เทพดอกบัวร้อยสี!
“เทพดอกบัวเก้าสี? ไม่สิ เทพดอกบัวร้อยสี!”
เมื่อเดินเข้าไปในลานบ้าน หลัวหลิวหยานก็เหลือบมองไปยังสระน้ำที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ที่กลางสระน้ำ นางเห็นดอกบัวขนาดเท่าบ้านที่บานสะพรั่งเต็มไปด้วยแสงหลากสี
ดอกบัวมีหลายร้อยกลีบ แต่ละกลีบมีสีต่างกัน มันช่างดูสดใสและมีเสน่ห์
“เทพดอกบัวร้อยสี! นี่น่าจะเป็นยาอายุวัฒนะขั้นสูงสุด!” ซูอี้หลิงมองไปที่มันอย่างว่างเปล่า นางเต็มไปด้วยความตกใจ
นางจำได้ว่ามีดอกบัวสีรุ้งอยู่ที่นี่เมื่อสองวันก่อน แต่สองวันต่อมา มันกลับเติบโตกลายเป็นเทพดอกบัวร้อยสีอย่างน่าอัศจรรย์
เหลือเชื่อ!
เทพดอกบัวร้อยสีนี้เพิ่งโต!
อาจารย์ของนายน้อยนั้นทรงพลังจริงๆ วิธีการของเขานั้นเหนือจินตนาการ
“งดงามใช่รึเปล่า?”
ในขณะนี้ เสียงของซุนห่าวก็ปลุกสตรีทั้งสองนางให้ตื่นขึ้น
ทั้งสองคนพยักหน้าเห็นด้วย ใบหน้าของพวกนางเต็มไปด้วยความชื่นชม
“นายน้อย อาจารย์ของท่านเป็นคนปลูกดอกบัวนี้ไว้ใช่หรือไม่?” หลัวหลิวหยานถาม
เมื่อซุนห่าวได้ยินคำกล่าวนี้ มุมปากของเขาก็ยกขึ้น เขาจำได้ว่าเขาเป็นคนปลูกเทพดอกบัวสีรุ้งไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
จากนั้นเขาก็พูดอะไรบางอย่าง เพื่อให้เฉินเต้าหมิงได้ยิน จากนั้นเขาก็แอบใช้เคล็บลับบางอย่างเพื่อเปลี่ยนสระน้ำ ผลก็คือ สองวันต่อมา มันก็เติบโตกลายเป็นดอกบัวร้อยสี
ซุนห่าวส่ายหัวเล็กน้อย “ไม่ใช่ มันเป็นเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆของสหายข้า”
อะไร?
เคล็ดลับของสหาย?
นายน้อยมีสหายที่น่ากลัวมากขนาดนี้เลย?
“หึ่ม…”
หลัวหลิวหยานอ้าปากค้างแล้วมองไปที่ซุนห่าวด้วยความชื่นชม เทคนิคเล็กน้อยสามารถทำให้เกิดเทพดอกบัวร้อยสีได้ เกรงว่าเพื่อนของนายน้อยเองก็ไม่ใช่คนธรรมดา
น่าจะเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตมหายานหรือไม่ก็เป็นสัตว์ประหลาดโบราณจากขอบเขตข้ามพ้นภัยพิบัติ!
“ที่หลิวหยานมารบกวนนายน้อยในวันนี้ก็เพื่อมาขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้!” หลัวหลิวหยานโค้งคำนับซุนห่าวอย่างสุดใจ
“เจ้าไม่ต้องคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้!” ซุนห่าวกล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ หลัวหลิวหยานก็ขมวดคิ้วอย่างเงียบๆ
นางจงใจไม่พูดถึงถึงคนที่นางต้องการขอบคุณอย่างเจาะจง เพราะนางไม่ต้องการทำให้นายน้อยอับอาย
เป็นไปได้ไหมที่ภาพวาดนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยอาจารย์ของเขา แต่สร้างขึ้นจากกนายน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้านาง?
“นายน้อย ภาพวาดที่ท่านมอบให้อี้หลิงแฝงไปด้วยแนวคิดทางศิลปะอันกว้างขวาง มันเป็นประโยชน์ต่อเราอย่างมาก ใครเป็นคนวาดมันขึ้นมาหรือ?” หลัวหลิวหยานถาม
“ข้าเป็นคนวาดเอง แม่นางหลิวหยานโปรดอย่าหัวเราะ” ซุนห่าวกล่าว
“บูม!” หลังจากได้ยินเช่นนั้น เสียงที่เหมือนกับสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์เก้าสีก็ได้ผ่าใส่ศีรษะของหลัวหลิวหยาน สีหน้าแห่งความตกใจปรากฏขึ้นบนหน้าของทั้งสองคน
นายน้อยเป็นคนวาดภาพนั้นขึ้นมา?
