พบพ่อแม่
ภายในคฤหาสน์ที่ใหญ่โต ในห้องรับแขกมีชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟา ชายวัยกลางคนมีหน้าตาหล่อเหลาคมเข้ม อ่อร่ารอบๆตัวเขาที่แผ่ออกมามีบรรยากาศของการกดขี่ของผู้ที่อยู่เหนือกว่าอยู่ ส่วนหญิงวัยกลางคนหน้าตางดงามหมดจด สามารถพูดได้เลยว่าตอนที่เป็นสาวๆ คงเป็นหญิงงามล่มเมืองเเน่ แต่ว่าตอนนี้ใบหน้าหญิงวัยกลางคนคนนี้หม่นหมองเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าในตอนนี้ลูกชายของเธอนั้นได้หายตัวไปเป็นเวลาสามเดือนกว่าๆแล้ว
สามเดือนผ่านไปแล้วแต่ก็ยังคงไร้วี่แววของลูกชาย
"คุณค่ะ ยังหาตัวเทียนเออร์ไม่พบอีกหรอค่ะ" หญิงวัยกลางคนถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล เธอมีลูกชายเพียงแค่คนเดียวถ้าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของเธอ เธอคงจะอยู่ไม่ได้แน่นอน
"ยังเลย เอ่อ...ที่รักผมว่าคุณเตรียมใจเอาไว้หน่อยก็ดีน่ะ" ชายวัยกลางคนพูดขึ้นมาด้วยความเศร้าๆ เขาเองก็เศร้าไม่ต่างจากภรรยาหลังจากที่ได้ยินข่าวเรื่องลูกชาย
คนที่หายไปนั้นเป็นลูกชายของเขาทั้งคนมันคงเป็นเรื่องแปลกที่เขาจะเศร้าเสียใจ
ชายวัยกลางคนคนนี้มีชื่อว่า หลินเซียวหยุน เป็นผู้นำตระกูลหลินแห่งเย่นจิง ส่วนหญิงวัยกลางคนมีชื่อว่าจี้ถิงเป็นภรรยาของหลินเซียวหยุน
หลินเซียวหยุนกังวลเกี่ยวกับเรื่องของลูกชายเขาเป็นอย่างมาก ลูกชายของเขาขับรถตกภูเขา ดูยังไงก็ไม่น่าจะรอด ถึงแม้ว่าในตอนที่เขาส่งคนไปตรวจสอบจะพบเห็นเพียงซากรถอย่างเดียวไม่พบเห็นคนภายใน แต่เขาก็ปักใจเชื่อเกินกว่าครึ่งแล้วว่าลูกชายของเขาไม่น่าจะรอด เพราะฉะนั้นเขาจึงพูดให้ภรรยาของเขาเตรียมตัวเอาไว้ เผื่อว่าเมื่อพบร่างของลูกชายแล้วเธอจะไม่เสียใจจนเกินไป
เมื่อจี้ถิงได้ยินคำพูดของสามีที่ให้เธอเตรียมใจเอาไว้ ดวงตาทั้งสองข้างของเธอก็เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาทันที จากนั้นเธอก็ร้องไห้ออกมา อันที่จริงเธอก็รู้ว่าเปอร์เซ็นต์ที่ลูกชายของเธอจะมีชีวิตรอดอยู่นั้นมันน้อยเป็นอย่างมาก ขับรถตกเขาขนาดนั้นเธอเปอร์เซ็นต์ที่จะรอดนั้นต่ำกว่า 50 แต่ว่าเธอก็ยังเชื่อว่าลูกชายเพียงคนเดียวของเธอจะต้องยังคงมีชีวิตอยู่ ถึงแม้ความหวังจะหริบหรี่ก็ตาม
เมื่อเห็นภรรยาร้องไห้หลินเซียวหยุนก็รีบเข้าไปปลอบเธอทันที เขาเข้าไปนั่งข้างๆเธอจากนั้นก็ดึงเธอมาสวมกอดพร้อมกับลูบหลังเธอเบาๆเพื่อปลอบประโลม
หลินเทียนรีบรุดมายังบ้านของตัวเอง เขาเข้าไปในห้องรับแขกและพบชายหญิงวัยกลางคนกำลังสวมกอดกัน หญิงวัยกลางคนกำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของชายวัยกลางคน
หลินเทียนร่างกายเห็นทั้งสองคนร่างกายของเขาก็ได้สั่นสะท้านทันที เขาเผลอตัวจนถูกหลินเซียวหยุนจับได้
''ใคร!!''
หลินเซียวหยุนที่กำลังปลอบภรรยานั้น จู่ๆเขาก็สัมผัสได้ว่ามีใครบางคนเข้ามาข้างหลังเขาอย่างเงียบๆ มันทำให้เขาไม่พอใจมากดังนั้นเลยตวาดออกมา หลินเซียวหยุนหันหลังกลับไปมอง แต่ว่าทันทีที่เขาหันหลังกลับไปมองเขาก็ต้องตกตะลึงขึ้นมาทันที คนที่อยู่ข้างหลังของเขาเป็นลูกชายของเขาเอง หลินเทียน หลินเซียวหยุนขยี้ตาตัวเองอีกครั้งด้วยความไม่อยากจะเชื่อ!
