ศาลาสมบัติ

ช่วงเวลากลางคืน

หลินเทียนได้กลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลจี้อีกครั้งเพื่อที่จะเตรียมไปที่งานประมูลกับติงไค เขารู้สึกสนใจเล็กน้อยเกี่ยวกับงานประมูลครั้งนี้เพราะเขาต้องการดูว่าผู้บ่มเพาะของโลกใบนี้เป็นยังไงกันแน่

หลังจากลงจากรถได้ไม่นาน หลินเทียนก็เห็นติงไคกำลีงเดินมาหาตนเอง

"นายน้อย งานประมูลจะเริ่ม 20:00 ยังมีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง นายน้อยจะเข้าไปข้างในก่อนหรือว่าจะไปที่ศาลาสมบัติเลยครับ''ติงไคกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเคารพ

หลินเทียนมองไปที่คฤหาสน์สัมผัสได้ว่าไม่มีคนอยู่เขาถามออกมา"ตากับยายไม่อยู่งั้นหรอ"

"นายท่านกับนายหญิงได้ออกไปทำธุระข้างนอกครับ คาดว่าน่าจะกลับดึก"ติงไคตอบกลับมา

"งั้นเราไปที่ศาลาสมบัติกันเถอะ"หลินเทียนกล่าวออกมาถึวยังตอนนี้คุณตากับคุณยายก็ไม่ได้อยู่บ้านดังนั้นไปศาลาสมบัติเบยดีกว่า

"ครับ นายน้อยจะไปกับรถตัวเองหรือว่าจะไปกับรถของที่บ้านครับ"

"ไปกับรถของฉันแล้วกัน นายมาขับรถ"หลินเทียนยื่นกุญแจให้ติงไคขับรถ

............

หลินเทียนและติงไคใช้เวลาประมาณ30นาทีก็ได้มาถึงสถานที่ที่เรียกว่าศาลาสมบัติ

สถานที่นี้มีรูปร่างคล้ายกับจวนที่อยู่ของขุนนางเก่า มันมีรูปทรงเหมือนเรือนโบราณพื้นที่ของมันนั้นกว้างใหญ่มากถ้านับรวมๆ แล้ว น่าจะเทียบได้กับสนามฟุตบอลสองแห่งรวมกัน

หลินเทียนได้สอบถามข้อมูลของศาลาสมบัติจากติงไคแล้ว ศาลาสมบัตินี้เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายแลกเปลี่ยน โดยลูกค้าหลักของศาลาสมบัตินั้นก็คือผู้บ่มเพาะ ผู้คนธรรมดาจะไม่สามารถเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้

หลินเทียนยังได้รู้จากติงไคอีกด้วยว่าศาลาสมบัตินั้นมีทุกๆ เขตมหาอำนาจ พูดง่ายๆ สถานที่ที่มีมหาอำนาจดำรงอยู่ย่อมต้องมีศาลาสมบัติปรากฏ

โดยอำนาจเบื้องหลังของศาลาสมบัตินั้นไม่มีใครทราบแต่ผู้คนก็คาดเดาว่าอำนาจเบื้องหลังของมันยิ่งใหญ่มากแน่

หลินเทียนและติงไคได้เดินเข้าด้านในตัวอาคารของศาลาสมบัติ

เมื่อเข้ามาด้านในติงไคก็บอกว่ามีธุระต้องไปจัดการ ทิ้งให้หลินเทียนอยู่คนเดียว ก่อนไปเขายังบอกให้หลินเทียนรอเขาอยู่ตรงนี้สักครู่

หลินเทียนมองผู้คนต่างเพศต่างวัยในห้องโถงด้วยความสนใจ หลินเทียนสัมผัสได้ว่าคนพวกนี้ทั้งหมดต่างก็เป็นผู้บ่มเพาะ โดยผู้บ่มเพาะระดับต่ำสุดที่เขาสัมผัสได้ก็คือระดับปรับแต่งร่างกายและระดับสูงสุดคือระดับรวบรวมลมปราณ

ถ้าว่ากันตามจริงแล้วพลังบ่มเพาะเพียงแค่นี้ช่างอ่อนแอเป็นอย่างมาก

ในระหว่างที่หลินเทียนกำลังคิกอะไรอยู่นั้น จู่ๆ เสียงหวานๆ ก็ได้ดังขึ้นมาข้างเขา"สวัสดีค่ะ คุณลูกค้ามาเข้าร่วมการประมูลอย่างงั้นหรอคะ"

หลินเทียนหันหน้าไปมอง ตรงหน้าเขาปรากฏหญิงสาวแต่งตัวคล้ายพนักงานคนหนึ่ง ใบหน้าของหญิงสาวสวยเป็นอย่างมาก อีกทั้งเธอยังมีร่างกายที่เซ็กซี่อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้นหลินเทียยนยังสัมผัสได้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นผู้บ่มเพาะพลังซึ่งระดับของเธอก็คือระดับสร้างรากฐานขั้นต้น คิดๆ ดูแล้วศาลาสมบัติไม่ธรรมดาจริงๆที่มีพนักงานในระดับนี้ได้

หลินเทียนมองหญิงสาวสักพักจากนั้นก็พยักหน้าเอ่ยตอบ"ใช่"

"ไม่ทราบว่าดิฉันขอดูบัตรที่นั่งของคุณลูกค้าได้ไหมค่ะ"พนักงานสาวกล่าวถามออกมา

"บัตรอย่างงั้นหรอ"หลินเทียนมองพนักงานสาวอย่างสงสัย เขาไม่รู้ต้องใช้บัตรด้วย เรื่องนี้ติงไคๆม่ได้ยอกกับเขาเลย

