แข่ง
ด้านในของรถแลมโบร์กินีขณะนี้บนใบหน้าแสนสวยของหญิงสาวได้ปรากฏความตกตะลึงและความไม่อยากจะเชื่อขึ้นมา เธอมองไปที่รถเฟอร์รารี่ของหลินเทียนด้วยดวงตาที่อึ้งทึ่ง!
เธอไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะสามารถขับมาตีเสมอเธอได้ เมื่อกี้เธอได้แซงเขาและได้ทิ้งห่างเขาไปแล้วแท้ๆ
เธอมองไปที่รถของหลินเทียนจากนั้นก็พยายามที่จะมองทะลุคนด้านใน เธออยากรู้ว่าใครเป็นขับรถคันนี้กันแน่ทำไมเขาถึงใช้เวลาเพียงแค่เวลาสั้นๆ ก็สามารถที่จะตีเสมอเธอได้แล้ว สิ่งนี้มันเหลือเชื่อมากเกินไป!
ในขณะที่หญิงสาวกำลังพิจารณานั่นเอง ทันใดนั้นจู่ๆเธอก็ได้เห็นว่ารถเฟอร์รารี่คนนั้นพยายามที่จะแซงเธอไปให้ได้ เมื่อเห็นเช่นนั้นรอยบางๆก็ได้ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าแสนสวยของเธอ"เหอะ อยากแซงฉันอย่างงั้นหรอ ไม่มีทางหรอก!"พูดจบหญิงสาวก็เหยียบคันเร่งจนมิดพยายามที่จะทิ้งห่างรถของหลินเทียน
หลินเทียนเห็นว่าหญิงสาวคนนี้ต้องการที่จะเเข่งขันกับเขา ทันใดนั้นปรากฏความตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยภายในหัวใจของเขาทันที ตั้งแต่กลับมาจากโลกแห่งการบ่มเพาะคาดว่านี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่เขามีความรู้สึกตื่นเต้นแบบนี้
หลินเทียนไม่รอช้าเขาเหยียบคันเร่งพยายามที่จะแซงรถของหญิงสาวไปให้ได้ เจาเพิ่งความเร็วให้เร็วมากขึ้นจากนั้นก็หลบหลีกรถคันหน้าด้วยความพริ้วไหวราวกับผู้เชี่ยวชาญ ทิ้งห่างให้รถแลมโบร์กินีตามอยู่ด้านหลัง
เป่าหนิงเยวี่ยเห็นสกิลขับรถของหลินเทียนเธอก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความตกใจขึ้นมา 'สกิลการขับรถของเขาไม่ต่างจากนักแข่งรถมืออาชีพเลยเลย หรือว่าเขาจะเป็นนักแข่งรถมืออาชีพ'เธอคิดภายในใจ
'ถึงแม้จะเป็นนักแข่งรถแต่อย่าคิดว่าฉันจะยอมแพ้'เป่าหนิงเยวี่ยใส่เกียและเหยียบคันเร่งเต็มสุด เธอพยายามเลียนแบบสกินของหลินเทียนโดยการพยายามหลบหลีกรถคันที่อยู่เบื้องหน้า
การหลบหลีกของเธอถึงแม้จะไม่พริ้วมากเหมือนหลินเทียนแต่เธอก็ทำมันได้ดี ตอนนี้เธอได้ตามหลังรถของหลินเทียนเพียงเล็กน้อย
"ทีนี้แหละฉันจะแซงนายให้ได้"เป่าหนิงเยวี่ยเหยียบเต็มสปีดพยายาจะแซงรถของหลินเทียนที่อยู่ห่างเธอเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ทว่าในขณะที่เธอกำลังเหยียบเต็มมิดนั้นจู่ๆเธอก็ได้เห็นว่าทางของหน้าได้ปรากฏทางโค้งขึ้นมา เป่าหนิงเยวี่ยชลอความเร็วของรถของตัวเองในทันที ถ้าเกิดว่าไม่ชลอละก็มีหวังได้หลุดทางโค้งและไปเยี่ยมยมบาลแน่!
เธอชลอรถของเธอเพื่อให้สามารถเข้าทางโค้งได้ในขณะเดียวกันเธอก็คอยสังเกตรถจองหลินเทียนไปด้วย แต่ในขณะที่กำลังสังเกตุรถของหลินเทียนจู่ๆเธอก็ต้องอุทานออกมา"เห้ยย!! ทำไมหมอนั่นไม่ชลอ อยากตายงั้นหรอ?!!"
เป่าหนิงเยวี่ยสังเกตเห็นว่ารถของหลินเทียนไม่ที่ท่าว่าจะชลอเลยแม้จะใกล้ถึงทางโค้งแล้วก็ตาม เหตการนี้ทำให้เธอตื่นตระหนกขึ้นมาถ้าเกิดใช้ความเร็วนั้นเข้ามีหวังไม่สามารถควบคุมรถได้แน่
หลินเทียนมองทางโค้งเบื้องหน้าจากนั้นก็ปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากของเขา เขาไม่คิดที่จะชลอแต่กลับกันหลินเทียนได้เพิ่มความเร็วของรถขึ้น
"บ้าไปแล้ว!!! เขาจะเพิ่มความเร็วของรถเพื่ออะไร ตายแน่!! งานนี้มีหวังตายแน่ๆ!!!"เป่าหนิงเยวี่ยกล่าวออกมาด้วยความตกใจในขณะเดียวกันเธอก็ไม่กล้าที่จะอุบัติเหตุที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้า
ในขณะที่เธอคิดว่าหลินเทียนน่าจะไม่รอดแล้วนั้นจู่ๆ รถของหลินก็ได้กำเบรกจากนั้นก็ดริฟทางโค้งอย่างสวยงาม การดริฟของหลินเทียนนั้นทำให้เกิดควันขึ้นมาโขม่ง
เป่าหนิงเยวี่ยมองรถของหลินเทียนที่กำลังดริฟอยู่ด้วยความตกตะลึง เธอขยี้ตาตัวเองจากนั้นเธอก็อุทานออกมา "เป็นไปไม่ได้"
เป่าหนิงเยวี่ยมองรถของหลินเทียนที่กำลังห่างเธอออกไปด้วยความตกตะลึง รอหลังจากที่เธอได้สติขึ้นมาคิดที่จะตามรถของหลินเทียนไปแต่มันก็ไม่ทันแล้ว รถของหลินเทียนค่อยๆ ที่จะห่างสายตาของเธอไป
ทางด้านหลินเทียนหลังจากที่เขาดริฟทางโค้งเมื่อกี้นี้เขารู้สึกตื่นเต้นมาก ความรู้นั้นมันทำให้เขากลับไปอยู่ในช่วงวัยรุ่นอีกครั้ง
หลังจากที่สังเกตว่าเขาได้ทิ้งห่างรถแลมโบร์กินีกินี่นั้นได้แล้ว หลินเทียนก็ขับรถมุ่งหน้ากลับมาหาลัย
...................
