งุนงง

ได้ยินคำพูดของเซียงหนิวที่บอกว่ารู้จักกับหลินเทียน ฉางอันก็อดไม่ได้ที่เผยความกังวลออกมาในทันที เขากลัวว่าเซียงหนิวอาจไม่สามารถทำอะไรหลินเทียนได้เพราะกลัวถึงอำนาจเบื้องหลังเขา

ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถที่จะแก้แค้นให้กับลุงมู่ได้และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือศักศรีของเขาอาจถูกทำลายโดยเด็กหนุ่มคนนั้น!

"ถ้างั้น..ผู้อาวุโสเซียงหนิวจะจัดการกับมันยังไงดีครับ"ฉางอันกล่าวถามออกมา ภายในน้ำเสียงของเขาเผยความกังวลออกมาชัดเจน เขากลัวว่าเซียงหนิวจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเกีายวกับเรื่องนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปพึ่งใครแล้ว

"ทำยังไงงั้นหรอ?"เซียงหนิวมองไปที่ฉางอันจากนั้นก็เผยสีหน้าอำหิตออกมา"ก็ฆ่ามันยังไงล่ะ!!"ขณะที่เขากล่าวรังสีสังหารก็ได้แผ่กระจายออกมาจากตัวเขาอย่างโหดเหี้ยม!!

ไม่เพียงแค่หลินเทียนจะทำลายพลังบ่มเพาะของเขาเท่านั้น แต่เจ้าหนุ่มนั่นยังฆ่าลูกพี่ลูกน้องผู้ที่เปรียบเสมือนน้องชายของเขาไปอีกด้วย! เรื่องนี้ถ้าไม่ตายกันไปข้างเขาไม่ยอมจบแน่นอน!!

"นายมีข้อมูลของเด็กคนนี้ไหม?!"เซียงหนิวกล่าวถามออกมาในขณะที่หันไปมิงฉางอัน เขาเพียงแค่รู้จักความแข็งแกร่งของหลินเทียนเท่านั้นไม่ได้รู้จักภูมิหลังของเขาว่าแข็งแกร่งขนาดไหน

ตัวเขาไม่กล้าเสี่ยงที่จะจัดการหลินเทียนโดยตรงโดยไม่คำนึงถึงเบื้องหลัง ไม่อย่างนั้นอาจเกิดภัยพิบัติกับตระกูลเซียงของเขาได้

ดังนั้นเพื่อความมั่นใจเขาจำเป็นที่จะต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเด็กหนุ่มคนนี้ก่อน!

"ข้อมูล?"ได้ยินคำพูดของเซียงหนิว ฉางเหวินก็สตั้นเล็กน้อย ไหนว่ารู้จักยังไงล่ะทำไมถึงไม่รู้เบื้องหลังว่าเป็นใครมาจากไหน

แต่ถึงอย่างนั้นฉางอันก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็วเขาโกหกออกไปว่า"ผมได้สืบมาแล้วครับ ชายหนุ่มคนนี้มาจากครอบครัวที่ธรรมดาที่บ้านอาจพอมีเงินบ้างเล็กน้อยครับ"ฉางอันโกหกออกมาด้วยท่าทางที่ดูจริงใจ

เขาจำเป็นที่จะต้องพูดแบบนี้ออกมาเพื่อให้เซียงหนิวไม่ต้องกังวลเวลาที่จะต้องจัดการกับหลินเทียน ถ้าเกิดว่าเขาพูดว่าภูมิหลังของหลินเทียนสามารถจ้างบอดี้การ์ดที่สามารถฆ่าลุงมู่ได้ บางทีเซียงหนิวอาจเลิกความตั้งใจที่จะเเก้แค้นไปก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่เขาทำนี้ก็เพื่อลุงมู่!

"มาจากครอบครัวธรรมดาอย่างงั้นหรอ?!"ได้ยินคำพูดของฉาวอัน เซียงหนิวก็อดไม่ได้ที่เผยรอยยิ้มเย็นออกมา เขาไม่เชื่อว่าฉางอันจะกล้าโกหกเขาเพราะตระกูลฉางเพียงแค่เขาเอ่ยปากก็สามารถที่จะล้มสลายได้ทุกเมื่อ

ส่วนเรื่องความแข็งแกร่งของหลินเทียนเขาคิดว่าบางทีหลินเทียนอาจได้รับโชคหรือสมบัติวิเศษบางอย่างมาก็ได้

เมื่อคิดได้เช่นนั้นแววตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมา ถ้าเขาสามารถจัดการหลินเทียนได้บางทีมันอาจเป็นการยิงนัดเดียวและได้นกถึงสองตัว

บางทีหลังจากสังหารชายหนุ่มคนนี้แล้วอาจได้รับสมบัติวิเศษมาก็ได้!

"ฉันเข้าใจแล้ว ขอบคุณผู้นำตระกูลฉางเป็นอย่างมากที่มาบอกข่าว"เซียงกงจ้องมองไปที่ฉางอันและกล่าวขอบคุณออกมา

ฉางอันโบกมือเล็กน้อยและกล่าวออกมา"ไม่เป็นไรครับไม่เป็นไร เป็นเรื่องที่ผมสมควรจะต้องบอกท่านครับ ยังไงท่านก็เป็นญาติกับลุงมู่"หลังจากที่เขากล่าวจบก็เหลือบไปมองนาฬิกา เมื่อเห็นว่าพอสมควรแล้วฉางอันก็กล่าวออกมาอีกครั้ง"ผมรบกวนผู้อาวุโสมากเกินไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อนดีกว่าครับ"

"อย่างงั้นหรอ? งั้นก็เดินทางโดยสวัสดิภาพ"เซียงหนิวกล่าวอำลาและไม่คิดจะรั้งเขาแต่อย่างใด

"ครับๆ" ฉางอันตอบออกมาและลุกเดินจากไป

หลังจากที่ฉางอันออกไปไม่นานเซียงหนิวก็ได้หยิบโทรศัพท์ออกมาจากนั้นก็ต่อสายไปยังสายหนึ่งทันที

"ฮัลโหล เสี่ยวเยว่ ผู้นำตระกูลออกจากการบ่มเพาะหรือยัง"หลังจากสายติดเซียงหนิวก็กล่าวถามทันที

"ตอนนี้คุณปู่ได้ออกจากการบ่มเพาะแล้ว ปู่หนิวมีอะไรหรือเปล่าค่ะ"เสียงใสๆดังออกมาจากปลายสาย

"อ้อ ปู่มีเรื่องจะพูดกับผู้นำตระกูลนิดหน่อย ถ้าผู้นำตระกูลออกจากการบ่มเพาะเเล้วอย่างนั้นก็ดี"

"คุณปู่ออกจากการบ่มเพาะมาได้สองสามวันแล้วค่ะ"

"อืมๆ ขอบคุณเสี่ยวเยว่มาก เดี๋ยวปู่หนิวจะไปหาผู้นำตระกูลสักหน่อย ฝากเสี่ยวเยว่บอกกับผู้นำตระกูลด้วยน่ะ"

"ได้ค่ะ"

"ในเมื่อเป็นอย่างนั้นปู่ก็ไม่รบกวนหนูแล้ว บ้ายบายจ่ะ"

"บ้ายบายค่ะ"

เซียงหนิววางโทรศัพท์ลงจากนั้นก็เผยว่าตาโหดเหี้ยมออกมา ที่เขาต้องการคุยกับหัวหน้าตระกูลนั้นเป็นเพราะว่าเขาต้องการความร่วมมือจากหัวหน้าจรถกูลในการกำจัดหลินเทียน เขารู้ตัวเองดีว่าตัวเขานั้นไม่สามารถที่จะสู้กับหลินเทียนได้ ในตอนที่พลังบ่มเพาะยังคงอยู่เขาไม่สามารถสู้ได้ยิ่งไม่ต้องพูดว่าตอนนี้เขาสูญเสียพลังบ่มเพาะไปแล้วเขาในตอนนี้ยิ่งสู้ไม่ได้อย่างสิ้นเชิง!

เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่จะจัดการกับหลินเทียนนั้นก็คือต้องขอให้ผู้นำตระกูลช่วย!

ขอแค่เรื่องนี้ท่านผู้นำตระกูลช่วยเหลือเขารับรองว่าหลินเทียนจะต้องไม่สามารถต่อต้านได้แน่!

...........

ทางด้านของหลินเทียนหลังจากที่ออกจากห้องพักผ่อนของเจิ้งฟานเขาก็ได้คุยเรื่อยเปื่อยกับเหลียงเหว่ย ในระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกันอย่างถูกรสถูกชาตินั้น จู่ๆก็ได้มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาขัดจังหวะพวกเขาทั้งสองคน

"หมอเทวดา!!"เสียงวัยชายวัยกลางคนที่ฟังดูค่อนข้างตื่นเต้นดังขึ้นมาจากด้านหลังหลินเทียน

ได้ยินอย่างนั้นหลินเทียนและเหลียงเหว่ยก็ได้หันไปจ้องมองไปที่ต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียงกันในทันทีด้วยความสงสัยและแปลกใจ

เมื่อหลินเทียนหันหน้ามอง เสียงของชายวัยกลางคนก็ดังขึ้นกว่าแต่ก่อน"ใช่หมอเทวดาจริงๆด้วย!! หมอเทวดาได้โปรดช่วยผมด้วย! ช่วยผมด้วย!!"

ชายวัยกลางคนคนนั้นได้คุกเข่าลงตรงหน้าของหลินเทียนและก้มกราบขอร้องให้หลินเทียนช่วยเหลือทันทีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

หลินเทียนทำหน้างงมองที่ชายวัยกลางคนที่กำลังคุกเข่าตรงหน้า จากนั้นก็หันหน้ามามองเหลียงเหว่ยด้วยใบหน้าที่ไม่เข้าใจ

เหลียงเหว่ยก็ทำหน้างุงงงไม่แพ้กัน พวกเขาทั้งสองจ้องมองกันและกันอย่างสงสัย

“คุณลุง คุณลุกขึ้นมาก่อน”หลินเทียนกล่าวออกมาพร้อมกับช่วยพยุงให้ชายวัยกลางคนลุกขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นชายวัยกลางคนก็ไม่ยอมที่จะลุกขึ้นมา

“ไม่ หมอเทวดาคุณต้องรัับปากผมก่อน คุณจะต้องช่วยผมน่ะหมอเทวดา ถ้าคุณไม่รับปากผมผมจะคุกเข่าตรงหน้าคุณไปตลอดชีวิต!”ชายวัยกลางคนกล่าวออกมาพร้อมกับมีน้ำตาสองเส้นไหลออกมาจากดวงตาของเขา

ตอนก่อน

จบบทที่ งุนงง

ตอนถัดไป