มีคนขอความช่วยเหลือ
พวกของหลินเทียนพูดคุยกันสักพักจากนั้นไม่นานเหล้าก็ได้ยกมาเสริฟ"เต็มที่เลยน่ะพวกนาย ถ้ามีสิ่งใดขาดเหลือสามารถเรียกพนักงานได้เบย"เสิ่นคงกล่าวขึ้นขณะมองไปที่เป่ยหยวนเเละเจิ้งฟาน
เขาหยิบเหล้าที่เพิ่งถูกเสริฟมาหนึ่งขวดจากนั้นก็เปิดฝาออกรินให้กับเป่ยหยวนและเจิ้งฟาน
"ขอบคุณครับพี่เสิ่น"ทั้งสองเป่ยหยวนและเจิ้งฟานกล่าวขอบคุณเสิ่นคงพร้อมกัน
"ไม่เป็นไร เอาล่ะตอนนี้ผมต้องไปตรวจดูความเรียบร้อยหน่อย อย่างที่ฉันบอกไปถ้าพวกนายมีปัญหาอะไรก็เรียกพนักงานได้เลย"เสิ่นคงลุกขึ้นเพื่อที่จะจากไป "นายน้อยเหลียงเดี๋ยวผมไปตรวจดูความเรียบร้อยหน่อยนะครับ ขอให้นายน้อยมีความสุขครับ"เสิ่นคงกล่าวกับเหลียงเหว่ยอย่างเคารพ
"อืม ไปเถอะ"เหลียงเหว่ยตอบรับเบาๆ จากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อยให้กับเสิ่นคง
เสิ่นคงหันหลังจากนั้นก็ออกไป รอจนกระทั้งเสิ่นคงออกไปพ้นประตูเป่ยหยวนก็ได้กล่าวออกมา"เอาล่ะพวกเราวันนี้เมาให้เต็มที่ไปเลย!!"
เป่ยหยวนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาและรินมันให้กับเพื่อนๆทุกคน
"มาๆๆ เรามาชนแก้วกันหน่อย..!!!"เจิ้งฟานกล่าวออกมาพร้อมกับยื่นแก้วเหล้าออกไปข้าง
"ชนแก้ว~"
ติ้ง~
ทั้งสี่คนเอาแก้วมาชนกันจนเกิดเป็นเสียงที่น่าตื่นเต้น หลังจากนั้นพวกเขาก็พากันดื่นเหล้ากันอย่างสนุกสนามเต็มที่ หลังจากที่อยู่ในนรกมานานตอนนี้ทั้งสองคนเจิ้งฟานเเละเป่ยหยวนรู้เหมือนถูกปลดปล่อย
.......
เวลาล่วงเลยผ่านไป2ชั่วโมง
ขณะนี้เป่ยหยวนและเจิ้งฟ่านพวกเขาทั้งได้เมากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วและตอนนี้ทั้งสองต่างพากันกอดคอกันและกันและมุ่งหน้าสู่โซนคาราโอเกะ ถึงแม้ว่าสองคนจะเมาแล้วแต่พลังงานจองทั้งก็ยังไม่ได้หมดไปยังสมบูรณ์
เหลียงเหว่ยเห็นทั้งสองแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเผยแววตาแห่งความตลกออกมา ตอนนี้เหลียงเหว่ยยังไม่ได้เมาแน่นอนว่าเหล้าเพียงแค่นั้นไม่สามารถทำให้ผู้บ่มเพาะเช่นเขาเมาได้อยู่แล้ว
หลินเทียนที่อยู่ข้างก็ไม่ต้องไปพูดถึงเขาเองก็ไม่ได้เมาเช่นกัน ต่อให้หลินเทียนจะดื่นเหล้าเท่ามหาสมุทรถ้าเขาไม่อยากเมาก็ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้
"นายกินเข้าไปขนาดนั้นนายยังไม่เมาอีกงั้นหรอ"เหลียงเหว่ยละสายตาจากพวกเป่ยหยวนจากนั้นก็หันหน้ามาถามหลินเทียนด้วยใบหน้าที่เต็มด้วยความชื่นชมและความสงสัย
"นายเองก็ยังไม่เมาเหมือนกันไม่ใช่หรอ?"หลินเทียนมองหน้าเหลียงเหว่ยและกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
"มันไม่เหมือนกัน.."
