มหาวิทยาลัย(2)
สนามบินเจียงไห่
ตรงทางเข้าออกสนามบิน ปรากฏชายสามคนกำลังยืนรอใครบางคนอยู่อย่างใจจดใจจ่อ
ชายสามคน สองคนเป็นชายวัยกลางคน ส่วนอีกคนเป็นเด็กหนุ่มอายุราวๆ 18-19 ปี หน้าตาของเด็กหนุ่มเรียกได้ว่าหล่อเหลาเป็นอย่างมาก
จมูกที่มีสัน ดวงตาสีน้ำตาลราวกับน้ำผึ้ง และริมฝีปากเล็กๆสุดเย้ายวน ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอดไม่ได้ที่เหลือบไปมองเด็กหนุ่มสักคราสองคราอย่างหวั่นใจ
"เสี่ยวจิน คนขับรถยังไม่มาอีกอย่างงั้นหรอ?" เด็กหนุ่มเอ่ยปากถามหนึ่งในชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆอย่างเบื่อหน่าย
"นายน้อยหลินครับ ผมได้โทรไปถามแล้วครับ ทางนั้นบอกว่ารถมีปัญหานิดหน่อย อีก10 นาทีรถน่าจะมาถึงครับ" เสี่ยวจินกล่าวตอบด้วยความเคารพ เขาไม่กล้าเสียมารยาทกับทายาทของ1ใน5ตระกูลใหญ่ของเย่นจินเป็นอันขาด ยิ่งไม่ต้องไปพูดถึงตระกูลหลินที่เเข็งแกร่งเป็นอันดับ1ในบรรดาตระกูลใหญ่
'ถ้ารู้แบบนี้ฉันน่าจะไปด้วยตัวเองดีกว่า' หลินเทียนกล่าวภายในใจ
ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน เขาคือหลินเทียนที่ได้มาถึงเจียงไห่แล้วนั้นเอง ส่วนสองคนที่อยู่ข้างๆเขาเป็นบอดี้การ์ดที่พ่อของเขาเป็นคนจัดมาให้เพื่อดูแลความปลอดภัยของเขา ซึ่งแน่นอนว่าบอดี้การ์ดที่พ่อของเขาจัดมาให้นั้นไม่ธรรมดา พวกเขาทั้งสองคนต่างก็มีพลังบ่มเพาะระดับควบแน่นลมปราณทั้งคู่ ซึ่งคนที่มีพลังบ่มเพาะระดับนี้นั้นสามารถนั่งเก้าอี้ผู้นำตระกูลระดับกลางได้แล้ว
ประมาถ10นาทีผ่านไป
รถเมอร์ซิเดสเบนท์สีดำคันหนึ่งได้แล่นมาจอดข้างหน้าของกลุ่มหลินเทียนยืนอยู่ จากนั้นก็ได้มีชายวัยกลางคนหน้าพอใช้ได้เดินลงมาจากรถ และรีบวิ่งมาก้มหัวตรงหน้ากลุ่มของหลินเทียนด้วยความนู้สึกผิด
"น..นายน้อยหลินครับ ข..ขออภัยที่ต้องให้รอนานครับ" ติงไคกล่าวออกมาด้วยท่าทางประหม่า วันนี้เป็นเพราะความสะเพร่าของเขาที่ลืมเช็คสภาพรถ ทำให้มารับนายน้อยอันดับหนึ่งในเย่นจิงช้า ติงไคกังวลเป็นอย่างมากเขากลัวว่านายน้อยอันดับหนึ่งในเย่นจิงจะลงโทษเขาที่เขามารับช้า
"ไม่เป็นไร ไปกันเถอะ"หลินเทียนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจจากนั้นก็เดินไปที่รถ
"ห...ห๊ะ..อ่อ ครับๆๆ" ติงไคสตั้นเล็กน้อยที่หลินเทียนไม่สนใจที่เขามารับช้า ติงไครีบไปเปิดประให้หลินเทียน จากนั้นบอดี้การ์ดทั้งสองของหลินเทียนก็เดินเข้าไปในรถด้วยเช่นกันเพียงไม่นานรถก็แล่นออกจากสนามบินเจียงไห่
..............
