ลุงฉิน
หลินเทียนเดินขึันไปบนห้องตามความทรงจำเก่าของเขา เขาเข้าไปสำรวจภายในห้องด้วยความคิดถึงและคนึงหา นี่มันนานมากแล้วที่เขาไม่ได้กลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง ทุกๆอย่างคงเป็นเช่นเดิมดั่งความทรงจำของเขา
หลังจากที่สำรวจในห้องเล็กน้อยหลินเทียนก็ได้นั้งขัดสมาธิอยู่บนเตียงของตนเอง เขาทบทวนความคิดของตัวเองตอนที่เขากลับมาถึงบ้านเขาสัมผัสได้ถึงพลังบ่มเพาะของพ่อกับแม่ของเขา พ่อของเขานั้นอยู่ในระดับหล่อเลี้ยงลมปราณขั้นกลาง ส่วนแม่ของเขาอยู่ในระดับควบแน่นลมปราณขั้นสุดยอด หลินเทียนไม่อยากจะเชื่อว่าพ่อแม่ตัวเองจะเป็นผู้บ่มเพาะ พวกเขาไม่เคยบอกเรื่องนี้กับตนเองเลย
และตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเองก็ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับผู้บ่มเพาะด้วย ทำไมทั้งสองคนไม่ยอกเขาเรื่องนี้?
หลินเทียนค่อยๆรวบรวมความทรงจำของเขาทั้งหมดตั้งแต่ตอนที่เขาลืมตาดูโลกจนกระทั้งเขาหลุดเข้าไปในโลกแห่งการบ่มเพาะ แน่นอนสำหรับหลินเทียนที่เป็นเทพมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาที่อยากจะรู้ความทรงจำทั้งหมดที่เขาประสบมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก
หลังจากจมอยู่ในความทรงจำของตนเองเป็นเวลานานจนไม่รู้เวลา หลินเทียนก็รับรู้ว่าเขาไม่เคยมีความทรงจำเกี่ยวกับผู้บ่มเพาะเลย ในขณะที่เขาเตรียมที่จะสำรวจความทรงจำของตนเองอีกครั้งทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ว่ามีแขกมาที่บ้านของเขา
ภายในห้องรับแขก
“เหลาฉินนายมาทำอะไรที่บ้านของฉันอย่างงั้นหรอ?” หลินเซียวหยุนถามฉินลั่วด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง วันนี้เป็นวันที่เขามีความสุขมากเนื่องจากว่าลูกชายของเขาหลินเทียนได้กลับมาแล้ว เขาในตอนนี้อยู่ในอารมณ์ที่ยิ้มแย้มเเจ่มใสอย่างที่สุด
ฉินลั่วหรือผู้นำตระกูลฉินแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทางก็แสดงออกของหบินเซียวหยุน ‘เหตุใดวันนี้เหลาหลินดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ หรือว่าจะมีข่าวดี’ ฉินลั่วคิดในใจอย่างเงียบๆ
เขาไม่รู้ว่าหลินเซียวหนุนเป็นอะไรกันแน่ทำไมถึงได้อารมณ์ดีจนออกนอกหน้าขนาดนี้
“เหลาหลินเรื่องของเสี่ยวเทียนมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง”ในที่สุดฉินลั่วก็ได้เปิดปากกล่าวประเด็นที่เขาที่นี่ในวันนี้ทันที
คำพูดที่ดูเป็นกังวลและการเปิดประเด็นที่ตรงไปตรงมาของฉินลั่วนี้ทำให้หลินเซียวหยุนอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ
"ท่าทางนายแปลกๆมีอะไรงั้นหรอ'' หลินเซียวหยุนถามด้วยท่าทางสงสัย อันที่จริงเขาอยากจะบอกฉินลั่วว่าหลินเทียนนั้นกลับมาแล้ว เพียงแต่ว่าเขากลับเปลี่ยนใจเขาอยากรู้ว่าฉินลั่วมีปัญหาอะไร ฉินลั่วคงไม่ถามหาข่าวของลูกชายของตนได้ไร้เหตุผลหรอก
“เหลาหลินอันที่จริงที่ฉันมาวันนี้มันเกี่ยวข้องกับการหมั้นของเสี่ยวเทียนกับเสวี่ยเออร์ของฉัน”
“มีอะไรงั้นหรอ?เกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวเสวี่ยหรือเปล่า?” หลินเซียวหยุนถามอย่างเป็นห่วง เขารู้จักกับลูกสาวของฉินลั่ว
เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่สวยและฉลาดเป็นอย่างมาก ด้วยคุณสมบัติที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบของเธอเขาจึงได้หมั้นลูกชายของตัวเองกับเธอเพื่อให้เธอดูแลลูกชายของเขาในอนาคต ดังนั้นหลังจากได้ยินคำพูดที่ค่อนข้างจริงของฉินลั่วหลินเซียวหยุนอดไม่ได้ที่จะเป็นกังวล
“เมื่อวานต้วนเซ่าเฟิงมาที่ตระกูลของฉัน เขามาคุยกับฉันเกี่ยวกับการหมั้นลูกชายของเขากับเสวี่ยเออร์” ฉินลั่วตอบกลับมาด้วยเสียงที่เบา
“เขาไม่รู้งั้นหรอว่าลูกสาวของนายมีคู่หมั้นอยู่แล้ว”หลินเซียวหยุนได้ยินคำพูดของฉินลั่วเขาก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วถาม
“เขารู้ว่าลูกสาวของฉันหมั้นกับเสี่ยวเทียนแล้ว แต่ว่าเขาบอกว่าเสี่ยวเทียนนั้นได้ตายไปแล้วแล้ว คนเป็นไม่สามารถแต่งงานกับคนตายได้”
“แล้วนายคิดจะทำยังใง นายคิดที่จะให้ลูกสาวของรายไปแต่งงานกับลูกชายของต้วนเซ่าเฟิงอย่างงั้นหรอ” หลินเซียวหยุนถามออกมา
“แน่นอนว่าฉันไม่อยากให้ลูกสาวของฉันไปแต่งงานกับลูกชายของต้วนเซ่าเฟิง ลูกชายของมันขึันชื่อว่าเป็นจอมวายร้ายและเป็นเพลบอยของเมือง ถ้าเกิดว่าฉันส่งลูกสาวฉันไปนายคิดว่าลูกสาวฉันจะมีความสุขงั้นหรอ "ฉินลั่วกล่าวออกมาด้วยเสียงเเข็ง เขาไม่ยอมให้ลูกสาวของตนเองตกไปอยู่ในเงื้อมมือของคนสารเลวเช่นนี้ได้
“แล้วทำไมนายไม่ปฎิเสธมันไปล่ ถ้านายปฏิเสธมันไปมันก็คงไม่สามารถทำอะไรได้” หลินเซียวหยุนไม่เข้าใจ ทำไม่ปฎิเสธไปเลยตั้งแต่แรกล่ะจะได้จบไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจ
"ถ้าฉันทำได้ฉันคงทำไปแล้วล่ะ แต่ว่าฉันทำไม่ได้นะสิ '' ฉินลั่วกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ
“ทำไมได้?ทำไมงั้นหรอ”
“ก็ไอ้ต้วนเซ่าเฟิงนะสิมันบอกว่าถ้าเกิดว่าฉันยกลูกสาวของฉันให้หมั้นกับลูกชายของมันมันจะถือว่าหักล้างบุญุคุณที่พ่อของมันช่วชีวิตพ่อของฉัน”
“นายก็รู้ว่าพ่อของฉันให้ความสำคัญกับการตอบแทนบุญคุณคนมาก ตอนนี้ถ้าไม่อยากให้ลูกสาวของฉันไปตกอยู่ในมือของคนตระกูลต้วนละก็คงมีแค่ทางเดียวเท่านั้น นั้นก็คือภาวนาให้เสี่ยวเทียนกลับมาแล้ว”
“นายวางใจเถอะเรื่องนี้ไม่มีอะไรให้กังวล” หลินเซียวหยุนกล่าวด้วยความผ่อน แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรให้น่ากังวลเพราะว่าตอนนี้ลูกชายของเขาได้กลับมาแล้ว แน่นอนว่าหลินเซียวหยุนไม่กังวลไม่ใช่ว่าฉินลั่วจะไม่กังวลตามไปด้วย
“เหลาหลินนายมีวิธีงั้นหรอ”ฉินลั่วถามออกมาอย่างมีความหวัง
“วิธีงั้นหรอฉันไม่มีหรอก แต่ว่าฉันมีคน” หลินเซียวหยุนกล่าวพร้อมกับยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเลห์
“นายหมายความว่ายั-” ยังไม่ทันที่ฉินลั่วจะพูดจบสายตาของพลันเห็นคนๆหนึ่งยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าห้องรับแขก ปรากฎความตกตะลึงในสาตาของเขาทันทีหลังจากเห็นร่างๆนั้น!
“ส...เสี่ยวเทียน!!”
หลินเทียนเดินเข้ามามาภายในห้องรับแขกเขาเดินไปนั่งด้านข้างพ่อของเขาจากนั้นก็ทักทายฉินลั่ว
"ลุงฉิน ไม่พบกันนานนะครับ"
แน่นอนว่านานสำหรับฉินลั่วนั้นแค่สามเดือนเท่านั้น แต่ว่าสำหรับหลินเทียนนั้นนับล้านๆปี ดังนั้นนานสำหรับนั้นมันนานมากจริงๆ
ฉินลั่วตั้งสติสักพัก เขามองไปทางหลินเทียนจากนั้นก็เอ่ยถามออกมา
“เสี่ยวเทียนนายกลับมาเมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกลุง รู้ไหมว่าลุงเป็นห่วงมาก”
“ผมเพิ่งกลับมาเมื่อเช้านี้เองครับ กลับมาบ้านแม่บอกให้ไปพักผ่อนเลยไม่มีโอกาศได้บอกลุง” หลินเทียนกล่าวออกมาพร้อมกังยิ้มเล็กน้อย
“ทีนี้ก็หายกังวลแล้วน่ะเหลาฉิน ตอนนี้คนก็ได้กลับมาแล้ว”หลินเซียวหยุนกล่าวกับฉินลั่วด้วยรอยิ้ม
“แน่นอนว่าไม่กังวลแล้ว แต่ว่าเหลาหลินทำไมนายไม่บอกฉันตั้งแต่แรกละว่าเสี่ยวเทียนกลับมาแล้ว ปล่อยให้ฉันกลุ้มใจซะนาน”
“ถ้าฉันบอกนายแต่แรกฉันก็คงไม่รู้สิว่าพวกตระกูลตระต้วนอยากได้ลูกสะใภ้ของฉัน” หลินเซียวหยุนกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างได้ใจ
“เฮ้อ เหลาหลินนายแน่มาก”
หลังจากที่ฉินลั่วพูดคุยกับหลินเซียวหยุนและหลินเทียนสักพัก เขาก็ขอตัวกลับไปจัดการธุระที่ตระกูล ก่อนกลับฉินลั่วได้ชวนให้หลินเทียนไปทานข้าวที่บ้าน หลินเทียนตอบตกลงเขากล่าวว่าเวลาว่างๆเขาจะไป
หลินเทียนลุกขึ้นเตรียมตัวที่จะเดินจากไปจู่ๆพ่อของเขาก็เอ่ยขึ้น “เทียนเออร์เดี๋ยวก่อน พ่อมีเรื่องจะคุยด้วย”