เขาเป็นคำนวณเรื่องทั้งหมดนี้หรือ?
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เหตุใดจึงไม่มีความผันผวนของพลังวิญญาณในตัวเขา
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือนายน้อยไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นสัตว์ประหลาดจากบรรพกาลจากขอบเขตข้ามพ้นภัยพิบัติ
เขาใช้วิธีการบางอย่างในการซ่อนความแข็งแกร่งของตัวเอง เพื่อปิดบังไม่ให้คนอื่นมองเห็น?
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ หลัวหลิวหยานและซูอี้หลิงต่างก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ
โชคดีที่พวกนางมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา
“นายน้อย หลิวหยานได้เตรียมของขวัญเล็กๆมาให้ โปรดรับมันไว้!”
หลังจากพูดเสร็จ หลัวหลิวหยานก็หยิบเหยาจิที่เตรียมไว้ออกมาไว้บนฝ่ามือของนาง
"นี่คือ?"
เมื่อซุนห่าวเห็นเหยาจิในมือของหลัวหลิวหยวน ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความงุนงง
“นายน้อย สิ่งนี้ถูกเรียกว่าเหยาจิ มันเอาไว้ใช้อาบน้ำได้!” หลัวหลิวหยานคิดอยู่ครู่นึงก่อนจะกล่าวออกมา
"จริงหรือ?" ดวงตาของซุนห่าวมีแสงจ้าแวบวาบ
“เอามันไปไว้ใต้ต้นซากุระดีรึเปล่า เจ้าคิดว่ายังไงบ้าง?"
หลัวหลิวหยานเหลือบมองไปยังพื้นที่ระหว่างต้นซากุระสองต้น มันเป็นพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ มีพื้นที่เพียงพอในการวางเหยาจิไว้ แถมกิ่งก้านของต้นซากุระก็ยังสามารถปกคลุมเหยาจิได้อย่างสมบูรณ์
“แม่นางหลัวหลิวหยาน ได้โปรด!” ซุนห่าวพยักหน้า
"แน่นอนเจ้าคะ!" หลัวหลิวหยานโบกมือขวาของนางหลังจากพูดจบ
“วู้...”
ทะเลสาบหยกขนาดเท่าฝ่ามือเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ทะเลสาบที่มีพื้นที่หลายร้อยตารางเมตรก่อตัวขึ้นในเวลาไม่กี่วินาที
ละอองน้ำระเหยจากในสระสัมผัสกับดอกซากุระสีชมพู ก่อให้เกิดภาพที่สวยงามราวกับแดนสวรรค์ ทำให้ผู้คนไม่เต็มใจที่จะหันมองไปทางอื่น
ในบางครั้ง ดอกซากุระจะร่วงหล่นลงมาลงบนผืนน้ำ ทำให้ผู้คนไม่กล้าหายใจแรงเมื่อได้เห็น
“ท่านอาจารย์ ทะเลสาบหยก… ทะเลสาบได้เปลี่ยนไปแล้ว น้ำที่อยู่ในนั้นไปถึงระดับของน้ำพุวิญญาณขั้นสูงสุดแล้ว!”
ซูอี้หลิงพูดกับหลัวหลิวหยานผ่านจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์
"ข้าเห็นแล้ว!" หลัวหลิวหยานกล่าวออกมาอย่างขมขื่น
“เมื่อคิดถึงวังทะเลสาบหยกของข้าแล้ว ผู้นำของวังทะเลสาบหยกพยายามอย่างหนักมาหลายชั่วอายุคน หลังจากปรับแต่งมันด้วยอาคมต่างๆ พวกเขาก็ทำได้เพียงเปลี่ยนน้ำในทะเลสาบหยกให้เป็นน้ำพุวิญญาณขั้นต่ำได้สำเร็จ!”
