ข้ายินดีที่จะปกป้องท่าน!

หวงหรูเหม่ยมองไปที่ซุนห่าว นางพยายามจะกล่าวอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไป ท่าทางของนางเต็มไปด้วยความอึดอัด


“หรูเหม่ย เจ้ามีอะไรจะถามข้าหรือ?” ซุนห่าวกล่าว


“นายน้อย ท่านต้องการเปิดโรงหมอในเมืองเจียงหยางหรือ?” หวงหรูเหม่ยถาม


เมื่อซุนห่าวได้ยินคำถามของนาง ดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย


ผู้หญิงคนนี้ใช้ได้ แค่ข้าพูดออกไปไม่กี่ประโยค นางก็เดาได้แล้วว่าข้าคิดกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ น่าทึ่ง!


"ใช่" ซุนห่าวตอบกลับ


“ท่านกำลังหาผู้ฝึกตนเพื่อที่จะปกป้องใช่หรือเปล่า?” หวงหรูเหม่ย ถามอีกครั้ง


“อืม!” ซุนห่าวพยักหน้า


“นายน้อย ถ้าท่านไม่รังเกียจ ข้ายินดีที่จะปกป้องท่าน!” หวงหรูเหม่ยกล่าวว่า


"เจ้า?" ซุนห่าวมองไปที่หวงหรูเหม่ยขึ้นๆลงๆ เขาจ้องมองไปที่นางอย่างว่างเปล่า หวงหรูเหม่ยไม่มีออร่าของผู้ฝึกตนเลย แล้วจะปกป้องเขาได้อย่างไร?


“เจ้าปกป้องข้าได้?” ซุนห่าวถาม


หวงหรูเหม่ยยิ้มขึ้นก่อนจะเดินไปหาซุนห่าว นางเหยียดมือที่ราวกับไร้กระดูกออกไปจับซุนห่าว “นายน้อย มากับข้า!”


"ได้!" ซุนห่าวตามหวงหรูเหม่ยไปด้วยความสงสัย ในหัวของเขาเริ่มเกิดความวิตกกังวลขึ้น


นางคงไม่ใช่ผู้ฝึกตนใช่ไหม?


ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง มันจะมีปัญหามากมายตามมา


นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้สัมผัสถึงความรู้สึกต่างๆที่ข้าไม่เคยได้รู้สึก


ทุกวันนี้ ทั้งสองคนเข้ากันได้ดี พวกเขาสนิทสนมกันราวกับเป็นคู่ฝึกเต๋า ความรู้สึกต่างๆยากที่จะแก้ไขแล้ว


ถ้านางกลับมาพูดกับเขาว่า นางไม่ต้องการเขาอีก… เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ หัวใจของซุนห่าวก็สั่นสะท้าน


“นายน้อย ข้าขอพาท่านบินได้รึเปล่า?” หวงหรูเหม่ยถาม


“บิน?” ดวงตาของซุนห่าวเป็นประกาย เขาใฝ่ฝันไว้ว่าจะบินไปทั่วโลก สนุกไปกับตัวเองและมีหญิงงามนางนี้บินไปเคียงข้างกันกับเขา


"ได้สิ" ซุนห่าวพยักหน้า


“นายน้อย โปรดมายืนตรงนี้หน่อย”


"แบบนี้หรือ?"


“ใกล้อีกหน่อย”


“แบบนี้ได้ไหม?”


"กอดข้าไว้แน่นๆ"


“อย่างนั้นเกรงว่าจะไม่ค่อยดี”


“ถ้าท่านพลัดตก ข้าอาจจะตามไปคว้าท่านไว้ไม่ทัน!”


“อืม กอดแค่นี้ได้รึเปล่า?”


