูอี้หลิงก็รู้แจ้งในทันใด ทุกอย่างดูสมเหตุสมผล แม้ว่านายน้อยจะเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดา แต่เขาก็ช่วยชีวิตนางไว้ ความเมตตาอันยิ่งใหญ่นี้จะต้องได้รับการตอบแทนอย่างแน่นอน!
“แม่นาง ไม่ต้องกล่าวขอบคุณข้าหรอก!” ซุนห่าวมองไปที่ซูอี้หลิงและบังเอิญเห็นพื้นที่อันตรายของนางเข้า ดังนั้นเขาจึงรีบหันออกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
เขาทิ้งเสื้อผ้าของนางไว้บนเตียง “แม่นาง เสื้อผ้าที่เจ้าใส่ขาดหมดแล้ว ใส่นี่ก่อน!”
ซูอี้หลิงประหลาดใจหลังจากเห็นท่าทางของซุนห่าว นางรีบก้มศีรษะมองไปที่ร่างกายของนางก่อนจะกรีดร้องออกมา “อ๊าา!”
นางรีบเอามามือปิดหน้าอกของตัวเองไว้ “ท่าน …ท่านออกไปเร็ว”
"เข้าใจแล้ว" ซุนห่าวกล่าวจบก็รีบเดินออกจากห้องไป
ซูอี้หลิงหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาและพบว่าร่างกายของนางไม่มีแรงเหลือเลย ไม่ต้องพูดถึงการเปลี่ยนเสื้อผ้า แม้แต่จะถอดเสื้อผ้าตัวเองออกก็ยังลำบาก
“อ๊าก…” นางกัดฟันก่อนจะลองเค้นแรงทั้งหมด แต่มันก็เปล่าประโยชน์
“ต้องฟื้นฟูความแข็งแกร่งสักหน่อยก่อน!” หลังจากกล่าวจบ ซูอี้หลิงก็เริ่มดูดซับพลังรอบตัวนาง
แต่อย่างไรก็ตาม นางก็พบว่าตันเถียนของนางไม่สามารถดูดซับพลังงานต่างๆได้เลย
"ข้าควรทำอย่างไรดี?" ซูอี้หลิงสับสนมาก ด้วยสภาพแบบนี้ เป็นไปไม่ได้ที่นางจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเองได้
“ลืมมันไปเถอะ ยังไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้ ใช้ผ้าห่มไปก่อน!” ซูอี้หลิงใช้แรงทั้งหมดในการหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว เมื่อเป็นแบบนี้ นางก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องหน้าอกของนางอีกต่อไป
“ชุดนี้สวยมาก!” ซูยี่หลิงกัดฟันแน่น
นางเอื้อมมือไปสัมผัสเสื้อผ้าเบาๆ ก่อนที่ร่างกายของนางจะสั่นเทาขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“โอม…”
เกิดเสียงคำรามสั่นสะท้าน ลมหายใจเย็นเฉียบไหลเข้ามาจากปลายนิ้วของนางเข้าสู่จิตใจ
ในตอนนี้ ซูอี้หลิงสามารถสัมผัสได้ชัดเจนว่าพลังจิตวิญญาณของนางแข็งแกร่งขึ้น
“เสื้อผ้าเหล่านี้สามารถหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณได้ พระเจ้าช่วย!”
“ถ้าข้าใส่มันเป็นเวลาหนึ่งวัน จิตวิญญาณของข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเป็นสองเท่าเป็นอย่างน้อย!”
“สมบัติแบบนี้ นายน้อยจะให้ข้าสวมมันจริงๆหรอ?”
“เป็นไปได้ไหมว่านายน้อยยืมสิ่งนี้จากผู้ยิ่งใหญ่และมอบมันให้ข้าสวม? เขาชอบข้าหรือเปล่า?”
“ทำไมข้าถึงทำตัวไร้ประโยชน์ขนาดนี้ ไม่มีแรงแม้แต่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยซ้ำ!”
ถ้าขอให้นายน้อยช่วยเปลี่ยนล่ะ! อย่างไรก็ตามเขาก็เป็นคนช่วยชีวิตข้าไว้! เมื่อคิดเช่นนี้ ใบหน้าของซูอี้หลิงก็เริ่มแดงออกมาอย่างมีเสน่ห์ราวกับดอกไม้
"นายน้อย!" เสียงของนางเบามากจนแม้แต่ตัวนางเองก็ไม่ได้ยิน
ไม่มีการตอบสนองใดๆจากนอกห้อง
"นายน้อย!" คราวนี้นางเพิ่มเสียงอีกเล็กน้อย
แต่ทว่า ก็ยังไม่มีเสียงผู้ใดตอบกลับมา
"นายน้อย! นายน้อย!" ซูอี้หลิงเรียกออกมาหลายครั้ง
“แม่นาง เจ้ากำลังเรียกข้าอยู่หรือเปล่า?”
ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากนอกห้อง
“เจ้าคะ นายน้อย!” หลังจากนั้น หัวใจของซูอี้หลิงก็เต้นแรงยิ่งขึ้น
“ดี งั้นข้าขอเข้าไปนะ” ประตูเปิดออก ซูอี้หลิงไม่กล้าสบตากับซุนห่าว
นางมองลงไปที่พื้นในขณะที่เขากำลังจะพูด
“แม่นาง ร่างกายของเจ้าเพิ่งฟื้นตัว”
“กินข้าวต้มสักชามเพื่อเติมพลัง” เมื่อซูอี้หลิงแหงนหน้าขึ้น นางก็เห็นซุนห่าวเดินเข้ามาพร้อมกับชามข้าวต้ม
“ข้าวต้ม?” ซูอี้หลิงตกตะลึง ในฐานะผู้ฝึกตน นางได้หยุดทานอาหารของมนุษย์ธรรมดาไปนานแล้ว
มีทางเดียวเท่านั้นที่จะฟื้นฟูความแข็งแกร่งทางร่างกายของนาง นั่นคือฟื้นฟูพลังทางวิญญาณ
อย่างไรก็ตาม พระคุณที่ช่วยชีวิตนางไว้ของนายน้อยเป็นสิ่งที่ยากจะลืมเลือน นางไม่สามารถทำตัวเย็นชากับเขาได้
ก็แค่ข้าวต้มหนึ่งชาม ไม่เห็นเป็นอะไร
“ใช่แล้ว ข้าวต้ม”
“อย่าดูถูกมันเชียวละ มันช่วยผู้ที่กำลังมีอาการป่วยหนักได้ดียิ่งนัก” หลังจากพูดแล้ว ซุนห่าวก็หยิบช้อนขึ้นมาก่อนจะป้อนข้าวต้มให้ซูอี้หลิง
“ขอบคุณมาก นายน้อย!” ซูอี้หลิงเปิดปากของนางและทานมัน
“ฮึ่ม…” เหมือนกับโดนไฟฟ้าช็อต ซูอี้หลิงตกตะลึงไปทันที
กลิ่นข้าวต้มเต็มปากของนาง ในตอนนี้ ต่อมรับรสที่ไม่ได้กินอะไรมาหลายปียังทำงานอยู่ นางรู้สึกว่าการทานอาหารแบบนี้ก็สามารถฟื้นฟูสภาพพลังให้กับร่างกายได้
"อร่อยมาก!" ในชั่วพริบตา ความรู้สึกต่อต้านได้หายไปอย่างสมบูรณ์ ซูอี้หลิงกลืนข้าวต้มลงไปในคอ
“ฟู่ …” กระแสพลังอุ่นๆไหลออกมาจากช่องท้องของนาง กระแสลมปราณบริสุทธิ์ที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ก่อตัวขึ้นแล้ววิ่งไปที่แขนขา
หลังจากนั้น มันก็วิ่งผ่านเส้นลมปราณเข้าไปในบริเวณหัวใจและเคลื่อนไปยังตันเถียนของนาง
เพียงแค่กินไปเพียงคำเล็กๆ ซูอี้หลิงก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจหลังจากพบว่าตันเถียนของนางส่วนใหญ่หายดีแล้ว ความรู้สึกไร้อำนาจได้หายไปอย่างสมบูรณ์ ข้าวต้มคำเล็กๆนี้เทียบเท่ากับศิลาวิญญาณระดับกลาง 10 ก้อน!
“นี่ … นี่คือข้าววิญญาณที่ดีที่สุด!”
“นายน้อยเอาสิ่งนี้และของสิ่งอื่นมารักษาข้าจริงๆด้วย!”
“เกรงว่านายน้อยจะเป็นคนไปขอมันมา?”
“เพื่อข้า นายน้อยกลับ …” น้ำตาของซูอี้หลิงเริ่มก่อตัว ดวงตาของนางแดงก่ำด้วยอารมณ์ซาบซึ้ง
“แม่นาง มันเป็นแค่ข้าวต้มชามเล็กๆ!” ซุนห่าวกล่าว
“นายน้อย ขอบคุณ!” ซูอี้หลิงลุกขึ้นจากเตียง นางหยิบชามและเริ่มกิน
“แม่นาง เจ้าชื่อว่าอะไร?” ซุนห่าวถาม
“นายน้อย ชื่อของข้าคือซูอี้หลิง นักบุญหญิงแห่งวังทะเลสาบหยก!” ซูอี้หลิงกล่าว
“แม่นางอี้หลิง เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” ซุนห่าวถาม
“นายน้อย ข้ามาที่ภูเขาปีศาจเพื่อหายาอายุวัฒนะ ข้าไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับปีศาจเฒ่าและเกือบจะต้องตาย”
“ถ้าไม่ใช่เพราะนายน้อย บางทีข้าอาจจะ…”
“นอกจากนี้ น้องสาวของข้าแลกชีวิตของนางเพื่อช่วยข้าไว้” หลังจากเล่าเรื่องนี้ออกมา ซูอี้หลิงก็เริ่มร้องไห้
ท่าทางของนางนั้นน่าสงสารและชวนให้ผู้คนที่พบเห็นต้องปวดหัวใจ
นายน้อยไหน? มีใครช่วยนางไว้ และนางคิดว่าเป็นข้าคือนายน้อยคนนั้น?
ถ้าเป็นเช่นนี้ นางก็น่าจะไม่ทำอันตรายอะไรให้ข้า
เมื่อมาคิดมาถึงตรงนี้ ซุนห่าวก็แอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ในชามข้าวต้มมียาแก้พิษอยู่ ถึงเขาจะทำท่าทางสงบในตอนที่พูดคุยกับนาง แต่จริงๆแล้วเขาประหม่ามาก
“แม่นางซู ชีวิตและความตายถูกลิขิตไว้แล้ว ทุกสิ่งถูกลิขิตไว้! เจ้าไม่ต้องโทษตัวเองหรอก!”
“ความตายอาจก่อให้เกิดเป็นชีวิตใหม่!” ซุนห่าวกล่าว
“บูม … ” เสียงฟ้าร้องอันน่าตกใจระเบิดข้างในใจของซูอี้หลิง ปริศนาที่อยู่ในก้นบึ้งของหัวใจของนางได้ถูกแก้แล้ว
ในเวลานี้ นางได้รู้แจ้งถึงบางอย่าง
“ขอบคุณนายน้อย อี้หลิงเข้าใจแล้ว! ไม่ทราบว่านายน้อยมีนามว่าอะไร?” ซูอี้หลิงกล่าว
“ข้าชื่อว่าซุนห่าว” ซุนห่าวตอบ
“นายน้อยซุนห่าว ความเมตตาในวันนี้ ข้าจะชดใช้ให้ในอนาคต!”
“อาจารย์ของข้ากำลังตกอยู่ในอันตราย ท่านกำลังรอให้ข้ากลับไปช่วย วันนี้ข้าต้องขอลาไปก่อน!” หลังจากพูดแล้ว ซูอี้หลิงก็ลุกขึ้นจากเตียง เผยให้เห็นหน้าอกขาวๆของนาง ฉากนี้ทำให้ซุนห่าวตกตะลึง
“แม่นางอี้หลิง ในเมื่อเจ้าต้องกลับไปช่วยอาจารย์ ข้าก็จะไม่รั้งเจ้าไว้!”
“แต่แม่นาง โปรดใส่เสื้อผ้าก่อน!” ซุนห่าวพูดก่อนจะเดินไปที่ประตู
“เอี๊ยด…” ประตูถูกปิด…
ใบหน้าของซูอี้หลิงแดงระเรื่อ นางเต็มไปด้วยความเขินอาย นางหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว
เมื่อมองจากไกลๆ นางดูเหมือนนางฟ้าที่ลงมาจากสวรรค์ งามจนบรรยายไม่ถูก
“มันเป็นสมบัติจริงๆ!” การเสริมความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณทำให้ดวงตาของซูอี้หลิงเปล่งประกาย นางเปิดประตูห้องและเดินออกไป
ทันใดนั้น เห็นซุนห่าวก็มองมาที่นางด้วยรอยยิ้ม
“แม่นาง ข้าไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบกับเจ้าอีก ขอให้แม่นางซูรับภาพวาดนี้ไว้ด้วย!” หลังจากพูดจบ ซุนห่าวก็หยิบม้วนกระดาษออกมาแล้วยื่นให้ซูอี้หลิง
“ขอบคุณเจ้าคะ นายน้อย” ซูอี้หลิงเก็บม้วนภาพไว้ในแหวนมิติ นางประสานฝ่ามือแล้วโค้งคำนับ
“นายน้อย ลาก่อน!” หลังจากพูดแล้ว ซูอี้หลิงก็ตั้งดาบยาวขนานกับพื้นก่อนจะขึ้นไปเหยียบ แล้วพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าและมุ่งหน้าไปที่วังทะเลสาบหยก
“ยอดเยี่ยม!” ซุนห่าวทำท่าทางราวกับเขากำลังเป็นผู้ชนะ วันนี้เขาได้แต้มอวยพรมาไม่น้อยเลย ตอนแรกเขาได้รับแต้มอวยพร 50 แต้มจากการรักษาซูอี้หลิง ต่อมาเขาก็ได้รับแต้มอวยพร 20 แต้มจากการให้ชุดกับนาง
เขาได้รับ 10 แต้มสำหรับข้ามต้มและ 20 แต้มสำหรับการภาพวาด กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เขาได้แต้มอวยพรจากซูอี้หลิงถึง 100 แต้มเต็มๆ! แต้มอวยพรตอนนี้มีรวมถึง 220 แต้มแล้ว
ส่วนภาพที่เขาให้ซูอี้หลิงไปนั้นเป็นภาพอะไร ซุนห่าวก็ไม่รู้เช่นกัน เขาหยิบสุ่มๆออกมาจากในห้อง
ภาพวาดพวกนี้ไม่สำคัญเลยถ้าเทียบกับแต้มอวยพร!