เต๋าแห่งความเมตตา!
วันต่อมา
วังทะเลสาบหยก ในห้องปรุงยา ซูอี้หลิงยืนอยู่หน้าเตาปรุงยาด้วยท่าทางเคร่งขรึม นางต้องกลั่นเม็ดยาไร้ใจ
ยาเม็ดนี้เป็นสิ่งเดิมพันว่านางจะสามารถช่วยอาจารย์ของนางได้หรือไม่! รวมถึงเดิมพันว่าวังทะเลสาบหยกจะอยู่รอดต่อไปได้หรือไม่อีกด้วย
รอบๆเตาปรุงยา มีศิษย์หญิงยืนล้อมรอบอยู่ แต่ละคนกำลังรอคำแนะนำของซูอี้หลิง
“เริ่มได้!”
หลังจากซูอี้หลิงสั่ง ศิษย์หญิงก็เริ่มเคลื่อนไหวพร้อมๆกัน พวกนางเริ่มกระบวนการปรับแต่งเม็ดยากันอย่างจริงจัง
ทุกขั้นตอนมีความสำคัญอย่างยิ่ง
หลังจากที่วัตถุดิบเสริมต่างๆถูกทำให้บริสุทธิ์แล้ว ซูอี้หลิงก็หยิบเห็ดหลินจือสีม่วงออกมาอย่างระมัดระวัง นี่เป็นหนึ่งในยาอายุวัฒนะที่ดีที่สุด แม้แต่วังทะเลสาบหยกก็ไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้
กระบวนการเหล่านี้ ไม่สามารถประมาทเลินเล่อได้แม้แต่น้อย
“หือ…”
ซูอี้หลิงที่เป็นคนละเอียดที่สุดเริ่มการชำระล้างเห็ดหลินจือ นางทำทุกขั้นตอนได้อยางไม่มีข้อผิดพลาด
จนในที่สุดเห็ดหลินจือสีม่วงก็ถูกชำระล้างจนบริสุทธิ์ได้สำเร็จ
“เยี่ยม มันได้ผล”
“นักบุญหญิงเก่งกาจยิ่งนัก ตราบใดที่การหลอมรวมสำเร็จ เราก็จะได้ยามารักษาท่านอาจารย์” สาวกหญิงทุกคนที่อยู่รอบๆแสดงรอยยิ้มออกมา ซูอี้หลิงยังคงเคลื่อนไหวต่อไป
ครู่ต่อมา
“ฮึ่ม…”
เสียงสั่นสะเทือนระเบิดขึ้น เตายาถูกเปิดออก เม็ดยาสีม่วงค่อยๆไหลออกมาจากขวดยา
“เม็ดยาไร้ใจในตำนาน กลั่นออกมาได้สำเร็จแล้ว!”
“ท่านหญิงได้กลั่นเม็ดยาวิญญาณที่ดีที่สุดออกมาได้จริงๆ!”
“ฮ่าฮ่า วังทะเลสาบหยกของเราต้องก้าวต่อไปและอาจได้กลายเป็นนิกายระดับหกแน่ๆ!”
"ใช่แล้ว!" มีเสียงพูดดังขึ้นมาจากทุกที่ในห้อง
ซูอี้หลิงรับยาและรีบวิ่งไปที่ห้องของผู้นำนิกาย
“เอ๊ยด…” ประตูถูกเปิดออก
ในห้องของผู้นำนิกาย มีผู้หญิงชุดสีม่วงนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นเป็นสีเหลืองดูไม่ดีนัก แถมร่างกายของนางก็ผอมบางมาก นางราวกับเจ้าหญิงนิทราที่ไร้ตัวตน
นางคือหลัวหลิวหยาน เป็นอาจารย์ของซูอี้หลิงและยังเป็นผู้นำของวังทะเลสาบหยกอีกด้วย
ซูอี้หลิงรีบนำยาไปที่ปากของหลัวหลิวหยาน จากนั้นนางก็นั่งลงที่ข้างเตียงพร้อมกับจับมือของหลัวหลิวหยานไว้แน่น “ท่านอาจารย์ ท่านต้องตื่นขึ้นมานะ”
วินาทีถัดมา
“หือ…”
หลัวหลิวหยานก็ลืมตาขึ้นก่อนจะมองไปที่ซูอี้หลิงแล้วจับตัวนางไว้แน่น "หลิงเอ๋อ...วังทะเลสาบหยก จะถูกส่งมอบให้กับเจ้าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป"
หลังจากกล่าวจบ หลัวหลิวหยานก็สั่นออกมาอย่างรุนแรงและเป็นลมหมดสติไป
"ท่านอาจารย์!"