"ไม่เหมือนกันยังไง"หลินเทียนเอียงหัวกล่าวถาม แน่นอนว่าเขาคาดเดาได้ว่าเหลียงเหว่ยต้องการจะกล่าวอะไร
"ก็ฉันเป็น..."เหลียงเหว่ยจะพูดเขาเป็นผู้บ่มเพาะแต่พอคิดดูอีกทีไม่พูดดีกว่า
"เป็นอะไรงั้นหรอ"
"ก็ฉันเป็นคนคอแข็งไง"เหลียงเหว่ยพูดออกมาในขณะที่หยิบขวดเหล้าขึ้นมาดื่มไปหนึ่งกรุป
หลินเทียนได้ยินก็ยินออกมา'นึกว่าจะบอกว่าตัวเองเป็นผู้บ่มเพาะซะอีก'
" นายไม่ไปร่วมกับพวกเขางั้นหรอ"เหลียงเหว่ยถามพร้อมกับชี้ไปที่เป่ยหยวนและเจิ้งฟานที่ตอนพวกเขานี้กำลังกอดคอกันร้องเพลงอยู่
"ฉันร้องเพลงไม่เป็น"หลินเทียนมองไปที่ทั้งสองและส่ายหัวตอบออกมา ถึงแม้เมื่อก่อนเขาจะเคยร้องเพลงบ้าง แต่หลังจากห่างหายไปนานเขาก็รู้สึกไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่
"ไม่เป็นไรไปกันเถอะ สนุกๆ"เหลียงเหว่ยกล่าวออกมาโดยเขาพยายามตื้อหลินเทียนให้ไปร้องเพลงด้วยกัน
"ไม่เอา นายไปคนเดียวเถอะ"หลินเทียนกล่าวปฏิเสธ เขาไม่อยากที่ร้องเพราะรู้สึกมันน่าอายเกินไป
หลังจากที่เห็นว่าหลินเทียนยังคงใจเเข็งเหลียงเหว่ยก็ไม่มีทางเลือกและกล่าวว่า"งั้นนายอยู่นี่คนเดียวน่ะ"
"ไม่เป็นไร ฉันว่าฉันจะออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย"ในตอนนี้หลินเทียนอนากที่ตะเดินออกไปชมด้านนอกสักหน่อยเพราะอยู่ในนี้นานๆก็รู้สึกเบื่อขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว
"เอางั้นก็ได้"พูดจบเหลียงเหว่ยก็ลุกขึ้นจากโซฟาและเข้าไปร่มสนุกกับพวกเป่ยหยวน
หลินเทียนเอนตัวไปที่โซฟาเล็กน้อยจากนั้นก็ปิดตาลง ไม่นานเขาก็เปิดตาออกมาพร้อมกับลุกขึ้นออกจากห้องส่วนตัว
หลินเทียนออกจากห้องส่วนตัวและเดินเตร่เรื่อยๆภายในคลับเขาค่อยฟังเสียงดนตรีที่กำบังบรรเลง เสียงที่ดังสนั่นแต่กลับไม่ทำให้เขารู้สึกรำคาญเลยมันกลับทำให้เขารู้สึกคิดถึงมากกว่า คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ
หลินเทียนเทียนเดินไปเรื่อยๆจนในที่สุดเขาก็ไปหยุดที่หน้าห้องส่วนตัวแห่งหนึ่งเหตุผลที่เขาหยุดนั้นเป็นเพราะเขาได้เสียงของคนต้องการความช่วยเหลือ!