ตระกูลจี้
รถของกลุ่มหลินเทียนได้เข้าไปในเขตคฤหาสน์ของตระกูลจี้ภายใต้การเปิดประตูของยามเฝ้าประตู
หลินเทียนลงจากรถเเละเดินเข้าไปภายในคฤหาสน์ที่ใหญ่โต ตามความทรงจำของหลินเทียนครั้งสุดท้ายที่เขามาที่ตระกูลจี้ก็คงเป็นช่วงที่เขาอายุประมาณ10-11ปี หลินเทียนหลับตาและซึมซับบรรยากาศของวันวาน 'เอ๊ะ พลังธรรมชาติของที่นี่เข้มข้นเป็นอย่างมาก เข้มข้นกว่าคฤหาสน์ตระกูลหลินเป็นสองเท่าเลย แปลกจัง' หลินคิดเงียบๆภายในใจ 'มีใครติดตั้งค่ายกลไว้งั้นหรอ?'
"นายน้อยครับ คุณตากับคุณยายของท่านได้รออยู่ข้างในห้องรับแขกแล้วครับ" หลินเทียนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจเงียบๆนั้นจู่ก็ได้มีเสียงติงไคมาขัดจังหวะเขา หลินเทียนตอบกลับ "อืม" เบาๆ จากนั้นก็ได้เข้าไปในคฤหาสน์
หลินเทียนเดินเข้าไปจนไปถึงห้องรับแขก ภายในห้องรับแขกปรากฏคน3อยู่ภายในห้อง เป็นชายแก่ 2 คน และหญิงชรา1คน แน่นอนชายหญิงแก่ 1คู่ หลินเทียนรู้จักเป็นอย่างดี นั้นก็คือคุณตากับคุณยายของเขานั้นเอง ส่วนชายแก่อีกคนหลินเทียนไม่รู้จัก แต่ก็คุ้นๆ
หลี่หรูกำลังพูดคุยกับสามีและลุงไป๋ จู่ๆเธอก็สัมผัสได้ถึงการมาถึงของหลินเทียน เธอหันหน้าไปมองที่ทางเข้าห้องรับแขก จากนั้นสายตาของเธอก็ตกไปที่หลินเทียนที่กำลังเดินเข้ามา "เทียนเออร์หลานมาแล้วงั้นหรอ มา มารีบมานั่งข้างๆยายเร็ว!" หลี่หรูที่ได้เห็นหลานชายของตัวเอง เธอก็ดีใจเป็นอย่างมาก ตอนที่เธอได้ยินข่าวว่าหลินเทียนประสบอุบัติเหตุ เธอตกใจเป็นอย่างมาก ช่วงนั้นเธอถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยที่เดียว โชคดีที่เธอเป็นผู้บ่มเพาะ สามารถอดอาหารได้ ไม่อย่างนั้นคงเกิดอะไรขึ้นกับเธอแน่ๆ
ในช่วงเวลาสามเดือนที่หลินเทียนหายตัวไปหลี่หรู ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนของตระจี้ไปตามตัวของหลินเทียนแต่ไม่พบร่องรอย ในช่วงเวลานั้นเธอกังวลเป็นอย่างมาก จนแทบอยากจะออกไปหาด้วยตัวเธอเอง แต่ก็ถูกผู้เป็นสามีขวางเอาไว้ กระทั้งเมื่อสามวันก่อนลูกสาวของเธอได้โทรมาหาเธอบอกว่า หลานชายของเธอกลับมาแล้ว และยังปลอดภัยอีกด้วย ช่วงเวลาที่ได้ยินข่าวนั้นเธอมีความสุขเป็นอย่างมาก จนอยากจะบินไปที่เย่นจิงเพื่อไปพบกับหลานชาย แต่ว่า ก็ถูกลูกสาวของเธอห้ามเอาไว้ โดยลูกสาวของเธอบอกกับเธอว่าอีกสามวัน หลานชายของเธอจะมาเรียนที่เจียงไห่ และจะมาเยี่ยมเธอกับสามี
หลินเทียนหันไปมองหน้ายายของเขาจากนั้นก็แปลกใจเล็กน้อย ' หืม...ระดับปฐพี ขั้นสูง ยายก็เป็นผู้บ่มเพาะงั้นหรอ ถ้ายายเป็นผู้บ่มเพาะงั้นตาก็...' หลินหันหน้าไปมอง จี้เฟิงผู้ซึ่งเป็นตาของตัวเอง 'บ้าน่า...ระดับสวรรค์ขั้นกลางงั้นหรอ ทำไมตาถึงแข็งแกร่งขนาดนี้...' ระหว่างที่หลินเทียนกำลังคิดอะไรอยู่นั้น จู่ๆเสียงของยายของเขาก็ได้ดังขึ้นมา
"เทียนเออร์มัวเหม่ออะไรลูก มาๆมานั้งข้างยายเร็วให้ยายดูหน้าหลานให้ชัดๆหน่อย"
"อ่อ ครับๆ"
"ไหนดูหน่อยสิ อืม ยายว่าหลานผอมไปหน่อยน่ะ ช่วงเวลาที่หลานหายตัวไปคงจะลำบากน่าดูสินะ" หลี่หรูจับหน้าของหลินเทียนและกล่าวถามด้วยความเป็นห่วง
หลินเทียนเมื่อได้ยินคำกล่าวของผู้เป็นยาย เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงช่วงเวลาที่เขาหลุดเข้าไปในโลกแห่งการบ่มเพาะ
"ก็ พอสมควรนะครับ"หลินเทียนกล่าวตอบ
"โอ๋ๆ ไม่เป็นไรน่ะหลานรัก เรื่องมันผ่านไปแล้ว ขวัญเอ๊ยขวัญมานะหลานรัก"
"ครับคุณยาย"
"สวัสดีครับคุณตา"หลินเทียนหันไปทักทายจี้เฟิงผู้ซึ่งเป็นตาของเขา
"อืม...กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดี มานี่ตาจะแนะนำคนให้รู้จัก" จี้เฟิงกล่าวกับหลินเทียนอย่างสงบ จากนั้นเขาก็ผายมืออกและเเนะนำชายแก่ที่อยู่ข้างๆตัวเอง "นี่คือเพื่อนของตาทวด เรียกว่าทวดไป๋ หลานเคยเจอท่านแล้วตอนเด็กๆ"
"สวัสดีครับคุณทวดไป๋ " หลินเทียนประสานมือและทักทายทวดไป๋
หลินเทียนสำรวจทวดไป๋อย่างเงียบๆ จากนั้นเขาก็ต้องตกใจกับระดับพลังบ่มเพาะของทวดไป๋ 'ระดับเซียนขั้นกลาง' หลินเทียนแปลกใจเป็นอย่างมาก นี่มันอะไรกัน ไหนว่ามีเพียง5คนเท่านั้นไม่ใช่หรอที่เป็นระดับเซียน ชายเเก่เจียงเฉินนี่เชื่อถือไม่ได้เลยจริงๆ (เจียงเฉินชายแก่ตอนที่เจอสวนสาธารณะ)
'หืม?!พลังชีวิตของทวดไป๋กำลังรั่วไหลอยู่งั้นหรอ บาดแผลภายใน?'
"ฮ่าฮ่าฮ่า สวัสดีเทียนเออร์ไม่เจอกันนานเลยน่ะ เธอคงจะจำฉันไม่ได้แล้วสิน่ะ" ทวดไป๋กล่าวขึ้นพร้อมสีหน้ายิ้มๆ
"เอ่อ...ผม" หลินเทียนเกาหัวอย่างเขินๆ เขารู้สึกได้ว่าเขามีความทรงจำที่เลือนรางเกี่ยวกับทวดไป๋ แต่มันก็เป็นความทรงจำที่เลือนรางเท่านั้น
"ฮ่าฮ่าฮ่า" ไป๋เซวียนที่ท่าทางเขินๆของหลินเทียน เขาก็อดไม่ที่จะหัวเราะออกมา
ตามความจริงไปเซวียนเคยพบกับหลินเทียนตั้งแต่ตอนที่หลินเทียนอายุได้สี่ขวบ เพียงแต่ว่าตอนนั้นเขาไม่ได้อยู่ในรูปลักษณ์คนแก่เช่นตอนนี้