"คุณลูกค้าไม่มีบัตรอย่างนั้นหรอค่ะ? ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณลูกค้าจะต้องซื้อบัตรก่อนที่จะเข้าร่วมการประมูลได้ค่ะ"หญิงสาวกล่าวออกมาอย่างสุภาพ จากนั้นก็กล่าวถาม"คุณลูกค้าอยากให้ดิฉันพาไปซื้อบัตรไหมค่ะ"

หลินเทียนคิดสักพักจากนั้นก็กล่าวออกไปว่า"ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมรอคนก่อน" หลินเทียนคิดว่าติงไคน่าจะซื้อบัตรเอาไว้แล้ว เขารอไปกับติงไคดีกว่า

หลินเทียนเดินไปหาที่นั่งจากนั้นก็นั่งหลับตารอติงไคมาถึง

เวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที หลินเทียนได้ลืมตาขึ้นมาเพราะการมาถึงของคนๆ หนึ่ง ซึ่งคนๆ นี้ไม่ใช่ติงไคแต่เป็น หนิงเหยียน

"สวัสดีครับนายน้อย"หนิงเหยียนกล่าวทักออกมาพร้อมกับตื่นเต้นเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าการมาศาลาสมบัติจะได้พบกับหลินเทียน ช่วงนี้หลินเทียนไม่ค่อยได้แวะไปที่ภัตตาคารอาหารชั้นฟ้าเลยทำให้เขาไม่ค่อยได้พบหลินเทียนสักพัก

"นายก็มางานประมูลนี้เหมือนกันอย่างงั้นหรอ"หลินเทียนกล่าวถามออกมาในขณะที่มองไปที่เขาอย่างสงสัย

"ครับ ผมรู้สึกเบื่อนิดหน่อยเลยออกมาหาความสนุกครับ"หนิงเหยียนกล่าวตอบออกมาก เมื่อก่อนเป็นเพราะว่าต้องกังวลถึงสถาพร่างกายของตัวเองเขาเอาแต่อยู่ที่ภัตตาคารอาหารชั้นฟ้าตลอด ในตอนนี้เขาหายดีแล้วสำหรับเขาการอยู่เฉยๆที่ภัตตาคารอาหารขั้นฟ้าน่าเบื่อเป็นอย่างมาก

ดังนั้นสุดท้ายเมื่อได้ยินข่าวเรื่องการประมูลเขาก็เลยอยากมาดูสักหน่อยเพื่อแก้เบื่อ แต่สุดท้ายไม่คิดว่าเขาจะพบกับหลินเทียนที่นี่ด้วย

"อย่างงั้นหรอ"

"นายน้อยไม่เข้าข้างในครับ ตอนนี้งานประมูลก็ใกล้จะเริ่มแล้ว"หนิงเหยียนกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าหลินเทียนยังคงไม่เข้าไปในพื้นที่ประมูล

"ฉันไม่มีบัตรดังนั้นจึงเข้าไปไม่ได้"หลินเทียนกล่าวตอบออกมาอย่างราบเรียบ

"ถ้าอย่างงั้นนายน้อยเข้าไปพร้อมกันกับผมไหมครับพอดีว่าเหลนของผมได้ให้บัตรที่นั่งวีไอพีกับผม"หนิงเหยียนเสนอออกมาพร้อมกับหยิบบัตรใบหนึ่งออกจากแขนเสื้อ

หลินเทียนคิดสักพักจากนั้นก็ตอบ เขาเข้าไปกับหนิงเหยียนทำอะไรก็จะสะดวกมากกว่า

หลินเทียนลุกขึ้นยืนและกล่าวออกมา"ไปเถอะ"

หลินเทียนและหนิงเหยียนได้เข้าไปในห้องวีไอพีโดยการนำทางของพนักงาน หลังจากเข้าไปในห้องแล้วหลินเทียนก็อดไม่ได้ที่แปลกใจเล็กน้อยกับความหรูหราของห้องนี้ ภายในห้องตกแต่งสไตล์โบราณยุคราชวงศ์ ดูหรูหราและอู้ฟู่เป็นอย่างมาก

หลินเทียนสังเกตไปรอบๆห้องเเละเห็นว่าในห้องนี้มีกระจกแผ่นใสแปะอยู่ ด้านหลังกระจกนั้นเป็นเวทีขนาดใหญ่ ซึ่งโดยรอบเวทีได้มีผู้คนกำลังนั่งอยู่มากมาย

หลินเทียนเดินไปนั่งบนโซฟาหน้ากระจกใส มองดูเวทีและผู้คนเบื้องล่างอย่างสงบ

"นายน้อยอยากจะทานอะไรไหมครับ"เสียงหนิงเหยียนดังขึ้นมาข้างๆหลินเทียน

"ไม่เป็นไร งานประมูลจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่"หลินเทียนกล่าวถามด้วยเสียงเบา

หนิงเหยียนมองดูเวลาจากนั้นก็กล่าว"อีก10นาทีก็น่าจะเริ่มครับ"

"อืม"ได้ยินอย่างนั้นเขาพยักหน้าจากนั้นก็หลับตารอการประมูลเริ่มขึ้น

10 นาทีผ่านไป บนเวทีก็ได้ปรากฏชายวัยกลางคนคนหนึ่งขึ้นมา

ตอนก่อน

จบบทที่ ศาลาสมบัติ

ตอนถัดไป