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!!"
เสียงนี้ฟังดูเป็นเสียงของผู้หญิง ทีแรกหลินเทียนก็ไม่ได้สนใจมันมากนักเพียงแต่ว่าพอเขาลองฟังดูดีๆเสียงของผู้หญิงคนนี้ดูแล้วคุ้นเคยเป็นอย่างมาก
หลินเทียนอดไม่ได้ที่จะปล่อยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองเข้าไปสำรวจภายในห้อง หลังจากปลดปล่อยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองออกไปแล้วเขาก็ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดภายในห้อง
ปรากฏเป็นผู้ชายหนึ่งและผู้หญิงหนึ่งอยู่ภายในห้องตอนนี้ ผู้หญิงที่อยู่ในห้องขณะนี้เสื้อผ้าฉีกขาดกำลังขดตัวอยู่มุมหนึ่งของห้องอย่างหงาดกลัว ส่วนทางด้านผู้ชายกำลังยืนอยู่ด้านหน้าของเธอและกำลังจะถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก!
หลินเทียนเพ่งพินิจไปที่หญิงสาวอย่างตั้งใจและทันใดนั้นจู่ๆในสมองของเขาก็ได้ปรากฎภาพของหญิงสาวคนหนึ่งขึ้นมา
ภายในห้องส่วนตัว
ชายหนุ่มกำลังจะถอดเสื้อของตัว นิ้วมือของเขากำลังถอดกระออกทีละชิ้น
หญิงสาวที่นั่งขดตัวอยู่มุมห้องเมื่อเห็นเช่นนั้นก็กรีดร้องออกมาอย่างตื่น
ตระหนก"ฉ..ฉางเหวิน น..นายคิดจะทำอะไร?!!"หญิงสาวถามออกมาด้วยสายตาที่หวาดกลัว
"มาถึงขนาดนี้แล้วคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ เซียวอยูซวน"ฉางเหวินกล่าวออกมาในขณะที่เดินเข้าใกล้เซียวอยูซวน
เซียวอยูซวนคนนี้แน่นอนคือเซียวอยูซวนคนเดียวกันกับหลินเทียนเคยพบ
"อย่าเข้ามาน่ะ! ฉางเหวินนายไม่กลัวพ่อของฉันจะทำลายตระกูลฉางของนายอย่างงั้นหรอ!"เซียวอยูซวนพูดออกมาด้วยความกล้าหาญนี่เป็นไพ่ใบสุดท้ายที่เธอจะต่อกรกับฉางเหวิน
"เหอะ! รอให้ฉันได้ครอบครองเธอและถ่ายคลิปขณะที่เรากำลังทำกิจกรรมกันถึงตอนนั้นฉันก็อยากจะรู้ว่านายท่านเซียวจะทำอะไรได้"ฉางเหวินกล่าวออกมาขณะที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
"น่ารังเกียจ!!!"เซียวอยูซวนได้ยินคำพูดของฉางเหวินก็อดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา
เธอเสียใจมากที่ตกลงมาพบเขาที่นี่เพียงเพราะว่าเขาบอกว่ามีโครงใหญ่อยากจะขอความร่วมมือเธอก็เลยตกลงที่จะมาพบเขาทันทีโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยเลย
ฉางเหวินเดินเข้ามาใกล้เซียวอยูซวนจากนั้นก็จับไปที่ไหล่ทั้งสองของเธอพร้อมกับผลักเธออย่างแรง!
“โอ้ย!”เซียวอยูซวนโดนผลักจนตัวเองต้องนอนไปหงายอยู่กับพื้นศรีษะของเธอกระทบพื้นเล็กน้อยทำให้เธออดไม่ได้ที่จะส่งเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวด
ฟังเสียงที่ชั่งยั่วยวนของเซียวอยูซวนฉางเหวินก็แทบจะกลั้นความปราถนาของตัวเองเอาไว้ไม่ไหว