วันเวลาผ่านไปตั้งแต่ทานข้าวกับผู้นำตระกูลฉางตอนนี้เวลาก็ผ่านไปสามวันแล้ว
หลินเทียนยังคงทำกิจกรรมเดิมๆ ซึ่งก็คือการเรียน การที่ได้เรียนในมหาลัยนั้นมันทำให้หลินเทียนรู้สึกว่าตัวเองได้กลับมาเป็นวัยรุ่นและได้กลับมาอายุน้อยอีกครั้งถึงแม้ว่าอายุของเขาจริงๆจะมากแล้วก็ตาม
แต่ทว่าถ้านับอายุจากโลกนี้หลินเทียนก็ไม่ถือว่าอายุมากอาจจะถือว่าอายุน้อยเสียด้วยซ้ำเพียง19ปีแต่ก็ว่านะกฏของกาลเวลาของที่นี่กับโลกแห่งการบ่มเพาะและสายธารแห่งกาลเวลามันไม่เหมือนกัน ในโลกแห่งการบ่มเพาะผ่านไปนับพันปีและภายในสายธารแห่งกาลเวลา เวลาผ่านไปนับล้านๆปี แต่มาในโลกนี้เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น
หลินเทียนกำลังฟังอาจารย์สอนอยู่หน้าชั้นเรียนอย่างตั้งใจราวกับพยายามดูดซับความรู้จากอาจารย์ที่สอนอยู่ให้ได้มากที่สุด ซึ่งเอาจริงๆ ถ้าเกิดว่าเขาอยากได้ความรู้จริงๆ เขาเพียงแค่เข้าไปในห้องสมุดและอ่านหนังสือทุกเล่มก็ได้แล้ว ด้วยความจำระดับเทพของเขาเพียงแค่ผ่านตาก็สามารถจำได้แล้ว
แต่หลินเทียนไม่อยากที่จะทำอย่างนั้นเขาอยากที่จะเก็บความรู้จากอาจารย์มากกว่าเพราะการศึกษาจากผู้คนทำให้เราเข้าใจมากกว่าซึ่งเอาเข้าจริงๆเขาแค่ขี้เกียจที่จะอ่านหนังสือเพียงเท่านั้น
หลังเลิกเรียนหลินเทียนได้กลับมาที่หอพักกับเพื่อนๆ ในขณะที่เขากำลังจะขึ้นไปในหอพักนั้นจู่ๆ เขาก็สังเกตได้ถึงคนๆ หนึ่งกำลังยืนอยู่หน้าตึกหอพัก
คนๆนั้นเห็นหลินเทียนเขารีบเดินเข้ามาหาทันที "นายน้อย"
คนที่เข้ามาหาหลินเทียนคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน เป็นติงไคคนขับรถของตระกูลจี้นั่นเอง
เพื่อนๆของหลินเทียนเห็นว่าหลินเทียนน่าจะมีธุระพวกเขาเลยขอตัวขึ้นหอก่อน
"มีอะไรงั้นหรอ?"หลินเทียนกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย ทำไมติงไคถึงมาหาเขาหรือว่าคุณตาคุณยายมีเรื่องอยากจะคุยกับเขา
"นายน้อยครับ นายท่านสั่งให้ผมมารับนายน้อยกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลจี้ครับ"ติงไคกล่าวตอบออกมา
"คุณตามีเรื่องอยากจะคุยกับผมงั้นหรอ"หลินเทียนถามด้วยความสงสัย เขาสงสัยว่าคุณตามีเรื่องอะไรสำคัญหรือเปล่า
"ไม่รู้ครับ นายท่านสั่งให้ผมมารับนายน้อยเพียงเท่านั้นครับ"
"งั้นหรอ?งั้นไปกันเถอะ"หลินเทียนกล่าวพร้อมกับมุ่งหน้าเพื่อที่จะไปที่รถของเขา
"นายน้อยครับ รถจอดอยู่ด้านนี้ครับ"ติงไคกล่าวออกมาเมื่อเห็นว่าทางที่หลินเทียนไปนั้นไม่ใช่ทางที่รถจอดอยู่
"ผมจะไปกับรถของผม"หลินเทียนกล่าวออกมาโดยที่ไม่หันหลังมามอง
"รถของนายน้อย?นายน้อยมีรถแล้วอย่างงั้นหรอครับ"ติงไคสงสัยแต่ก็เพียงไม่นาน เพราะหลังจากที่เขาคำนึงถึงฐานะของหลินเทียนแล้วการจะซื้อรถคันหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก