ยักษ์สายฟ้า
บนท้องฟ้า
“จื่อ…” สายฟ้าเก้าสีเข้ามารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ แสงที่สาดส่องออกมาราวกับกำลังจะทำให้โลกทั้งใบสว่างขึ้น พลังของมันน่ากลัวมากถึงขนาดทำลายล้างโลกได้เลย
เมื่อสายฟ้าสายแรกกำลังจะผ่าลงมา
ตอนนั้นเอง
“ซึบ…”
สายฟ้าเก้าสีเริ่มหายไปทีละดวง
ทันใดนั้น เมฆดำก็สลายไป
เพียงไม่กี่ลมหายใจต่อมา แสงของพระอาทิตย์ส่องผ่านลงมายังเบื้องล่าง ท้องฟ้ากลายเป็นแจ่มใสเหมือนกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเป็นภาพลวงตา
"นี่?" ซุนห่าวยืนนิ่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
“หายไปแล้ว? ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย!” ซุนห่าวบ่น รอยยิ้มของเขาบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด ดูเหมือนว่าการไล่เมฆดำกลับไปจะไม่เกี่ยวข้องกับข้า!
ควบคุมสภาพอากาศหรือ?
ฝันแล้ว!
โชคดีที่ข้าทำการทดลองอีกครั้ง
มิฉะนั้นมันจะเป็นความอัปยศอย่างยิ่ง
ข้านั้นมีความฝันที่จะเป็นผู้นำของเหล่าเซียนอมตะมาโดยตลอด แต่การมโนมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี!
ซุนห่าวดึงอารมณ์กลับมาก่อนจะมองไปที่หวงหรูเหม่ย
นางหลับตาแน่นไม่ขยับ ที่มุมปากของนางมีรอยยิ้มประดับเอาไว้อยู่
ในจุดตันเถียนของนาง สายไฟสิบแปดสีพันกันและค่อยๆผสานเข้าด้วยกัน ปีศาจทารกในท้องของนางกลายเป็นนกฟีนิกซ์สีเขียว
สายฟ้าสิบแปดสีผสมผสานกับเป็นนกฟีนิกซ์สีเขียว กระบวนการเหล่านี้ผ่านไปอย่างราบรื่น
บนหัวของหวงหรูเหม่ย
“บัดซบ!” เฟินโจว มารหัวใจมนุษย์สบถออกมา
ถึงคนอื่นๆจะไม่ได้สังเกต แต่เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ในตอนแรก ความน่าสะพรึงกลัวของสายฟ้าแห่งความทุกข์ยากกำลังจะผ่าลงมา ในเมฆสีดำมีร่างของยักษ์สายฟ้าขนาดมหึมายืนอยู่ด้านใน ร่างกายของมันเต็มไปด้วยสายฟ้า
เมื่อผู้ใดมองไปที่มัน จิตวิญญาณของคนผู้นั้นอาจจะถูกแยกออกจากกัน ความอึดอัดเกินบรรยายถาโถมเข้ามาในจิตใจ
ในฐานะที่เป็นมารภายในหัวใจมนุษย์ เขาเหลือบมองมันได้เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น จากนั้นจึงถอนสายตาออกมาอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม
ฉากต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นช่างเหลือเชื่อ ยักษ์สายฟ้าเริ่มรวบรวมมหันตภัยสายฟ้าเก้าสีเพื่อโจมตีออกไป
แต่เมื่อมันเห็นว่าซุนห่าวกำลังจ้องมาที่เขา มันก็กลัวมากจนคุกเข่าลงแล้วก้มหัวลงให้ซุนห่าวอย่างหวาดกลัว
นอกจากนี้ มันยังกล่าวผ่านเสียงในใจ “นายท่าน ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่กล้าทำอีกแล้ว! พระเจ้าของข้า ท่านมั่นใจได้ว่าข้ารู้ว่าข้าต้องทำอะไร!”
หลังจากกล่าวประโยคเหล่านี้จบ สายฟ้าเก้าสีก็บินเข้าสู่ร่างกายของหวงหรูเหม่ยแต่โดยดี ไม่เพียงแต่ไม่มีการลงโทษเท่านั้น แต่มันยังมอบโชคให้กับหวงหรูเหม่ยอีกด้วย!
นี่คือการประจบหรือ? ยักษ์สายฟ้ากลายเป็นสุนัขจอมเลียเพราะมนุษย์คนนั้น?
เขาฝันไปหรือเปล่า? ไม่ ไม่ มันน่ากลัวเกินไปแล้ว มนุษย์ผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอย่างแน่นอน!
"ข้าควรทำอย่างไรดี? ข้าตายแน่! ตายแน่ๆ!"
“เขาคงหาตัวข้าเจอตั้งนานแล้ว แต่ที่เขายังไม่ฆ่าข้า เพราะเขาไม่อยากลงมือกับเห็บหมัดเช่นข้า!”
“บรรพบุรุษมารหัวใจ ถ้าท่านอยู่ในบนสวรรค์เบื้องบน โปรดมาช่วยหลานชายรุ่นที่แปดสิบแปดของท่านด้วย!”
“ข้าขอร้อง!” เฟินโจวซ่อนตัวอยู่ในกิ๊บของหวงหรูเหม่ย เขาพยายามอธิษฐานเสียงสั่น
“ไม่ ข้าอยากหนี ข้าต้องหนี!” เฟินโจวลอยออกมาจากกิ๊บของหวงหรูเหม่ยอย่างระมัดระวัง
“จื่อ … ”
ทันใดนั้น สายฟ้าเส้นเล็กๆก็ผ่าลงมาระเบิดเป็นควันสีดำข้างๆเขา เฟินโจวเกือบจะหัวใจวายตาย เขารีบกลับไปซ่อนตัวอยู่ในกิ๊บอย่างหวาดกลัว
“ไอ้หมาบ้าจอมประจบ กลับไปหาเจ้านายเก่าของเจ้าซะ ยักษ์สายฟ้า…” เฟินโจวยังพูดไม่จบคำ
“จื่อ…” แสงฟ้าร้องสองสามเส้นเริ่มควบแน่นอย่างรวดเร็ว
มันทำให้เฟินโจวกลัวจนเอามือมาปิดปากของเขา แล้วไม่กล้าพูดอะไรต่ออีกแม้สักคำ
……
……
ซุนห่าวมองไปที่หวงหรูเหม่ย เมื่อเห็นว่านางหายกลัวแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
“ผู้หญิงคนนี้ ดูเหมือนว่าตัวตนของนางจะไม่ธรรมดา!”
“ต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่ซ่อนตัวอยู่และรู้ว่านางนั้นกลัวฟ้าร้อง เขาจึงทำลายเมฆดำทิ้ง!” ซุนห่าวแอบคิด
หลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน หวงหรูเหม่ยก็ลืมตาขึ้น มุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อย สายลมฤดูใบไม้ผลิอันอ่อนโยนพัดเข้ามาสัมผัสกับใบหน้าของนาง หวงหรูเหม่ยสามารถเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจนขึ้นในตอนนี้
นายน้อยกลัวว่านางจะมีอะไรผิดพลาด ดังนั้นเขาจึงจ้องมองตรงไปที่ยักษ์สายฟ้า
ซึ่งเพียงแค่การมองเพียงครั้งเดียว มันทำให้ยักษ์สายฟ้าแห่งความทุกข์ยากกลายเป็นขี้ขลาด
ยักษ์สายฟ้าตัวสั่นด้วยความกลัว มันมอบสายฟ้าเก้าสีให้แก่นางเพื่อเอาใจนายน้อย โชคดีแบบนี้ไม่มีใครเคยพบมาก่อน
ความโปรดปรานของนายน้อย นางไม่มีทางที่จะชดใช้มันได้เลย
อย่างไรก็ตาม นายน้อยกำลังไล่ตามความเป็นอมตะ ตอนนี้เขากำลังเรียนรู้ในเส้นทางของมนุษย์ธรรมดาอยู่ เพราะฉะนั้นนางจะต้องไม่ทำลายมัน
หวงหรูเหม่ยคิดอย่างลับๆพลางเดินไปข้างหน้าซุนห่าวแล้วจับมือของเขาเบาๆ
“นายน้อย ท่านบอกว่าจะพาข้าไปดูสัตว์เลี้ยงของท่านไม่ใช่หรือ?” หวงหรูเหม่ยกล่าว
“อ้อ ข้าเกือบลืมไปเลย ได้สิ วันนี้ข้าจะพาไปดู!” หลังจากกล่าวจบ ซุนห่าวก็ยืนขึ้น
“ท่านเก็บสัตว์เลี้ยงไว้ที่ไหนกันแน่? ข้าค้นหาทั่วสวนหลังบ้านแล้ว แต่กลับไม่เห็นมันเลย” หวงหรูเหม่ยกล่าวถาม
“นั่นเป็นเพราะข้าไม่ได้เลี้ยงมันไว้ในสวนหลังบ้าน” ซุนห่าวพูดด้วยรอยยิ้ม
“แล้วที่ใดกัน?”
“ในลานตะวันตก!” ซุนห่าวกล่าว
“ลานตะวันตก?” หวงหรูเหม่ยตกใจ
มีลานตะวันตกด้วยหรือ? ทำไมข้าไม่เคยเห็นมันมาก่อน
ด้วยความสงสัย หวงหรูเหม่ยจึงเดินตามซุนห่าวไปอย่างใกล้ชิด
“หรูเหม่ย มีเพียงข้าเท่านั้นที่สามารถเปิดลานตะวันตกได้ในตอนนี้ แต่ตั้งแต่วันนี้ ข้าจะอนุญาตให้เจ้าเปิดมันได้ในอนาคต!” ซุนห่าวกล่าว
"เปิดหรือ? นายน้อย มันมีประตูอยู่ในตรงนั้นด้วย?” หวงหรูเหม่ยถาม
ซุนห่าวทำเพียงยิ้มแต่ไม่ตอบ
ฉากดังกล่าวอยู่ในสายตาของหวงหรูเหม่ย การกระทำของเขานั้นคาดเดาไม่ได้โดยสิ้นเชิง วิธีการของนายน้อยนั้นช่างน่าเหลือเชื่อ นางไม่สามารถสัมผัสได้ถึงร่องรอยของพลังที่อยู่ในตัวเขาได้เลย
สุดยอด! นายน้อย ท่านเป็นเซียนอมตะจริงๆสินะ?
ในสายตาของหวงหรูเหม่ยเผยให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการเคารพ
“พวกเรามาถึงแล้ว!” ซุนห่าวกล่าวด้วยรอยยิ้มเมื่อมายืนอยู่หน้ากำแพงหิน
“นายน้อย นี่คือกำแพง เราจะต้องพังมันเข้าไปหรือ?” หวงหรูเหม่ยถาม
“ไม่แน่นอน!” ซุนห่าวยกมุมปากขึ้น รอยยิ้มนี้เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและความภาคภูมิใจ
การเปิดประตูลับนี้ต้องอาศัยทักษะการเล่นเปียโน! และต้องเป็นทักษะการเล่นเปียโนระดับสูงสุดแล้วเท่านั้น!
ซุนห่าวยืนอยู่หน้ากำแพงหินแล้วขยับฝ่ามือไปมาอย่างรวดเร็ว
หวงหรูเหม่ยเต็มไปด้วยความตื่นตา ทิวทัศน์เบื้องหน้าของนางค่อยๆเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มันราวกับว่านางกำลังเห็นทักษะที่ไม่มีใครเทียบได้ปรากฏอยู่ตรงหน้า
พลังที่น่ากลัวจนกลาดล้างไปทั้งโลกได้ ทักษะเหล่านี้ถูกจารึกไว้ในใจของนางไม่อาจลืมได้
“ฝ่ามือนิพพาน?” หัวใจของหวงหรูเหม่ยตกตะลึง เทคนิคที่นางเพิ่งได้เห็นคือฝ่ามือนิพพาน
ตามตำนานเล่าว่า หากผู้ใดฝึกทักษะฝ่ามือนิพพานจนสำเร็จแล้วล่ะก็ เพียงคนผู้นั้นใช้เพียงนิ้วเดียวก็มีอำนาจพอจะทำลายดวงดาวได้แล้ว
นายน้อยได้สอนทักษะอมตะนี้ให้แก่นาง หวงหรูเหม่ยไม่มีทางที่จะชดใช้ความเมตตาอันยิ่งใหญ่นี้ได้
“นายน้อย ท่านใจดีกับข้ามาก!” น้ำตาเอ่อล้นอยู่ในม่านตาของหวงหรูเหม่ย นางมองไปที่ซุนห่าวไม่ขยับ
ครู่ต่อมา
“ฮึ่ม…”
เสียงกระทบของหินก็ดังขึ้น
กำแพงหินค่อยๆจมลง สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาก็คือฟาร์มที่กว้างใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ ฟาร์มเป็นสีทองแพรวพราว กลิ่นหอมของข้าวพุ่งเข้ามาปะทะใบหน้าของทั้งสอง
“นายน้อย มันคือฟาร์มหรือ?” หวงหรูเหม่ยถาม
มุมปากของซุนห่าวยกขึ้นอย่างพึงพอใจ นี่คือฟาร์มที่ระบบให้เขาเป็นรางวัล มันสามารถบรรจุทุกอย่างไว้ได้ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถเอามันไปกับเขาได้ ไม่อย่างนั้นเขาจะไปไหนก็ได้พร้อมกับฟาร์มแห่งนี้!
“นี่คือฟาร์มของข้า ดูดีหรือไม่?” ซุนห่าวกล่าว
"ฟาร์ม?" หวงหรูเหม่ยตกตะลึง
นายน้อยพัฒนาความสามารถด้านมิติไปถึงขั้นไหนแล้ว? ในอากาศรอบๆมีกฎเกณฑ์เป็นของตัวเอง
เมื่อเทียบกับขอบเขตของผู้แข็งแกร่งด้านมิติ พวกนั้นไม่นับว่าเป็นอะไรเลย ฟาร์มของนายน้อยถึงขั้นแยกออกไปเป็นโลกของตนเองแล้ว
“นายน้อย ท่านคือสมบัติที่ล้ำค่าที่สุด!” หวงหรูเหม่ยมองไปที่ซุนห่าว หลังจากผ่านไปสักพักนางก็กลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง
“เจ้าไม่ไปดูสัตว์เลี้ยงของข้าหรือ? มาเถอะ เข้าไปกัน!”
“เจ้าค่ะ นายน้อย!” หวงหรูเหม่ยเดินตามซุนห่าวเข้าไปข้างใน