ใบหน้าของซูอี้หลิงเปลี่ยนไปอย่างมาก นางร้องไห้ออกมาอย่างรุนแรง นางรู้สึกได้ว่าหัวใจของหลัวหลิวหยานกำลังค่อยๆเต้นเบาลงเรื่อยๆ
“ท่านอาจารย์ มันเป็นความผิดของข้า มันเป็นความผิดของข้าเอง”
“ข้าทำร้ายท่าน เป็นลูกศิษย์อกตัญญู”
นางหยิบของทั้งหมดที่อยู่ในแหวนมิติออกมาแล้วแล้วโยนมันทิ้งไป แต่สิ่งสุดท้ายที่นางถืออยู่ในมือก็คือม้วนรูปภาพที่ซุนห่าวให้มา
“นี่คือภาพวาดของนายน้อย มันคืออะไรกันแน่?”
นางเปิดม้วนภาพออกทันที
บนภาพวาด มีรูปของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเก็บผลเบอร์รี่สีแดงสดอยู่
บนภาพวาดนั้นมีตัวอักษรเขียนไว้อีกว่า
เมื่อผลเบอร์รี่สีแดงเหล่านั้นเบ่งบานยามฤดูใบไม้ผลิ…...เป็นสัญลักษณ์ในความรักระหว่างเรา
หลังจากซูอี้หลิงอ่านจบ ก็เริ่มมีบางอย่างปรากฏขึ้นมา นางเห็นผู้หญิงในภาพวาดยืนขึ้นและยิ้มให้กับนาง
หลังจากนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็ก้าวออกมาข้างหน้าและเดินทะลุออกจากภาพวาด
ผู้หญิงคนนั้นราวกับเป็นนางฟ้าอมตะ นางยืนอยู่ข้างๆหลัวหลิวหยานก่อนจะกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาว่า:
เมื่อผลเบอร์รี่สีแดงเหล่านั้นเบ่งบานยามฤดูใบไม้ผลิ……..เป็นสัญลักษณ์ในความรักระหว่างเรา
เมื่อพูดจบ ผู้หญิงคนนั้นก็ผายมือออกมาก่อนที่เบอร์รี่แดงจะลอยเข้าไปในปากของหลัวหลิวหยาน ซึ่งหลังจากนั้นใบหน้าสีเหลืองของหลัวหลิวหยานก็ค่อยๆฟื้นคืนกลับมาสู่สภาพปกติอย่างรวดเร็ว
นางดูสวยงามมาก จนในที่สุด นางก็ยกมุมปากยิ้มขึ้นอย่างผ่อนคลาย
“ฟริ้ว …” ผู้หญิงคนนั้นลอยกลับไปที่ภาพวาดเหมือนเดิม ราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา
“นี่คือเต๋าปรากฏกาย … เหลือเชื่อมาก!”
“หรือว่านายน้อยจะคำนวณทุกอย่างไว้อยู่แล้ว เขาตั้งใจมอบภาพนี้ให้ข้าเพื่อจะให้ข้านำมันกลับมาช่วยท่านอาจารย์”
“เพราะข้าไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน จนเกือบจะทำให้อาจารย์ต้องตาย!” ซูอี้หลิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
“นายน้อยมีเมตตาต่อข้ามาก อี้หลิงผู้นี้ไม่รู้ว่าจะต้องตอบแทนความโปรดปรานนี้ยังไงดี!” ซูอี้หลิงมองออกไปข้างนอกหน้าต่างด้วยท่าทางเสียใจ
ครู่ต่อมา หลัวหลิวหยานก็ตื่นขึ้นมาอย่างสบายๆ นางยืดแขนอย่างเกียจคร้าน “สบายมาก!”
"ท่านอาจารย์!" ซูอี้หลิงตะโกนขึ้น
“อี้หลิง ทำไมเจ้าถึงมาที่ยมโลกกัน?” หลัวหลิวหยานถาม
“ท่านอาจารย์ นี่ไม่ใช่ยมโลก! ท่านยังมีชีวิตอยู่!” ซูอี้หลิงกล่าว
"มีชีวิตอยู่? เกิดอะไรขึ้น?"
หลัวหลิวหยานลุกขึ้นมานั่งและถามออกมา ซูอี้หลิงบอกนางเกี่ยวกับการไปที่ภูเขาปีศาจก่อนจะได้พบกับซุนห่าว
หลัวหลิวหยานฟังอย่างระมัดระวัง นางเต็มไปด้วยความความประหลาดใจหลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด
“มีผู้อาวุโสอาศัยอยู่ในแดนตะวันตกเล็กๆแห่งนี้ด้วย!”
“ไม่ว่าจะเป็นนายน้อยหรืออาจารย์ของเขาก็ตาม เจ้าจะต้องปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดีและอย่าทำให้เขาขุ่นเคืองเป็นอันขาด!” หลัวหลิวหยานกล่าว
“ท่านอาจารย์มั่นใจได้ อี้หลิงเข้าใจ” ซูอี้หลิงกล่าว
“แล้วภาพวาดนั่นล่ะ? เอามาให้ข้าดูหน่อย” หลัวหลิวหยานกล่าว
"เจ้าคะ ท่านอาจารย์!"
หลังจากพูดแล้ว ซูอี้หลิงก็เอาม้วนภาพวาดออกมาให้หลัวหลิวหยานดู
ซึ่งเมื่อหลัวหลิวหยานมองไปที่ภาพวาด นางก็อดไม่ได้ที่จะสั่นกลัวออกมา
“เต๋าปรากฏกาย มันคือเต๋าปรากฏกายแน่ๆ!”
“นี่…ภาพนี้น่าจะเป็นเต๋าแห่งความรัก มันคือเต๋าแห่งความเมตตา…”
“ช่างเป็นพลังที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
หลัวหลิวหยานตกใจจนสติเลอะเลือน นางมองภาพวาดอย่างเหม่อลอยเป็นเวลานาน
หลังจากได้สติ นางก็รีบเก็บม้วนภาพออกแล้วมองไปรอบๆอย่างระมัดระวัง
หลัวหลิวหยากล่าวเสียงเบา “อี้หลิง ภาพวาดนี้มีค่าอย่างมาก ข้าเกรงว่าต่อให้วังทะเลสาบหยกจะแข็งแกร่งกว่านี้อีกสิบเท่าก็ยังไม่คู่ควรกับมัน”
"อะไรนะ?" ซูอี้หลิงตกใจมาก
“นายน้อยบอกว่าภาพวาดนี้เป็นของเจ้าจริงๆหรือ?” หลัวหลิวหยานถาม
ซูอี้หลิงพยักหน้า
“ทำไมนายน้อยถึงมอบภาพนี้ให้กับเจ้า เพียงเพื่อช่วยชีวิตข้างั้นหรือ?” หลัวหลิวหยานขมวดคิ้วและเริ่มคิดอย่างเงียบๆ
ครู่ต่อมา
“เปี๊ย…”
หลัวหลิวหยานตบต้นขาของนาง
“เข้าใจแล้ว นายน้อยกำลังปลุกพวกเราอยู่!” หลัวหลิวหยานกล่าวเสียงดัง
“อาจารย์ ท่านหมายความว่าอย่างไร?” ซูอี้หลิงรู้สึกงุนงง
“อี้หลิง เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงล้มป่วย” หลัวหลิวหยานถาม
“ข้าไม่รู้” ซูอี้หลิงส่ายหัว
“นั่นเป็นเพราะว่าข้าฝึกฝนเต๋าไร้ใจ” หลัวหลิวหยานกล่าว
“มันเกี่ยวกับเรื่องอาการป่วยของท่านงั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว มันเกี่ยวกันมาก! เห็นหรือไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับข้านั้นใกล้ชิดกันเหมือนแม่และลูก พวกเราใกล้ชิดกันเหมือนพี่สาวน้องสาว”
“แล้วไหนเล่า เต๋าไร้หัวใจ! พวกเรามีแต่ความเมตตา! สำหรับผู้มีจิตเมตตาแต่กลับไปฝึกฝนเต๋าไร้หัวใจ มันคงจะเป็นเรื่องที่แปลกอย่างยิ่ง ถ้าพวกเราไม่โดนปีศาจภายในโจมตี!”
“นายน้อยให้ภาพวาดนี้แก่เจ้า ไม่เพียงแต่เพื่อช่วยข้าเท่านั้น แต่ยังต้องการปลุกพวกเราให้ตาสว่างด้วย! เราควรฝึกเต๋าแห่งความรัก ฝึกเต๋าแห่งความเมตตา!”
“ตั้งแต่วันนี้ไป ถ่ายทอดคำสั่งลงไปถึงศิษย์ทั้งหมดของวังทะเลสาบหยก ให้ทุกคนเปลี่ยนเป็นฝึกเต๋าแห่งความเมตตา!” หลัวหลิวหยานกล่าวออกมาอย่างหนักแน่น