เรื่องในอดีต

"ถ้าจะให้เล่าเรื่องนั้นมันเกิดขึ้นในตอนที่หลานยังอยู่ในท้องของแม่หลานอยู่ ในช่วงเวลานั้นทางด้านตระกูลหลินกำลังวุ่นอยู่กับการสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าตระกูลเพราะในตอนนั้นหลินเซี่ยวเฟิงได้ลงมากจากตำแหน่งของหัวหน้าตระกูลหลินและได้ให้พ่อของหลานสืบทอดต่อ"

"อาศัยในช่วงจังหวะนั้นเองศัตรูของตระกูลหลินก็ได้โอกาศในช่วงความวุ่นวายนั้นแอบเข้ามาภายในตระกูลหลินและต้องการลักพาตัวแม่ของหลานไป ตอนนั้นแม่ของหลานกำลังอุ้มท้องหลานอยู่ดังนั้นจึงทำให้เธอไม่สามารถต่อต้านคนพวกนั้นได้ สุดท้ายเธอก็ถูกพวกนั้นจับตัวไป "

"จุดประสงค์หลักๆในการที่พวกเขาลักพาตัวแม่ของหลานไปนั้นเป็นเพราะว่าพวกเขาอยากจะกำจัดผู้สืบทอดของตระกูลหลินไม่ให้เกิดเพื่อไม่ให้ลืมตาดูโลก! ไม่รู้ว่าพวกมันทำไปเพราะอะไรกันแน่บางทีอาจกังวลว่าในอนาคตตระกูลหลินอาจเติบโตมากขึ้นก็เป็นได้"

"ตอนนั้นแม่ของหลานได้ใช้พละกำลังทั้งหมดเพื่อปกป้องหลานเอาไว้ เธอในตอนนั้นอยู่เพียงแค่ระดับรวบรวมลมปราณเท่านั้นแต่ก็พยายามที่จะสู้กับอีกฝ่ายที่มีระดับที่เหนือกว่า"

"แต่ว่าด้วยความที่ระดับของอีกฝ่ายนั้นสูงเกินไป ทำให้แม่ของหลานพลาดท่าและถูกโจมตีไปที่ท้อง ซึ่งการโจมตีครั้งนั้นเป็นการโจมตีที่รุนแรงมากทำให้แม่ของหลานกระอักเลือดออกมาและเกือบที่จะหมดสติ"

"คนร้ายในตอนนั้นเขาคิดว่าการโจมตีที่รุนแรงขนาดนั้นของเขา คงจะสามารถฆ่าหลานที่อยู่ในท้องได้แล้วบวกกับตอนนั้นหลินเซียวเฟิงปู่ของหลานได้ใกล้เข้ามาแล้ว อีกฝ่ายก็ได้ล่าถอยจากไป"จี้เฟิงได้กล่าวออกมาพร้อมกับปรากฏจิตสังหารแวบผ่านในดวงตา แน่นอนว่าเขาย่อมแค้นคนที่มาทำร้ายลูกและและหลานของตัวเอง

"แล้วต่อจากนั้นละครับ"หลินเทียนกล่าวถามออกมาเมื่อเห็นว่าตาของเขาได้หยุดคำพูดของตัวเอง

"จากนั้นพ่อและปู่ของหลานก็ได้มาถึง เมื่อพ่อของหลานมาถึงแม่ของหลานก็ได้หมดสติลง แต่ว่าก่อนที่เธอจะหมดสติลงเธอก็ได้ขอร้องให้หลินเซียวเฟิงช่วยชีวิตหลานที่อยู่ในท้องเอาไว้ให้ได้ เพื่อให้เจาสามารถลืมตาดูโลกนี้ได้"

"หลินเซียวเฟิงได้ทำการตรวจชีพจรของหลานภายในท้อง จากนั้นเขาก็พบว่าชีพจรของหลานนั้นอ่อนแรงเป็นอย่างมาก"

"ตอนนั้นตระกูลหลินได้ทำการหาหมอไปทั่วทุกสารทิศเพื่อที่จะสามารถยื้อชีวิตของหลานให้ได้ แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นหมอคนไหนก็ตามที่มารักษาต่างก็บอกว่าไม่มีวิธีทั้งนั้น"

"ชีพจรของหลานตอนนั้นอ่อนแรงลงเรื่อยๆ และเกือบที่จะหายไปอย่างสมบูรณ์ แต่ว่าในช่วงเวลานั่นเองก็ได้ปรากฏหมอชราท่านหนึ่งขึ้นมา เขาได้มาถึงที่บ้านตระกูลหลินและประกาศว่าสามารถรักษาชีวิตของหลานไว้ได้"

"เมื่อได้ยินอย่างนั้นพ่อและปู่ของหลานก็ไม่ลังเล พวกเขารีบเชิญให้หมอชราท่านนั้นให้มารักษาหลานทันที"

"หมอชราท่านนั่นได้ทำการรักษาหลานเป็นเวลากว่าสามชั่วโมง ในสามชั่วโมงนี้ไม่มีการหยุดพักแต่อย่างใด จนในที่สุดหมอชราก็สามารถยื้อชีวิตของหลานเอาไว้ได้ทำให้ชีพจรของหลานในตอนนั้นกลับมามั่นคงขึ้นอีกครั้ง"

"ตอนนั้นพ่อของหลานนั้นดีใจเป็นอย่างมากเขาแทบที่จะกราบเท้าขอบคุณหมอชราท่านนั้นเลยแต่ก็ถูกหมอชราท่านนั้นรั้งเอาไว้ก่อน"ขณะที่จี้เฟิงกล่าวเขาก็อดไม่ได้ที่จะเลื่อมใสหมอชราท่านนั้น

"หมอชราท่านนั้นได้พักอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลหลินเป็นเวลาสามวันก่อนที่จะกลับไป และก่อนที่เขาจะกลับไปนั้นเขาก็ได้บอกเรื่องที่ไม่ยินดีเรื่องหนึ่งให้กับพ่อของหลานนั่นก็คือหลานอาจไม่สามารถที่จะบ่มเพาะพลังได้เนื่องจากผลกระทบจากอาการบาดเจ็บ"

"พ่อและปู่ของหลานตอนแรกก็ไม่เชื่อแต่เมื่อพวกเขาได้ตรวจสอบร่างกายตอนที่หลานเกิดพวกเขาจะไม่เชื่อคงไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นพ่อของหลานก็ยังคงไม่ยอมแพ้เขาใช้ทรัพยากรของตระกูลจำนวนมากเพื่อที่จะทำหลานสามารถบ่มเพาะพลังได้แต่ถึงอย่างนั้นไม่ก็ไม่ได้ผลจนในที่สุดพ่อของหลานก็ตัดใจและปล่อยให้หลานใช้ชีวิตอย่างมีความสุข จนสุดท้ายหลานก็ได้ชื่อว่าเป็นหนุ่มเจ้าสำราญอันดับหนึ่งในเมืองหลวง"

"เรื่องทั้งหมดมันก็เป็นแบบนี้แหละ"จี้เฟิงมองไปที่หลินเทียนด้วยดวงตาที่ลึกซึ้ง เขารู้สึกสลดใจเล็กน้อยเกี่ยวกับชะตากรรมของหลานชายคนนี้

หลินเทียนไม่รู้ว่าในอดีตจะเกิดเรื่องแบบนี้กับเขา เขาอยากขอบคุณตาของเขามากที่เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง อีกอย่างหลินเทียนก็เกิดความสนใจที่จะเจอหมอชราที่รักษาเขาตอนนั้นด้วย

เขาอยากจะกล่าวขอบคุณหมอชราคนนั้น เป็นไปได้เขาอยากจะตอบแทนอะไรบางอย่างให้กับชายชราและอีกอย่างหลินเทียนยังรู้สึกอีกว่าหมอชราคนนั้นอาจไม่ใช่หมอธรรมดาทั่วไป

บางทีอาจมีอะไรพิเศษเกี่ยวกับหมอชราคนนั้น สิ่งนี้หลินเทียนไม่สามารถยืนยันได้แต่ว่าสัญชาตญาณของเขาบอกว่ามันต้องเป็นเช่นนั้นเเน่!

"นี่ก็สายมากแล้วหลานไปทำธุระเถอะ"จี้เฟิงได้กล่าวออกมา ในตอนนี้เขาอยากจะนั่งอยู่คนเดียวสักพักดังนั้นเขาจึงได้ไล่หลินเทียนไปทางอ้อม

"ครับคุณตา ขอบคุณคุณตามากครับที่เล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง"หลินเทียนกล่าวขึ้นทาจากนั้นก็ลุกขึ้นเพื่อจะจากไป

"ไม่เป็นไรถึงอย่างไรสักวันหลานก็คงต้องรู้ อยู่ที่ว่าใครจะเป็นคนเล่าเท่านั้น"

"ยังไงก็ขอบคุณคุณตามากครับ ผมขอตัวก่อน"หลินเทียนหันหลังและเดินออกจากห้องรับแขกไป

..........

เช้าวันต่อมาหลินเทียนได้ตื่นเช้าและรับประทานอาหารร่วมกับตาและยายของเขา หลังจากทานอาหารเสร็จหลินเทียนก็เตรียมตัวที่จะไปมหาลัย

"อย่าลืมบ่มเพาะด้วยล่ะ ห้ามอู้เด็ดขาด"เสียงจี้เองได้จากด้านหลังหลินเทียน

"ครับ"หลินเทียนพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ

"อ้อ อีกอย่างคืนนี้จะมีการจัดงานประมูลขึ้นที่ศาลาสมบัติ หลานอยาจะไปดูหน่อยไหม"

"งานประมูลที่ศาลาสมบัติอย่างงั้นหรอครับ? "หลินเทียนสงสัยเล็กน้อยศาลาสมบัติอย่างงั้นหรอมันคือที่ไหน เขาอยู่ในเจียงไห่มาเกือบสองเดือนแล้วแต่ไม่เคยได้ยินสถานที่นี้เลย

หลินเทียนคิดทบทวนดูคืนนี้เขาไม่น่าจะมีธุระอะไร ลองไปดูหน่อยดีกว่า

"ผมอยากไปด้วยครับ" หลินเทียนกล่าวออกมา เขาสนใจเล็กน้อยเกี่ยวกับงานประมูลนี้ อยากจะรู้เรื่องเกี่ยวกับผู้บ่มเพาะในเมืองนี้ให้มากขึ้น

"งั้นคืนนี้ตาจะให้อาไคไปกับหลานถ้าเกิดสนอะไรหลานสามารถบอกกับอาไคได้เลย"จี้เฟิงกล่าวออกมา

"ครับคุณตา งั้นผมของตัวก่อน ฝากบอกคุณยายด้วยน่ะครับ"

ตอนก่อน

จบบทที่ เรื่องในอดีต

ตอนถัดไป