มหาวิทยาลัย(1)
"คุ...คุ...คุณนายหลิน!! ขออภัยด้วยครับคุณนายหลิน กระผมเสียมารยาทกับคุณนายหลินแล้ว" เหรินคุณตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าคนที่มาด้วยกันกับคุณชายหลินจะเป็น จี้ถิง ภรรยาของผู้นำตระกูลหลิน เดินทีเขาคิดว่าจี้ถิงนั้นน่าจะเป็นเด็กของหลินหยุน เพราะฉะนั้นตั้งแต่เเรกเหรินคุณไม่คิดที่จะสนใจจี้ถิง
"ฉันต้องการนาฬิกาเรือนนี้ได้ไหม" จี้ถิงไม่ได้ให้ความสนใจกับเหรินคุณมากนัก เธอชี้นิ้วไปที่นาฬิกาที่อยู่ตรงหน้าพนักงานอย่างเฉยเมย
"ครับๆ ผมจะจัดการให้ทันทีครับ" เหรินคุณไม่รอช้าเขารีบไปจัดการทันที
เหรินคุณยื่นถุงไปให้จี้ถิง จากนั้นก็กล่าว"นี่ครับ นาฬิกาที่คุณนายต้องการ ผมจะให้ส่วนลดคุณนาย30%ครับ"
"ขอบคุณมาก"จี้ถิงกล่าวด้วยความเรียบเฉย
"ด้วยความยินดีครับ"
จี้ถิงจ่ายเงินเสร็จเธอก็ไม่รอช้า เธอเดินไปควงแขนหลินเทียนจากนั้นก็เดินออกไปจากร้านทันที แต่ว่าก่อนที่เธอจะออกพ้นจากร้านเธอก็เหลือบตาไปยังเฉินเยียนหรูเพียงครู่หนึ่งจากนั้นก็ยกยิ้มออกมา
....
เวลาประมาณ 2 ทุ่ม หลินเทียนได้ขับรถกลับมาถึงบ้าน พอเข้าไปในบ้านหลินเทียนก็เห็นว่า หลินเซียวหยุนนั้นกำลังรอพวกเขาอยู่
เมื่อหลินเซียวหยุนเห็นสองแม่ลูกกลับมาถึงบ้าน เขายิ้มทันทีจากนั้นก็กล่าว"เป็นไงบ้านไปช็อปปิ้งสนุกไหม"
"สนุกมากเลยค่ะคุณ แต่ว่ามันก็มีเรื่องให้ขัดใจนิดหน่อยค่ะ" จี้ถิงกล่าวออกมา เธอเอาของที่เธอช็อปปิ้งในวันนี้ให้แม่บ้านไปเก็บ จากนั้นตัวเธอก็เดินมานั่งข้างๆหลินเซียวหยุน
"โอ้วว เรื่องขัดใจ? เรื่องอะไรงั้นหรอ" หลินเซียวหยุนกล่าวถามวยความสนใจ
"ก็แค่เจอคนนิสัยเสียค่ะ ไม่มีอะไรมาก"
"อย่างงั้นหรอ คุณกับเทียนเออร์กินข้าวกันมารึยังล่ะ " หลินเซียวหยุนกล่าวถามด้วยความเป็นห่วง
"พวกเรากินเเล้วค่ะ แล้วคุณละค่ะ"
"ผมกินแล้วล่ะ ถ้าอย่างนั้นเสี่ยวเทียนขึ้นไปพักผ่อนเถอะวันนี้เหนื่อยมามากแล้ว" หลินเซียวหยุนหันหน้ากล่าวกับหลินเทียนด้วยรอยยิ้ม
"ครับพ่อ"
............
"คุณมีอะไรอย่างงั้นหรอค่ะ" จี้ถิงถามหลินเซียวหยุนด้วยความสงสัย เมื่อกี้เธอกะว่าจะเตรียมตัวไปอาบน้ำเพื่อพักผ่อนแต่ว่าจู่ๆ หลินเซียวหยุนก็บอกว่ามีเรื่องอยากคุยกับเธอ
"เมื่อ 2-3 วันก่อนผมได้รับข่าวจากสายลับมาว่าบรรพบุรุษตระกูลต้วนยังมีชีวิตอยู่ "
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราอย่างงั้นหรอค่ะ"จี้ถิงถามขึ้นด้วยความสงสัย บรรพบุรุษตระกูลต้วนมีขีวิตอยู่แล้วยังไง?
"ผมคิดว่าพวกเขากำลังวางแผนบางอย่าง เพื่อโจมตีตระกูลของเรา" หลินเซียวหยุนมองไปที่ใบหน้าของจี้ถิงจากนั้นก็กล่าวต่อ"ที่รักคุณก็รู้ว่าตอนนี้คุณพ่อกำลังอยู่ในช่วงเก็บตัวบ่มเพาะพลัง ถ้าเกิดว่าพวกมันอาศัยโอกาศนี้โจมตีคงน่าจะเสียหายหนักแน่"
"แล้วยังไง?คุณกลัวงั้นหรอ" จี้หล่าวขึ้นพร้อมกับมองหน้าสามีตัวเอง แน่นอนว่าเธอไม่เชื่อว่าสามีของเธอจะหวาดกลัวตระกูลต้วน
"แน่นอนว่าผมไม่กลัว แต่ว่าเทียนเออร์ล่ะ คุณคิดจะทำยังใง ถ้าเกิดว้าเทียนเออร์โดนลูกหลงขึ้นมาล่ะจะเกิดอะไรขึ้น คุณอย่าลืมน่ะว่าเทียนเออร์ไม่ได้เป็นผู้บ่มเพาะเหมือนกับพวกเรา" หลินเซียวหยุนกล่าวขึ้นมาอย่างเศร้าๆ เรื่องที่หลินเซียวหยุนไม่สามารถบ่มเพาะได้นั้นเป็นเรื่องที่เขาเสียใจที่สุดในชีวิต ถ้าเกิดว่าตอนนั้นเขาอยู่เคียงข้างภรรยาของเขาเรื่องนั้นก็คงจะไม่เกิดขึ้น...
"จริงด้วยเทียนเออร์ คุณค่ะคุณมีวิธีอะไรไหมค่ะ ฉันไม่อยากให้เทียนเออร์ตกอยู่ในอันตราย" จี้ถิงเมื่อได้ยินว่าเป็นเรื่องความปลอดภัยของลูกชายเธอก็อดไม่ที่จะถามหลินเซียวหยุนด้วยความร้อนรนทันที
เธอไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นกับลูกชายของเธอ
"อันที่จริงผมคิดว่าจะส่งเทียนเออร์ให้ไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ของคุณก่อนชั่วคราวเมื่อเรื่องทางนี้สงบเมื่อไหร่ เราค่อยรับตัวเทียนเออร์กลับมา"
"จริงด้วย! ส่งเทียนเออร์ไปอยู่กับพ่อแม่ของฉัน พวกเขาสามารถปกป้องเทียนเออร์ได้ อีกอย่างที่นั่นก็มีคุณปู่ไป๋ด้วย"หลังจากได้ยินคำพูดของสามีดวงตาของจี้ถิงก็เผยประกายของดีใจออกมา
"เอาตามนี้นะ เราจะส่งเทียนเออร์ไปอยู่กับพ่อแม่ของคุณ"
หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้เข้าไปพักผ่อน
เช้าวันใหม่
หลินเทียนลืมตาขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาหลับสนิทในรอบหลายล้านปี
หลินเทียนลุกขึ้นมา อาบน้ำเเปรงฟัน หลังจากที่ทำกิจวัตรประจำวันตามความทรงจำเสร็จ หลินเทียนก็เดินลงมาเพื่อไปทานข้าวในห้องครัว
ภายในห้องครัว ตอนนี้ในห้องครัวพ่อกับแม่ของเขากำลังรอเขาเพื่อที่จะกินข้าวพร้อมหน้ากัน
"เทียนเออร์ มาเเล้วหรอจ้ะ มาม่ะ นั่งลงมากินข้าวด้วยกัน"จี้ถิงกล่าวกับหลินเทียนพร้อมกีบเลื่อนเก้าอี้เพื่อให้ลูกชายได้นั่ง
"ครับแม่
หลินเทียนนั่งลงเพื่อกินข้าวต้มในชามที่คนรับรับใช้เตรียมมา หลังจากนั้นเขาก็กินข้าวไปด้วยพลางคุยกับพ่อแม่พ่อแม่ไปด้วย เผลอไปแปปเดียวกับขัาวในชามของหลินเทียนก็หมดไปสะแล้ว
"จริงสิ เทียนเออร์ลูกคิดจะทำอะไรต่อไปงั้นหรอ ตอนนี้ลูกก็เรียนชั้นมัธยมจบแล้วลูกวางแผนชีวิตของตัวเองเช่นไร?" หลินเทียนที่กำลังจดจ่ออยู่กับชามข้าวของเขาจู่ๆก็ถูกดึงสติขึ้นมาด้วยคำถามของพ่อของเขา
"ผมยังไม่คิดเลย พ่อมีอะไรงั้นหรอครับ"หลินเทียนถามออกมาอย่างสงสัย ทำไมพ่อถึงเปิดประเด็นนี้กัน
"คือว่าพ่อได้ติดต่อมหาลัยนานาชาติจียงไห่เเล้วว่าจะส่งลูกเรียนที่นั้น ลูกอยากเรียนคณะอะไรงั้นหรอ"
"มหาลัยที่เจียงไห่งั้นหรอครับ ทำไมไม่เป็นมหาวิทยาลัยของเย่นจิงละครับ ที่ก็ไม่ไกลจากบ้านด้วย"หลินเทียนถามพ่อของเขาด้วยความสงสัย ทำไมไม่ให้เขาเรียนมหาลัยเย่นจิน ทำไมต้องไปเรียนมหาลัยเจียงไห่ด้วย
"เทียนเออร์ เรื่องนี้เป็นความคิดแม่เอง แม่คิดว่าเรียนที่นั้นน่าจะดี เวลาว่างๆลูกจะได้ช่วยดูแลตากับยายด้วย"จี้ถิงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม เธอคิดไว้แล้วว่าลูกชายจะต้องสงสัยแน่ที่ส่งเขาไปเรียนที่เจียงไห่ดังนั้นเธอจึงคิดเหตุผลนี้ขึ้นมา
"อย่างงั้นหรอครับ เอาอย่างงั้นก็ได้ครับแล้วแต่พ่อกับแม่เลย" หลินเทียนไม่คิดที่จะสงสัยเกี่ยวกับการกระทำของพ่อกับแม่เขา เพราะเขารู้ดีว่าพ่อแม่ต้องมีเหตุผลอยู่แล้ว
"พ่อได้คุยกับคณบดีแล้วว่า ในอีก1 สัปดาห์ ทางมหาวิทยาจะเปิดภาคเรียนเทอมเเรก ในช่วงเวลา1สัปดาห์นี้ลูกช่วยอยู่เป็นเพื่อนกับแม่ของลูกให้บ่อยหน่อยน่ะ "
"อ้อ อีกอย่างที่นั่นมีบริษัทในเครือของตระกูลเราอยู่ด้วย ถ้าลูกว่างๆก็สามารถไปศึกษาดูกิจการได้"
"ครับพ่อ" หลินเทียนตอบรับออกมาอย่างว่าง่ายและไม่ค่อยสนใจบริษัทที่พ่อของเขากล่าวเท่าไหร่