ทางด้านของจี้ถิงเมื่อเธอเห็นว่าสามีของตัวเองเงียบไปเธอก็หันไปมองทางที่สามีเธอมองเช่นกัน ทันทีที่เธอเห็นหน้าของหลินเทียน น้ำตาของเธอก็ไหลออกมาทันที เธอผละออกจากอ้อมกอดของหลินเซียวหยุนทันที จากนั้นเธอก็วิ่งไปยังตรงหน้าของหลินเทียน เธอเข้าไปจับแขนของหลินเทียน และถามออกมาด้วยความตื่นเต้น "เทียนเออร์ ...เป็นเทียนเออร์จริงๆใช่ไหม!!"
หลินเทียนที่ได้เห็นหน้าแม่อีกครั้งหลังจากที่ไม่เห็นมานานนับล้านๆปี จู่ๆน้ำตาทั้งสองสายก็ไหลออกมาจากดวงตาทั้งคู่ของเขา เขามองไปที่หน้าแม่ของของอย่างอ่อนโยน และกล่าวเรียกเบาๆ"แม่!"
เมื่อจี้ถิงได้ยินคำเรียกว่า แม่ จากปากของหลินเทียน เธอก็มั่นใจในทันทีว่านี่คือลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ หลินเทียน จี้ถิงไม่รอช้าเธอเข้าไปสวมกอดหลินเทียนทันที และร้องไห้ออกมาด้วยความตื่นเต้น!
ลูกชายของเธอ! ในที่สุดลูกชายของเธอก็ได้กลับมาแล้ว!!
ทางด้านหลินเซียวหยุนเมื่อเขาตั้งสติได้ เขาก็รีบเข้าไปกอดลูกชายและภรรยาทันที ในตอนนี้เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เขากลัวว่าจะสูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวคนนี้ไปซะแล้ว!
พวกเขาพ่อแม่ลูกกอดกันสักพักจากนั้น ก็ผละตัวออกมา จี้ถิงกุมมือของหลินเทียนและบอกให้เขานั่งลงบนโซฟา
เทียนเออร์ ลูกหิวรึเปล่า" จี้ถิงถามออกมาด้วยความเป็นห่วง ลูกของเธอหายตัวไปสามเดือนกว่า ในระหว่านั้นเขาต้องเผชิญอะไรมาบ้าง เขาได้กินอิ่มบ้างไหม นี่คือสิ่งที่จี้ถิงกังวล
หลินเทียนได้ยินคำถามของเเม่ตัวเอง เขาก็อึ้งไปสักพักและแปลกใจเล็กน้อย เขาคิดว่าแม่คงต้องถามเขาว่า เขารอดออกมาได้ยังไง ใครเป็นคนช่วยไว้อะไรทำนองนี้ แต่เขาไม่คิดว่าแม่จะถามว่าหิวรึเปล่า นี่มันทำให้หลินเทียนยิ้มออกมาทันทีและกล่าวว่า "แม่ ผมอยากกินซุปเนื้อฝีมือแม่"
"ได้ เดียวแม่จะทำให้สุดฝีมือเลย" เมื่อพูดจบจี้ถิงก็ไม่รอช้าและเข้าไปในครัวทันที อันที่จริงเธอก็อยากจะรู้ว่าลูกชายของเธอรอดออกมาได้ยังไง แต่เธอกลัวว่าเมื่อเธอถามออกไปแล้วมันอาจทำให้หลินเทียนต้องนึกถึงเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง
เพราะฉะนั้นเธอคิดว่า อยากให้เขาเล่าเมื่อตอนที่เขาอยากจะเล่าเอง
หลินเซียวหยุนมองตามหลังของภรรยาจากไปจากนั้นก็ยิ้มเบาๆ เขาหันมามองที่หลินเทียนจากนั้นก็กล่าวว่า "กลับมาก็ดีแล้ว"
หลินเทียนเมื่อได้เห็นความห่วงใยของพ่อ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาทันที พ่อก็ยังเป็นเหมือนเดิม ยังคงสุขขุมเยือกเย็นไม่เปลี่ยน หลินเทียนถามไถ่เกี่ยวกับสุขภาพของพ่อตัวเอง จากนั้นก็คุยเรื่องต่างๆ
หลังจากทั้งสองคนถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันไปพอประมาณจากนั้นก็คุยเรื่องทั่วไปจนกระทั้งเมื่ออาหารเสร็จ จี้ถิงก็เรียกพวกเขาทั้งสองไปทานอาหาร
เมื่อหลินเทียนได้ทานอาหารฝีมือแม่อีกครั้ง ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็อดไม่ได้ที่จะแดงขึ้นมา นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้ทานอาหารฝีมือ นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้สัมผัสบรรยากาศของครอบครัว
"เทียนเออร์เป็นอะไรรึเปล่า ไม่อร่อยงั้นหรอ "จี้ถิงเห็นอาการผิดปกติของลูกชายเธอก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมา หรือว่าฝีมือของเธอจะตกลง
"อร่อยมากเลยครับแม่ อร่อยที่สุดในโลกเลย!" หลินเทียนกล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มให้กับจี้ถิง
จี้ถิงที่ได้เห็นรอยยิ้มมีความสุขของลูกชาย เธอก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมาทันที วันนี้เป็นวันที่เธอมีความสุขมากที่สุดในรอบสามเดือนนี้เลย
หลังจากที่พวกเขาทั้งสามทานอาหารเสร็จ จี้ถิงก็บอกให้หลินเทียนขึ้นไปพักผ่อนบนห้องเนื่องจากเธอกลัวว่าหลินเทียนจะเหนื่อย