วิญญาณเร่ร่อน

หลังจากที่หลินเทียนมองไปที่ภรรยาของเหวินซ่งหนานสักพักเขาก็ยกยิ้มออกมาด้วยความสนใจ ตอนนี้เขาพบกับบางสิ่งบางอย่างที่สนใจเข้าแล้ว!

"ท่านหมอเทวดาได้โปรดช่วยภรรยาของผมด้วยนะครับ เธอนอนเป็นผักแบบนี้มานานกว่า2ปีแล้วครับแต่ก็ไม่มีวี่แววที่เธอจะตื่นขึ้นเลย ผมพาเธอไปหาหมอทุกหนแห่งแต่ทุกครั้งก็ล้มเหลวไม่มีใครสามารถรักษาเธอได้เลยครับ"

"หมอทุกคนที่ผ่านมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอเพียงแค่หลับเท่านั้น แต่จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง?! คนที่ไหนกันที่จะหลับยาวนานนับปีเช่นนี้ เพราะฉะนั้นหมอเทวดาได้โปรดรักษาภรรยาของผมด้วยน่ะครับ ตอนนี้ผมมืดแปดด้านไปหมดแล้วไม่รู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครดี"หลังจากที่อธิบายทุกสิ่งทุกอย่างเหวินซ่งหนานก็เริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ในชีวิตของเขาสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขามีเพียงภรรยาและลูกสาวเท่านั้น และหนึ่งในสิ่งสำคัญในชีวิตเขาต้องมาป่วยอย่างไม่รู้ชะตากรรมเช่นนี้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทรมานภายในใจ

หลังจากที่ได้ฟังสิ่งที่เหวินซ่งหนานกล่าวหลินเทียนก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร เขาเหลือบมองไปที่เหวินซ่งแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

"นายรักษาได้ใช่ไหม"

ในอีกกด้าน เหลี่ยงเหว่ยได้ยินสิ่งที่เหวินซ่งหนานกล่าวเขาก็รู้สึกสงสารและรู้สึกกังวลขึ้นมา เขารู้สึกสงสารเหวินซ่งหนานที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เหตุการณ์ที่ตัวเองไร้ความสามารถและไม่รู้อะไรเลย

ส่วนที่ว่ารู้สึกกังวลเขารู้สึกกังวลแทนหลินเทียน ไม่รู้ว่าหลินเทียนจะสามารถรักษาการที่ยากขนาดนี้ได้ไหม ฟังจากที่เหวินซ่งหนานบอกเขาได้ไปหาหมอตั้งหลายที่แล้วแต่ทุกคนก็ล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอเพียงแค่หลับเท่านั้น ไม่รู้ว่าหลินเทียนจะวินิจฉัยว่ายังไง จะเป็นเหมือนกับที่หมอคนอื่นๆ พูดไหม?

หลินเทียนรับรู้ถึงความกังวลของเหลียงเหว่ย เขาจ้องมองเล็กน้อยจากน้อยก็ยิ้มออกมา "วางใจเถอะ สำหรับฉันนี่มันแค่เรื่องจิ๊บๆ"

หลังจากเขากล่าวกับเหลี่ยงเหว่ยเสร็จหลินเทียนก็หันหน้าไปทางเหวินซ่งหนานพร้อมกับกล่าวว่า"คุณซ่งผมจะเริ่มรักษาภรรยาของคุณแล้ว ในระหว่างที่รักษานี้คุณอย่าได้รบกวนผมเด็ดขาดเข้าใจไหม?"

"อะไรน่ะ!!หมอเทวดาคุณมีวิธีรักษาแล้วอย่างงั้นหรอครับ "เหวินซ่งหนานได้ยินคำพูดของหลืนเทียนเขาก็ได้โพล่งออกมาทันทีด้วยความตื่นเต้น!!

"ใช่ผมมีวิธีรักษาภรรยาของคุณแล้ว อย่างที่ผมบอกการรักนี้ในครั้งนี้ต้องใช้สมาธิที่สูงมากเพราะฉะนั้นทางที่ผมว่าคุณควรออกไปข้างนอกดีกว่า"หลินเทียนกล่าวออกมา เขาคิดว่าเพื่อไม่ให้พวกเขาเห็นสิ่งที่ตื่นตระหนกเกินไป ทางที่ดีให้ไปรออยู่ด้านนอกห้องดีกว่า "อ้อ เหลี่ยงเหว่ยนายก็ด้วยน่ะ"

"ได้ไม่มีปัญหา"เหลี่ยงเหว่ยกล่าวรับคำ จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องอย่างเงียบๆ

เหวินซ่งหนานมองไปที่ภรรยาตัวเองที่กำลังหลับอยู่บนเตียงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หันหน้ามองหลินเทียน "ตกลงหมอเทวดา! ผมจะออกไปรอด้านนอก รบกวนหมอเทวดาด้วยนะครับ!"หลังจากกล่าวจบเขาก็เดินตามเหลี่ยงเหว่ยออกไปอย่างเร่งร้อน

หลังจากที่ทั้งสองคนออกไปจากห้อง หลินเทียนก็ได้หันมาจดจ่อที่ภรรยาของเหวินซ่งหนาน หลังจากนั้นสักพักเขาก็กล่าวออกมาว่า"นี่..ไม่คิดจะออกมาจริงๆ อย่างนั้นหรอ แกคิดว่าฉันมองไม่เห็นแกอย่างงั้นนหรอ?!"หลินเทียนกล่าวออกมาพร้อมกับมองไปที่ภรรยาของเหวินซ่งหนานอย่างสบายๆ

"ถ้าแกไม่ออกมารับรองว่าฉันจะเผาดวงวิญญาณของแกให้มอดไหม้ไปเลย!"หลินเทียนโชว์มือของตัวเองออกมา หลังจากนั้นไม่นานไฟสีเขียวก็ได้ปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของเขา

หลังจากที่ไฟสีเขียวปรากฏขึ้น ร่างของภรรยาของเหวินซ่งหนานก็เริ่มมีปฏิกิริยาขึ้นมา หลังจากนั้นไม่นานไอสีดำทมิฬเริ่มลอยออกมาจากร่างกายของภรรยาของเหวินซ่งหนาน ไม่นานไอสีดำทมิฬก็เริ่มรวมรวมตัวกันกลายเป็นกลุ่มก้อนพลังงานหนึ่งขึ้นมา!!

"เจ้าเป็นใคร?!"เสียงที่ฟังไม่ใช้ผู้หญิงและไม่ใช่ผู้ชายได้ดังขึ้นมา น้ำเสียงนี้ให้ความรู้สึกหวาดกลัวและน่าเกรงขามออกมา ถ้าคนทั่วไปได้ยินเสียงนี้รับรองเลยว่าคงจะต้องหวาดกลัวจนหนีเตลิดไปแน่ แต่แน่นอนว่าหลินเทียนไม่ใช่คนทั่วไปเหล่านั้น

"ฉันเป็นใครงั้นหรอ? เรื่องนี้เกรงว่าแกไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้"หลินเทียนกล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย เพียงแค่วิญญาญเร่ร่อนกล้าดียังไงมาถามว่าเขาเป็นใคร

"เหอะ เพียงแค่เด็กน้อยระดับควบแน่นลมปราณขั้นกลางกล้าดียังไงมากล่าวกับข้าเช่นนี้"วิญญาณเร่ร่อนกล่าวออกมา ตัวเขานั้นถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ร่างวิญญาญ แต่ก็มีความสามารถมากพอที่จะกำจัดเด็กน้อยขั้นควบแน่นลมปราณขั้นกลางได้ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ที่เด็กน้อยผู้อ่อนแอเช่นนี้กล่าวสามหาวกับเขา อีกทั้งเขายังสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมเด็กน้อยคนนี้ถึงสามารถรับรู้ถึงการคงอยู่ของเขาได้ ปกติเเล้วพวกที่ต่ำกว่าระดับสวรรค์ไม่น่าจะรับรู้ถึงการคงอยู่ของเขาได้นี่น่า?

"เอาเถอะ ฉันไม่อยากที่จะเสวนากับวิญญาณเร่ร่อนอย่างเจ้าให้มากความ บอกเหตุผลมา ทำไมวิญญาญเร่ร่อนอย่างเจ้าถึงได้มาสิงอยู่ในร่างผู้หญิงคนนี้"หลินเทียนกล่าวออกมาตามตรงหลังจากที่ดูเวลาแล้ว เขาคิดว่าถ้าช้าไปกว่านี้คงจะไปเรียนช่วงบ่ายไม่ทันแน่ดังนั้นเขาพยายามที่จะถามถึงบางสิ่งบางอย่างจากวิญญาณเร่ร่อนตัวนี้และจะจัดการมันเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว

จากที่หลินตรวจสอบวิญญาญเร่ร่อนตนนี้ เขาสัมผัสได้ว่าวิญญาณเร่ร่อนตัวนี้มีกลิ่นอายของกฏเกณฑ์แห่งมิติอยู่จางๆ เนื่องจากตัวเขาครอบครองกฏเกณฑ์แห่งมิติเป็นธรรมดาที่สัม ผัสของเขาจะไวต่อมิติ หลินเทียนคิดว่าถิ่นกำเนิดของวิญญาณเร่ร่อนตนนี้น่าจะมาจากมิติพิเศษอื่นๆ ที่ไม่ใช่โลกนี้

ด้วยเหตุนี้ในตอนแรกที่เขาสัมผัสได้ถึงวิญญาณตนนี้เขาจึงรู้สึกสนใจในตัวอีกฝ่ายเล็กน้อย แน่นอนว่ามัันเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นไม่ได้มากมายอะไร



ตอนก่อน

จบบทที่ วิญญาณเร่ร่อน

ตอนถัดไป