“แต่คาดไม่ถึงเลย เมื่อมันมาอยุ่ต่อหน้าของนายน้อย มันกลับบีบตัวเองอย่างบ้าคลั่งเพื่อสร้างน้ำพุวิญญาณขึ้นมา แถมยังเป็นนน้ำพุวิญญาณขั้นสูงสุดด้วย! นี่มันไม่กลัวว่าพลังของมันจะเหือดแห้งหรือไงกัน?” ยิ่งหลัวหลิวหยานพูดออกมามากเท่าไหร่ น้ำเสียงของนางก็ฟังดูขมขื่นมากขึ้นเท่านั้น
“ท่านอาจารย์ ทะเลสาบหยกทำตัวราวกับเป็นสุนัขพบเจ้าของเลย!” ซูอี้หลิงกล่าว
"ใช่เลย!" หลัวหลิวหยานเหมือนกับถูกหักอก
ทั้งสองกวาดสายตาไปทางซุนห่าวก่อนจะโล่งใจเมื่อเห็นว่าเขายิ้ม
ดูเหมือนว่านายน้อยจะชอบของขวัญชิ้นนี้
"แม่นางหลิวหยาน ขอบคุณสำหรับของขวัญ!” ซุนห่าวกล่าว
“นายน้อย มันเป็นเพียงของขวัญเล็กๆน้อยๆ หวังว่าท่านจะชอบมัน” หลัวหลิวหยานกล่าว
“ทั้งสองคน เราไปนั่งคุยกันในศาลาดีกว่า” ซุนห่าวพูดเชิญ
"ขอบคุณ นายน้อย"
ผู้หญิงทั้งสองคนเองก็ไม่เกรงใจ พวกนางเดินตามซุนห่าวเข้าไปในศาลาดื่มน้ำชาด้วยกัน
"กรุณานั่งลง!"
หลังจากพูดจบ ซุนห่าวก็นั่งในที่นั่งข้างๆ
ซึ่งเมื่อหญิงสาวทั้งสองเห็นซุนห่าวนั่งลงในที่นั่งข้างๆ พวกนางก็ยืนเคียงข้างกันไม่ยอมนั่งลง
“ทั้งสองคน ทำไมไม่นั่งลงล่ะ?” ซุนห่าวตกตะลึง
“นายน้อย เรายืนแบบนี้ดีกว่า”
“จะยืนดื่มชากันได้ยังไง นั่งลงเถอะ เดี๋ยวข้าไปเอาชามาให้”
เมื่อเห็นซุนห่าเดินวจากไป ทั้งสองก็รีบนั่งลงในที่นั่งข้างๆ
"หือ? พวกเขาไม่ได้นั่งในตำแหน่งหลักหรอ?”
“ผู้ฝึกตนเหล่านี้แตกต่างออกไปจริงๆ พวกเขาถ่อมตนมาก!”
ซุนห่าวพยักหน้าอย่างลับๆ
เขาจงใจให้พวกเขานั่งในที่นั่งหลักเพื่อแสดงความเคารพ
แต่แม่นางสองคนนี้กลับเจียมเนื้อเจียมตัวมากกว่าตัวเขาเองซะอีก
ถ้าเป็นแบบนี้ ข้าอาจจะสามารถพูดคุยกับพวกนางเกี่ยวกับการเปิดโรงหมอได้ ลองถามพวกนางว่ายินดีที่จะเป็คนคุ้มกันให้ข้าดีหรือเปล่านะ?
ไม่มีทาง!
ถ้าพวกนางโกรธเพราะความอับอายขึ้นมาละก็ ข้าก็จะเดือดร้อน
ข้าต้องรู้จักพวกนางให้มากกว่านี้ซะก่อน!
ซุนห่าวนั่งลงและเริ่มชงชา การเคลื่อนไหวของเขานั้นไหลลื่นและสวยงาม
ถ้าเป็นเมื่อก่อน พวกนางสองคนคงไม่มีความคิดที่จะดื่มชาเป็นแน่
แต่อย่างไรก็ตาม ต่อมรับรสของซูอี้หลิงนั้นเปิดออกตั้งแต่ตอนที่นางได้กินข้าวต้มไปครั้งล่าสุด นางจึงตั้งตารอชาที่ซุนห่าวกำลังชงอย่างใจจดใจจ่อ
หลัวหลิวหยานเองก็เคยได้ยินซูอี้หลิงเล่าถึงเรื่องนี้ให้ฟัง ในสายตาของนางก็มีความคาดหวังอยู่เช่นกัน
ครู่ต่อมา ถ้วยชาก็ถูกส่งไปยังผู้หญิงสองคน
“นี่คือชาต้าหงเปา แม่นางทั้งสองโปรดลองลิ้มรสดู!” ซุนห่าวกล่าวพร้อมกับยกถ้วยน้ำชาขึ้น
ผู้หญิงสองคนพยักหน้า ในขณะเดียวกันก็หยิบถ้วยขึ้นมาจิบเบาๆ
ชาทั้งหวานและหอมกรุ่น กลิ่นหอมที่ไม่สามารถอธิบายฟุ้งอยู่เต็มปากของพวกนาง จากนั้นชาก็กลายเป็นคลื่นความเย็น มันรวมตัวกันในเส้นลมปราณก่อนจะพุ่งไปที่สมอง ทำให้จิตวิญญาณของพวกนางเติบโตอย่างรวดเร็ว
เพียงแค่จิบนิดเดียว พลังวิญญาณก็เพิ่มขึ้นมาเป็นสองเท่า!
