ทำลายทันฑ์สวรรค์เซียน
สายตาของหลินเทียนมองขึ้นไปข้างบน กวาดผ่านสิ่งกีดขวางต่างๆ มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ปรากฏมวลเมฆมากมายที่กำลังรวมตัวกันอยู่อย่างเนืองแน่น
หนิงเหยียนเมื่อเห็นว่าหลินเทียนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเขาก็หันสายตามองขึ้นไปด้วยเช่นกัน
เมื่อหนิงเหยียนเห็นมวลเมฆมหาศาลที่กำลังรวมตัวกัน หน้าตาของเขาก็ซีดเซียวลงทันทีราวกับกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง
'ทัณฑ์สวรรค์เซียน...ทำไมฉันถึงลืมเรื่องสำคัญไปได้'หนิงเหยียนคิดกับตัวเองภายในใจและอดไม่ได้ที่จะมีแสดงใบหน้าที่ซีดเซียวและหวาดกลัว
ทัณฑ์สวรรค์เซียนจะเกิดก็ต่อเมื่อคนผู้หนึ่งบรรลุระดับเซียนหรือบรรลุระขั้นขอบเขตใหญ่ในระดับเซียน ซึ่งทัณฑ์สวรรค์เซียนนับเป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่สำหรับหลายใครหลายๆคนที่จะบรรลุเป็นเซียนหรือเลื่อนระดับใหญ่ในขอบเขตเซียน(เลื่อนระดับใหญ่ในขอบเขตเซียน=เซียน-เซียนทองแดง)
หลินเทียนละสายตาจากทัณฑ์สวรรค์เซียน และหันมาสังเกตใบหน้าของหนิงเหยียน
เมื่อหลินเทียนเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวและท่าทางที่หวาดกลัวของหนิงเหยียนเขาก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มที่น่าขบขันออกมาเล็กน้อย
ชายชราคนนี้คงกำลังกลัวทัณฑ์สวรรค์เซียนอยู่อย่างงั้นสิน่ะ?
"เจ้ากลัวงั้นหรอ"หลินเทียนถามออกมาพร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย
"ห...ห๊ะ...ป..เปล่าขอรับ ข้าแค่ยังไม่ได้เตรียมตัว"หนิงเหยียนตอบด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกักผิดกับคำพูดของตัวเอง
"อ้อ อย่างงั้นหรอ เอาเถอะ ช่วยคนแล้วต้องช่วยให้สุด เจ้าก็อุตส่าห์มีชีวิตจนถึงป่านนี้แล้ว ถ้าว่าต้องมาตายด้วยทัณฑ์สวรรค์เซียนคงเสียดายแย่"
หลินเทียนเผยฝามืออกมาจากนั้นก็สะบัดไปหนึ่งที เกิดพลังงานไร้รูปลักษณ์เส้นหนึ่งพุ่งผ่านสิ่งกีดขวางต่างๆ พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าจากนั้นก็หายไปในมวลเมฆที่กำลังก่อตัว
เพียงไม่ถึงชั่วอึดใจ มวลเมฆบนท้องฟ้าที่กำลังก่อตัวอยู่ จู่ๆก็สลายตัวออกไปราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
หนิงเหยียนที่กำลังเฝ้ามองดูการกระทำของหลินเทียนอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะเผยใบหน้าตกตะลึงออกมา ดวงตาของเขาแทบถลนออกมาจากเบ้า 'ถึงกับสลายทัณฑ์สวรรค์เซียนด้วยฝามือเดียว'
ฝันร้ายของใครหลายๆคนสามารถสยบได้ด้วยฝามือเดียว ท่านเทพช่างน่ากลัวแท้
"เอาล่ะมันจบลงแล้ว"หลินเทียนเอาสองมือไขว้หลังและหันมาพูดกับหนิงเหยียนด้วยท่าทางที่เรียบสงบ
พลังที่หลินเทียนใช้เมื่อกี้นี้เป็นพลังที่มีเพียงผู้ที่มีฐานบ่มเพาะระดับเทพขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ โดยพลังนี้มันสามารถตัดกฎเกณฑ์ต่างๆบนโลกได้ ซึ่งสิ่งที่หลินเทียนทำเมื่อกี้นี้ก็คือเขาได้ทำการตัดกฎเกณฑ์ของทัณฑ์สวรรค์เซียนที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ให้มันสมบูรณ์ เมื่อมันไม่สมบูรณ์ทัณฑ์สวรรค์เซียนก็จะไม่เกิดขึ้น
แน่นอนว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่หลินเทียนยังไม่รู้ เทพธรรมดานั้นไม่สามารถที่จะทำลายทันฑ์ของสวรรค์ได้ ต่อให้เป็นทันฑ์สวรรค์เซียนก็เถอะ!
"ข..ขอบคุณท่านเทพ ขอบคุณท่านเทพ "หนิงเหยียนมอบกราบลงตรงเท้าของหลินเทียนด้วยความเคารพ เขานึกว่าตัวเองจะต้องไปแล้ว อุตส่าห์มีชีวิตรอมจากความตายมาได้ถ้าเกิดว่าต้องตายด้วยทันฑ์สวรรค์เซียนมันก็คงจะน่าเสียดายเหมือนที่หลินเทียนเคยกล่าว
"เอาล่ะพอได้แล้ว ทีนี้ก็หมดธุระแล้วข้าขอตัวก่อน" หลินเทียนไม่อยากที่จะเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกต่อไปดังนั้นเขาไม่นอข้าและทำการฉีกมิติขึ้นมา
แต่ก่อนที่หลินเทียนจะได้เข้าไปหนิงเหยียนก็กล่าวนั้งขึ้นมาก่อน"เดี๋ยวครับท่านเทพ ขอข้าผู้นี้ติดตามท่านเทพไปด้วยจะได้ไหมขอรับ อย่างน้อยข้าสารถดูแลชีวิตประจำวันของท่านได้"
"ไม่"หลินเทียนปฏิเสธและเตรียมจะเกินเข้าไป
"เดี๋ยวก่อนขอรับท่านเทพ อย่างน้อยข้าสามารถแนะนำท่านเกี่ยวกับโลกใบนี้ได้น่ะขอรับ"หนิงเหยียนพยายามตามตื้อหลินเทียน เขาคิดว่าถ้าเกิดว่าเขาได้ติดตามหลินเทียนชีวิตข้างหน้าของเขาจะสดใสขึ้นก็ได้
หลินเทียนคิดสักพักเเละเห็นว่าคำพูดของหนิงเหยียนเข้าท่าดี "อืมม...เอางั้นก็ได้ จากนี้เป็นต้นไปเจ้าจงมาติดตามข้า"
"ขอรับท่านเทพ"
"เอาล่ะต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าท่านเทพ ต่อไปนี้ให้เจ้าเรียกข้าว่านายน้อยหลิน เข้าใจไหม"
"เข้าใจขอรับ นายน้อยหลิน"
"ไปกันเถอะ"หลินเทียนเดินเข้าไปในไปช่องว่างมิติที่เขาได้ทำการเปิดเมื่อกี้นี้ แน่นอนหนิงเหยียนก็ตามเขาด้วยมาเช่นกัน
.......
ภายในห้องวีไอพีในภัตตาคารอาหารชั้นฟ้า จู่ๆภายในอากาศที่ว่างเปล่าได้ปรากฎรอยแยกมิติขึ้นมาพร้อมกับมีชายสองคนออกจากรอยแยกมิติ
ชายสองคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนเขาคือหลินเทียนกับหนิงเหยียนนั้นเอง
"หนิงเหยียนเจ้ารู้หรือไม่ว่าถนนคนเดินอยู่ที่ไหน"หลินเทียนถามหนิงเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ
ตอนแรกหลินเทียนคิดที่จะแยกมิติวาร์ปไปที่ถนนคนเดินเลย แต่ว่าเขาไม่รู้ว่าถนนคนเดินนั้นอยู่ที่ไหน เขาจึงตัดสินใจวาร์ปมาที่ห้องที่เขาเพิ่งกินอาหารไป และถามหนิงเหยียน
หนิงเหยียนเมื่อได้ยินคำถามของหลินเทียน เขาก็เกาหัวแกร็กๆ เป็นสัญญาว่าไม่เข้าใจ 'ถนนคนเดินมันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งใด?'หนิงเหยียนคิดภายในใจ
"เจ้าไม่รู้งั้นหรอ"
"เอ่อ..." หนิงเหยียนก้มหน้าอย่างละอาย
"เอาเถอะๆไปถามคนเอาก็แล้วกัน" หลินเทียนเดินออกจากห้องวีไอพี
หลินเทียนและหนิงเหยียนเดินพ้นออกมาจากภัตตาคารอาหารชั้นฟ้า พวกเขาทั้งสองคนเดินไปตามถนนอย่างผ่อนคลาย
หนิงเหยียนโบกรถแท็กซี่ข้างทางจากนั้นก็บอกโชว์เฟอร์ว่าให้พาพวกเขาไปที่ถนนคนเดิน
ถนนคนเดินอยู่ไม่ไกลจากภัตตาคารอาหารชั้นฟ้ามากนัก เพียงไม่กี่นาทีหลินเทียนและหนิงเหยียนก็ได้มาถึงถนนคนเดิน
หลินเทียนใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาตรวจสอบเพียงไม่นานเขาก็พบที่ที่พวกเป่ยหยวนอยู่
หลินเทียนเดินไปตามสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาเพื่อไปที่ที่พวกเป่ยหยวนอยู่ส่วนหนิงเหยียนก็ตามหลินเทียนอย่างเงียบๆ ในขณะที่หลินเทียนกำลังเดินอย่างตั้งใจอยู่นั้น จู่ๆก็ได้มีเสียงหนึ่งทักขึ้นมา
"น้องหลิน"