“แน่นกว่านี้หน่อย” เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ ซุนห่าวก็โอบแขนของเขาไว้รอบเอวของหวงหรูเหม่ยแน่น


กลิ่มหอมพัดเข้ามาที่ใบหน้าของเขา และมีบางอย่างแปลกๆกำลังสัมผัสกับหน้าอกของเขา ทำให้ร่างกายของซุนห่าวตอบสนองไปโดยไม่รู้ตัว


ใบหน้าของหวงหรูเหม่ยเปลี่ยนเป็นสีแดง นางกอดซุนห่าวไว้แน่นพลางกล่าว "ข้ากำลังจะเริ่มแล้ว"


"ตกลง!"


“ฟึบ…” ทั้งสองคนค่อยๆทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า เพียงไม่กี่ลมหายใจ พวกเขาก็บินขึ้นมาสูงกว่าหอคอยหินแล้ว


“หือ ดูเหมือนว่าหอคอยนี้จะมีบางส่วนที่หาย!” ซุนห่าวตกใจ


“ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้น!” หวงหรูเหม่ยพยักหน้า


ในสายตาของซุนห่าว พื้นดินเริ่มห่างจากตัวเขาออกไปเรื่อยๆ ภาพของหอคอยหินเริ่มหดตัวลงอย่างรวดเร็ว


ในไม่ช้าอาการวิงเวียนศีรษะก็มาเยือน เขากอดหวงหรูเหม่ยแน่นไม่กล้าปล่อย


“เป็นอย่างไรบ้าง” หวงหรูเหม่ยถาม


“ นี่คือการบินสินะ มันรู้สึกดีมาก!" ซุนห่าวกล่าว


“นายน้อย นี่ยังไม่ใช่การบิน ต่อจากนี้ต่างหากคือการบิน ข้าจะเร่งความเร็วแล้ว!”


“บูม … ” มีเสียงคำรามดังขึ้นในหูของซุนห่าว ร่างของเขาพุ่งลงจากท้องฟ้าเหมือนนั่งรถไฟเหาะ การเร่งความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวทำให้เขาหายใจไม่ออกอยู่ชั่วครู่นึง ภายในอกของเขา หัวใจเต้นแรงจนราวกับว่ามันกำลังจะกระโดดออกมา


“วู้ …” แรงลมพัดปะทะใบหน้าซุนห่าวอย่างรุนแรง ทำให้เขาเจ็บปวดอยู่ครู่หนึ่ง ซุนห่าวไม่สามารถแม้แต่จะลืมตาขึ้นมามองได้


น่ากลัว มันน่ากลัวมาก หัวใจของซุนห่าวเต้นแรงจนไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งไม่สบายแล้วก็อึดอัดมาก


“หรูเหม่ย หยุด…หยุด หยุด ให้ข้าได้พักหายใจหน่อย!” หวงหรูเหม่ยเริ่มบินช้าลงและค่อยๆหยุด นางมองไปยังซุนห่าวที่มีเหงื่อออกมาบนใบหน้า และดวงตาของนางก็เปล่งประกายด้วยแสงประหลาด


“ขอบเขตของนายน้อยนั้นยากที่จะจินตนาการถึงจริงๆ เขาแกล้งทำเป็นคนธรรมดาได้เหมือนมาก แม้แต่ข้าก็ยังมองไม่เห็นความแตกต่างแม้แต่น้อย!”


“นายน้อย อาการดีขึ้นแล้วหรือ?” หวงหรูเหม่ยถาม


“หรูเหม่ย พาข้ากลับช้าๆ ความเร็วของเจ้าเกือบจะเท่ากับความเร็วของเครื่องบิน” ซุนห่าวกล่าว


"เครื่องบิน?" หวงหรูเหม่ยงุนงง


“มันเป็นอาวุธวิญญาณที่บินได้ ผู้คนสามารถนั่งในนั้นได้” ซุนห่าวอธิบาย


“นายน้อยหมายถึงเรือเหาะ? เรือเหาะไม่ได้เร็วขนาดนั้นหนิ” หวงหรูเหม่ยกล่าว


"เดี๋ยวก่อน"


“มันต้องกินศิลาวิญญาณด้วยหรือ?”


“ไม่ มันใช้น้ำมันก๊าซ”


“น้ำมันก๊าด?”


หวงหรูเหม่ยมองไปที่ซุนห่าวด้วยความชื่นชม


ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องเหล่านี้มาก่อนเลย มันคงเป็นสิ่งที่มีในโลกชั้นสูง ดูเหมือนว่านายน้อยจะมาจากโลกที่สูงกว่านี้


“นายน้อย ท่านน่าทึ่งมาก ท่านเต็มไปด้วยความรู้มากมาย” หวงหรูเหม่ยกล่าว


เมื่อเห็นดวงตาที่ร้อนแรงของหวงหรูเหม่ย ซุนห่าวก็รีบถอนสายตาของเขากลับมา


เรื่องเหล่านี้เป็นความรู้พื้นๆ ทีหลังข้าไม่ควรกล่าวลวกๆอะไรออกไป เพราะอย่างน้อยก็ได้รู้แล้วว่าหวงหรูเหม่ยเองก็เป็นผู้ฝึกตนเช่นกัน ดังนั้นข้าต้องระวังและไม่รบกวนนางมากนัก


“ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี พาข้ากลับเถอะ!”


“เจ้าค่ะ นายน้อย!” หวงหรูเหม่ยเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้งจนซุนห่าวเกือบจะอาเจียนออกมา


เขาตะโกนบอกให้ช้าลงจนความเร็วของหวงหรูเหม่ยลดลงจนเหลือหนึ่งในสิบ ด้วยความเร็วระดับนี้ มันก็ทำให้เขารู้สึกสบายขึ้นมาก


ดูเหมือนว่าสำหรับร่างกายของคนธรรมดา แม้แต่การบินก็นับเป็นการทดสอบชนิดหนึ่ง


เมื่อกลับมาที่ลานหน้าบ้าน ซุนห่าวก็พูดขึ้น “หรูเหม่ย ทำไมเจ้าถึงไม่มีลมหายใจของผู้ฝึกตนล่ะ?”


“ข้าใช้เทคนิคการเพาะปลูกพิเศษที่สามารถซ่อนลมหายใจของข้าได้” หวงหรูเหม่ย อธิบาย


ซุนห่าวแอบพยักหน้าหลังจากได้ยินเรื่องนี้


อย่างนี้นี่เอง


“หรูเหม่ย ในอนาคต เราจะมีการเรียนรู้ใหม่เพิ่มขึ้น นั่นก็คือ ให้เจ้าพาข้าบินจนกว่าข้าจะปรับตัวได้เต็มที่ แล้วเราจะไปที่เมืองเจียงหยางกัน เป็นอย่างไร?”


“หรูเหม่ยจะปฏิบัติตามคำสั่งของนายน้อย” หวงหรูเหม่ยเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย


“เอาล่ะ มาดูหอคอยหินนี้กัน!” ซุนห่าวเงยหน้าขึ้นไปมองที่หอคอยหินที่สูงตระหง่านเหนือท้องฟ้า


หอคอยหินนี้มีหลายสิบชั้น ถ้าวัดความสูงของมันจากสายตา อย่างน้อยก็ต้องสูงถึงสองสามร้อยเมตร


หากซุนห่าวไปยืนอยู่บนนั้น เขาจะสามารถเห็นทิวทัศน์ได้ทั้งภูเขา มันเป็นแท่นหินสำหรับการมองสำรวจที่ต่างๆ เมื่อเทียบกับการบิน มันปลอดภัยกว่ามาก


“เจ้าค่ะ นายน้อย” ทั้งสองเดินไปยืนอยู่เบื้องหน้าของหอคอยหิน ซุนห่าวตบไปที่ประตูเบาๆ


“ปัง…”


เสียงทื่อๆดังขึ้น


“นายน้อย ให้ข้าลอง!” หวงหรูเหม่ยโคจรพลังปราณในร่างกายของนาง และดึงความแข็งแกร่งของร่างกายออกมาผสานเข้ากับฝ่ามือแล้วปล่อยมันเข้าใส่ประตูหิน


“ฮึ่ม…”


เกิดเสียงขึ้นที่ประตูหิน


และฝุ่นที่เกาะอยู่ก็เริ่มหลุดออกมา เผยให้เห็นรอยเส้นที่ซับซ้อนจนหาที่เปรียบมิได้ มันราวกับเป็นความลึกลับของชีวิตในบรรพกาล


หลังจากที่พลังของหวงหรูเหม่ยถูกถ่ายเทลงในเส้นเหล่านั้น มันก็เปล่งแสงสีแดงขึ้นและเริ่มไหลไปตามทาง


อย่างไรก็ตาม


ถึงแม้ว่าหวงหรูเหม่ยจะดึงพลังทั้งหมดออกมาจากตันเถียนแล้ว แต่นางก็ยังไม่สามารถเติมเส้นต่างๆได้ครบอยู่


หวงหรูเหม่ยรีบดึงพลังของนางกลับคืนมา นางสัมผัสไปที่ประตูหินด้วยความตกตะลึงที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง


“นี่คือรูปแบบอาคมที่เก่าแก่มาก อย่างน้อยก็ต้องถูกสร้างขึ้นในยุคกลาง!”


“หอคอยหินนี้ไม่ธรรมดา!”


หวงหรูเหม่ยยืนอยู่ข้างหน้าซุนห่าวแล้วกล่าวขอโทษออกมา “นายน้อย ความแข็งแกร่งของข้าต่ำเกินไปที่จะเปิดมัน”


"ไม่เป็นไร!"


“เจ้าไม่จำเป็นต้องบังคับให้มันเปิด!”


ซุนห่าวสัมผัสแนวเส้นที่ประตูหินก่อนจะส่ายหัวไปมา “ใครเป็นคนแกะสลักเส้นพวกนี้? ทักษะการแกะสลักของพวกเขาแย่มาก ให้ข้าลองแก้งานดู!”


ซุนห่าวหยิบมีดแกะสลักออกมาจากห้องแกะสลักและยืนอยู่หน้าประตูหิน


“นายน้อย ท่านจะทำอะไร” หวงหรูเหม่ยถาม


“ข้าคิดว่า มันมีบางเส้นที่หายไป แถมยังมีอยู่หลายจุดที่ทำออกมาไม่ดี ข้าจะลองแก้หน่อย!” ซุนห่าวกล่าว


"อะไรนะ?" หวงหรูเหม่ยตกตะลึง


รูปแบบโบราณนี้ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ทรงอำนาจอย่างแน่นอน แต่นายน้อยกลับบอกว่ามันแย่มากอย่างงั้นหรือ?

ไม่มีทาง?


เขาถือว่าตัวเองเป็นมนุษย์จริงหรือ? มองภายนอก สิ่งนี้อาจจะดูธรรมดา แต่ในความเป็นจริง มันซับซ้อนอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ต้องพูดถึงการซ่อมแซมมัน แม้แต่การสัมผัส มันก็จะตอบโต้กลับอย่างรุนแรงแล้ว


วินาทีถัดมา นางก็ต้องตกตะลึงเป็นเวลานาน


นางเห็นมีดแกะสลักอยู่ในมือของซุนห่าวยืดหยุ่นได้เหมือนกับมังกร มันแกะสลักรูปแบบอาคมโบราณโดยไม่มีการโต้กลับใดๆจากประตูหิน เส้นต่างๆเริ่มปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว


ตอนก่อน

จบบทที่ ข้ายินดีที่จะปกป้องท่าน!

ตอนถัดไป