ภาพร่างที่กำลังจะทิ้ง
“ฟึบ …” หลัวหลิวหยานลืมตาขึ้น
“ไม่น่าเชื่อ ข้าตระหนักถึงธรมมชาติรวมเป็นหนึ่ง ถึงกับทำให้ทะลวงไปอีกสามระดับจนไปถึงขั้นสุดท้ายของขอบเขตสัมผัสแห่งความว่างเปล่า!”
“ในเวลาเพียงสองวัน ข้าเติบโตขึ้นมาก เกรงว่าทั่วทั้งแผ่นดินเทียนลั่วนี้จะมีเพียงแค่ข้าเพียงคนเดียว!”
“ถ้านางรู้ ข้าอยากจะรู้นักว่านางจะทำหน้ายังไง?” หลัวหลิวหยานพึมพัม น้ำเสียงของนางเผยให้เห็นถึงความสุขอันมากล้น
นางมองไปที่ซุนห่าวด้วยความขอบคุณ จากนั้นก็มองไปที่ซูอี้หลิงอีกครั้ง
ซูอี้หลิงก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกับนาง นางน่าจะตระหนักถึงธรมมชาติรวมเป็นหนึ่ง
หลังจากนั้นไม่นาน นางก็ทะลวงผ่านเข้าไปถึงขอบเขตย่างก้าวเทวะขั้นสมบูรณ์
“ขอบคุณเจ้าคะ นายน้อย!” ผู้หญิงทั้งสองโค้งคำนับ
“ชาถ้วยเดียว ไม่พอหรอก!” ซุนห่าวยังคงเติมชาให้ทั้งสองคน “ดื่มกันต่อเถอะ!”
“ขอบคุณ นายน้อย!” หลัวหลิวหยานและซูอี้หลิงหยิบถ้วยขึ้นมาและดื่มต่อทันที คราวนี้แม้ว่าพวกนางจะไม่ตระหนักถึงธรมมชาติรวมเป็นหนึ่ง แต่มันก็ได้ทำให้จิตวิญญาณของพวกนางแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ยิ่งวิญญาณแข็งแกร่งขึ้น ความเข้าใจในเต๋าก็จะยิ่งมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อความเร็วในการฝึกฝนในอนาคต
“แม่นางอี้หลิง ชุดนั้นใส่แล้วสบายตัวหรือไม่?” ซุนห่าวถาม
ทันทีที่ประโยคนี้ถูกกล่าวออกมา ผู้หญิงทั้งสองคนก็ตัวสั่น
ไม่ ข้าลืมไป
ข้ายังไม่ได้คืนอาวุธวิญญาณให้นายน้อย จนทำให้เขาต้องเป็นคนพูดเพื่อเตือนข้า
ให้ตายสิ บ้าจริง! ทิ้งความประทับใจที่ไม่ดีไว้ให้นายน้อยซะแล้ว!
“ข้านี่มันงี่เง่า!”
ซูอี้หลิงตำหนิติเตียนตัวเองภายในใจหลายร้อยครั้ง
“นายน้อย มันสบายมาก!”
หลังจากนั้น ซูอี้หลิงก็หยิบเสื้อผ้าออกมาแล้วยื่นให้ซุนห่าวด้วยความเคารพ “ขอบคุณนายน้อยที่ให้ข้ายืมเสื้อผ้า ตอนนี้ ข้าคงต้องส่งคืนให้เจ้าของเดิม!”
เมื่อเห็นฉากนี้ ซุนห่าวก็ต้องตกตะลึง
มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ
ผู้หญิงไม่ชอบเสื้อผ้าสวยๆหรอ?
ทำไมถึงคืนมันให้ข้า?
หรือว่าเสื้อผ้าที่ข้าทำออกมาไม่ดีพออย่างงั้นหรอ?
ไม่น่าจะเป็นไปได้!
ข้าฝึกจนทักษะของข้าอยู่ในขอบเขตสูงสุดแล้ว ความหมายของคำว่าสูงสุดก็คือ จะไม่มีใครสามารถเอาชนะข้าได้!
ถ้างั้นก็แสดงว่าแม่นางอี้หลิงคงจะไม่ชอบเสื้อผ้าสวยๆอยู่แล้ว อนิจจา
“ไม่ต้องสุภาพนักหรอก”
ในตอนที่ซุนห่าวแสดงอาการไม่พอใจออกมาบนใบหน้า ซูอี้หลิงก็เห็นฉากนี้ได้อย่างชัดเจน
“ไม่นะ นายน้อยกำลังขุ่นเคือง เขาต้องโทษข้าที่ปฏิเสธสมบัติล้ำค่าที่เขามอบให้แน่นอน!”
"ข้าควรทำอย่างไรดี? ข้าจะชดใช้ความผิดของข้าได้อย่างไร?” นางมองไปที่หลัวหลิวหยานเพื่อขอความช่วยเหลือ
หลัวหลิวหยานเองก็ส่ายหัวตอบอย่างหมดหนทาง
“แม่นาง พวกเจ้าชอบชานี้รึเปล่า?” ซุนห่าวถามอย่างสุภาพ
“เราชอบ!” ทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน
“ถ้าชอบก็เอามันกลับไปดื่มที่บ้านด้วย!” หลังจากพูดแล้ว ซุนห่าวก็วิ่งออกจากศาลาไปที่ห้องเก็บของทันที
ผู้หญิงสองคนนั่งนิ่งไม่ขยับ สีหน้าของพวกนางมีแต่ความสับสน
เอาชารู้แจ้งกลับไปกินที่บ้าน!
เกรงว่าชาที่นายน้อยกำลังเอามาให้จะมีมากกว่าใบชารู้แจ้งทั้งดาวจือหยาง!
นายน้อยบอกว่าจะให้เรา?
ทำไมพวกข้าจะไม่เข้าใจเรื่องนี้กัน!
นี่เป็นการแสดงที่นายน้อยกำลังบอกพวกข้าว่าอย่าโลภ !
“ท่านอาจารย์ ข้าควรทำอย่างไร? ข้าควรทำอย่างไรดี?"
ซูอี้หลิงตกใจมากจนหน้าซีดด้วยความประหม่า
“อี้หลิง เราไม่สามารถรับใบชาแห่งการรู้แจ้งนี้ได้! แม้แต่ชารู้แจ้งเองก็ไม่อาจรับได้!” หลัวหลิวหยานกล่าว
“ท่านอาจารย์ ข้าเข้าใจเรื่องนี้ แต่เราได้ทิ้งความประทับใจที่ไม่ดีไว้ในใจของนายน้อย เราจะชดเชยมันได้อย่างไร?” ซูอี้หลิงถามด้วยความกลัว
“เจ้าทำได้แค่ดูสถานการณ์ไปเรื่อยๆ! แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าต้องไม่รุกรานนายน้อย” หลัวหลิวหยานอธิบาย
“อืม!” ซูอี้หลิงพยักหน้าให้ความมั่นใจกับเจ้านายของนาง
ผ่านไปไม่นาน ซุนห่าวก็เดินเข้ามาพร้อมกับหยิบถุงชาอย่างรวดเร็ว
“แม่นางทั้งสอง นำชาต้าหงเปาถุงนี้กลับไปด้วย!” ซุนห่าวกล่าว มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นท่าทางอันพอใจ
พวกเจ้าสามารถคืนเสื้อผ้าได้หากไม่ต้องการ
แต่หลังจากดื่มชาไปแล้ว จะเอากลับมาคืนก็ไม่ได้แล้วใช่รึเปล่า?
“ความเมตตาของนายน้อยเป็นสิ่งที่ยากจะลืมเลือน แต่เรารับชานี้ไว้ไม่ได้!” หลัวหลิวหยานกล่าวอย่างถ่อมตน
“รับไว้ไม่ได้เจ้าคะ นายน้อย!” ซูอี้หลิงกล่าว
ซุนห่าวตกตะลึง
เมื่อกี้พวกเจ้ายังบอกว่าชอบมันไม่ใช่หรอ?
พอข้าเอามาให้ พวกเจ้ากลับบอกว่าไม่ต้องการมันแล้ว
เป็นไปได้ไหมที่ผู้บ่มเพาะจะไม่สนใจเรื่องทางโลกเช่นนี้เลย?
เมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาวทั้งสองนาง ซุนห่าวก็ถอนหายใจอยู่ภายใน
“ในเมื่อทั้งสองคนไม่ต้องการมัน ข้าก็บังคับอะไรไม่ได้!”
“อย่างไรก็ตาม แม่นางหลิวหยานได้มอบทะเลสาบหยกให้ข้า ข้าก็ต้องมีของขวัญเล็กๆน้อยๆให้ทั้งสองคนด้วยเช่นกัน โปรดมากับข้า!" ซุนห่าวกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หญิงสาวทั้งสองก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก พวกนางเดินตามซุนห่าวและไปที่ห้องเรียน
ในห้องมีการประดิษฐ์ตัวอักษรและภาพวาดทุกชนิดแขวนไว้อยู่บนผนัง ตัวอักษรเหล่านั้น เหมือนสิ่งมีชีวิต มันราวกับจะบินออกมาได้ทุกเมื่อ
สัตว์ในภาพวาดเองก็ดูเหมือนกำลังจะทะลวงออกมาจากภาพ
“เต๋าปรากฏกาย! ในแต่ละภาพวาดมีเต๋าปรากฏกาย น่ากลัวมาก!”
“ท่านอาจารย์ ภาพวาดทุกภาพที่นี่ไม่อ่อนแอไปกว่าที่นายน้อยมอบให้พวกเราเลย!”
"ยิ่งไปกว่านั้น!"
หลัวหลิวหยานชี้ไปที่เครื่องเรือนรอบๆตัว “ข้ามองไม่ทะลุหินหมึกนั้น เกรงว่ามันจะเป็นอาวุธระดับสูงสุด!”
“พู่กันนั่นทำให้ข้าช็อค เพียงแค่เศษเสี้ยวพลังของมันก็เพียงพอที่จะเป่าให้ข้ากลายเป็นเถ้าแล้ว!
“กู่ฉินตัวนั่น มันน่ากลัว ข้าไม่กล้าเข้าใกล้!”
“ไม่ ไม่จริง แม้แต่โต๊ะตัวนั้นก็เป็นอาวุธระดับสูงสุดด้วย!”
……
ยิ่งเข้าไปข้างในก็ยิ่งทำให้พวกนางทั้งสองคนตกใจมากขึ้นเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะมีซุนห่าวเดินมาด้วย บางทีพวกนางอาจไม่กล้าแม้แต่จะย่างเท้าเข้ามาในห้อง สถานที่แบบนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ
นี่เป็นห้องสมบัติขนาดใหญ่! เมื่อนำทุกอย่างออกมา มันจะทำให้ทั้งโลกสั่นสะเทือน
หัวใจของทั้งสองเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้
“มีการประดิษฐ์ตัวอักษรและภาพวาดที่นี่ เลือกอะไรก็ได้ตามใจชอบ!” ซุนห่าวพูดอย่างสดใส
อะไรนะ?
ให้เราเลือก?
ไม่ใช่!
นายน้อยกำลังทดสอบพวกเราอยู่!
การทดสอบความโลภของเรา
หากเลือกสิ่งของดีๆ ภาพลักษณ์ในจิตใจของนายน้อยจะยิ่งแย่
พวกเราต้องเลือกอันที่แย่ที่สุด และต้องเอามาเพียงอันเดียว!
เมื่อคิดเช่นนี้ พวกนางสองคนก็มองหน้ากันและพยักหน้าพร้อมกัน
“ขอบคุณมาก นายน้อย!”
ต่อมา ทั้งสองคนก็เริ่มเลือกสิ่งของในห้องหนังสือ “มันเหมือนกับว่าเก้าอี้ตัวนี้จะแย่ที่สุด ไม่! นายน้อยบอกว่าให้เลือกการประดิษฐ์ตัวอักษรและภาพวาด เขาใช้สิ่งนี้เพื่อนั่ง ข้าเลือกเก้าอี้ไม่ได้!”
“ภาพวาด “พระอาทิตย์ขึ้น” ดูเหมือนจะโอเค มันควรจะแย่ที่สุด! ไม่ มันยังไม่ได้แย่ไปกว่าของชิ้นอื่นมากนัก! “
ผู้หญิงสองคนเดินไปมาพลางส่ายหัวเป็นครั้งคราว ในที่สุดพวกนางก็มองไปที่ตะกร้าไม้ไผ่พร้อมๆกัน ภายในตะกร้าไม้ไผ่มีรูปวาดหลายรูปถูกใส่ไว้
“นายน้อย นี่คือ?” หลัวหลิวหยานถาม
“นี่คือภาพร่างที่ข้ากำลังจะทิ้ง” ซุนห่าวกล่าว
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของหญิงสาวทั้งสองก็เปล่งประกาย
ภาพร่างที่กำลังจะทิ้ง?
นายน้อยตั้งใจหรือ?
นายน้อยเตือนให้พวกเราเลือกภาพหนึ่งภาพในตะกร้าไม้ไผ่นี้
ไม่มีอะไรต้องลังเลแล้ว
หลัวหลิวหยานหยิบม้วนกระดาษขึ้นมาแล้วกางออกเบาๆ ภาพวาดนี้มีร่างอันคลุมเครือของคนสองคน
มันเป็นภาพของชายและหญิงกำลังโอบกอดกันและกัน
บนภาพวาดมีอักษรเขียนไว้สองประโยคว่า:
แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่มีปีกเหมือนนกฟีนิกซ์สีสดใส
แต่ข้าก็รู้สึกได้ถึงการเต้นของหัวใจที่กลมกลืนกันของยูนิคอร์นอันศักดิ์สิทธิ์
สัมผัสที่หนักแน่นและความเห็นอกเห็นใจราวกับสึนามิพุ่งเข้าหาพวกนางสองคน มันรุนแรงกว่าภาพความรักเป็นร้อยเท่า!
ภาพความรักส่วนใหญ่จะเป็นเส้นทางแห่งความรัก ในขณะที่ภาพของความรักซึ่งกันและกัน
มันเป็นภาพแห่ง
ความเมตตาที่สมบูรณ์!
ในตอนนี้ ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความตกใจ หัวใจของพวกนางเต้นแรงอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“ฮึ่ม…”
หลังจากถอนหายใจอย่างโล่งอก หลัวหลิวหยานก็มองไปที่ซูอี้หลิงก่อนจะพูดอย่างจริงจัง "เจ้าเข้าใจไหม?"
“ศิษย์เข้าใจ!”
ซูอี้หลิงพยักหน้า "นายน้อยปลุกเราให้ตื่นขึ้นก่อนแล้ว จากนั้นค่อยทบทวนเต๋าความเมตรา จากนั้นเขาก็จะทดสอบเรา! โชคดีที่เราไม่โลภ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ได้เห็นสมบัติอันล้ำค่าเช่นนี้!”
หลัวหลิวหยานยิ้มออกมาอย่างมีความสุขพร้อมกับเก็บภาพวาดไว้ราวกับว่ามันคือสมบัติอันล่ำค่าที่สุดในโลก