“ชารู้แจ้ง!” ผู้หญิงสองคนเกือบจะกรีดร้องออกมาดังๆ พวกนางหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ
“ท่านอาจารย์ นี่คือชารู้แจ้งใช่หรือไม่?” ซูอี้หลิงส่งเสียงผ่านจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์
“ใช่ มันคือชารู้แจ้ง!” หลัวหลิวหยานพยักหน้า
แม้ว่าหลัวหลิวหยานจะพยายามปกปิดความตกใจของตัวเองเอาไว้เป็นอย่างดี แต่มือที่ถือถ้วยอยู่ก็สั่นออกมาเล็กน้อย
ชารู้แจ้ง!
นี่คือชารู้แจ้ง!
มีเพียงผู้อยู่จุดสูงสุดเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้ดื่มมัน
“ท่านอาจารย์ ว่ากันว่าที่นั่นมีต้นชารู้แจ้งเพียงต้นเดียว ใช้เวลาสามพันปีเพื่อให้ได้ใบของมันเพียงสิบใบ แต่ละใบมีค่าอย่างมาก นี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?” ซูอี้หลิงถาม
“แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องจริง และต้นชารู้แจ้งนี้ก็อยู่ในมือของสัตว์ประหลาดตัวนั้น” หลัวหลิวหยานอธิบาย
“ท่านอาจารย์ ดูนายน้อยสิ เขาเก็บใบชารู้แจ้งมาชงชาตั้งหลายสิบใบ!” ซูอี้หลิงกล่าว
"อะไร? ใบชารู้แจ้งหลายสิบใบ?” จิตใจของหลัวหลิวหยานสั่นสะท้าน หลังจากมองอย่างรอบคอบแล้ว มันก็เป็นอย่างที่ซูอี้หลิงกล่าวจริงๆ
นายน้อยหยิบใบชารู้แจ้งมาอย่างน้อยก็หลายสิบใบจริงๆ
“นายน้อย … เขาเป็นใครกันแน่? นี่มันเกินไปแล้ว … เหลือเชื่อ!” หัวใจของหลัวหลิวหยานสั่นไหวจนไม่สามารถสงบลงได้
ไม่ต้องกล่าวถึงของสิ่งอื่น เพียงแค่การได้ดื่มชารู้แจ้งก็ได้หักล้างมุมมองของหลัวหลิวหยานไปหมดแล้ว
ท่าทางตกใจของพวกนางสองคนถูกเห็นอยู่ในสายตาของซุนห่าวอย่างชัดเจน
พิธีชงชาของข้าได้มาถึงอาณาจักรสูงสุดแล้ว
ต่อให้เจ้าจะเป็นผู้บ่มเพาะ ต่อให้เจ้าไม่กินไม่ดื่มเหมือนมนุษย์ แต่ตราบใดที่ได้ดื่มชาถ้วยนี้ หัวใจของเจ้าก็จะถูกจับไว้โดยวิธีชงชาของข้า
“ทั้งสองคนไม่ต้องเกรงใจ ดื่มอีกสิ!” ซุนห่าวกล่าวอย่างแผ่วเบา
“เจ้า… เจ้าคะ นายน้อย” ผู้หญิงทั้งสองคนพยักหน้าก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นมาจิบเบาๆ
หลังจากดื่มไปได้ไม่กี่คำ
“ฮึ่ม…”
หลัวหลิวหยานที่นั่งอยู่ก็หลับตาลง บรรยากาศรอบๆกลายเป็นเงียบราวกับทั้งโลกมีเพียงนางคนเดียวเท่านั้น
ช่วงเวลานี้ นางรู้สึกราวกับว่าทั้งสวรรค์และโลกได้ตกอยู่ในการควบคุมของนาง
“วู้...”
ดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้าตกลงมาราวกับด้ายไหมกำลังตกลงสู่ร่างกายของนาง
นางจ้องไปที่ซุนห่าว ดูท่าทางที่เขาวางถ้วยน้ำชาลงแล้วตกตะลึงอยู่ในใจ
การกระทำนี้เต็มไปด้วยสัมผัสแห่งธรรมชาติ
หลัวหลิวหยานไม่ขยับเขยื้อน นางจ้องไปที่ฉากนี้อย่างว่างเปล่า
ทักษะอมตะชนิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจของนาง มันควบแน่นก่อนจะก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว